Username :
   
Password :
   
    
 
 
   ค้นหานิยาย  ค้นหาไรเตอร์
  
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
 
 
 
 
 
ไฟรักไฟเสน่หา(Venusplus2010 : ตอนที่ 10 ไฟสุมทรวง (80%)
 
 
View OverAll : 632,588
 
   
 

ตอนที่ 10

ไฟสุมทรวง (80%)

            แม้จะอยู่ในช่วงที่มีพลังหนุ่มสาวมากมาย แต่ไฟรักที่ฟาบิโอตั้งใจให้โหมกระหน่ำ มอบและตักตวงความสุขจากคนรักตั้งแต่ก่อนเที่ยงถึงบ่าย ก็ทำให้พราวรตาหลับสนิทหลังจากรับประทานอาหารมื้อเที่ยงตอนบ่ายสองได้เหมือนกัน หญิงสาวรู้สึกตัวอีกครั้งตอนห้าโมงเย็น พลิกร่างไปทางเจ้าของอ้อมกอดที่พะเน้าพะนอเอาใจก่อนหลับไหลไปด้วยกัน มือเรียวบางควานหาแต่ไร้ร่างหนาของคนเคียงกาย ที่นอนของเขาเย็นเฉียบ แสดงว่าเขาออกจากห้องได้นานพอสมควรแล้ว

            “ฟาบี้..ฟาบี้คะ..อยู่ในห้องหรือเปล่า” พราวรตาเรียกหาคนรักพร้อมขยับตัวนั่งมองไปรอบห้องเรียบหรู สไตล์เมดิเตอเรเนี่ยนประยุคให้ความรู้สึกสบายแบบบ้านชายทะเลที่เพิ่งจากมา

ความเงียบยังครอบคลุมภายในห้อง ได้ยินเพียงเสียงหายใจและการขยับตัวเท่านั้น ฟาบิโอไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาคงไปช่วยแม่ของเขาดูแลรีสอร์ทแห่งนี้ ตามหน้าที่ลูกที่ดี นึกถึงตัวเองที่เหมือนคนไร้ค่าอยู่ไปวันๆ ไม่เคยได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แม้จะเรียนจบมาแล้วก็ตาม เพราะป๋ารักและดูแลอย่างดีมาตลอด เมื่อต้องเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง เริ่มรู้ว่าทุกอย่างไม่ได้สวยงามดังเคยหวังไว้ ผู้ชายคนแรกในชีวิต ‘เขามีคู่หมั้นแล้ว’ แต่เธอเป็น ‘เมีย’ บอกตัวเองว่าเธอต้องสำคัญกว่าคู่หมั้น เขาจะคิดเป็นอื่นไปไม่ได้

“เสื้อผ้า ไปไหนหมดล่ะนี่ เก็บซะมิชิดเลยนะตาบ้า”

            หญิงสาวพึมพำขณะก้มลงมองร่างเปลือยเปล่าของตัวเอง มีเพียงผ้าห่มคลุมที่ตักเท่านั้น มองหาเสื้อผ้าไม่พบแม้แต่ชิ้นเดียว เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล รีบลุกขึ้นตรงไปยังตู้เสื้อผ้าเปิดหาเครื่องนุ่งห่มของตัวเอง ‘ว่างเปล่า’ ไม่มีแม้แต่ชินเดียว ฟาบิโอเอาเสื้อผ้าเธอไปซ่อน

            “ทำไมไม่มีเสื้อผ้าเลยล่ะ ฟาบี้ คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง คุณทำเกินไปแล้วนะ”

พราวรตาเริ่มหงุดหงิดมากขึ้น ตรงดิ่งไปที่ประตูห้องแม้เขย่าหลายครั้ง แต่ไม่สามารถเปิดออกได้ เธอกำลังถูกขัง อารมณ์คุณหนูเอาแต่ใจเหมือนสมัยอยู่กับป๋ากลับมาอีกครั้ง

“กรี๊ดด..ฟาบี้....ปล่อยพราวเดียวนี้นะ เอาเสื้อผ้าของพราวคืนมา..กรี๊ด..ฟาบี้มาเปิดประตูให้พราวเดี๋ยวนี้ได้ยินไหม”

เขย่าประตูโวยวายอยู่พักใหญ่ไม่มีเสียงตอบรับ แม้ร่างกายเปลือยเปล่าแต่อารมณ์เดือดพล่านมีมากกว่าความเย็นที่สัมผัสร่างกาย เมื่อทำอะไรไม่ได้อย่างใจ การระบายความอัดอั้นแบบเดิมๆจึงเริ่มขึ้น คุณหนูเอาแต่ใจลูกเจ้าพ่ออ่างทองคำกลายเป็นพายุหมุนในเวลาเพียงไม่นาน

“นี่แน่ะ..ขังพราวใช่ไหม..เพล้ง!...โครม!..”

ข้าวของที่มีอยู่ถูกทุ่มโยนทิ้งกระจัดกระจาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน หมอน โครมไฟ กระจายเต็มพื้น เหวี่ยงสารพัดสิ่งไม่หนำใจหันไปเห็นอะไรบางอย่างบนโต๊ะเครื่องแป้ง โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ที่ไม่ใช่เครื่องที่เธอใช้เมื่อตอนสาย วางทัพบนกระดาษ มีข้อความโย้เย้.ภาษาไทยเหมือนลายมือเด็กอนุบาล ฝากไว้ให้ดูต่างหน้าจอมเผด็จการ

‘ผมขอโทษนะที่รัก..ที่เก็บเสื้อผ้าและสมบัติของคุณทุกชิ้นไว้ เพราะไม่แน่ใจว่าคุณยังคิดจากผมไปอยู่หรือเปล่า ผมรู้ใจตัวเองดีว่ารักคุณมาก มากจนไม่อาจอยู่ได้อีกต่อไปถ้าไม่มีคุณ  อย่าโกรธผมเลยนะที่รัก ผมพร้อมจะอธิบายทุกอย่างให้คุณรับรู้ แต่ตอนนี้ผมขอไปสะสางงานกับมาดริก่อน เย็นๆจะรีบกลับมา มีอาหารและนมในตู้เย็น ถ้าหิวคุณทานรองท้องไปก่อน ส่วนโทรศัพท์ผมให้ไว้เผื่อคุณต้องการอะไรโทรบอกผม ลูกน้องผมที่อยู่ข้างนอกเขาจะไม่มายุ่งกับคุณเพราะผมสั่งห้ามเด็ดขาด อีกอย่างคุณอยู่ในสภาพไร้เสื้อผ้าแบบนี้ผมหวงรู้ไหม ผมรักคุณมากนะพรารตา...

....ฟาบี้ของคุณคนเดียว...’

 

            “กรี๊ดด..นี่หรือความรักของคุณ ฟาบิโอ เอาพราวมาขังไว้ พราวเป็นคนนะไม่ใช่สัตว์เลี้ยง คุณทำให้พราวเริ่มไม่มั่นใจในตัวคุณแล้วรู้ไหม ไอ้คนบ้า..คนเห็นแก่ตัว” พราวรตาเริ่มโวยวายอีกครั้ง มือบางขยำกระดาษของเขาปาทิ้งไม่หนำใจ ยกโทรศัพท์ขึ้นตั้งใจใช้เป็นที่ระบายอารมณ์ แต่เห็นตัวเองในกระจกเสียก่อน

หญิงสาวขยับตัวกลับไปส่องกระจกดูสภาพตัวเองให้ชัดๆ ไม่น่าเชื่อคุณหนูพราวรตา ที่บริวารของป๋าเรียกขาน และถูกเลี้ยงดูราวเจ้าหญิงมาตลอด จะเป็นคนเดียวกับพราวรตาที่นั่งอยู่หน้ากระจกตอนนี้ หญิงสาวร่างเพียว ความสูงมาตรฐานสาวไทย แม้ดูอวบอิ่มในสัดส่วนที่เหมาะสมแต่ใบหน้าผมเผ้ายุ่งเหยิง สภาพล่อนจ้อนอยู่หน้ากระจก ผิวที่เคยนวลเนียนมีริ้วรอยเป็นจ้ำตามตัวหลายจุด จากการตีตราจองตามแรงรักแรงอารมณ์ของคนรัก ดวงตามีรอยช้ำจากการร้องไห้ผิดหวังที่ชีวิตรักไม่เป็นเหมือนที่คาดหวังไว้ ความสดใสที่เคยมีหายไป  พราวรตาจ้องใบหน้าตัวเองนิ่ง ไม่น่าเชื่อความรักและการหนีกำเนิดของตัวเอง ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้

“ทำไมฟาบี้ ทำไมความรักของเรามันไม่ง่ายอย่างที่พราวคิด แล้วพราวจะทำยังไงต่อไป” หญิงสาวได้แต่คร่ำครวญอยู่คนเดียว แม้ที่ผ่านมาจะมีความสุขเมื่อได้อยู่กับคนรัก เวลานี้เธอกลับรู้สึกเดียวดาย นึกถึงป๋ากับบริวารคนอื่นๆแต่ไม่อยากนำปัญหากลับไปทำให้ป๋าไม่สบายใจ ให้ท่านคิดว่าเธอยังอยู่ดีมีสุขน่าจะดีกว่า ที่ผ่านมาเธอเป็นภาระกับป๋ามากพอแล้วควรเติบโตเสียที

หากปล่อยให้ชีวิตเป็นอย่างนี้ต่อไปสภาพเธอคงแย่ลงเรื่อยๆ ความมั่นใจในตัวฟาบิโอเริ่มสั่นคลอน ในเมื่อไม่มีป๋าและบริวารเป็นผู้ช่วย ยังมีคนหนึ่งที่นึกถึงในตอนนี้ ‘นาขวัญ’ หากชวนเพื่อนมาเที่ยวที่นี่ฟาบิโอคงไม่กล้าขัดใจ ตัวเขาเองเริ่มไม่มีเวลาอยู่กับเธอมากเหมือนสามวันที่ผ่านมาอีกแล้ว ท่าทางแม่ของเขาคงไม่ยอมให้ลูกชายอยู่กับเธอได้ตลอดเวลาเหมือนเดิม ไหนจะคู่หมั้นของเขาอีก พราวรตาเชื่อเหลือเกินว่า เวลานี้คู่หมั้นของเขายังมีอิทธิพลในชีวิตเขาอยู่ ไม่อย่างนั้นคงถอนหมั้นกันไปแล้ว

ระหว่างที่คิดมือเล็กกดโทรศัพท์เล่นไปเรื่อยและในที่สุด หมายเลขผู้ช่วยที่เธอไว้ใจก็ปรากฏขึ้น พราวรตารีบกดโทรศัพท์หาทันที

 

“ฮัลโหล สวัสดีค่ะ” เสียงปลายสายเอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการเพราะไม่คุ้นกับเบอร์ที่โทรหา นาขวัญกำลังเดินช็อปปิ้งแก้เซ็ง เวลาเที่ยงกว่าๆเธอเริ่มหิว จึงเดินไปทางร้านอาหารภายในห้างสรรพสินค้า แต่มีสายโทรเข้าเสียก่อน เธอทรุดตัวนั่งที่ม้านั่งข้างร้านค้าที่เพิ่งเดินออกมา

“ขวัญ..เอ่อ..” พราวรตาอึกอักเมื่อได้ยินเสียงเพื่อน ความรู้สึกหวั่นไหวกลับมาอีกครั้งเมื่อก้มดูสภาพตัวเอง ที่ยังเปลือยล่อนจ้อนไร้อาภรณ์ปกปิดร่างกาย

“ยายพราวมีอะไรหรือ? ปลุกรอบเช้าแล้วมารอบเที่ยงเหมือนมื้ออาหารเลยนะเนี่ย” นาขวัญถามเพื่อนทีเล่นทีจริง รู้สึกแปลกใจที่วันนี้พราวรตาโทรหาเธอเป็นครั้งที่สอง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้หายเงียบไร้วี่แวว

“จริงสิ ที่นี่ห้าโมงเย็นเมืองไทยคงเป็นเที่ยงวันสินะ ขวัญทานข้าวอยู่เหรอ”พราวรตาถามเพื่อนเหงาๆ นึกถึงความเป็นอยู่ที่เมืองไทย แล้วรู้สึกละอายใจตัวเองที่ทำอะไรแต่ละอย่างเหมือนคนสิ้นคิด หนีอดีตของตัวเอง แต่เสียใจกับชีวิตใหม่ยิ่งกว่าเดิม

“ยังหรอก พอดีออกมาซื้อของ ยังไม่เปิดเทอมอยู่บ้านเฉยๆเบื่อจะแย่แล้ว กว่าจะเปิดเทอมอีกเป็นเดือน ขวัญอยากหาที่เที่ยวแก้เซ็งไม่รู้จะไปไหนดี เพิ่งกลับมาจากเกาะกูดไม่กี่วันจะไปเที่ยวต่อก็เกรงใจคุณพ่อ”

“ขวัญอยากเที่ยวเหรอ มาหาพราวไหม” กลั้นใจถามเพื่อนขณะที่ก้อนสะอื้นเริ่มมาจุกที่คอ เหงาเหลือเกิน ไม่รู้เมื่อไหร่คนรักจะกลับมาเสียที ที่ผ่านมาอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจึงไม่รู้สึกเหงา สำหรับตอนนี้อยากมีเพื่อนอยากมีอิสระเหมือนที่ผ่านมาเหลือเกิน

“อะไรนะพราว มอนเตเนโกรเนี่ยนะ ไม่ใช่ไปพัทยานะจะได้ไปหาง่ายๆ” นาขวัญพูดด้วยความขบขันเพื่อนรัก คุณหนูเอาแต่ใจเป็นแบบนี้ทุกที อยู่ต่างบ้านต่างเมืองคงเริ่มรู้แล้วสิ ว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆอย่างที่ต้องการ หากไม่มีคนที่รักลูกสุดหัวใจอย่างป๋าจัดการให้

“ขวัญ..พราวเหงา..อยู่ที่นี่พราวมีแต่ฟาบี้คนเดียว..”น้ำเสียงของพราวรตาเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย น้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งไปแล้วเริ่มหยาดรินอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป

“พราวมีอะไรหรือเปล่า ทำไมเสียงถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ นี่ร้องไห้ด้วยใช่ไหม” นาขวัญเริ่มเป็นห่วงเพื่อนรัก รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเพื่อน

“ขวัญ พราวไม่รู้จะทำยังไงดี ฟาบิโอเขามีคู่หมั้นแล้ว..ฮื่อ ๆ พราวจะทำยังไงดี” เมื่อมีนาขวัญเป็นที่ปรึกษา พราวรตาไม่สามารถเก็บความรู้สึกได้อีกต่อไป เสียงร้องไห้พร้อมอาการสะอื้นปรากฎให้เพื่อนได้ยินชัดเจน

“อะไรนะมีคู่หมั้นแล้ว นี่เท่ากับว่าเขาหลอกลวงพราวน่ะสิ”นาขวัญรู้สึกโกรธและไม่พอใจแทนเพื่อนไปด้วย

“เขาบอกว่ามีความจำเป็น....”พราวรตาตอบเพื่อนเสียงเบาหวิว มือคอยเช็ดน้ำตาเป็นระยะ

“แล้วพราวคุยกับเขาให้รู้เรื่องหรือยัง”

“ยังเลยขวัญ หลังจากพราวโทรหาขวัญเมื่อเช้า คู่หมั้นเขาโทรมาพราวเลยรู้เรื่องก่อน เมื่อกลางวันเราทะเลาะกัน แล้วเอ่อ....” หญิงสาวตอบเพื่อนได้แค่นั้นเริ่มอึกอักไม่กล้าเล่าต่อว่าเหตุการณ์สิ้นสุดที่ตรงไหน แม้จะมีความสุขวาบหวามในเวลานั้น แต่ความทุกข์ความเหงามีมากขึ้นในเวลานี้

“เขาทำร้ายร่างกายพราวหรือเปล่า”น้ำเสียงของเพื่อนรักทั้งกังวลและเป็นห่วง

“ปะ..เปล่า..เขาไม่ได้ทำร้ายร่างกายพราว..เพียงแต่พราวอยากมีอิสระกว่านี้ อยากมีเพื่อนคุย”พราวรตาตอบเพื่อนด้วยความรู้สึกละอายใจ กลางวันที่ผ่านมาเธอหลงระเริงกับไฟรักของฟาบิโออย่างคนไร้สติ ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง เวลานี้เริ่มรู้สึกตัวว่าเหมือนสัตว์เลี้ยงของเขา แม้เขาจะให้ความรักและดูแลอย่างดี แต่ไร้อิสระถูกกักขังไว้ทั้งทางกายและหัวใจ

“ตอนนี้พราวอยู่ที่ไหน”

“พราว...พราว อยู่ในห้องนอนบ้านพักของเขา” ตอบเพื่อนไปแต่ไม่กล้าบอกว่าเธอกำลังถูกคนรักขังไว้

“นายฟาบิโอล่ะ”   

“ไปช่วยแม่เขาดูแลงาน พราวเลยอยู่คนเดียว เขาทิ้งโทรศัพท์ไว้ให้ใช้โทรหาเขา เผื่อพราวอยากได้อะไรเขาจะหามาให้” พราวรตาตอบ โดยไม่อธิบายอะไรมากมาย

“ทำไมต้องหามาให้ ทำไมพราวไม่ไปเลือกเอง พูดเหมือนถูกขังไว้เลยนะ”นาขวัญรับรู้ถึงเค้าลางแห่งความทุกข์ของเพื่อน ท่าทางพราวรตาจะมีปัญหาใหญ่เสียแล้ว

 “ก็..พราวไปไม่ถูกน่ะ อยู่ที่นี่คุยกับใครไม่ค่อยรู้เรื่องนอกจากฟาบี้คนเดียว” พราวรตาพยายามพูดให้ดูดีเพื่อไม่ให้เพื่อนกังวลกับเธอมากเกินไป

“มีแม่เขาอีกคนนี่ ไหนบอกว่าแม่เขาเป็นลูกครึ่งไทย พูดไทยได้ด้วยไง”

“พราวได้แค่แนะนำตัวน่ะ เห็นว่างานยุ่งๆกันเลยไม่กล้ารบกวน ขวัญมาหาพราวนะ พราวจะได้มีเพื่อนเที่ยว ขวัญก็จะได้พักผ่อนก่อนเปิดเทอมไง” หญิงสาวพยายามอ้อนวอนเพื่อน เธอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดในตอนนี้ แต่ไม่อยากให้ป๋าหนักใจ คิดว่านาขวัญคนเดียวก็พอแล้ว

“ขวัญว่าท่าทางพราวกำลังมีปัญหาใช่ไหม”

“พราวไม่ได้..” พราวรตาอยากปฏิเสธ แต่ไม่สามารถหาคำพูดมาอธิบายได้

“ไม่ต้องมาปฎิเสธเลย เห็นมั้ยตามเขาไปมีปัญหาจนได้ เอาเป็นว่าขวัญจะรีบไปหาพราวให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน สงสัยต้องให้คุณพ่อช่วยเรื่องวีซ่า จะได้เร็วหน่อย” นาขวัญสรุปทุกอย่างได้ตามความต้องการของเพื่อนรัก แม้จะเป็นเพื่อนกันแต่นาขวัญมีอายุมากกว่าหนึ่งปี จึงรู้สึกรักและเป็นห่วงพราวรตาเหมือนน้องสาว จนเพื่อนสาวเกิดความเคยชินมักให้เธอเป็นคนช่วยแก้ปัญหาอยู่บ่อยครั้ง

“จริงหรือขวัญ พราวดีใจจังเลย พราวจะรอขวัญนะ ยังไงพราวจะรอเพื่อนรัก”น้ำเสียงของพราวรตาสดใสขึ้น มีเสียงหัวเราะถูกใจแทรกมาเล็กน้อย ระหว่างย้ำกับเพื่อนเหมือนบอกตัวเอง ว่าเธอต้องสู้ด้วยตัวเองให้ได้ ก่อนเพื่อนจะมาถึง

“ย่ะ รู้แล้วว่าดีใจเสียงใสขึ้นมาเชียว เห็นขวัญเป็นยาคลายเคลียดของพราวไปแล้วหรือนี่”

“แหม..ก็พราวดีใจนี่ ขวัญมาเร็วๆนะ”เสียงสดใสของคนที่เพิ่งร้องให้ย้ำกับเพื่อนอีกครั้ง

“ทีอย่างนี้มาเร่ง ทีตอนจะไปไม่บอกสักคำ”อดไม่ได้ที่นาขวัญจะพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา

“พราวขอโทษ ก็พราวขอโทษแล้วไง”น้ำเสียงของพราวรตาแผ่วลงเล็กน้อย

“เอาเถอะ รู้แล้ว ไม่ต้องขอโทษแล้ว ขวัญเข้าใจคนมีความรักมันก็อย่างนี้แหละ ตัดสินด้วยใจ แค่นี้ก่อนนะพราว มีมารผจญตามรังควานอีกแล้ว” นาขวัญบอกเพื่อนเมื่อเห็นใครบางคนตามเธอใกล้เข้ามาทุกที

“มารอะไรหรือขวัญ”

“อย่าเพิ่งรู้เลย ไปถึงโน่นขวัญจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน ให้คุณพ่อจัดการเอกสารให้คิดว่าไม่กี่วันหรอก”นาขวัญไม่อยากเล่าเรื่องจอมตื้อ ที่ตามเธอจนได้เรื่องให้เพื่อนฟัง

“ก็ได้ ถ้าพราวเบื่อๆจะโทรมาหาขวัญอีกนะ” พราวรตาบอกด้วยความเกรงใจ

“ได้อยู่แล้วเพื่อนรัก แค่นี้ก่อนนะแล้วค่อยคุยกัน” นาขวัญรีบตัดบท

“ได้จ้าขวัญ บ๊ายบายนะ”

พราวรตารู้สึกดีขึ้นหลังจากได้คุยกับเพื่อน หันมาตั้งหลักใหม่ เธอต้องอยู่ให้ได้จนกว่านาขวัญจะมาถึง ไหนๆก็ยอมทุ่มเททั้งกายและใจให้ฟาบิโอไปแล้ว เธอจะไม่ยอมให้ทุกอย่างสูญเปล่า ผู้ชายมักชอบผู้หญิงอ่อนหวานเอาใจเก่ง เธอจะทำในแบบของตัวเอง

เมื่อคิดได้อย่างนี้พราวรตาจึงเริ่มทำความสะอาด สิ่งที่พายุอารมณ์กระหน่ำไว้จนเต็มห้อง ตั้งใจว่าจะคุยกับฟาบิโอดีๆ โวยวายไปก็มีแต่เสียเปรียบ หนีไปก็ไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดได้หรือเปล่าเพราะไม่รู้จักที่นี่ ในเมื่อเป็นเมียเขาแล้วทำหน้าที่เมียให้ดีที่สุด รอเพื่อนรักมาช่วย บางทีอะไรอาจจะดีขึ้นก็ได้ การเป็นผู้หญิงอ่อนแอ น่าจะทำให้ฟาบิโอเห็นใจเธอมากกว่าทำแข็งกร้าวเข้าใส่เขา

“คุณนี่ หนีมาช็อปปิ้งไม่บอกกันบ้างเลยนะ” กรวิคต่อว่าขณะนาขวัญลุกขึ้นเดินหนีเขาดื้อๆ

“นายไม่มีงานทำหรือไงถึงได้มีเวลาตามฉันได้แทบทุกวัน”

“คุณก็ จะไม่ให้ตามยังไงล่ะครับ คนเป็นแฟนกันไปไหนไปด้วยกันเรื่องธรรมดาจะตาย” กรวิคทำหน้าทะเล้นเข้าใส่ แม้สาวเจ้าจะตีสีหน้าเคร่งตอบแทนก็ตาม

“ใครเป็นแฟนใครอย่ามาพูดแบบนี้นะฉันไม่ชอบ อยากคุยกับคุณพ่ออีกสักรอบไหมล่ะ” นาขวัญเอาคุณพ่อผู้กำกับการของเธอมาขู่ ซึ่งก็ได้ผลทำให้จอมทะเล้นสีหน้าเฝื่อนไปเล็กน้อย

เมื่อสองวันก่อนเขาตามเธอไปทุกที่จนรำคาญ โทรบอกพ่อ ท่านจึงให้ลูกน้องเรียกกรวิคซึ่งจอดรถอยู่หน้าบ้านเข้าไปพบ นักท่องราตรีจอมทะเล้นถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอการสอบสวนชุดใหญ่จากท่านผู้กำกับการ ราวกับเขาเป็นผู้ต้องหา เขาจึงได้แต่ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีของนาขวัญ เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อของเธอ ส่วนลับหลังเขาก็ยังทำเป็นจอมตื้ออยู่เช่นเดิม

“คุณขวัญล่ะก็เอาคุณพ่อนายตำรวจใหญ่มาขู่ผมอยู่เรื่อย ยิ่งได้ข่าวว่าท่านกำลังจะขึ้นเป็นนายพลปีนี้ ผมยิ่งเกรงใจ”

“เกรงใจก็ไปห่างๆฉันสิ มาตามทำไมนักหนา” นาขวัญสะบัดเสียงด้วยความรำคาญ ยิ่งนึกถึงเรื่องของเพื่อนรักที่ถูกฟาบิโอหลอกลวง ทำให้ไม่พอใจกรวิคไปด้วย

“ก็ผมอยากอยู่ใกล้ๆคุณนี่ ไม่รู้เป็นไงอยากเห็นหน้าทุกวัน ไม่งั้นผมกินข้าวไม่ลง”

“เลี่ยนมากเลยนะคำพูดของนายนี่ ออกแนวลิเกมากไปหน่อยมั้ง” นาขวัญหยุดเดินหันมาว่าตรงๆแบบไม่เกรงใจ

“ฮื้อ...คุณนี่กล่าวหาผม ผมไม่ได้ออกแนวลิเกซะหน่อย นี่มันแนวหมอลำชัดๆ” กรวิคยื่นหน้าทะเล้นเต็มไปด้วยหนวดเครารกๆสัญลักษณ์ของเขามาใกล้ จนนาขวัญเบนหน้าหนีแทบไม่ทัน

“พอเลย..จะไปไหนก็ไปไกลๆ พวกลวงโลก”หญิงสาวผลักอกเขาแรงๆหนึ่งที อารมณ์โกรธเริ่มก่อตัวมากขึ้น ‘นี่เขาไม่สำนึกบ้างหรือไงนะว่ามีส่วนทำให้เพื่อนเธอเสียใจขนาดไหน’

“อะไรของคุณอีกล่ะนี่ อยู่ๆก็มาว่าผม”กรวิคมองก้มลงมองหน้านาขวัญอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่หญิงสาวเงยหน้าแดงก่ำด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธมองเขา ด้วยสายตากล่าวหา

“คุณรู้ใช่ไหมว่านายฟาบิโอมีคู่หมั่นอยู่แล้ว” นาขวัญถามเสียงต่ำ หรี่ตาเล็กน้อยมองกรวิค ท่าทางเหมือนคุณพ่อผู้การเวลาสอบสวนเขาไม่มีผิด

“เอ่อ..คุณขวัญ” ชายหนุ่มอึกอัก เริ่มรู้แล้วว่าเขากำลังจะถูกนาขวัญสอบสวนชุดใหญ่

“คุณรู้ แล้วยังให้เพื่อนคุณมาหลอกยายพราวเนี่ยนะ” นาขวัญถามด้วยความไม่พอใจแต่ไม่กล้าเสียงดังนัก ผู้คนผ่านไปมาเริ่มมองเธอกับเขาเป็นจุดสนใจมากขึ้น

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคุณขวัญ เพื่อนผมมันรักคุณพราวจริงๆ มันอยากรับผิดชอบคุณพราวหลังจากที่มีอะไรกันไปแล้ว”กรวิคตอบเสียงอ่อย ขณะเดินตามนาขวัญไปเรื่อยๆ

“รับผิดชอบ ด้วยการเอาไปเป็นเมียเก็บล่ะสิ”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เดี๋ยวก็เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็นเมียโดยสมบูรณ์แบบแล้ว” กรวิคพูดเหมือนทีเล่นทีจริงหวังให้นาขวัญรู้สึกดีขึ้น แต่กลายเป็นว่าเธอรู้สึกว่าเขารู้เห็นการกระทำทุกอย่างของฟาบิโอ

“นายหมายความว่ายังไง”หญิงสาวหยุดเดินหันมามองหน้า ตั้งใจคุยกับเขาให้รู้เรื่อง แม้จะเป็นทางเดินในห้างสรรพสินค้าก็ตาม

“คือ..นายฟาบี้หมั้นกับซาเนียด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ไม่ได้รักกันมาก่อน”

“แต่ก็ยังไม่ได้ถอนหมั้น”

“ฟาบี้พยายามหาทางอยู่ครับคุณขวัญ”

“มัวแต่หาทางยายพราวก็แย่พอดี เป็นเพราะนาย นายเครารก นายมีส่วนทำให้ยายพราวต้องลำบาก นายต้องรับผิดชอบ”นาขวัญโยนความผิดให้เข้าเต็มๆ

“เอ๊า..มาเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ นายฟาบี้เป็นคนจัดการเองทั้งนั้น ผมยังโดนวางยาด้วยเลยตอนเขาหนีไปด้วยกัน”ชายหนุ่มโวยวายน้ำเสียงตอนท้ายขอความเห็นใจเล็กน้อย

“ถ้าไม่มีนาย เพื่อนนายก็ไม่มีทางเข้าถึงตัวยายพราวได้ง่ายขนาดนี้”

“ตกลงให้ผมผิดจนได้ว่างั้นเถอะ ไม่ต้องทำหน้าดุขนาดนั้นหรอกคุณขวัญ ผมยอมรับผิดในส่วนนั้นก็ได้ คนเราเป็นเพื่อนกันมันจำเป็นต้องช่วยเหลือกันบ้าง คุณน่าจะเข้าใจ” กรวิคพยายามอ่อนข้อให้นาขวัญ ในส่วนที่เขารู้เห็น แต่ดูเหมือนแม่สาวลูกนายตำรวจใหญ่ยังไม่พอใจอยู่ดี

“ช่วยเหลือเพื่อนคุณ จนเพื่อนฉันหนีตามเพื่อนคุณไปนี่นะ”สายตาสดใสแบบเด็กๆของเธอตวัดค้อนใส่เขาเล็กน้อย

“ผมยอมรับผิดแล้ว คุณจะเอายังไงอีก”

“แค่คำพูดยังไม่พอ นายต้องไปหาคุณพ่อกับฉัน”นาขวัญบอกเขาเสียงเฉียบขาด เธอต้องใช้กรวิคเป็นตัวช่วย หาทางให้เพื่อนรักได้อยู่อย่างมีความสุข

 “อะไรนะ? ไปหาคุณพ่อนายตำรวจใหญ่ของคุณนี่นะ ไม่เอาหรอก คราวที่แล้วผมก็ฉี่จะราดไปรอบหนึ่งแล้ว”กรวิคทำท่าถอยทัพ สีหน้าหวาดกลัวเกินเหตุจนนาขวัญรู้สึกหมันไส้

“ถ้าขี้ขลาดแบบนี้ก็ไปไกลๆ อย่ามาให้เห็นหน้าอีก” นาขวัญว่าเขาอย่างไม่เกรงใจ

“ไล่อีกแล้ว..ทำไมชอบขับไล่ไสส่งกันนักนะ ก็ได้ไปก็ไป ว่าที่คุณพ่อตาจะเอาผิดอะไรผมได้ ผมไม่ได้ทำผิดร้ายแรงเสียหน่อย” ชายหนุ่มพูดเสียงอ่อยหางเสียงพูดเหมือนให้กำลังใจตัวเอง

“ดีมาก..ไม่ต้องมาบ่นให้มากความ ไปช่วยฉันหิ้วของแล้วไปพบคุณพ่อด้วยกัน”นาขวัญบอกพร้อมเดินนำหน้าเขาไปทางร้านอาหารโปรดคงเธอ คงต้องเลี้ยงอาหารจอมตื้อสักมื้อ ก่อนให้เขาทำหน้าที่ช่วยถือของ แล้วค่อยกลับบ้านไปหาคุณพ่อผู้การของเธอ

“คิดผิดหรือเปล่าเนี่ยนายวิค ตามจีบคุณหนูลูกนายตำรวจใหญ่ ถูกใช้ราวกับเป็นคนรับใช้ประจำตัว”

“บ่นอะไรอยู่คนเดียว ตามมาได้แล้วฉันหิวข้าว ทานอะไรแล้วจะได้รีบซื้อของ วันนี้คุณพ่ออยู่บ้าน กลับช้านายรับผิดชอบเองนะ”ลูกนายตำรวจใหญ่ยังขู่เขาได้อีก ในขณะที่กรวิคมีสีหน้าดีขึ้น อย่างน้อยเขาก็มีเวลาใกล้ชิดนาขวัญ อย่างไม่ต้องแอบตามเธออีกต่อไป

“คร๊าบ ๆ คุณหนูขวัญ เชื่อเขาเลย ลูกนายตำรวจนี่ดุชะมัด”

นาขวัญหวังจะให้กรวิคพาเธอไปหาฟาบิโอกับพราวรตาได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นเพื่อนสนิทกันเมื่อถึงที่นั่นแล้วเธอจะใช้จอมตื้อให้คุ้มที่สุด อยากเป็นคนรู้ใจลูกว่าที่นายพลก็ต้องพิสูจน์ตัวเองมากหน่อยนะนายกรวิค

 

“ว่าไงครับท่านว่าที่นายพลมีอะให้ผมรับใช้หรือครับถึงโทรมาหากันได้” เสี่ยพิทักษ์ถามเพื่อนรักอย่างเป็นกันเอง ในระยะหลังน้อยครั้งที่ผู้การประชาจะเป็นฝ่ายโทรหาเขาก่อน เพราะไม่อยากมีปัญญาถูกตรวจสอบ เรื่องมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล แต่ความเป็นเพื่อนของทั้งสองก็ยังมีอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะลูกสาวของทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน ทำให้ความผูกพันของเพื่อนส่งผ่านสู่ลูกทั้งสองคน

“โทรมาคุยเรื่องลูกๆน่ะท่านเจ้าพ่อ ยายขวัญมาขอไปเที่ยวยุโรปกับเพื่อน ผมเลยว่าจะขอให้หนูพราวไปเที่ยวกับยายขวัญด้วยน่ะ เห็นเด็กๆสนิทสนมกันดี เพิ่งไปเกาะกูดด้วยกันไม่กี่วันนี่เอง จะไปเที่ยวอีกแล้ว ยายขวัญอยากพักผ่อนก่อนเรียนต่อโทน่ะ ผมไม่ค่อยอยากปล่อยให้ไปกับนายกรวิคเพื่อนที่เป็นไกด์ตามลำพัง”ผู้การบอกธุระสำคัญของเขา

นาขวัญพากรวิคมาคุยกับผู้การด้วยตัวเอง ในฐานะที่ครอบครอบครัวของกรวิคทำธุรกิจนำเที่ยวอยู่แล้ว อีกทั้งเขามีเพื่อนเป็นเจ้าของโรงแรมในยุโรปหลายแห่ง การไปเที่ยวของนาขวัญมีความปลอดภัยระดับหนึ่ง เพราะไปกับคนรู้จักและมีการตรวจสอบอย่างดีโดยท่านผู้การเอง

“แล้วหนูขวัญพูดถึงยายพราวว่ายังไงบ้าง” เสี่ยพิทักษ์กลั้นใจถามเพื่อนว่าที่นายพล เขาไม่ได้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้ นอกจากลูกน้องคนสนิทที่รู้เรื่องดีอยู่แล้ว ไม่อยากให้ลูกเสื่อมเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้ แม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นความจริงก็ตาม

“ก็ไม่เห็นว่ายังไง พอดีพาเพื่อนที่เป็นไกด์มาขออนุญาตด้วย ผมมัวแต่งงอยู่ เลยลืมถาม” ผู้การประชาตอบตามความเป็นจริง เมื่อเห็นหน้ากรวิคอีกครั้งบ่ายวันนี้ หลังจากเคยขู่มาแล้วหนึ่งครั้งไม่ให้มาทำเล่นๆกับลูกสาวของท่าน มาคราวนี้นาขวัญเป็นคนจัดการเองทั้งหมด พร้อมอธิบายเหตุผลถึงข้อดีที่ท่านสามารถตรวจสอบกรวิคได้

“แล้วจะไปประเทศไหนบ้างล่ะ ท่านผู้การ” เสี่ยพิทักษ์ถามเสียงเรียบ คิดว่านาขวัญคงติดต่อกับพราวรตาแน่นอน จึงคิดจะไปทัวร์ยุโรปในครั้งนี้ ลูกสาวของเขาคงเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว ไม่อย่างนั้นเพื่อนสนิทคงไม่รีบหาทางตามไปเร็วขนาดนี้ ทั้งๆที่เพิ่งไปจากเมืองไทยยังไม่ถึงสัปดาห์ด้วยซ้ำ

“เห็นบอกว่าจะไปอิตาลี กับ มอนเตเนโกร นายไกด์มีเพื่อนเป็นเจ้าของโรงแรมที่นั่น”

“อย่างนี้นี่เอง พอดียายพราวเพิ่งไปประเทศแถบนั้นได้ไม่กี่วันนี่เอง คงนัดกันไว้ก่อนแล้วมั้งท่านผู้การ เรื่องของเด็กๆน่ะ ปล่อยให้เที่ยวสักพักแล้วกลับมาเรียนก็ดีเหมือนกัน นี่ผมว่าจะไปดูลู่ทางทำธุรกิจที่นั่น วันสองวันนี้ก็บินไปแล้ว นัดกับเพื่อนชาวอิตาลีไว้น่ะ” เสี่ยพิทักษ์บอกเพื่อนเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทั้งๆที่ความจริงในใจเขากำลังเดือดพล่าน หากนายอัลเวส หรือใครก็ตามทำให้ลูกรักของเขาเสียใจ เขาจะเอาคืนอย่างสาสม เพื่อนชาวอิตาลีที่เขาบอกผู้การประชา ความจริงเป็นมาเฟียคุมธุรกิจเช่นเดียวกับเขา

“จะไปเปิดสาขาคลีโอที่นั่นหรือเจ้าพ่อ”ท่านผู้การเอ่ยเป็นเชิงล้อเลียนเพื่อน

“ไม่รู้สิผู้การ อาจทำอย่างอื่นก็ได้ไปดูลู่ทางไว้ก่อน”

“ยังไงผมจะเร่งเรื่องเอกสาร ถ้าไปพร้อมเจ้าพ่อได้ผมว่าน่าจะดีนะ อย่างน้อยอยู่กับคุณผมก็ไว้ใจมากกว่าอยู่กับไอ้เคราหนานั่น”น้ำเสียงของท่านผู้การบอกถึงความไม่ไว้ใจกรวิคนัก แม้ท่านจะมั่นใจในความฉลาดและการเอาตัวรอดของนาขวัญก็ตาม

“เด็กๆเขาคงไม่คิดเหมือนเราหรอกท่านผู้การ เขาอยากมีอิสระ ดูอย่างยายพราวซิ หนีไปเที่ยวคนเดียวไม่เอาป๋าไปด้วย” เสี่ยพิทักษ์อดไม่ได้ที่จะพูดถึงลูกสาวด้วยความน้อยใจ เลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดกว่ายี่สิบเอ็ดปี ลูกรักก็ยังหนีไปง่ายๆแม้จะมีเหตุผลรองรับเรื่องชาติกำเนิด ลูกน่าจะคิดสักนิดที่ผ่านมาป๋าคนนี้เลี้ยงดูด้วยความรัก ฟูมฟักยิ่งกว่าพ่อแท้ๆหลายๆคนที่ลูกเคยรู้จักด้วยซ้ำ

“เดี๋ยวคุณก็ตามไปดูแลแล้วนี่ เอาเถอะเจ้าพอยังไงเด็กๆเขาก็โตๆกันแล้ว อันไหนพอปล่อยได้ก็ปล่อยไป”ผู้การประชาพูดในฐานะพ่อคนหนึ่งที่มีลูกสาววัยเดียวกัน

“ผมก็คิดเหมือนท่านนั่นแหละ ผมอยากคุยกับหนูขวัญหน่อยได้ไหม อยากคุยเรื่องยายพราวก่อนน่ะ” เสี่ยพิทักษ์บอกเพื่อนอย่างมีความหวัง เขาอยากให้นาขวัญเป็นผู้ช่วยคนสำคัญดูความเป็นอยู่ของลูกสาว ก่อนเริ่มจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง หากฟาบิโอไม่สามารถแก้ปัญหาให้ดีขึ้นตามที่เขาต้องการ

“อ๋อ..จะนัดเจอกันที่นั่นใช่ไหม เอาสิ ผมจะให้ยายขวัญโทรหาคุณ ตอนนี้คงต้องขอตัวก่อนพอดีต้องเตรียมตัวไปงานเลี้ยงกับคุณภรรยาน่ะ มัวแต่ช้าเดี๋ยวเธอจะโกรธเอา”

“ตามสบายครับท่านผู้การ ยังไงรีบบอกหนูขวัญโทรหาผมด่วนเลยนะ” เสี่ยพิทักษ์กำชับอีกครั้ง

“ครับท่านเจ้าพ่อ ขอบคุณที่จะดูแลลูกสาวให้นะ”

“ไม่มีปัญหาอยู่แล้วเรื่องนั่น”

“ได้ยินแบบนี้ก็สบายใจ แค่นี้นะภรรยาผมเรียกแล้ว”

“ครับท่านว่าที่นายพล”

ทั้งสองฝ่ายต่างวางสายด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น ผู้การประชาหมดห่วงเรื่องที่ลูกจะไปกับกรวิคตามลำพัง ส่วนเสี่ยพิทักษ์มีความหวังจะได้รู้ความเป็นอยู่ที่แท้จริงของลูกจากคนที่ไว้ใจได้

 

“เสี่ยพิทักษ์พูดครับ” เสี่ยพิทักษ์รับสายจากนาขวัญในช่วงค่ำ ด้วยความยินดี

“ป๋าคะ ขวัญเองค่ะเห็นคุณพ่อบอกว่าป๋าอยากคุยกับขวัญ” นาขวัญเอ่ยอย่างไม่แน่ใจว่า ป๋าของเพื่อนรู้อะไรมาบ้าง

“ป๋าได้ข่าวว่าหนูขวัญจะไปเที่ยวมอนเตเนโกร”

“คือขวัญ..” เมื่อถูกถามตรงๆแม้จะเตรียมตัวมาแล้ว นาขวัญก็อึกอักได้เหมือนกัน

“ไปหายายพราวใช่ไหม” เสี่ยพิทักษ์ถามจี้ตรงตัว

“ขวัญบอกให้พราวโทรหาป๋าค่ะ” นาขวัญกลับตอบไปอีกทาง

“ยายพราวโทรหาป๋าแล้ว บอกว่าสบายดี” น้ำเสียงของเสี่ยพิทักษ์ดูดีขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องคุยกับลูกสาว

“อย่างนั้นหรือคะ ยายพราวชวนขวัญไปเที่ยวน่ะค่ะ ขวัญไม่ได้เล่าให้คุณพ่อฟังเรื่องยายพราวหนีไปกับแฟนเขา”นาขวัญบอกไม่เต็มเสียง ห่วงความรู้สึกของป๋าในฐานะคนเป็นพ่อเช่นกัน

“ดีแล้วที่หนูไม่บอกใคร เรื่องแบบนี้พูดไปยายพราวมีแต่เสียกับเสีย ป๋าว่าจะตามไปดูเหมือนกันว่ายายพราวเป็นยังไงบ้าง แต่ดูท่าทางยายพราวคงยังไม่พร้อม ถ้าเป็นหนูขวัญคงจะง่ายกว่า ป๋าฝากหนูขวัญดูแลยายพราวแทนป๋าก่อนนะ”

“ป๋าจะไปยุโรปหรือคะ”

“นัดกับเพื่อนที่อิตาลี ว่าจะไปดูลู่ทางทำธุรกิจ ในอีกวันสองวันนี่แหละ ป๋าขอโทรคุยกับหนูขวัญเรื่องยายพราวได้ไหม” น้ำเสียงของเสี่ยพิทักษ์ฟังดูนุ่มนวลอบอุ่น ไม่ได้ข่มขู่แต่ประการใด

“ได้สิคะป๋า ขวัญโทรหาป๋าเองก็ได้ เผื่อมีอะไรจะได้มีป๋าเป็นที่ปรึกษาด้วยไงคะ” นาขวัญตอบรับด้วยความยินดี ทุกวันนี้ป๋าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าห่วงใยลูกอย่างแท้จริง ไม่เคยว่าร้ายหรือพูดถึงลูกในทางไม่ดีสักนิด ทั้งๆที่พราวรตาทำเรื่องไม่น่ารักเอาไว้

“ดีมาก ขอบใจมากนะหนูขวัญ ป๋าอยากให้ยายพราวคิดแบบหนูขวัญบ้าง แต่ท่าทางลูกสาวป๋าเขาอยากตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองมากกว่า คนเป็นพ่อน่ะหนูขวัญมันอดเป็นห่วงไม่ได้หรอกลูกทั้งคน” น้ำเสียงของป๋ามีแววน้อยใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้ว่าร้ายลูกอยู่ดี

“ขวัญเข้าใจ ถ้าเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยเร็ว บางทีขวัญอาจได้เดินทางไปพร้อมกับป๋าก็ได้ค่ะ”

“ขอบใจมากหนูขวัญ ขอบใจจริงๆ”

“ขวัญเข้าใจค่ะป๋า ขวัญยินดีทำ ขวัญอยากเห็นพราวมีความสุขเหมือนกันค่ะ”

“ได้ยินอย่างนี้ป๋าก็สบายใจ ยายพราวโชคดีจริงๆที่มีเพื่อนอย่างหนู” เสี่ยพิทักษ์พูดทิ้งท้ายก่อนทั้งสองฝ่ายจะวางสาย

 

            - มาช้าแต่อย่าเพิ่งเบื่อกันเน้อ..พยายามอัพให้บ่อยๆ แต่พอมีงานหลายอย่างเลยได้เท่านี้จริงๆ

- คิวต่อไป สื่อรักสื่อรบ นะจ๊ะ ลุ้นกันมากมายสำหรับการเอาคืนพระเอกคาสโนว่า จอมวางแผน คราวนี้ได้ฮากันสมใจ...อิอิ

emotion 

ไอตะวัน

 
 
 
 
 
 
 
 
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
คลิกเพื่อโหวตครับ
ชอบตอนนี้จังเลย
( 60 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 45 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 39 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 46 ) Vote
ลุ้นๆ
( 54 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 49 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 40 ) Vote
 
 
 
 
1
 
 
 
 


โพสความเห็นโดยใช้ชื่อ :
Untitled Document
 
- กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน
- กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
- ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทางห้องสมุดดอตคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆทั้งสิ้น
 
 
 
 
 
 
 
 
    Site Map Hongsamut.com
 
 
  About Hongsamut
 
Home
กฏกติกา
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก
  Writer Zone
 
All writer
Writer's ฝากบอก