Username :
   
Password :
   
    
 
 
   ค้นหานิยาย  ค้นหาไรเตอร์
  
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
 
 
 
 
 
สะใภ้ไร้อันดับ : บทที่ ๗ สะใภ้ก้นครัว
 
 
View OverAll : 150,337
 
   
 

บทที่ ๗

สะใภ้ก้นครัว

          ฉายฉานลากภรรยาตัวเองมาที่ร้านเสื้อผ้ามีราคา ภายในเรียงรายไปด้วยชุดที่แขวนเรียงรอให้เลือกซื้อหา ตามประสาผู้หญิงก็คงอดจะตื่นเต้นไม่ได้ พริมาจำครั้งสุดท้ายที่มาซื้อเสื้อผ้าได้เลือนราง มือเอื้อมไปสัมผัสชุดแต่ละชุด ความสวยนั้นดึงดูดให้หยิบออกมาจากราว ทว่าราคาที่โชว์หราทำให้ต้องยัดกลับคืนที่เดิม ฝ่ายสามีเดินตามหลังมาจึงร้องทักแล้วดึงมือที่จะยัดเสื้อคืนเอาไว้

            “อ้าว ผมก็ว่าชุดนี้สวยดี” พนักงานที่ยืนอยู่ไม่ไกลยิ้มแล้วพยักหน้า เธอยิ้มกลับแล้วกระซิบให้ฟัง

            “แพงจะตาย อย่าเลยค่ะรีบออกจากร้านดีกว่า”

            ชายหนุ่มหัวเราะ แล้วดึงเสื้อออกมาจากมือถือไว้เอง “เอาเถอะน่า ลอง ๆ เลือกดูว่าชอบชุดไหนอีก ไหน ๆ ก็เข้ามาแล้วไม่เป็นไร งานแต่งเพื่อนคุณเพื่อนเจ้าสาวนี่เขากำหนดไหมว่าต้องใส่สีไหน ถ้าไม่ผมว่าคุณน่าจะใส่สีส้มโทนโอโรสสวย ผิวคุณขาว”

            “สีฟ้าค่ะ” เสียงตอบกลับเบา ๆ เข้าใจกันในทีว่านี่คือคำตอบจากคำถามของเขา ฉายฉานวางชุดสีอื่นที่ไม่ใช่สีฟ้าลง แล้วเลือกหยิบแต่สีฟ้า

            “สีฟ้าก็สวย คุณไม่กล้าเลือกผมจะเลือกให้คุณเองนะ”

            “คุณฉาย” พริมาอ่อนใจ มองผู้ชายที่หยิบเสื้อออกมาจากราวให้ แล้วก็หันไปยิ้มกับพนักงานอีกครั้ง ดูเหมือนการเลือกเสื้อผ้าของเธอกับฉายฉานจะเป็นที่สนใจในร้าน หรือเขาสนใจกันเฉพาะชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่ทราบ และกว่าจะรู้ตัวเขาก็ส่งกองเสื้อสีฟ้านับสิบชุดให้พนักงานนำเธอไปที่ห้องลอง

ตอนที่รูดผ้าม่านปิด พริมาแอบดูราคาจากแต่ชุดที่เขาเลือกให้ มีตั้งแต่ราคาหลักพันปลาย ๆ ไปจนถึงหลักหมื่น บางตัวก็มากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของเธอเสียอีก หญิงสาวเก็บชุดราคาแพงที่สุดสามชุดเอาไว้เพราะอย่างไรก็ไม่มีวันซื้อแน่นอน ลำพังไอ้ที่เหลือก็เหงื่อตก เสียงฉายฉานเร่งอยู่ด้านนอกดังเข้ามา เธอปลดเสื้อที่สวมอยู่แล้วเลือกหยิบมาลองชุดหนึ่งจากที่เหลือแล้วรูดม่านออกให้คนมารอได้เห็น เขายิ้มไม่พูดอะไรนอกจากบอกว่าไปลองมาให้ดูให้ครบทุกชุด บางคราวพริมาก็สงสัยว่าเหตุใดฉายฉานถึงได้ใส่ใจเธอนักหนา หรือเพราะเขากลัวเสียหน้าที่ต้องควงภรรยาเหมือนซากศพไปเดินงาน

หญิงสาวเวียนลองมันทุกชุด จนท้ายที่สุดเขาก็หยิบชุดหนึ่งจากกองนั้นไม่จ่ายเงิน ฉายฉานไม่ได้สะทกสะท้านต่อการจ่ายเงินจากบัตรที่รูดแค่ทีเดียวก็เสร็จ เขาถือถุงพาเธอออกจากร้าน เข้าไปเดินร้านรองเท้า ร้านเครื่องประดับ พริมาเห็นตัวเลขวงเงินที่เขาจ่ายออกไปแล้วอดไม่ได้ที่จะเตือนเรื่องการใช้เงินของเขา อาจเพราะเธอและแม่ต้องอยู่อย่างประหยัดมาทั้งชีวิตก็เป็นได้

“การใช้บัตรเครดิตมันจะทำให้คุณติดนิสัยจ่ายโดยไม่คิด เพราะคุณไม่เห็นตัวเงินที่จ่ายออกไป อย่าใช้มากเลยค่ะถ้าอะไรที่มันจ่ายด้วยเงินสดได้ ก็จ่ายเงินสดดีกว่า พอเวลาคุณเห็นตัวเงินที่คุณจ่ายจะได้เกิดความยับยั้งชั่งใจในการใช้จ่ายเสียบ้าง” คนฟังพยักหน้าตาม แต่พริมาไม่รู้เขาเข้าใจที่เธอพูดหรือเปล่า “อย่าทำเป็นเล่นไปนะคะคุณฉาย ใช้บัตรเครดิตนี่มันทำให้คนเราหมดตัวเอาได้ง่าย ๆ เลยนะคะ”

“ขอบคุณครับที่ห่วง” เขายิ้มตอบกลับ ดวงหน้าคมหล่อเหล่าจับตาก่อนจะฉุดมือเธอให้ก้าวตามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “หาอะไรทานก่อนกลับบ้านดีกว่า เติมพลังงานเสียหน่อย เพราะผมไม่รู้ว่ากลับไปแม่จะเล่นงานอะไรคุณบ้าง คุณอยากทานอะไรล่ะ ไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่นหรือว่าขนมหวาน”

หญิงสาวใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็จูงมือสามีตัวเองออกมาจากห้าง “เราไปหาอะไรทานกันข้างนอกเถอะค่ะ ร้านนี้รับรองว่าอร่อยถูกใจคุณฉายแน่นอน ฉันเลี้ยงคุณเอง”

ฉายฉานไม่รู้ว่าร้านที่ว่าคือร้านไหน แต่เขาก็ขับรถตามคำบอกของอีกฝ่าย จนเมื่อใกล้ถึงเป้าหมายเขาก็แจ่มแจ้ง มันไม่ใช่ร้านอาหารหรูหรา ไม่ได้ขายอาหารฝรั่ง แต่เป็นเพียงแค่ร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ด้านหลังตลาดใต้ตึกเก่า ๆ ที่มีลูกค้าไม่แน่นนัก รถจอดเทียบที่หน้าร้าน ข้างในมีลูกค้าอยู่สามสี่คน พริมาเลือกโต๊ะที่ติดกับประตูเพราะมีลมพัดอ่อน ๆ ไม่ฉุนกลิ่นอาหารนัก แม่ครัวเจ้าของร้านเดินมารับออร์เดอร์ ทว่าพอเห็นว่าลูกค้ารายใหม่เป็นใครก็ออกปากถาม

“ออกจากวิมานกลับบ้านได้แล้วหรือ”

พิมพามองลูกสาวที่ไม่ได้เจอกันหลายวันกับลูกเขยที่ยกมือไหว้อ่อนน้อม ถึงปากจะกัดทว่าเธอก็ยินดีเพราะพริมาดูดีขึ้นกว่าตอนที่ยังอยู่กับเธอนัก ผิวหน้าอันผ่องใส รอยยิ้มแย้มที่แต้มไปด้วยความสุข เนื้อตัวที่ไม่ได้คลุ้งไปด้วยกลิ่นอาหาร ลูกสาวที่ดูดีขึ้นเมื่อแยกตัวจากไป

“ออกจากบ้านกลับมาวิมานต่างหาก แม่พิขอกะเพราหมูกรอบไข่ดาวสองที่นะ ต้มไข่น้ำหนึ่ง” เธอหันมาหาชายหนุ่มที่อยู่ข้างกาย “คุณฉายทานเผ็ดได้ไหมคะ แล้วจะรับอะไรเพิ่มหรือเปล่า ไม่ต้องห่วงนะคะ สั่งไปเถอะ ยังไงก็ไม่เกินแบงค์ร้อยสองใบ”

คำพูด รอยยิ้ม ทุกสิ่งที่พริมาทำตอนนี้ฉายฉานได้แต่ยิ้มรับ เธอผละจากไปรินน้ำเย็นใส่แก้วพลาสติกสีฟ้ามาให้ส่วนตัวเองเดินไปคว้าผ้ากันเปื้อนช่วยแม่ครัวทำกับข้าวอย่างรู้งาน น่าแปลกที่ภาพธรรมดาอย่างนี้ทำให้เขานั่งมองได้ไม่รู้เบื่อ ครู่เดียวอาหารที่สั่งก็วางพร้อมบนโต๊ะ กะเพราหมูกรอบสีเข้มที่มีใบกะเพราทอดกรอบโรยหน้าจนเกือบล้นจาน กลิ่นพริก กะเพรา กระเทียมลอยคลุ้งหอมยั่วน้ำลาย ไข่ดาวแบบไข่ขาวกรอบจนเป็นสีน้ำตาลอ่อนแต่เนื้อไข่แดงยังไม่สุกดีนัก ชามไข่น้ำที่มีทั้งไข่ทั้งผักลอยอยู่เต็มชาม อาหารปริมาณเกินอิ่มในหนึ่งมื้อที่พริมาอวดอย่างภูมิใจ

“ทั้งหมดนี่แค่ร้อยสามสิบเอง กินในห้างร้อยสามสิบได้เท่าแมวดม อาหารสะอาด อร่อย รับประกันคุณภาพ ปริมาณจุใจเชิญได้ที่ร้านครัวคุณพิมค่ะ” เธอแนะนำ แล้วเลื่อนถ้วยพริกน้ำปลามาตรงหน้าเขา แสดงโชว์ตัวอย่างด้วยการตักจ้วงพริกแดงที่ลอยอยู่ในถ้วยเทลงจานข้าวของตัวเองอย่าไม่ปราณีปราศรัย “คุณฉายไม่ต้องใส่ก็ได้ ฝีมือแม่ไม่ต้องปรุงก็อร่อยค่ะ แต่ฉันติดเผ็ดติดเค็มก็เลยต้องใส่”

เขาเชื่อคำนั้น ชายหนุ่มตักอาหารจานนั้นเข้าปาก ก็ใช่ว่าเขาจะสำอางเสียจนไม่เคยทานอาหารตามสั่งจากร้านแบบนี้ ทว่าเวลานั้นก็นานเหลือเกินแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแค่ครั้งสองครั้ง พอเรียนมหาวิทยาลัยก็บินไปนอก กลับมาก็ทำงานกินข้าวที่ตึกบริษัทแต่เป็นของชั้นผู้บริหารที่สั่งแม่บ้านทำเป็นชุดบ้าง สั่งจากโรงแรมบ้าง

“อร่อย เผ็ดกำลังดี หมูก็กรอบ” เขาชมจริงใจ คนเป็นแม่ครัวที่มายืนอยู่ข้าง ๆ ก็อดยิ้มปลื้มไม่ได้ พอหันไปชิมไข่น้ำเขาก็ชมอีก “อันนี้ก็อร่อย ผักนิ่มไข่ก็เค็มนิด ๆ ผมชอบจานนี้” เขาชี้ที่อาหารจานที่สอง พิมพามองลูกเขยแล้วเบาใจ ดูท่าเรื่องของพริมากับฉายฉานจะไม่ได้น่ากังวลเท่าที่คิด

“จานนั้นพิเขาทำ ถ้าคุณชอบก็ให้พิเขาทำให้กินสิ อยู่บ้านเดียวกันทุกวันอยู่แล้วนี่ จริง ๆ พิมันก็ทำกับข้าวได้หลายอย่างนะคุณฉาย เพราะเป็นลูกมือมาตั้งแต่เด็ก” สีหน้าประหลาดใจของฉายฉานทำให้แม่ยายหันมองลูกสาวตัวเอง “พิไม่เคยทำอะไรให้เขากินเลยเหรอ เป็นเมียเขาประสาอะไรไม่ดูแลผัว”

พริมาแทบสำลัก โบกไม้โบกมือในอากาศ “แหม แม่ก็บ้านคุณฉายมีคนใช้ตั้งแยะ วัน ๆ มีอาหารขึ้นโต๊ะตั้งหลายอย่างอยู่แล้ว พิจะเอาที่ไหนไปทำให้คุณฉายกินทัน แม่ก็ไปทำมานั่งกินด้วยกันสิ ยังไม่ได้กินไม่ใช่หรือลูกค้ากำลังน้อย พักหน่อยไม่เป็นไร”

พิมพามองลูกค้างสองสามคนที่ทานกันไปได้ไม่เท่าไร อีกนานกว่าจะเสร็จก็คว้าจานผัดข้าวมานั่งทานร่วมโต๊ะกับลูกสาว นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสนั่งคุยกับลูกเขยของตัวเอง เพราะที่ผ่านมามันรีบร้อนไปเสียหมด เดี๋ยวมาเดี๋ยวไปไม่ทันได้คุยอะไรกันเลย เธอจึงเริ่มถามด้วยคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวของเขา ฉายฉานตอบคำถามแต่ละข้อได้ฉาดฉาน หญิงสาวผู้ร่มโต๊ะเงียบปากปล่อยคุยกัน พอลูกค้าทานอิ่มก็ลุกขึ้นไปเก็บเงินเก็บจานเอง ระหว่างที่ลูกค้าโต๊ะที่สองกำลังเดินออกจากร้านไป เธอเก็บจานมาวางซ้อนกัน คว้าผ้ามาเช็ดโต๊ะ

“ยัยพิไปทำอะไรให้คุณเดือดร้อนหรือเปล่า”

ฉายฉานหัวเราะเบา ๆ เพราะท่าทางพริมาจะแสบไม่เบา ขนาดแม่ของตัวเองก็ยังไม่วางใจ “ไม่หรอกครับ ก็มีดื้อบ้างแต่ส่วนใหญ่ก็ดีครับ ทางผมเองต่างหากที่ดูเหมือนจะทำให้คุณพิต้องเดือนร้อนบ่อย ๆ แต่คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ในฐานะลูกผู้ชายผมสัญญาจะดูแลคุณพิอย่างดีที่สุด” เขาเรียกมารดาของเธอว่าแม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำแล้ว

“ถ้าพิมันดื้อ คุณฉายก็ตีมันนะ”

“พิไม่ใช่เด็กนะแม่ จะได้ดื้อแล้วต้องตี พูดกันดี ๆ ได้” ก่อนจะหันมาทางคนเป็นสามี “คุณฉายอย่าตีนะ ถ้าคุณฉายตีพิจะตีคืนสองเท่า”

“อย่างนี้คุณไม่ขาดทุนหรือ ผมให้คุณหนึ่ง คุณคืนมาสอง ไม่คุ้มทุนนะคุณพิ” ชายหนุ่มตอบกลับมาเล่นเอาคนฟังนิ่งอึ้ง จะว่าจริงมันก็จริง แต่ตีนี่มันใช้ได้กับสมาการนี้หรือ “อย่างน้อยก็ต้องเท่าเทียม ไม่ได้กำไรก็อย่าให้ขาดทุน ถ้าผมตีคุณหนึ่งคุณต้องตีคืนอย่างมากที่สุดคือหนึ่ง แต่ถ้าไม่ตีคืนคุณจะได้กำไร”

พิมพาหลุดหัวเราะออกมา ดูเหมือนพริมาจะเจอคู่ปรับที่เท่าเทียมกันเสียแล้ว ในหัวลูกสาวคนนี้ทุกอย่างเรียงระบบเป็นทุน กำไร ขาดทุนเสียทุกอย่าง อาจเป็นเพราะเธอเองที่ปลูกฝังให้ลูกประหยัดมาตั้งแต่เด็ก พริมาเลยกลายเป็นเด็กที่มองอะไรเป็นตัวเลข

 

บ่ายแก่จัดพริมากับฉายฉานก็กลับมาที่บ้าน คุณนายปรุงฉัตรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว สายตาเหลือบมองถุงใบใหญ่ที่บุตรชายเดินถือตามลูกสะใภ้เข้ามาท่าทางไม่พอใจนั้นแสดงออกชัดเจน ทว่าริมฝีปากที่แต้มสีแดงสดยังเม้มเรียบสนิท คนที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบกว่าปีพอเข้าใจดี เขาส่งถุงของให้พริมาก่อนจะขอให้เธอขึ้นไปรอเขาที่ข้างบน วันนี้หญิงสาวไม่ได้ดื้อนัก เธอคงเหนื่อยกับการออกไปข้างนอกเกินกว่าจะเหลือแรงมาสู้รบปรบมือกับแม่สามีของตัวเอง

“อากาศร้อน ๆ แม่มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ น่าจะขึ้นไปนอนตากแอร์เย็น ๆ” ลูกชายเอาอกเอาใจ นั่งเคียงที่โซฟาตัวใกล้กัน มือเรียวอันเริ่มปรากฏร่องรอยของวันวารที่ผ่านเข้ามาลูบหัวสุดที่รักของชีวิต สายตาที่มองทอดมาอบอุ่น อ่อนโยน ไม่ว่าจะงกกับใครแค่ไหน แต่ในฐานะแม่เธอยังรักลูกชายที่สุดเสมอ

“ก็แค่แปลกใจ เดี๋ยวนี้ฉายใช้เวลากับแม่น้อยลงนะลูก หรือเมียเราเขากักตัวเอาไว้”

“พิเขาไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ แม่ไม่ลองมองพิเขาในแง่ดีบ้างหรือ”

“เด็กหัวรั้น ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่ เถียงคำไม่ตกฟากแบบนั้นมีอะไรให้แม่เอ็นดูไม่ทราบ แม่นะกลัวใจจริงว่าทำไมฉายไปชอบคนแบบนั้นได้ วันนี้ฉายก็เห็นว่าเด็กคนนั้นเถียงแม่คอเป็นเอ็น ขนาดเพิ่งมาอยู่บ้านเราเขายังแกล้งแม่ได้ขนาดนี้ ต่อไปเขาจะทำกับแม่ขนาดไหน แม่เชื่อนะฉายว่าฉายไม่มีทางเห็นคนอื่นดีไปกว่าแม่หรอก ตอนนี้ฉายก็แค่หลงเท่านั้น เดี๋ยวฉายก็ได้รู้เองว่าผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ได้เหมาะกับฉายเลย” เสียงมารดาบอกราวกับวิงวอน ทว่าใครจะรู้เรื่องนี้ได้ดีเท่าเขา คนที่จ้างพริมาเข้ามาในบ้านหลังนี้ มอบหน้าที่นี้ด้วยตัวของเขาเอง

“แม่ครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กจนโต ผมเคยทำให้แม่ผิดหวังบ้างไหมครับ เคยที่จะไม่ทำตามที่แม่ต้องการบ้างหรอเปล่า” คำตอบของอีกฝ่ายคือการส่ายหน้า ฉายฉานจ้องมารดานิ่ง “แต่ตอนนี้ผมโตแล้วนะคะ อายุมากพอที่จะเลือกของสำคัญในชีวิตของตัวเอง แม่ให้อิสระกับผมบ้างไหมครับ อิสระที่อย่างน้อยก็ได้เลือกคนของตัวเอง”

“จำเป็นต้องเป็นแม่คนนี้หรือ?”

“จำเป็นสิครับ จำเป็นเพราะพิคือคนที่ผมเลือกแล้ว หรือต่อให้ไม่ใช่พิ แม่ก็ไม่ถูกใจเขาอยู่ดีไม่ใช่หรือ พิเขาก็แค่อาจจะแกร่งกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง”

คำนั้นไม่ได้ผิด เพราะต่อให้ตอนนี้ผู้หญิงที่ฉายฉานเลือกจะไม่ใช่พริมา ต่อให้เป็นคนที่แสนดี เรียบร้อยมากแค่ไหนถ้าไม่ใช่คนที่ตัวเองเลือกคุณนายปรุงฉัตรก็ไม่มีวันพอใจ สตรีผู้ให้กำเนิดเขาเงียบไปเพราะเข้าใจดีในเจตนาแห่งคำพูดนั้น บุตรชายรู้ดียิ่งกว่าใครว่ามารดาไม่มีทางพอใจสตรีที่ตนไม่ได้เป็นคนเฟ้นเลือกมากับมือ ยิ่งลูกชายบอกว่ารักความรู้สึกที่ถูกแย่งความสำคัญ การช่วงชิง และตนไม่ได้มีสิทธิ์หรืออำนาจใดจะสั่งการผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ แต่ก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือที่จะหวังว่าลูกสะใภ้จะต้องเคารพเชื่อฟังแม่สามีอย่างดี

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เมื่อร่างสูงนั้นผละจากไป คนที่ยังนิ่งอยู่รู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองกำลังพ่ายแพ้อะไรบางอย่าง ฉายฉานไม่ได้จูบลาเช่นก่อน ไม่ได้กอดอย่างแนบสนิท ไม่ได้ฟังคำเตือนที่เคยเชื่อทุกสิ่งอย่าง ลูกชายเปลี่ยนไปทีละนิด ๆ เหมือนสมบัติที่กำลังจะหลุดลอย

 

เสียงเคาะประตูทำให้คนที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงลุกขึ้นมา เธอแง้มประตูเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสอดสายตาเข้ามาในห้องนอนส่วนตัว ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือสาวใช้ของบ้าน สีหน้าไม่บ่งอารมณ์ว่าต้องการอะไร แต่ปากบอกงานปาว ๆ

“คุณนายให้มาปลุกไปทำงานตามที่สัญญา”

งานแรกในฐานะผู้อาศัยของพริมาเริ่มขึ้นเมื่อโดนปลุกตั้งแต่เช้าเพื่อพบว่าต้องล้างจานกองโตของอาหารค่ำเมื่อคืน อาจเพราะจานค้างคืนเศษอาหารจึงแข็งติดแน่น หญิงสาวงัวเงียไม่ได้ปลุกฉายฉานเพราะเมื่อคืนเขานั่งเคลียร์เอกสารอยู่จนดึก แล้วง่ายแค่นี้ความจริงแทบเทียบไม่ได้กับจานกองโตของลูกค้าที่ทานเสร็จในร้านอาหารของมารดา แต่นี้นับว่าเล็กน้อยไม่ได้ครนามือสักเท่าไร

จานกว่าครึ่งที่มีเศษอาหารติดอยู่ถูกเทรวมลงไปแช่ในน้ำเปล่า เพื่อให้คราบส่วนใหญ่หลุดออกก่อน ส่วนอีกครึ่งที่ไม่ได้สกปรกนักหญิงสาวจัดการลงมือล้างวางเก็บเรียบร้อยโดยอยู่ในสายตาของสาวใช้คนสนิทของคุณนายปรุงฉัตร รอจนจานรอบแรกวางเสร็จเรียบร้อยก็หยิบที่แช่น้ำเอาไว้ขึ้นมาล้างต่อ พริมาค่อย ๆ ล้างรอเวลา จนเกือบเจ็ดโมงเช้าคุณนายผู้เป็นเจ้าของบ้านก็นวยนาดลงมาตรวจงานที่สั่งเอาไว้ แม่สามียืนมองลูกสะใภ้ทำงานจนเสร็จ นิ้วเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดใหญ่กรีดที่เนื้อจาน เสียงเสียดสีบ่งบอกความสะอาด สีหน้าคนตรวจงานพึงใจแต่ก็ไม่ได้ชื่นชม เมื่อทำให้เห็นแล้วว่างานที่เธอทำดีเยี่ยมแค่ไหน ก็ควรถึงเวลาเสียที

“ให้ยกจานไปเก็บที่ไหนคะ” จานที่วางอยู่ในกะละมังกำลังถูกอุ้มไปตามที่ปลายนิ้วชี้ไปยังตู้เก็บจานชามขนาดใหญ่ ประดาจานที่ล้างสะอาดเรียบร้อยกำลังจะถูกจาดเข้าไปอยู่ในนั้น แต่แล้วคนที่อุ้มมันเอาไว้กลับเลือกจะปล่อยกะมะลังจานทั้งใบร่างลงมาที่พื้น เศษจานแตกกระจายไปจนละทางเต็มพื้นห้องครัว

“ทำบ้าอะไรของเธอ จานฉันแตกหมดแล้ว” เจ้าของโวยวายมองสภาพเศษจานร่วงกระจาย หญิงสาวต้นเรื่องกระโดดไปทางหนึ่ง ทำท่าตกใจ

“ก็มันหนักนี่คะ มือพิก็เลยสั่นร่วงลงมาหมดเลย” ปากขอโทษหากสายตาหญิงสาวแฝงเอาไว้ด้วยรอสาแก่ใจ คุณนายปรุงฉัตรมองอย่างขึงโกรธ พอดีกับที่ชายหนุ่มคนกลางโผล่หน้าเข้ามาดู ท่าทางเขาตื่นไม่เต็มตานัก แต่ก็มากพอจะรับรู้เหตุการณ์ได้

“อะไรหรือครับ”

มารดาเกาะแขนหมับ ฟ้องลูกชาย “ก็เมียเราสิฉาย แม่ให้เขาล้างจานก็แกล้งทำจานแม่ร่วงแตกลงมาหมดเลย อย่างนี้ใช้ไม่ได้นะฉาย”

ลูกสะใภ้กระโดดข้ามกองจานไปเกาะแขนสามอีกข้าง ออดอ้อน  “ไม่นะคะ พิล้างจานจนเสร็จหมดแล้ว คุณแม่ก็เห็นว่าพิล้างจานจนสะอาด กว่าจะล้างเสร็จมันไม่ใช่ง่าย ๆ เลยนะคะ ใครจะกล้าเอามาโยนทิ้งโยนขว้างเป็นของเล่นแบบนั้น แต่คุณแม่ให้พิถือกะละมังจานหนัก ๆ นั่นคนเดียวพิก็ไม่มีแรงพอมันเลยหลุดมือ ไม่รู้ว่าโดนบาดบ้างหรือเปล่านะคะคุณฉาย ดูให้พิหน่อยสิคะ มือเหี่ยวไปหมดแล้วน้ำยาล้างจานก็กัดจนมือแสบ”

มีหรือฉายฉานจะวางเฉย เขาฉวยมือพริมาขึ้นมาดู พลิกไปมาเพื่อหารอบแผล ก่อนจะมองซากจานที่แทบไม่เหลือเค้าจานอีกแล้ว บางใบแตกกระจาย บางใบก็หายไปกว่าครึ่ง ที่เหลือบิ่นไปบ้างก็ใช้ไม่ได้เสียแล้ว เศษเล็กเศษน้อยกระจายเต็มไปหมด

“ไม่มีหรอกพิ แต่คุณแม่กับพิถอยออกมาก่อนเถอะครับ ประเดี๋ยวโดนเศษแก้วเข้ามาเจ็บ ชมพู่กวาดเศษจานให้หมดนะ วันนี้ตั้งของเช้าเป็นข้าวต้มก็แล้วกัน” ประโยคหลังสั่งสาวใช้ที่นั่งหน้าหงิก แผนการตัวเองก็ไม่ได้คิด ทำแตกรึเปล่าก็ไม่ใช่ แต่สุดท้ายต้องเป็นคนมาเก็บล้าง

พอออกมานั่งที่ด้านนอก รอจนทานอาหารมื้อเช้าเสร็จคนอยากเอาชนะก็ยังไม่ยอมแพ้ “ถ้าล้างจานไม่ได้ เธอคงกวาดบ้านถูบ้านเป็นสินะ”

“ได้ค่ะ ถ้าคุณแม่ต้องการแบบนั้น พิก็จำทำตามที่คุณแม่ต้องการ”

คุณนายปรุงฉัตรยิ้มย่อง “วันนี้เธอช่วยทำความสะอาดบ้านหลังนี้ทั้งหลังให้ฉันด้วยก็แล้วกัน”

“บ้านเราไม่ใช่หลังเล็ก ๆ นะครับแม่ อีกอย่างเย็นนี้พิก็ต้องไปงานแต่งเพื่อนเขาอีก ผมว่าผลัดไปเป็นวันอื่นดีกว่าครับ” คนเป็นสามีออกปากรับแทนเสียอย่างนั้น แต่ฝ่ายภรรยากลับพยักหน้าตอบรับอย่างง่ายดาย จะยอมให้อีกฝ่ายดูถูกได้อย่างไร

“ค่ะ พิจะทำค่ะ ถ้าทำไม่เสร็จก็จะไม่ไปงานค่ะ” พอสามีหันมาจะห้าม เธอก็บอกเสียงหวาน “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณฉาย ก็น่สนุกดีไม่ใช่หรือคะ เหมือนในนิทานเรื่องซินเดอเรลล่าไงคะ ที่นางเอกต้องทำงานบ้านตามคำสั่งแม่เลี้ยงใจร้ายใจมารให้เสร็จก่อน พิก็แค่สมมุติตัวเองเป็นนางเอกเท่านั้นเอง” เสียงหัวเราะกับท่าทางนั้นทำให้แม่สามีนิ่งสะอึก

ถ้าแม่พริมาบอกว่าตัวเองเป็นนางเอก เธอไม่กลายเป็นนังแม่เลี้ยงใจร้ายใจมารหรอกหรือ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนอีกฝ่ายหลอกด่าก็มองไม่เห็นแผ่นหลังนั้นเสียแล้ว สุดท้ายก็ได้แต่กำมือแน่แต่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี เจ็บใจจนพูดไม่ออก แต่ก็เอาเถอะ จะคอยดูผลงานของลูกสะใภ้ ถ้าพลาดสักจุดเธอจะเล่นงานให้ดู ฉายฉานจะได้รู้เสียทีว่าเมียตัวเองเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

 

จากเช้าจนเกือบเย็นหญิงสาวไม่ได้ทานข้าวกลางวัน เอาแต่ทำงานอยู่อย่างเดียวจนคนเป็นสามีนึกห่วง เขาแวะเวียนไปหา ถามว่าไหวหรือเปล่า คำตอบที่ได้ก็เท่าเดิมคือรอยยิ้มกับอาการพยักหน้า ไหนพริมาว่าจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างแม่เขายังไงเล่า ทำไมหนอถึงต้องพยายามทำงานมากมายขนาดนี้ ทำเพื่ออะไร ยิ่งเธอทำงานดีเท่าไรก็ยิ่งเป็นข้ออ้างให้แม่เขาใช้งานมากขึ้นเท่านั้นไม่ใช่หรือ นับวันฉายฉานก็ไม่เข้าใจในตัวของผู้หญิงคนนี้มาขึ้นทุที

พริมาพยายามไม่ให้หลุดรอดไปแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอเก็บทุกอย่าง จนนาฬิกาตีบอกเวลาห้าโมงเย็น หญิงสาวก็ปาดเหงื่อมายืนรายงานความเรียบร้อย คุณนายปรุงฉัตรเดินตรวจทุกซอก ทุกมุมของบ้านไล่จากด้านบนลงมาด้านล่าง สำรวจห้องทุกห้อง แม้บ้านหลังนี้จะไม่ได้ใหญ่ราวกับคฤหาสน์ ไม่ได้มีห้องเป็นสิบ ๆ ห้อง แต่ก็ไม่ได้เล็กนัก ยังโอ่อ่าสมฐานะเจ้าแม่เงินกู้อยู่ดีนั่นเอง ทว่าพริมาก็ยังสามารถทำให้แม่เขาหาข้อติเธอไม่ได้ รอยยิ้มภาคภูมิใจนั้นกลับทำให้ฉายฉานนึกห่วง แล้วที่ห่วงก็ดูท่าจะเป็นความจริง

“เธอทำงานได้ดีนี่ ท่าทางเธอจะเหมาะกับงานทำความสะอาดแบบนี้สินะ” แม้หาข้อติไม่ได้ ก็ยังหาข้อเยาะหยันได้ หากคนฟังยิ้มไม่ได้รู้สึกรู้สา หน้าแดงก่ำด้วยความเหนื่อยล้า แต่รอยยิ้มกระจ่างใส ชายหนุ่มเข้ามาประคองแขนข้างหนึ่งของคนเป็นภรรยาเอาไว้เพราะร่างบางเริ่มไม่มั่นคงนัก

“ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะคุณแม่”

“เห็นที ฉันคงจะต้องให้เธอมาทำงานแทบแม่บ้านของฉันเสียแล้วล่ะพริมา ไม่มีใครทำความสะอาดบ้านได้ถูกใจฉันเท่าเธอเลยจริง ๆ” คำชื่นชมที่เคลือบด้วยยาพิษ “ต่อไปเธอต้องมาทำความสะอาดบ้านให้ฉันนะ ฉันรับรองว่าจะไม่ให้คนอื่นเข้ามาทำเลย ฉันจะเก็บพื้นที่บ้านทั้งหลังเอาไว้ให้เธอทำคนเดียว คนอื่นน่ะทำได้ไม่ถูกใจฉันเท่าเธอหรอก”

“นับว่าเป็นเกียรติเหลือเกินค่ะคุณแม่ พิยินดีอย่างยิ่งเชียวคะ” เขากระตุกแขนคนที่ตัวเองประคองเอาไว้ แต่พริมากลับกันมายิ้ม แววตามีเล่ห์นัยของเธอเริ่มทำให้เขากลัวว่าหญิงสาวแอบไปทำอะไรมาอีกแล้ว

“คุณนายคะ มีคนมาพบค่ะ เขาบอกว่าจะมาใช้หนี้” ลูกหนี้ของคุณนายปรุงฉัตรเดินทางมาได้พอเหมาะกับเวลา เจ้าของบ้านสั่งให้สาวใช้เดินขึ้นไปหยิบสมุดจดหนี้ในห้องนอน แต่จนแล้วจนรอดอีกฝ่ายก็ยังไม่กลับออกมาเสียที จนต้องตะโกนเรียกอีกฝ่ายจึงวิ่งกลับมารายงาน

“หาไม่เจอค่ะ”

“จะหาไม่เจอได้ยังไง ฉันก็เก็บเอาไว้ที่เดิม ใช้ไม่ได้” บ่นแล้วก็เป็นฝ่ายเดินขึ้นไปหาเอง แต่ครู่เดียวก็เดินหน้าแดงลงมา จ้องหญิงสาวที่ยิ้มแป้นแล่นนิ่ง ฉายฉานนึกรู้ขึ้นมาแล้วว่าพริมาไม่ได้ทำตัวน่ารักอย่างที่แสดงออก เธอคงไปแกล้งอะไรแม่เขาเข้าให้อีกแล้ว อีกฝ่ายถึงได้โกรธหน้าดำหน้าแดงเข้าให้ขนาดนี้

“เธอทำอะไรกับห้องของฉัน”

“พิก็แค่เห็นว่าห้องมันรก ก็เลยจัดให้ใหม่ ย้ายนู่นนิดนี่หน่อยตามประสา แหมคุณแม่ก็เห็นไม่ใช่หรือคะว่ามันออกจะสะอาดตากว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ เวลาพิทำความสะอาดบ้านพิก็ทำแบบนี้เสมอนั่นแหละค่ะ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย” ท่าทางพริมาจะมีความสุขมากกว่าที่โดนดุ

“แล้วสมุดที่วางอยู่บนโต๊ะเธอเอาไปเก็บไว้ที่ไหน”

หญิงสาวทำท่านึกแล้วก็นึกได้ “พิคงเห็นว่ามันเก่าแล้วน่ะค่ะ เลยนึกว่าเป็นขยะ โยนรวมลงไปในถุงขยะแล้ว ทำไมหรือคะ สมุดเล่มนั้นสำคัญมากหรือคะคุณแม่” พอเห็นแม่สามีตกใจก็รีบบอก “โธ่ พิไม่รู้ว่าสำคัญอะไรที่มันรก ๆ พิก็เลยทิ้งไปหมด ยังไงคุณแม่ลองไปคุ้ย ๆ ดูในถุงขยะนะคะ น่าจะอยู่ในนั้นแหละค่ะ”

คุณนายปรุงฉัตรปี๊ดแตก ตวาดลั่น “เธออย่ามายุ่งกับของของฉันอีกเชียว อย่าได้มาแตะต้องอะไรในบ้านของฉันอีกนะแม่พริมา!” คำประกาศกร้าวนั้นราวกับเป็นชัยชนะของหญิงสาว

“แต่คุณแม่บอกว่าพิทำความสะอาดบ้านได้ดีนี่คะ คุณแม่ยังให้พิทำความสะอาดบ้านให้คุณแม่ต่อไปเลย”

“ไม่ต้อง ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ถ้าขืนฉันยังให้เธอทำอะไร อีกหน่อยเธอคงเผาบ้านฉันทิ้ง ไปฉาย จะพาเมียของฉายไปไหนก็ตามใจอย่าให้มายุ่งกับของของแม่อีกก็พอ” พริมายังยืนยิ้มชะโงกหน้าเสนอตัวจะช่วย คุณนายปรุงฉัตรรีบโบกมือไล่ หน้ามืดจะเป็นลมเพราะแพ้ฤทธิ์ลูกสะใภ้ในที่สุด

ฉายฉานต้องรีบประคองพาภรรยาตัวเองขึ้นมาบนห้อง พริมาทิ้งตัวลงกับที่นอนด้วยอาการล้าเต็มทน เหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบห้าโมงครึ่ง เธอหลับตาสูดลมหายใจอยู่เกือบห้านาทีแล้วก็ลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวไปงานแต่งงานของชลนทีกับปีย์วรา

“คุณนี่แสบเสียจริง” คนเป็นสามีอดชมไม่ได้ หญิงสาวหันมายิ้มก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ

“ฉันพยายามนะคะ พยายามทำให้แม่คุณรู้ว่าถ้าจะให้ล้างจานฉันก็ล้างจนสะอาดได้ ถ้าให้ทำความสะอาดบ้านฉันก็ทำมันอย่างดีที่สุด ถ้าให้ฉันทำอะไรฉันก็ทำได้แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่แค่กับว่าฉันอยากจะทำไหมเท่านั้นเอง ป่านนี้แม่คุณคงเข็ดแล้วล่ะ ทีนี่ฉันก็ทำได้ตามที่บอกคุณแล้ว ฉันจะอยู่บ้านนี้อย่างสุขสบายโดยไม่ต้องเสียสตางค์”

ชายหนุ่มหัวเราะ ค้อมหัวให้พร้อมคำชม “ครับ คนเก่งของผม”

พริมาชะงักกับคำชมนั้น...คนเก่งของผม...ฟังแล้วจั๊กจี้หัวใจแปลก ๆ

 

 

            มาแว้วค่ะ หลังจากติดภารกิจไปงานหนังสือมา กลับมาพร้อมวิธีแก้เผ็ดแม่สามีของหนูพิ เธอบอกให้คุณนายปรุงฉัตรรู้แล้ว ว่าลูกสะใภ้คนนี้ถ้าให้ทำเธอก็ทำได้ ทำได้อย่างดีเสียด้วย เพียงแต่ว่าเธออยากจะทำไหมเท่านั้นเอง อย่างนี้ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง คุณนายปรุงฉัตรจะว่าหนูพิเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อไม่ได้ และจะมาเรียกไปใช้งานก็ไม่กล้า ฮี้ว...

            ต่อไปงานวิวาห์หวานของชลนทีกับปีย์วราจะเป็นยาขมของพริมาหรือไม่ ต้องคอยติดตามชมนะคะ

 
 
 
 
 
 
 
 
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
ชอบตอนนี้จังเลย
( 41 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 8 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 8 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 9 ) Vote
ลุ้นๆ
( 31 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 8 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 10 ) Vote
 
 
ความคิดเห็นที่ 17
 
แก้ลำได้มีสไตล์ฝุดๆ
 
Member
หางแก้ว
ชื่อที่ใช้โพส หางแก้ว
วันที่ : 16  กันยายน 2556  / 04 : 35
คลิกเพื่อโหวต
( 2 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 16
 
แสบได้ถึงใส้ติ่งเลย..555   
 
Member
unyarat
ชื่อที่ใช้โพส unyarat
วันที่ : 29  เมษายน 2556  / 10 : 36
คลิกเพื่อโหวต
( 6 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 15
 
ถ้าเจอลูกสะใภ้แบบนี้ขอยกธงขาวดีกว่า....5555555555555555555
 
Member
RABBIT2506
ชื่อที่ใช้โพส RABBIT2506
วันที่ : 21  เมษายน 2556  / 00 : 02
คลิกเพื่อโหวต
( 5 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 14
 
คนอ่่านก็จักกะจี้หัวใจด้วยคน
 
Member
season_cooly
ชื่อที่ใช้โพส season_cooly
วันที่ : 18  เมษายน 2556  / 00 : 26
คลิกเพื่อโหวต
( 6 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 13
 
คนเก่งของผม น่ารักสุดๆ ไรเตอร์คนเก่ง ขอบคุณนะคะ เตรียมรอเก็บเงินซื้อน้า >___<
 
Member
Plawann
ชื่อที่ใช้โพส Plawann
วันที่ : 16  เมษายน 2556  / 00 : 23
คลิกเพื่อโหวต
( 7 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 12
 
ลูกสะใภ้คนนี้คงยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่าย ๆ...คุณนายปรุงฉัตรคงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการรุกแบบใหม่ซะแล้วล่ะ  เพราะทุกรูปแบที่ทำมา ลูกสะใภ้รับมือได้เหนือกว่าทุกคราวไป...เอ! หรือจะทำใจยอมแพ้ ยอมรับการตัดสินใจของลูกชาย จะง่ายกว่ารึเปล่าน๊า???
 
Member
Wa_Ra_Pa
ชื่อที่ใช้โพส Wa_Ra_Pa
วันที่ : 10  เมษายน 2556  / 19 : 31
คลิกเพื่อโหวต
( 11 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 11
 
เจ็บแสบมากกก เสียดายจานนะนั่นอ่ะ555+สนุกดีค่ะ
 
Member
อ้วนน้อย
ชื่อที่ใช้โพส อ้วนน้อย
วันที่ : 09  เมษายน 2556  / 15 : 56
คลิกเพื่อโหวต
( 11 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 10
 

คุณแม่พิมขา จะให้คุณฉายตียายพิได้งายค้า เขาขอยายพิไปเป็นภรรยาไม่ใช่รับอุปการะบุตรนะค้า ถ้าดื้อแล้วจะให้ตีสั่งสอนอ่ะค่า คุณแม่นี่ก็ยุอะไรไม่ได้ใจลูกเขยเล้ยยยย ถ้ายุให้ขยัน มีเบบี๋ไว ๆ คุณฉายคงรีบตะครุบรับปากมากกว่าล่ะม้างงง จะได้ถือโอกาสมั่วยกเลิกสัญญากับยายพิไปก่อน แล้วรีบทำตามคำสั่งแม่ยายอย่างว่องกันเลยทีเดียว

 
Member
1234#
ชื่อที่ใช้โพส 1234#
วันที่ : 09  เมษายน 2556  / 11 : 47
คลิกเพื่อโหวต
( 11 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 9
 
แสบได้ใจ คุณนายไม่กล้าใช้งานอีกแน่ 555
 
Member
kaykae
ชื่อที่ใช้โพส kaykae
วันที่ : 09  เมษายน 2556  / 06 : 46
คลิกเพื่อโหวต
( 14 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 8
 
คงได้อีกหลายยกละคะ  ทันกันซะขนาดนี้
 

fsn#
Visitor
ชื่อที่ใช้โพส fsn#
วันที่ : 08  เมษายน 2556  / 21 : 51
 
 
 
 
 
1
 
 
1 2 3 4 5
 
 
 


โพสความเห็นโดยใช้ชื่อ :
Untitled Document
 
- กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน
- กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
- ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทางห้องสมุดดอตคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆทั้งสิ้น
 
 
 
 
 
 
 
 
    Site Map Hongsamut.com
 
 
  About Hongsamut
 
Home
กฏกติกา
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก