พรหมบันดาล(เล่ม ๑)

ผู้เขียน: สัตบงกช(อนาคตอาจเปลี่ยน)
หมวด: ซาบซึ้งตรึงใจ

คำโปรย
ไม่รู้ว่าความบังเอิญหรือโชคชะตาที่ทำให้เธอ หลงยุค หลงสมัย ข้ามภพข้ามชาติมาอยู่ที่นี้ได้
ให้ตายเถอะที่นี่มันคือที่ไหน?
เด็กกะโหลกกะลาเพิ่งจบม. 6อย่างเธอ ความรู้ประวัติศาสตร์มีเท่าหางอึ่ง....แล้วแบบนี้อีบัวจะเอาตัวรอดยังไงกันเนี้ย
*****************
ตัวอย่าง
“เจ้าหิวแล้วฤา?”
“ว้าย....” จงกลนีร้องลั่นสะดุ้งวาบเมื่อจู่ๆ ขุนสิงห์ก็โผล่มาจากข้างเกวียนเอ่ยทะลุกลางปล้องแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
หญิงสาวมองใบหน้าเรียบนิ่ง ท่าทางองอาจที่นั่งอยู่บนหลังม้าด้วยสายตาไม่เป็นมิดแบบที่ตั้งใจให้เขารู้ไปเลยว่าอย่ามายุ่งแล้วรีบปิดม่านสะบัดบ๊อบหนีเข้าข้างในทันที
ซวยจริงๆ ...จากที่เห็นข้างนอก ขบวนขนาดนี้คนคงจะเยอะน่าดู แล้วมันประจวบเหมาะอะไรกันนักเขาถึงต้องมาเจอตอนเธอขอข้าวกิน
คิดแล้วใบหน้างามยิ่งหงิกงอนั่งกอดเข่าฟังท้องร้องโครกครากอยู่อย่างนั้นเพราะไม่อยากออกไปเจอหน้าคนที่ไม่อยากเจออีก
ขุนสิงห์มองร่างที่หายลับไป แม้นจักรู้แจ้งแก่ใจว่าเพราะเหตุใดนางจึงมีกิริยาต่อต้านตนนัก แต่ก็หาหักห้ามใจมิให้รุ่มร้อนด้วยโทสะได้ ถึงกระนั้นก็จำต้องข่มกลั้นไว้เอ่ยให้บ่าวไปนำข้าวปลาอาหารมาเสียโดยไว
มิกี่อึดใจต่อมาร่างใหญ่ก็ลงจากม้าแล้วนำอาหารเข้าไปภายในเกวียน ลุงผู้บังคับเกวียนเห็นดังนั้นจึงเร่งลงไปเดินเท้าอยู่ข้างวัวด้านหน้าเยี่ยงผู้รู้หน้าที่
มือใหญ่วางถาดที่สานจากไม้ไผ่ ซึ่งมีกับข้าวเป็นปลาแห้งย่าง น้ำพริกผักต้มแลข้าวเหนียวร้อนๆ อีกหนึ่งถ้วยไว้ตรงหน้าร่างน้อย ก่อนจักหันไปจัดการปิดผ้าให้มิดกันหลากสายตาของผู้คนภายนอกแล้วนำกระบอกน้ำวางไว้ข้างๆ กัน
“กินเสียคงจักหิวมากแล้วสิหนาเจ้า เมื่อคืนไข้ขึ้นสูงจักปลุกให้ลุกมากินข้าวปลาก็เกรงจักทำให้จับไข้หนักขึ้นเสียเปล่า แล้วเป็นเยี่ยงไรแล้วบ้าง?”
เอ่ยเสียงทุ้มมองหน้างอง้ำนั่งกอดเข่า
จงกลนีมองการกระทำนั้นตาขวาง ไม่ตอบคำซ้ำยังหันหลังให้ ไม่อยากเห็นทั้งคนที่ย่ำยีทั้งอาหารที่เรียกน้ำย่อยให้ไหลโจ๊กๆ จนแสบกระเพาะไปหมด
ขุนหนุ่มเห็นท่าแสนงอนนั้นก็ให้ทอดถอนใจ ข่มกลั้นความขวยอายไว้แล้วเขยิบไปนั่งชิดหลังบาง หากเอ่ยกันตามตรงตนก็เพิ่งจักเคยคิดทำกระไรขัดกับวิสัยเป็นคราแรกก็เพลานี้แล ใบหน้าครึ้มหนวดร้อนซ่านเกาท้ายทอยก่อนจักเอ่ยคำที่ทำให้รู้สึกเก้อกระดากนัก
“เจ้าป่วยไข้เสียสองคราติดกัน ร่างกายคงจักมิค่อยมีแรงสิหนา เช่นนั้นให้ข้าป้อนเจ้าเถิด” เอ่ยไปมือก็บิเนื้อปลาเป็นชิ้นน้อยประกบกับข้าวเหนียวก้อนเล็ก แล้วจึงเอี้ยวตัวนำไปจ่อตรงปากอิ่มเอิบของร่างน้อย
หญิงสาวตาเบิกกว้างแทบถลนมองก้อนข้าวเหนียวกับเนื้อปลาหอม แล้วหันไปมองหน้าเรียบนิ่งมีเพียงดวงตาเท่านั้นที่พราวระยับ
ไหนจะคำพูดลิเกขัดกับบุคลิกนั่นอีก จงกลนีได้แต่เม้มปากแน่นหันหน้าหนี
“กินเถิดหนาสักคำก็ยังดี”
“ไม่กินแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับข้า” ไม่ว่าเปล่ามือเล็กยังปัดมือใหญ่ที่คอยคะยั้นคะยอให้ออกห่าง จนข้าวที่ขุนสิงห์สู้บรรจงเปิบให้หล่น กราวไปบนพื้นไม้ไผ่ ดวงตาคมกล้าที่เคยพราวระยิบกลับมาเรียบนิ่งดุจดั่งเก่า ก่อนจับร่างน้อยให้หันมาเผชิญหน้ากันแล้วเอ่ยบอกเสียงเย็น
“จักโกรธเกลียดปานใดก็อย่าหาลงกับเสบียง ข้าวทุกเม็ดกว่าจักได้มานั้นมิใช่เรื่องง่าย”
หญิงสาวจ้องด้วยความวาวโรจน์เช่นเดียวกัน แม้ลึกๆ แล้วจะอดเสียดายแถมยังรู้สึกไม่ดีที่แสดงกิริยาเหมือนทำร้ายจิตใจคนอื่นลงไปแต่พอคิดอีกทีก็ช่วยไม่ได้เขาทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจกันก่อนนี่
รู้เอาไว้เลยทิฐิมันค้ำคอ จะลงให้ง่ายๆ เธอทำไม่ได้หรอก
“นั้นมันก็เรื่องของท่าน....” จงกลนีตอบแบบมะนาวไม่มีน้ำสะบัดตัวเองออกจากสองมือใหญ่แล้วเขยิบถอยไปราวหนึ่งช่วงแขน ก่อนทำหน้าคว่ำไม่ยอมเงยขึ้นดูอีกฝ่ายอีกเลย
“เรื่องของข้าคือเหตุใดเจ้าถึงมิยอมกิน”
“ก็เพราะว่าข้าเกลียดท่าน แค่เห็นหน้าของท่านข้าก็พะอืดพะอมจะแย่”
พะอืดพะอมเชียวฤา?
ขุนสิงห์ได้ยินแล้วก็จนด้วยคำพูด เลือดในอกเดือดพล่าน หน้าจากที่เห่อร้อนด้วยความเก้อเขินกลับกลายเป็นโทสะ ร่างใหญ่ยืดตัวตรงมิเอ่ยต่อความ แต่หันไปเปิบเข้าแลกับเข้าปากตนเองแทน
จงกลนีเหลือบตามอง แม้จะแปลกใจแต่ก็อดสะใจไม่ได้
หน่อยอะไรๆ ก็บังคับ ให้มันรู้ซะบ้างถ้าคนอย่างเธอบอกไม่กินซะอย่างใครจะทำอะไรได้ แต่กระหยิ่มใจได้ไม่เท่าไหร่ร่างน้อยก็ต้องเบิกตาด้วยความตะลึง กรีดร้องลั่นเมื่อจู่ๆ ขุนสิงห์ก็จับร่างเธอดึงให้ไปนั่งคร่อมตัก ทั้งเร็วแรงจนคิดจะขัดขืนยังทำไม่ทัน
“ทำบ้าอะไรปล่อยข้านะ...อื้อ” ประคุณเจ้าช่วยลูกด้วย!
จงกลนีอยากจะดิ้นพล่านชักดิ้นชักงอเสียตรงนี้ แต่เกินปัญญาเมื่อมือสองข้างถูกมือข้างหนึ่งของคุณสิงห์รวบไว้ด้านหลังพร้อมกับล็อกเอวไม่ให้ขยับหนี ส่วนมือสากข้างที่เหลือจับท้ายทอยเธอไว้มั่นแล้วนำปากมาประกบกับปากของเธอ
ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามามันไม่ทำให้เธอแทบจะลมจับดิ้นทุรนทุรายอยู่อย่างนี้หรอกถ้าเขาแค่จูบเฉยๆ แต่นี่มันกลับ...
ร่างกำยำจับบังคับร่างน้อยให้อยู่นิ่งๆ ริมฝีปากแข็งกระด้างใช้จังหวะที่แม่เน่งน้อยเผยอปากจักส่งเสียงดุนลิ้นให้ปากอิ่มเปิดกว้างแล้วนำอาหารที่ตนเคี้ยวจนละเอียดลำเลียงเข้าไป แม้นนางพยายามจักคายออกมาก็หาทำได้ เพราะตนปิดทางออกไว้เสียสนิทพร้อมกับจูบบังคับให้นางกลืนลงท้อง
ดวงตาฉายประกายโทสะค่อยผ่อนคลายลงแล้วดูดซับปากน้อย เมื่อรู้สึกว่าอาหารถูกกลืนไปเรียบร้อยจึงได้ถอนปากออกมาและเล็มริมฝีปากอิ่มทั้งบนแลล่าง ส่วนมือข้างที่ล็อกข้อมือเล็กเปลี่ยนมาโอบเพียงเอวคอดแทน
จงกลนีอยากจะเป็นลมเสียเดียวนี้จากที่พะอืดพะอมเพียงลมปาก มาตอนนี้หญิงสาวแทบอยากจะอ้วกจริงๆ รสอาหารที่ถูกเคี้ยวจนละเอียดแล้วกลืนเข้าลำคอคงไม่น่าขยะแขยงหรอกหากคนเคี้ยวเป็นเธอไม่ใช่คนอื่น
มือน้อยทุบบ่ากว้างสุดแรงแต่แทนที่เขาจะสะทกสะท้านกลับเป็นเธอที่เจ็บมือซะเอง ก่อนจะผละหน้าออกมาสำเร็จแล้วทำท่าจะขย้อนของเก่าออกแต่กลับถูกมือใหญ่แทบจะเท่าหน้าของเธอปิดมันไว้แน่น
“อย่าแม้นแต่จักคิดขย้อนมันออกมาเชียวหนา มิเช่นนั้นข้าจักป้อนเจ้าเยี่ยงนี้จนกว่าข้าวแลกับในถาดนี้จักหมด” เสียงทุ้มต่ำเย็นเหยียบเอ่ยมาพร้อมกับคำขู่ทำเอาเธอขยาดขนลุกไปทั้งร่าง
ดวงตากลมใสน้ำตาเล็ดมองสายตาเอาเรื่องของคนตรงหน้าแทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วจำต้องกัดฟันกลืนก้อนฝาดๆ ที่ขึ้นมาถึงคอให้ลงกระเพาะดั่งเดิม เรียวนิ้วสองข้างจิกเล็บลงบนบ่าแกร่งแน่น
บอกได้สองคำว่า’ เจ็บใจ’ เขาจงใจแก้เผ็ดเธอ เห็นสายตาแม้เรียบนิ่งแต่มีแววระรื่นนั่นก็พอจะดูออก น้ำตาหยดน้อยไหลลงข้างแก้มแม้อยากกรีดร้องแล้วทุบตีคนตรงหน้าซะให้ตายคามือ

*********************
ปล.ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ