ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions]

  •   4 ตอน  (ยังไม่จบ)
  • 29
  • อัพเดทล่าสุด 21/02/2018 18:30:53

สั่งซื้อ E-book

เรื่องนี้มีเวอร์ชั่น E-book สามารถกดที่ปุ่มเพื่อซื้อ E-book ได้ที่นี่
ซื้อ E-book

บทนำ

ชุดMen OfLions

ขอรักรัฐภูมิ สิงห์ตัวที่ 1

(รัฐภูมิ ฟรานเซส(รอฟ) + ปานรีย์ กิจสาโรจน์ (ปาน)

อุ้มรักรัฐภพ สิงห์ตัวที่ 2

รัฐภพ ฟรานเซส(ลุค) + อ้อมเดือน วงศ์อัคร (อ้อม)

พบรักรัฐภาม สิงห์ตัวที่ 3

รัฐภาม ฟรานเซส(คริส) + นุชนารี วายาไทย (นุช)

ตามรักรัฐภาค สิงห์ตัวที่ 4

รัฐภาค ฟรานเซส(ดอม) + สมานุช ศิตาศาสตร์ (สมา)

ล่ารักรัฐภัทร สิงห์ตัวที่ 5

รัฐภัทร ฟรานเซส(เจท) + เมฆณา กานต์บดินทร์ (เมย์)

By. ลานีญา

ฝากทั้ง 5 เรื่อง ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนักอ่านทุกคนด้วยนะคะ ^_____^

*** ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาทักทายกันนะคะ มาดามก็ขอบคุณมากๆ อยากได้เนื้อเรื่องประมาณไหนบอกได้ เดี๋ยวมาดามจัดเต็มให้แน่นอน เอิ้กกกก พูดมากเกินแล้ว

.................................................................

ขอรักรัฐภูมิ

(สิงห์ตัวที่ 1 )

ด้วยเหตุการณ์คับขันที่ทำให้เธอแอบอ้างเอาชื่อเขา ผู้ชายที่ไม่รู้จัก มีหน้าตายังไงก็ไม่รู้เพื่อเอาตัวรอดจากการต้องกลายเป็นนางบำเรอของคู่ค้าต่างแดน ที่พี่ชายไปตกลงกับเขาเอาไว้

แต่วันรุ่งขึ้นกลับกลายเป็นว่าเธอต้องมาติดห้วงที่เป็นคนก่อจนถอนตัว ถอนใจไม่ได้

แล้วก็ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ยุ่งเหยิงไปกันใหญ่เมื่อต้องมาเจอศัตรูคนเดียวกันอีก

เขาและเธอจะรอดหรือร่วงกันหนอ…

ยิ่ง ‘จาก’ ก็ยิ่ง ‘เจอ’

ยิ่ง ‘หนี’ ก็ยิ่ง ‘ตามติด’

ยิ่ง ‘ไม่อยากคิด’ ก็ยิ่ง ‘ติดตรึง’

รัฐภูมิ ฟรานเซส (รอฟ)

ร่างสูงใหญ่ตามเชื้อชาติพันธุ์สองประเทศ ไทย-อเมริกา ผู้กุมบังเหียนโรงแรมฟรานเซสและธุรกิจน้อยใหญ่อีกมากมายเอาไว้ในมือหยิบจับธุรกิจตัวไหนก็รุ่งเกินหน้าคู่แข่งคนอื่นไปไกลหลายสิบโยค จนบางคนนึกหมั่นไส้และอิจฉาความเก่งของเขา มองธุรกิจเฉียบขาดมาก โดยเฉพาะ‘โรงแรมฟรานเซส’ที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก ใครก็ตามที่ได้ย่างกายเข้าไปพักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความหรูหราและการให้บริการระดับพรีเมี่ยม ทั้งนี้เขาไม่ได้เน้นกลุ่มลูกค้าเป็นพิเศษ เพราะเขาคิดว่าคนทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะได้รับบริการที่ดีที่สุดว่าคนนั้นจะจนหรือรวยล้นฟ้า ด้วยเหตุนี้วงในจึงยกให้เขาเป็น‘คิงโฮเตล’

ปานรีย์ กิจสาโรจน์ (ปาน)

เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่ง ปราดเปรียว ทะมัดทะแมง ตามสมัยนิยมเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาสิ่งที่บิดาสร้างไว้ ซึ่งก็คือ 'เคเอส'แต่ทุกอย่างกำลังจะพังเพราะพี่ชายเห็นแก่ตัว แลกสิ่งที่มีกับเศษเงินไม่กี่บาท จนเธอต้องตกที่นั่งลำบากต้องหาทางเพื่อที่จะรักษาดวงใจที่บิดาฝากไว้ เหตุการณ์คับขันจนเธอต้องอ้างเอาชื่อเขาเพื่อเอาตัวรอด โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนยังไง และก็ต้องมาตกกระไดเจอศัตรูคนเดียวกันอีก ความวุ่นวายมากมายจึงตามมา เขาและเธอจึงต้องร่วมกันสะสางมันให้จบ

“ต้องขอโทษด้วยที่ให้รอนาน วันนี้เกิดเรื่องยุ่งทั้งวัน ฉันเลยปลีกตัวมาคุยด้วยไม่ได้ คุณคงจะมาคุยเรื่องข่าว”

เดินถือแก้วกาแฟและขนมเข้าไปให้ ไรอันรับมาถือ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจัดใส่จานมาให้นายหนุ่ม

“คุณเป็นคนให้ข่าวหรือเปล่า”

“งานฉันมีล้นหัว เรื่องที่ต้องจัดการมีเป็นร้อยเป็นพันอย่าง จะหาเรื่องมาใส่หัวเพิ่มทำไม ฉันยอมรับว่าเคยเอาชื่อคุณไปแอบอ้าง แต่ฉันรู้แล้วล่ะว่าใครเขาจะเป็นคนปล่อยข่าว”

ใบหน้าของใครอีกคนซ้อนขึ้นมาเธอจึงมั่นใจเดี๋ยวนั่นว่าต้องเป็นเขาแน่นอน

“ใคร?”

“เคนอิจิ มิคารุ” บอกเสียงเครียด

“เขามีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำอย่างนั้น” มือหนาวางเอกสารลงกับโต๊ะรับแขกเบื้องหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองร่างบางตรงหน้า กับประโยคที่ฟังดูจริงจังมากขึ้น

“เขาอยากได้ฉันไปเป็นนางบำเรอ ฉันไม่รู้จะหาทางออกยังไง สายตามันก็เหลือบไปเห็นชื่อคุณบนหนังสือพิมพ์ก็เลย...” ปานรีย์ยิ้มแหยๆ น้อมรับ

“อ้างว่าเป็นแฟนกับผม”

“เปล่า” ส่ายหน้าปฏิเสธ

“หมายความว่ายังไง? เปล่า”

“ฉันบอกเขาว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน แต่ฉันไม่ได้มีเจตนานะคุณ” รีบอธิบายเร็วระรัว เกรงว่าเขาจะโกรธไม่มากกว่านี้

“แต่งงานหรือ!” รัฐภูมิร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าเธอจะเล่นแรงแบบนั้น แล้วจะทำยังละทีนี่

“ฉันขอโทษ ก็ตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ทันจริงๆนี่น่า” รีบแก้ตัว

“แล้วคุณไม่คิดบ้างหรือว่าผมจะเสียหายกับสิ่งที่คุณบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ”

น้ำเสียงห้วนโต้กลับไปบ้าง เขาไม่เคยมีประวัติเรื่องทำนองนี้มาก่อน หรือกับผู้หญิงคนไหน แม้แต่เรื่องคู่ควงยังไม่เคยมีด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นชั่วครั้งชั่วคราวก็อาจจะมีบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีใครรู้ เพราะนอกจากลูกน้องคนสนิทแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้

“เอ๊ะ คุณนี่ยังไง ก็ฉันบอกไปแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ จะเอายังไงว่ามาเลย ฉันไม่ได้มีเวลามากมายหรอกนะ นี่ก็ได้เวลาเลิกงานฉันแล้วด้วย”

ปานรีย์ชักมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง เธอก็ไม่ได้ตั้งใจก็บอกไปแล้ว ยังจะเอาอะไรกับเธออีก จะให้ขอโทษก็ขอไปแล้ว ส่วนเรื่องข่าวถ้าไม่มีอะไรในก่อไผ่ก็ไปจัดแถลงข่าวว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็จบ ทำไมชอบเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่อยู่ได้

รัฐภูมิเอนหลังพิงพนักโซฟาหรู เงยหน้าจ้องมองหญิงสาวพลางคิดทบทวนว่าจะเอายังไงก็เธอดี ปานรีย์เองก็รอลุ้นใจเต้นๆระส่ำเหมือนกัน เขาจะฟ้องเธอหรือเปล่านะ แต่ขออย่าให้ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเลย แค่เรื่องที่บริษัทเธอก็จะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว

“ตกลงคุณจะเอายังไง ฉันรอฟังอยู่นะคุณ”

“ก็ทำให้มันเป็นจริงอย่างข่าว เสียก็สิ้นเรื่อง” บอกหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนเหมือนเมื่อครู่ แถมยังส่งใบหน้าระรื่นมาให้อีก

“อะไรนะ!คุณจะบ้าหรือเปล่า เรื่องอะไรต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย”

ปานรีย์ร้องแห้ว เขาจะเล่นอะไรอีกเนี่ย เมื่อกี้ยังว่าเธออยู่แมบๆ ชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวกำลังโวยจึงรีบขัดขึ้นก่อนที่เธอจะคิดเลยไปไกล

“ฟังให้จบก่อน ที่ผมบอกก็เพื่อจะช่วยคุณ”

“ช่วยฉัน? เรื่องอะไรไม่ทราบ” ชักงงเข้าไปใหญ่ เขาจะมาช่วยเธอด้วยเรื่องอันใด เอไม่เห็นความจำเป็นนั้นเลยด้วยซ้ำไป

“คุณบอกว่าเคนอิจิต้องการตัวคุณไปเป็นนางบำเรอใช่ไหม ถ้าเขารู้ว่าคุณโกหก คุณคิดหรือว่าเรื่องจะจบ ที่เป็นอยู่ก็น่าจะบอกได้แล้วว่าเขาจะทำอะไรต่อ และผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคุณไม่รอดแน่”

สีหน้าและแววตาที่จริงจังของชายหนุ่มทำเอาเจ้าของห้องพลอยกลัวไปด้วย ใบหน้านวลเงยขึ้นจะปฏิเสธ

“แต่ว่า...”ปานรีย์ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบประโยค เสียงทุ้มกังวานก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“ตามใจคุณล่ะกัน ที่ผมทำก็เพราะเราตกที่นั่งเดียวกัน”

“เดี๋ยวก่อนนะ เราหรือ?คุณหมายความว่ายังไง”คิ้วเรียวขมวดยุ่ง เอียงหน้ากลับมาเพื่อขอคำอธิบายที่มากกว่าที่ได้ฟังนั้น

“เคนอิจิกำลังแฮคข้อมูลบริษัทผม ป่วนงานและยังพยายามล้วงเอาข้อมูลลูกค้าผมด้วย เราสองคนก็ไม่ต่างกัน อีกอย่างนะ มันเป็นความผิดของคุณที่ไม่พูดกับเขาแบบนั้น”

“อ้าว ไหนมาลงที่ฉันคนเดียว”

“คุณเป็นเริ่มเรื่องนี้นะเองนะ อย่าลืม” สวนกลับ เขาก็ไม่ได้อยากจะทาเธอทั้งหมดหรอก แต่ความจริงมันก็เห็นกันอยู่

“ฉันรู้แล้วน่า ไม่ต้องมาย้ำหรอก”

ปานรีย์เพิ่มระดับความเครียดเป็นระดับสาม ปัญหาที่บริษัทกับดรงแรมก็ยังไม่เคลียร์เลย มีเรื่องเคนอิจิเข้ามาอีกแล้วหรือเนี่ย โอ้ย…ทำไมชีวิตเธอมันถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้นะ ความโกรธที่พุ่งปี้ดขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดอาการเจ็บจี้ดที่สมอง มือบางจึงต้องยกมือขึ้นกุมเอาไว้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ

“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ”

“ยังไม่รู้ ตอนนี้ฉันเหนื่อย คิดอะไรไม่ออก”

ปานรีย์เอนหลังพิงพนักอย่างเหนื่อยอ่อน จะแย่งกันไปชิงเงินล้านหรือยังไงก็ไม่รู้ ไม่รอให้เธอได้หายใจหายคอกันบ้างเลย

“คุณลองเอาข้อเสนอของผมไปคิดแล้วกัน ตัดสินใจได้เมื่อไหร่ก็โทรมา แต่ผมจะขอเตือนอะไรไว้อย่าง ยิ่งคุณแต่งงานเร็วเท่าไหร่ ภัยที่มีก็จะห่างจากคุณมากเท่านั้น....”

..........................................................

กดFavorite/ Vote

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่...เฟชบุ๊คแฟนเพจ :ลานีญา

ปล.อ่านแล้วคิดอย่างไรกับนิยาย เม้นท์ติชมกันได้ เป็นกำลังใจให้กัน

หรือจะมาพูดคุยกันได้นะคะ....>>___<<

ฝากติดตามชุดMen Of Lionsไว้ด้วยนะคะ ***

รีวิวล่าสุด

ความเห็นโดย เดือน
ตามๆๆๆคะ ขอบคุณ
เมื่อ 4 วัน 12 ชั่วโมงที่แล้ว อ่านไปถึง เริ่มแผน ขอรัก

ความเห็นโดย nantayaya25@gmail.com
กหดเด้ดเ้้ดเ้เ
เมื่อ 1 สัปดาห์ 3 วันที่แล้ว อ่านไปถึง เริ่มแผน ขอรัก