Username :
   
Password :
   
    
 
 
   ค้นหานิยาย  ค้นหาไรเตอร์
  
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
 
 
 
 
 
นิยายรักข้ามกาลเวลา... สลักรักอ๋องนักรบ เขียนโดย ซินเหมย : 9
 
 
View OverAll : 171,440
 
   
 

มาแล้วค่ะ เมื่อวานไม่ได้มาอัพให้เพราะว่าหน้าจอมันบล็อก ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรค่ะ วันนี้เข้าได้เลยรีบมาอัพ

 

อวดดี จองหอง ปากร้าย ไร้มารยาท สตรีนิสัยเช่นนี้เขาไม่เคยรู้จักแน่ๆ เขามั่นใจ แต่ทำไมหน้าตาของนางถึงรบกวนจิตใจเขายิ่งนัก หน้าตาแบบนี้เขาต้องเคยรู้จักมาก่อนแน่ๆ เขาก็มั่นใจอีกเหมือนกัน

“เอาเป็นว่าข้าจะยกโทษให้ท่านสักครั้งแลกกับชื่อที่ข้าไม่อยากรู้จักของท่านก็แล้วกัน” ใบหน้าที่เริ่มเรียวเป็นรูปไข่เชิดขึ้นมองเขาที่สูงกว่าประมาณหนึ่งช่วงศีรษะ แล้วยักคิ้วข้างเดียวใส่เขาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากก่อนจะเดินจากไปไม่เหลียวกลับ

เกาหรงซานมองหญิงสาวที่ทำเอาเขาพูดไม่ออกเดินไปนั่งในรถม้า แล้วพลิกตัวกระโดดขึ้นนั่งบนหลังม้าคู่ใจ กระทุ้งเท้าเบาๆ ให้มันออกเดิน

“จวงเล่ย..”

“ขอรับท่านอ๋อง” เพียงแค่เจ้านายเอ่ยปากเรียกด้วยชื่อเต็มยศ องครักษ์เช่นจวงเล่ยก็รู้ถึงความต้องการของท่านทันที เขากระทุ้งเท้าใส่ท้องม้าให้มันเหยาะย่างตามคนอื่นๆ ไปก่อน ห่างออกไปประมาณครึ่งลี้จึงกระโดดลงจากหลังม้า หายไปอย่างรวดเร็ว

 

“พวกเจ้าสองคนมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ อย่าทำท่าเหมือนจะร้องไห้แบบนี้ ข้าเห็นแล้วรู้สึกไม่ดีเลย” เฟิ่งต้าชวี่ถามคนรับใช้ที่นั่งคู่กันอยู่ด้านหน้ารถม้า

“คุณหนูไปมีเรื่องกับท่าน.. ท่านชายคนนั้นทำไมเจ้าคะ” หลี่เปลี่ยนคำว่าท่านอ๋องใหญ่เป็นท่านชายแทน เพราะไม่อยากให้นางได้พบเจอกับเขาอีก

“เขามาหาเรื่องข้าก่อนนะหลี่ ไม่เชื่อก็ถามอาติงดูสิ”

“ข้าไม่ถามใครทั้งนั้น ข้าจะถามจากคุณหนูนั่นแหละ” สาวใช้หันไปค้อนใส่เจ้านายด้วยความขัดใจ “คุณหนูนะคุณหนู ข้าโกรธคุณหนูแล้วจริงๆ นะ”

“ข้าขอโทษ ต่อไปนี้ข้าจะไม่ไปมีเรื่องกับใครแล้ว ข้าจะหลบอยู่ข้างหลังเจ้าอย่างเดียวพอใจไหม” หญิงสาวยอมอ่อนข้อให้กับสาวใช้ เพราะรู้ว่านางเป็นห่วงตนมากจริงๆ “ทำไมเจ้าถึงคุยกับป้าหวังนานนัก”

“คุณหนูอยากรู้หรือเจ้าคะ”

“ใช่ข้าอยากรู้”

“แสดงว่าคุณหนูยังสนใจอ๋องใหญ่”

“ข้าไม่ได้สนใจอ๋องใหญ่แต่ข้าอยากรู้ว่าเจ้าคุยอะไรกับป้าหวังต่างหาก เจ้าอย่าเอามารวมกันสิ”

“ป้าหวังนำอาหารมาถวายไต้ซือที่วัดเพราะวันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของพระมารดาท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

“เจ้าเคยเล่าว่าอ๋องใหญ่คือพี่ชายของจักรพรรดิไม่ใช่หรือ”

“แต่ข้าบอกว่าอ๋องใหญ่เป็นพี่ชายคนละมารดากับจักรพรรดินะเจ้าคะ”

“ข้าจำได้ แต่ข้าสงสัยว่าทำไมที่วังหลวงไม่จัดการให้ต่างหากล่ะ”

“ข้าก็ถามป้าหวังแบบนี้เหมือนกัน แต่นางบอกว่าปีนี้อ๋องใหญ่สั่งให้จัดการเป็นกรณีพิเศษ เพราะครบรอบสิบสองปีที่พระมารดาจากไปเจ้าคะ”

“แบบนี้นี่เอง แล้วเจ้าบอกนางเรื่องข้าอย่างไรบ้าง”

“ข้าไม่ได้บอกอะไรหรอกนางเจ้าค่ะเพราะไม่อยากโกหก ข้าจึงพยายามเลี่ยงด้วยการคุยเรื่องอื่นกับนางแทน คุณหนูเจ้าคะข้าขอไปซื้อถังหูลู่หน่อยนะเจ้าค่ะ” สาวใช้กล่าวขออนุญาตขณะที่รถม้ากำลังวิ่งผ่านหน้าร้านขนมเจ้าประจำ

“ได้สิ ซื้อมาเผื่ออาติงด้วยนะ”

“เจ้าค่ะ”

“ทำไมผู้ชายมีแต่รูปร่างสูงใหญ่กันเกือบทั้งนั้น แต่พอเป็นผู้หญิงดันมีแต่ตัวเล็กๆ สูงเกือบร้อยแปดสิบแบบเรานี่ถือว่าแปลกประหลาดไปเลย” ระหว่างที่รอสาวใช้ไปซื้อของกิน หญิงสาวก็เริ่มมองสำรวจไปรอบๆ และบ่นพึมพำกับตัวเอง

“คุณหนูอยากได้ขนมอะไรเพิ่มหรือขอรับ”

“เปล่านี่ ข้ากำลังร้องเพลงต่างหาก” เฟิ่งต้าชวี่มองไปรอบๆ แล้วแกล้งฮัมเพลงเบาๆ “เถียนมีมี่ หนีเซียวตีเถียนมีมี่ ห่าวเซี่ยงฮวาเอ่อคายจ้ายชุนฟงหลี่ คายจ้ายชุนฟงหลี่...” นางหยุดร้องเมื่อสาวใช้กลับมาถึง รับผลไม้เชื่อมเสียบไม้จากนางแล้วกัดกินเพียงหนึ่งคำเล็กๆ เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ

“กินเยอะๆ สิเจ้าคะคุณหนู ท่านไม่ค่อยกินอะไรเลย”

“ข้าจะเก็บท้องไว้กินพร้อมกับครอบครัวของข้าเย็นนี้” ที่นางไม่อยากกินเพราะต้องลดน้ำหนักลงอีกประมาณสิบกิโล รอน้ำหนักอยู่ตัวแล้วนางถึงจะเริ่มกินอย่างปกติ “เจ้าเอาไปกินต่อสิ”

“เจ้าค่ะ” หลี่รับถังหูลู่ของโปรดมาถือไว้อย่างยินดี

 

ร้านอาหารเถ้าแก่เต้า

“เจ้าลองชิมอิ๋วก๋วยนี่ดูสิ รสชาติเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยนะ” เฟิ่งเจิงจงตักของทอดที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวจ้าว มันเทศผสมเข้าด้วยกันและห่อด้วยไส้ผักหรือไส้แบบต่างๆ แล้วแต่ชอบให้ธิดา

“ขอบคุณท่านพ่อ แต่ในจานนี้ลูกยังกินไม่หมดเลยเจ้าค่ะ”

“หลายเดือนมานี้เจ้ากินน้อยลงจนเนื้อหายไปหลายสิบชั่ง พ่อไม่สบายใจเลยรู้ไหม”

“ทำไมถึงไม่สบายใจเล่าท่านพ่อ ท่านน่าจะดีใจที่ลูกผอม ลูกจะได้สวยเหมือนธิดาบ้านอื่นเขาบ้าง” ต้าชวี่หยอกเย้าบิดาแล้วคีบอิ๋วก๋วยที่ท่านคีบให้ใส่ปาก

“พ่อจะดีใจได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าผ่ายผอมเพราะตรอมใจ”

ดวงตาเรียวโตกระจ่างใสมองบิดาเขม็งขณะที่ปากก็ยังเคี้ยวเอื้อง แล้วจึงค่อยๆ ระบายยิ้มด้วยความขบขัน

“ใครบอกท่านพ่อว่าลูกตรอมใจ พี่อู๋ซื่อหรือว่าท่านแม่เจ้าคะ”

“พ่อรู้ว่าเจ้ารักอ๋องใหญ่เพียงใด ในเมื่อเขาไม่ส่งเกี้ยวมารับเจ้ากลับไปเจ้าจึงกลายเป็นแบบนี้เพราะความคิดถึง”

“ท่านพ่อเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ ลูกไม่เคยคิดถึงอ๋องใหญ่อีกเลยตั้งแต่กลับมาอยู่ที่จวน ลูกตัดใจจากเขาตั้งแต่วันที่พิมพ์นิ้วมือลงบนหนังสือหย่าแล้วเจ้าค่ะ สิ่งเดียวที่ลูกต้องการจากเขาตอนนี้ไม่ใช่เกี้ยวแต่เป็นหนังสือหย่าที่มีชื่อของเขาต่างหากเจ้าค่ะ”

“ลูกเลิกรักเขาแล้วจริงๆ หรือ” สายตาของผู้เป็นพ่อจ้องจับผิดลูกสาว “เจ้าทำไม่ได้หรอกพ่อรู้”

“ลูกโกหกท่านพ่อไม่ได้จริงๆ” เธอจำเป็นต้องโกหกเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตจนเกินไป “แต่ลูกสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะตัดใจจากเขาให้ได้”

“เจ้าทำได้หรือ”

“ลูกจะพยายามเจ้าค่ะ”

“เจ้าอย่าฝืนใจตัวเองเลยนะ ถ้าเจ้ารักเขาก็กลับไปที่จวนเขาซะ ส่วนหนังสือหย่าถ้าเขายังไม่สลักชื่อลงไปก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อยู่แล้ว” ถึงแม้จะไม่พอใจการกระทำของอ๋องใหญ่อยู่มาก แต่ด้วยหลักคุณธรรมที่ยึดถือปฏิบัติกันมา ทำให้เฟิ่งเจิงจงได้แต่ก้มหน้ายอมรับ ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือใจของธิดา

“ท่านพ่ออย่าพูดถึงคนอื่นบนโต๊ะอาหารสิเจ้าคะ ท่านกำลังทำให้ท่านแม่กับพี่อู๋ซื่อเบื่ออาหารนะเจ้าคะ จริงหรือไม่ท่านแม่ พี่อู๋ซื่อ”

“นางไม่ให้พูดท่านก็อย่าพูดเลยขอรับท่านพ่อ แล้วที่นางผอมก็ไม่ใช่เพราะนางตรอมใจหรอกขอรับ นางกำลังลบคำสบประมาทของหญิงสาวคนอื่นๆ ที่เคยดูถูกนางต่างหาก” หงอู๋ซื่อเข้าข้างน้องสาวที่เอาแต่สวยวันสวยคืนของตน 

“นางผอมแล้วสวยปานล่มเมืองแบบนี้ท่านควรจะดีใจถึงจะถูก” เฟิ่งหงเซียวในวัยสี่สิบเอ็ดปีที่ยังสวยสะพรั่งกล่าวพร้อมส่งรอยยิ้มงามจับจิตให้ผู้เป็นสามี

“ถึงนางจะตัวใหญ่ข้าก็ไม่เห็นว่านางจะน่าเกลียดตรงไหน นางงามที่สุดในสายตาของข้าเสมอ” จะให้เขาเกลียดนางได้อย่างไร ในเมื่อนางมีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนเขาทุกกระเบียด ที่ได้มาจากแม่ก็มีเพียงความงามไร้ที่ติเท่านั้น

“แต่ลูกก็อยากมีรูปร่างสูงโปร่งอ้อนแอ้นเหมือนสาวชาวตะวันตก มีจมูกสวยเหมือนสาวชาวมลายู มีคิ้วเข้มโก่งโค้ง ตาคมเหมือนสาวชาวหุย มีริมฝีปากเรียวอิ่ม วงหน้าที่เรียวงามแบบชาวเซียนหลัว และมีผิวขาวอมชมพูเหมือนดั่งชาวต้าหมิงของเราเจ้าค่ะท่านพ่อ”

“เจ้าอยากสวยไปเพื่ออะไรต้าชวี่ แค่นี้เจ้าก็สวยน่ารักมากอยู่แล้ว” ใต้เท้าเฟิ่งโต้แย้งและคิดว่าตอนนี้ธิดาของตนนั้นมีลักษณะเหมือนที่นางพูดออกมาทุกอย่าง งามจนพระมเหสีของโอรสสวรรค์ยังเทียบไม่ได้

“ข้าอยากสวยเพื่อลบคำดูถูกของคนอื่นๆ กอบกู้ชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูลของเราอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

ใต้เท้าเฟิ่งวางตะเกียบลงพร้อมกับถอนหายใจ มองหน้าธิดาสุดที่รักด้วยสายตาเศร้าสร้อย 

“สวยแล้วอย่างไรล่ะ ในเมื่อเจ้าอาจจะกลายเป็นแม่หม้าย”

“ท่านพ่อรังเกียจลูกหรือ”

“พ่อไม่เคยรังเกียจเจ้าเลยสักนิด พ่อเพียงแต่กังวลแทนอนาคตของเจ้าเท่านั้น ตอนนี้เจ้าอาจจะลบคำสบประมาทของธิดาบ้านอื่นที่เคยหัวเราะเยาะเจ้าไว้ แต่เมื่ออ๋องใหญ่กลับมาจากชายแดนและสลักชื่อลงในหนังสือหย่า ข่าวลือเรื่องการเป็นหม้ายของเจ้าก็จะถูกลือไปทั่วแคว้น เจ้าก็จะถูกชาวบ้านหัวเราะเยาะอีก ถึงอย่างไรพ่อก็ไม่อยากให้การหย่าร้างเกิดขึ้น”

“ท่านพ่ออย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ ท่านไม่คิดเล่าว่าอาจจะมีคหบดีต่างแคว้น หรือเจ้าเมืองต่างแดนมาขอข้าเป็นภรรยา” เพราะขนบธรรมเนียมประเพณีสินะ ท่านพ่อของนางจึงกังวลเรื่องนี้นัก แต่นางไม่สนใจหรอก

“ถ้าท่านพ่อกลัวเรื่องนี้นัก ข้ายินดีแต่งงานกับนางแทนขอรับ” หงอู๋ซื่อเสนอตัวเองเป็นเจ้าบ่าวแก่ลูกสาวผู้มีพระคุณอย่างยินดี

“แต่พี่อู๋ซื่อคือพี่ชายของต้าชวี่นะ” เฟิ่งต้าชวี่รีบขัดขึ้น

“มีหลายครอบครัวที่ให้ลูกบุญธรรมแต่งงานกับลูกในไส้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว ข้ายินดีทำเพื่อครอบครัวของเรา” เพื่อนางและท่านพ่อท่านแม่แล้วเขายอมทำทุกอย่าง

“แต่ข้าไม่อยากทำ พี่อู๋ซื่อคือพี่ชายของข้าและจะต้องเป็นแบบนี้ตลอดไปด้วย ข้าไม่ยอมแต่งงานกับท่านเพื่อลบล้างความอายเด็ดขาด เรื่องนี้ท่านกับท่านพ่ออย่าเพิ่งกังวลไปนักเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด”

“เจ้าเปลี่ยนไปมาก” น้องสาวขี้อายและแสนอ่อนแอของเขาเปลี่ยนไปมากหลังฟื้นจากความตาย นางเข้มแข็ง ฉลาด และเด็ดเดี่ยว ตรงกันข้ามกับต้าชวี่คนเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาพอใจมากที่นางเป็นแบบนี้ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มกว้างแล้วจับมือของนาง “ข้าดีใจที่เจ้าเข้มแข็งขึ้นมากแบบนี้”

“ก็ต้าชวี่เป็นน้องสาวของท่านนี่นา” เธอออดอ้อนพี่ชายด้วยคำพูดและท่าทางน่ารักน่าชัง

“ใช่ เจ้าเป็นน้องสาวที่ข้ารักมากที่สุด ฉะนั้นต่อไปนี้เจ้าจะต้องเข้มแข็ง ห้ามอ่อนแอเหมือนในอดีตอีก พวกเราทุกคนจะได้สบายใจ”

“เจ้าค่ะ ต้าชวี่จะไม่อ่อนแอให้คนอื่นดูถูกอีกแล้วเจ้าค่ะ”

“ได้ยินแล้วใช่ไหมท่านพี่ ต่อไปนี้ท่านก็เลิกเป็นห่วงลูกสาวจนเกินเหตุได้แล้วนะเจ้าคะ” ภรรยากระซิบกับสามีขณะที่มือก็คีบอาหารใส่ในถ้วยข้าวให้เขาด้วย

 

จวนอ๋องใหญ่

“เรียกป้าหวังมาพบข้าด้วย” เกาหรงซานบอกกับสาวใช้ที่นำน้ำชากับอาหารว่างเข้ามาให้

“เจ้าค่ะ” สาวใช้ถอยหลังไปสามก้าวแล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วแต่ไร้ซุ่มเสียงของฝีเท้า

ไม่นานแม่บ้านใหญ่ก็เดินเข้ามา “ท่านอ๋องต้องการสิ่งใดหรือเจ้าคะ”

“นางเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าได้ข่าวของนางบ้างหรือไม่”

“อ๋องใหญ่หมายถึงพระชายาหรือเจ้าคะ” ความเงียบของเจ้านายคือคำตอบว่านางเข้าใจถูกต้อง นางจึงล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบกระเป๋าผ้าขนาดเท่าฝ่ามือออกมาแล้วเปิดเอากระดาษที่พับเอาไว้อย่างดียื่นให้เขา “นางฝากสิ่งนี้ไว้ให้ท่านก่อนจากไปเจ้าค่ะ ส่วนเวลานี้นางสบายดี ข้าเพิ่งถามกับสาวใช้ของนางวันนี้เองเจ้าค่ะ”

อ๋องใหญ่คลี่กระดาษออกมาดูจึงรู้ว่าเป็นหนังสือหย่าที่ตนเขียนทิ้งไว้ในห้องหอก่อนจะเดินทางไปสู้ศึกที่ชายแดนทางใต้เมื่อเกือบสามปีก่อน เนื้อความที่เขียนทิ้งไว้ก็คือคำว่าหนังสือหย่าเพียงสามคำเท่านั้น เพราะไม่สามารถหาข้อบกพร่องใดๆ เขียนลงไปได้นั่นเอง และตอนนี้ในกระดาษแผ่นนี้ก็มีลายนิ้วมือประทับเพิ่มมาอีกหนึ่งแห่ง เพียงแค่เขาเขียนชื่อลงไปพร้อมกับข้อความบางประโยคก็จะกลายเป็นหนังสือหย่าที่สมบูรณ์

“เอาหมึกกับพู่กันมาให้ข้า” เขาบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง

“เจ้าค่ะ” ป้าหวังรับคำ เก็บความรู้สึกผิดหวังเอาไว้ในอก

“ท่านอ๋อง” จวงเล่ยเดินเข้ามาในเวลาเดียวกับที่ป้าหวังกำลังจะออกไป

“ข้าจะเรียกเจ้าใหม่อีกครั้ง” อ๋องใหญ่บอกกับป้าหวังที่ยืนนิ่งรอฟังคำสั่งอย่างรู้ธรรมเนียม แล้วบอกกับองครักษ์คู่ใจ “นั่งสิ”

“ขอบคุณท่านอ๋อง” จวงเล่ยรับน้ำชาที่เจ้านายรินให้มาดื่มจนหมดโดยไม่สะท้านกับความร้อนของมัน เขาวางถ้วยลงแล้วเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องที่ได้รับคำสั่งให้ไปทำโดยไม่รอฟังคำถาม “นางคือพระชายาต้าชวี่ขอรับ” เขาเองก็แปลกใจไม่น้อยที่รู้ว่าสตรีงามปานล่มเมืองคนนั้นเป็นคนเดียวกับสตรีรูปร่างอ้วนใหญ่ที่ได้แต่งงานกับเจ้านายของตน

“พระชายาของข้าอย่างนั้นหรือ!” น้ำเสียงมั่นคงดุดันเจือความแปลกใจชัดเจน “เจ้าแน่ใจหรือ” ถึงแม้จะมั่นใจในตัวองครักษ์แต่เขาก็ยังถาม

“แน่ใจขอรับท่านอ๋อง ข้าแอบเข้าไปในจวนของใต้เท้าเฟิ่งแล้วยังแอบตามไปที่ร้านเถ้าแก่เต้าด้วยขอรับ” ร้านเถ้าแก่เต้าถ้าจะพูดให้ถูกต้องแล้วก็คือร้านอาหารที่อ๋องใหญ่เป็นเจ้าของนั่นเอง แต่ก็ปกปิดเป็นความลับเอาไว้ ส่วนสาเหตุที่ต้องปิดเป็นความลับก็เพราะต้องการให้ร้านแห่งนี้เป็นแหล่งข่าวที่ยังไม่ได้กรองจากทุกสารทิศนั่นเอง เพราะจุดประสงค์นี้เขาจึงเปิดให้บริการในราคาที่ถูกแสนถูกจนคนระดับยาจกก็ยังมานั่งกินได้

ความรู้สึกอย่างหนึ่งวิ่งชนเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายของอ๋องใหญ่เกาหรงซานอย่างแรง เมื่อรู้ว่าหญิงสาวนางนั้นคือพระชายาที่เขาไม่ต้องการ มิน่าเล่าถึงรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน อย่างน้อยก็ยังยืนยันได้ว่าความจำของเขายังดีอยู่ เพราะเขาเคยเจอนางครั้งหนึ่งในวังหลวง วันที่เขาถูกบังคับให้แต่งงานกับนาง

ตอนนั้นใบหน้าของนางกลมแป้นอย่างกับซาลาเปานึ่งสุก รูปร่างที่สูงใหญ่กว่าสตรีทั่วไปเต็มไปได้เนื้อหนังส่วนเกินจนเรียกได้ว่าทั้งใหญ่ทั้งอ้วน แถมยังดูเซ่อๆ โง่ๆ ไร้แววฉลาดเฉลียว เวลานางกระมิดกระเมี้ยนด้วยความเขินอายช่างคล้ายกับแป๊ะยิ้มในวรรณกรรมเรื่องแปดเซียนไม่มีผิด

เวลานั้นเขาโกรธน้องชายที่เป็นจักรพรรดิจนควันออกหู เมื่อมีพระราชโองการให้เขาแต่งงานกับนางโดยไม่ทันตั้งตัวมาก่อน เขาจึงแก้แค้นด้วยการออกเดินทางไปปราบกบฏที่ชายแดนทางใต้ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน และทิ้งหนังสือหย่าหยามน้ำใจนางไว้อีกหนึ่งแผ่น

แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่านางพิมพ์นิ้วมือลงบนหนังสือหย่าเรียบร้อยแล้ว เขายอมรับอย่างไม่อายว่ากำลังหลงรักพระชายาของตนเอง นางสวยหยาดเยิ้ม นางรูปร่างดีขึ้น แต่ก็ไม่พอที่จะทำให้เขารักได้ ที่เขารักเพราะนิสัยที่เปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคนจากเดิมต่างหาก นางกล้าทำเป็นไม่รู้จักเขา พูดจาฉะฉาน ฉลาดทันคน และยังรู้จักยั่วยวนด้วยท่าทางที่ชวนให้ใจสั่น สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้เขาหลงรักนาง

“นางไปกับใคร”

“นางไปกับครอบครัวขอรับ”

“เจ้าไปได้แล้ว พักผ่อนให้เต็มที่พรุ่งนี้เราจะเดินทางกันแต่เช้า”

“ขอรับท่านอ๋อง ข้าขอลา” จวงเล่ยลุกขึ้นแล้วโค้งคำนับก่อนเดินออกไป

แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรอ๋องใหญ่เกาหรงซานยกถ้วยชาขึ้นมาจิบให้ความชุ่มชื้นแก่ลำคอ หลังจากนั้นจึงเดินออกไปจากห้อง แล้วใช้วิชาตัวเบาเร้นกายหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

เพียงไม่นานเขาก็มาแฝงกายอยู่ในจวนของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เขาใช้วิชาตัวเบาพลิ้วกายไปมาในจวนอันกว้างใหญ่จนพบกับเป้าหมายที่สวนหย่อม

“หนาวจังเลยพี่อู๋ซื่อ” เธอยกแขนไขว้อกให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

“เจ้าหนาวหรือ” เห็นน้องสาวพยักหน้ารับก็รีบถอดเสื้อคลุมขนเป็ดออกจากกาย

“ไม่ต้องหรอก ข้ารู้ว่าท่านก็หนาวเหมือนกัน” นางรีบร้องห้ามชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงโปร่งค่อนข้างบอบบาง

“แต่ข้าทนหนาวได้ดีกว่าเจ้า” เขาดึงเสื้อคลุมออกจากตัว

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาห่มด้วยกันดีกว่า” แล้วเธอก็ขยับเข้าไปโอบกอดเขาไว้แน่น “ทีนี้เราก็ห่มด้วยกันได้แล้ว”

“เจ้าอ้อนเก่งขึ้นรู้ตัวไหม” หงอู๋ซื่อผูกผ้าคลุมเข้าที่เดิมแล้วกางผ้าคลุมตัวให้นางพร้อมกับโอบให้ความอบอุ่น

“ก็เพราะต้าชวี่รักท่านมากนี่เจ้าคะ” ถึงแม้ภพนี้เขาจะเป็นแค่พี่ชายบุญธรรม แต่จากภพที่จากมาเขาคือพี่ชายแท้ๆ ของนาง นางจึงรักเขาได้อย่างสนิทใจ

“ข้าก็รักเจ้ามากเช่นกัน ต่อไปนี้เจ้าต้องรักข้าคนเดียวเท่านั้น ข้าไม่อนุญาตให้เจ้ารักชายใดได้อีกแล้ว” อู๋ซื่อหยอกเย้ากับน้องสาว ไม่รู้เลยว่าคำพูดของตนบันดาลโทสะใครคนหนึ่งที่แอบดูอยู่บนต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ นั่นถึงขนาดกระแทกฝ่ามือใส่กิ่งไม้เพื่อระบายโทสะ

“คิกๆๆ กรี๊ดดดด...” เสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็นกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ดีๆ กิ่งไม้ขนาดใหญ่กิ่งหนึ่งก็หักโค่นลงมาอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้นพี่อู๋ซื่อ อยู่ดีๆ ทำไมกิ่งไม้ถึงหักลงมาได้ล่ะ”

“ข้าก็ไม่รู้ รีบเข้าจวนกันดีกว่า” บัณฑิตหนุ่มผู้ไม่รู้เรื่องบู๊รู้สึกแปลกๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงรีบชวนน้องสาวกลับเข้าไปด้านใน

คนที่แฝงตัวอยู่หลังพุ่มไม้หลังจากหักกิ่งไม้ใหญ่ไปหนึ่งกิ่งเดินออกจากที่ซ่อน มองตามแผ่นหลังบอบบางที่ถูกโอบด้วยแขนแห้งๆ แขนหนึ่งด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

“อีกไม่เกินหกเดือนข้าจะมารับเจ้าคืน ระหว่างนี้ข้าจะให้เวลาเจ้ามีความสุขอยู่ที่นี่ก่อนก็แล้วกันพระชายาของข้า” เขาฝากคำพูดไปกับสายลมอันหนาวเย็นแล้วพลิ้วกายหายไป

“มีอะไรหรือ” อู๋ซื่อถามน้องสาวที่หยุดเดินกะทันหัน

“ข้าได้ยินเหมือนเสียงคนพูดเลยท่านพี่”

“เจ้าหูฝาดแล้ว ไม่มีใครอยู่แถวนี้หรอกนอกจากเราสองคน”

“ข้าคงหูแว่วไปเอง สงสัยจะเป็นเสียงลมมากกว่า” เมื่อมั่นใจว่าเป็นดังนั้นจึงก้าวเท้าเดินต่อ แต่ขนกายของเธอกลับลุกชันด้วยความกลัวอย่างไร้เหตุผล

 

อ๋องใหญ่เกาหรงซานกระโดดลงแตะพื้นหน้าประตูห้องนอน สีหน้าที่บูดบึ้งตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นสาวใช้สามนางกำลังทะเลาะกัน

“พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาทะเลาะกันที่หน้าห้องข้า”

“ท่านอ๋องเจ้าคะ” สาวใช้ทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมเพรียงแล้วรีบถลาเข้าหาชายหนุ่มผู้เป็นนาย

“ข้ามาก่อน พวกเจ้าถอยไป” สาวใช้ผู้งดงามหมดจดนามว่าสุ่ยกอดรัดร่างใหญ่ไว้แน่นแล้วไล่อีกสองคนออกไป เพราะคิดว่าตนคือคนที่อ๋องใหญ่โปรดปรานมากที่สุด

“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล่พวกข้า” จวงไม่ทำตามและเบียดกายกอดรัดร่างใหญ่ไว้ไม่ปล่อยเช่นกัน

“เจ้านั่นแหละสมควรออกไป แก่ๆ อย่างเจ้าใครจะไปสนกัน” สวี่คือสาวใช้อุ่นเตียงที่อายุน้อยที่สุด จึงใช้เรื่องนี้ขึ้นมาขู่คู่ต่อสู้

“ออกไปทั้งหมดนั่นแหละ!” อ๋องใหญ่วัยสามสิบเอ็ดปีที่ถูกรุมล้อมด้วยดอกไม้งามไร้ราคาตะคอกใส่พร้อมกับสะบัดแขนจนพวกนางกระเด็นล้มลง “ข้าไม่เรียกไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็นอีกเด็ดขาด ถ้าไม่อยากตายด้วยน้ำมือของข้า”

“เจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสามนางตอบรับเสียงสั่นแล้วรีบพากันวิ่งออกไปด้วยน้ำตานองหน้า

วิ่งหนีมาถึงสวนหย่อมพวกนางก็หยุดพักด้วยความเหนื่อยหอบและเริ่มกล่าวโทษกันอีก

“เพราะเจ้าคนเดียวท่านอ๋องจึงพานโกรธมาถึงข้า” สุ่ยชี้นิ้วใส่สวี่

“อย่ามาโทษข้านะ ถ้าเจ้าเป็นที่โปรดปรานของท่านอ๋องจริง ทำไมต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนด้วยล่ะ โกหกล่ะสิ”

“ข้าไม่ได้โกหก ข้าเคยอุ่นเตียงให้ท่านอ๋องมาแล้วตั้งหลายครั้ง ทุกครั้งท่านจะพลอดรักกับข้าจนถึงรุ่งสาง”

“ท่านอ๋องก็ทำแบบนั้นกับข้าเหมือนกัน”

“ข้าก็ไม่ต่างจากพวกเจ้าหรอก สรุปแล้วท่านอ๋องไม่ได้โปรดปรานใครเป็นพิเศษหรอกนะ ท่านก็แค่ต้องการสนองตัณหาเท่านั้น อย่าหลงระเริงนักเลย”

“เจ้าอย่ามาทำเป็นอวดรู้หน่อยเลยสวี่ เจ้ายังเด็กนัก” สุ่ยถลึงตาใส่อีกฝ่าย

“ข้าอายุสิบเจ็ดแล้วจะเด็กได้อย่างไร”

“ก็ยังเด็กกว่าข้าถึงสองปี และเจ้าก็รับใช้อ๋องใหญ่ทีหลังข้าตั้งหลายเดือน”

“ที่ข้ารับใช้อ๋องใหญ่ทีหลังเจ้าก็เพราะอ๋องใหญ่ไม่ค่อยได้อาศัยอยู่ในจวนต่างหาก เมื่อท่านกลับมาท่านก็แค่เรียกหาคนใดคนหนึ่งโดยไม่เจาะจง และเป็นเจ้าที่เสนอหน้าแทนพวกเราโดยอ้างว่าเป็นคนโปรดของท่านอ๋อง ที่ข้าพูดถูกต้องหรือไม่”

สาวใช้ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มคือคนที่สังเกตท่านอ๋องมากว่าใคร นางรู้ว่าท่านอ๋องไม่ได้เรียกหาพวกนางทุกครั้งที่กลับมาจากต่างแดน และเวลาที่ท่านเรียกท่านก็ไม่เคยแม้แต่เอ๋ยชื่ออย่างเจาะจง เพียงแต่ถ่ายทอดเป็นคำสั่งออกมาผ่านป้าหวังเท่านั้น และช่วงหลังๆ มานี้ที่พวกนางได้ผลัดกันขึ้นเตียงของท่านอ๋องอย่างเท่าเทียมก็เพราะป้าหวังเป็นคนจัดการ

“สวี่!”

“ข้าว่าสวี่พูดถูกนะ ข้าไม่เคยเห็นท่านอ๋องชายตามองเจ้าด้วยซ้ำ เจ้าจะเป็นคนโปรดของท่านได้อย่างไร” จวงออกความเห็นบ้าง “เรื่องคืนนี้ก็เช่นกัน ถ้าอ๋องใหญ่เรียกหาพวกเราคนที่จะได้เข้าไปก็ต้องเป็นสวี่ถึงจะถูก เจ้ากับข้าไม่มีสิทธิ์”

“แต่ท่านอ๋องก็ไม่เรียกหาเจ้า” สุ่ยคลี่ยิ้มสะใจ

“ข้าเจียมตัวเสมอ ไม่มักใหญ่ใฝ่สูงจากกาไปเป็นหงส์หรอก” ตนก็แค่หวังได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุ ไม่เคยคิดหวังถึงขั้นจะขึ้นแทนตำแหน่งพระชายาอย่างนาง

“หวังหรือไม่ใครจะรู้เท่าใจของเจ้า ปากบอกว่าไม่หวังแต่เจ้าก็เคยรวมหัวกับข้ากลั่นแกล้งพระชายาจนนางตรอมใจ”

“นางอยากโง่เองทำไมล่ะ”

“พวกเจ้าสองคนเลิกทะเลาะกันได้แล้ว หนาวๆ แบบนี้เราน่าจะกลับไปนอนในห้องอุ่นๆ ดีกว่ามายืนทะเลาะกันแบบนี้นะ” จวงกลายเป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ย

“เจ้าไม่ต้องยุ่ง!” แต่กลับถูกทั้งสองคนตวาดใส่

“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญทะเลาะกันต่อไปเถอะ ข้าไปนอนก่อนก็แล้วกัน” จวงเดินจากไปพร้อมกับเอ่ยคำพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา “พรุ่งนี้ข้าจะไปรายงานให้ป้าหวังรู้เรื่องนี้สักหน่อย นางจะได้ปรับโทษพวกเจ้าทั้งสองคน” โทษที่ว่าก็คือไม่ให้เข้าไปรับใช้ท่านอ๋องนั่นเอง

“ข้าจะกลับไปนอน”

“ข้าก็เหมือนกัน”

สองสาวที่ถลึงตาใส่กันในตอนแรกรีบเปลี่ยนความคิดแล้วแยกย้ายกันกลับห้องพักของตัวเอง

 
 
 
 
 
 
 
 
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
ชอบตอนนี้จังเลย
( 79 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 4 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 4 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 3 ) Vote
ลุ้นๆ
( 20 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 11 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 6 ) Vote
 
 
ความคิดเห็นที่ 12
 
 หลงรักคือ รักจนหลง
พระเอกบอกว่ากำลังหลงรัก แต่ไม่มากพอที่จะทำให้รัก
สรุปแล้วมันยังไงกันแน่นะเนี่ย
 

ส้มโอ#
Visitor
ชื่อที่ใช้โพส ส้มโอ#
วันที่ : 25  มิถุนายน 2557  / 17 : 48
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 11
 
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ 
 
Member
Voyardger
ชื่อที่ใช้โพส Voyardger
วันที่ : 26  มิถุนายน 2556  / 18 : 31
คลิกเพื่อโหวต
( 5 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 10
 
เห็นเขาสวย แล้วไม่ยอมหย่าให้แล้วซิ
 
Member
t2
ชื่อที่ใช้โพส t2
วันที่ : 26  มิถุนายน 2556  / 18 : 09
คลิกเพื่อโหวต
( 5 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 9
 
นางเอกเราต้องเอาคืนให้สาสมนะ เกลียดผู้ชายแบบท่านอ๋องที่สุด ฮึ้ยยยย อินจัด 555
 
Member
sorella
ชื่อที่ใช้โพส sorella
วันที่ : 06  พฤษภาคม 2556  / 02 : 21
คลิกเพื่อโหวต
( 7 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 8
 
แหมมมมม อยากให้ท่านอ๋องเซ็นหนังสือหย่าให้เสร็จก่อนจริงๆ
 
Member
Pattza
ชื่อที่ใช้โพส Pattza
วันที่ : 05  พฤษภาคม 2556  / 15 : 59
คลิกเพื่อโหวต
( 7 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 7
 
สนุกจังเลย มาอัพอีกนะค่ะ
 
Member
sansoan
ชื่อที่ใช้โพส sansoan
วันที่ : 05  พฤษภาคม 2556  / 13 : 03
คลิกเพื่อโหวต
( 8 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 6
 
เสียดายทีหลังก้ไม่ทันแล้วมั้งท่านอ๋อง คิคิ
 
Member
แสงจันตรี
ชื่อที่ใช้โพส แสงจันตรี
วันที่ : 05  พฤษภาคม 2556  / 09 : 11
คลิกเพื่อโหวต
( 7 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 5
 
ท่านอ๋อง งวดนี้ไม่ได้แอ้มง่ายๆ หรอกค่าาา

ไรท์เตอร์ได้รับ email ป่าวคะ ถ้าไม่ได้รับแจ้งด้วยนะคะ ขอบุณคะ
 
Member
Ibeam
ชื่อที่ใช้โพส Ibeam
วันที่ : 04  พฤษภาคม 2556  / 23 : 30
คลิกเพื่อโหวต
( 8 ) Vote
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 4
 
เหอะ !!! ทีงี้อยากจะได้นางเอก
 

แก่นแก้ว#
Visitor
ชื่อที่ใช้โพส แก่นแก้ว#
วันที่ : 04  พฤษภาคม 2556  / 23 : 00
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 3
 

เฮ้อ  เสียดายท่านอ๋องเลยไม่ได้เซ็นหนังสือหย่าเลย แย่จัง

 
Member
แมว
ชื่อที่ใช้โพส แมว
วันที่ : 04  พฤษภาคม 2556  / 22 : 43
คลิกเพื่อโหวต
( 7 ) Vote
 
 
 
 
 
1
 
 
1 2 3 4 5
 
 
 


โพสความเห็นโดยใช้ชื่อ :
Untitled Document
 
- กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน
- กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
- ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทางห้องสมุดดอตคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆทั้งสิ้น
 
 
 
 
 
 
 
 
    Site Map Hongsamut.com
 
 
  About Hongsamut
 
Home
กฏกติกา
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก