เก็บใจไว้รอรัก

  •   7 ตอน  (ยังไม่จบ)
  • 415
  • อัพเดทล่าสุด 22/09/2018 20:40:58

บทนำ

งานวิวาห์หรูหราถูกจัดขึ้นในโรงแรมมีระดับใจกลางกรุงเทพมหานคร บรรดาแขกที่มาร่วมงานล้วนแล้วแต่จัดอยู่ในกลุ่มไฮโซของวงสังคมเมือง ต่างก็ประดับประดาตกแต่งเรือนกายตัวเองด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ตัดเย็บจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังทั้งในประเทศและต่างประเทศ เครื่องเพชรเม็ดโตส่องแสงวิบวับเปล่งประกายงดงามยามต้องแสงไฟ โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าสาวที่อยู่ในชุดขาวสะอาดราวกับเป็นเทพธิดาหิมะในตำนานเทพนิยายของนักเขียนชื่อดังก้องโลก เจ้าสาวแสนสวยในค่ำคืนนี้สวมใส่เครื่องเพชรเม็ดงามประดับคองามระหง รับกับใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานให้กับผู้เป็นเจ้าบ่าวและแขกที่ทยอยกันเข้ามาในงาน มือเรียวสวยข้างหนึ่งถูกชายหนุ่มกุมไว้หลวม ๆ แต่ไม่เคยหลุดจากมือหนานุ่มนั้นเลย

หลายครั้งที่คู่บ่าวสาวต้องยกมือไหว้รับแขกผู้ใหญ่ แหวนเพชรเม็ดงามร่วมแปดกะรัตที่นิ้วมือเจ้าสาวต้องประกายกระทบแสงไฟแวววาวงดงามสะดุดตา หลายคนต่างเอ่ยปากชมว่าคู่บ่าวสาวช่างเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก ยกเว้นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสีน้ำเงินเข้มผิดแผกจาก

ธีมของงานที่เน้นสีขาว ใบหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับถูกเสก ไม่เผยความรู้สึกใด ๆ ในดวงตานอกจากความเฉยชา เขาเดินผ่านผู้คนเข้ามาพร้อมกับช่อดอกทิวลิปในมือและตรงเข้าไปยังคู่บ่าวสาว ซึ่งพอเธอเห็นเขา ก็ตกตะลึงหายใจติดขัดราวกับมีบางอย่างตีบตันทางผ่านช่องลมหายใจ เพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะกล้ามาร่วมงานของเธอ การส่งการ์ดเชิญไปนั้นก็เพียงเพื่อบอกให้เขารับรู้และทำใจเท่านั้น

“อาร์ม!” ชนิศาเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึง มือเล็กเผลอกำเข้าหากันแน่น สายตาจับจ้องดวงหน้าเย็นชาระคนปวดร้าวนั้นอย่างห่างเหิน ราวกับคนตรงหน้าไม่เคยผ่านพบผูกพันกันมาก่อน

ผู้เป็นเจ้าบ่าวจ้องหน้าชายหนุ่มชุดสีน้ำเงินเข้มเขม็ง ดวงตาระแวดระวัง แต่กระนั้นก็ไม่มีบรรดาแขกผู้ร่วมงานคนไหนให้ความสนใจกับเขาผู้ซึ่งเป็นเพียงชายหนุ่มไร้เกียรติไม่รู้กาลเทศะที่แต่งกายผิดธีมของงานเท่านั้น

“คุณมาได้ยังไงคะ”

“ก็คุณเชิญผมมาไม่ใช่รึนิศา” เขากล่าวทั้งที่สายตายังไม่ละจากใบหน้างดงามของหญิงสาว เธอผู้นี้ควรเป็นเจ้าสาวของเขาไม่ใช่หรือ ผู้ที่ยืนเคียงข้างเธอในวันนี้ ควรเป็นเขาไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ผู้ชายที่ดูหยิ่งยโสอย่างร้ายกาจคนนี้

“คำขอโทษของคุณเพียงคำเดียว มันคงมากพอแล้วสินะสำหรับคุณ” น้ำเสียงราบเรียบมีแววตัดพ้อ ทั้งสีหน้าและดวงตาเต็มไปด้วยไฟคุโชนด้วยความแค้นเคืองปวดร้าว

“แต่อาร์มก็รู้ว่านิศาไม่ได้รักคุณแล้ว” เธอพูดประโยคนั้นได้อย่างไม่ติดขัด “อาร์มยังทำใจไม่ได้อีกหรือไง เราคุยกันแล้วไม่ใช่หรือคะ” สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความขัดเคืองใจ พลางหันไปมองหน้าชายหนุ่มคนรักด้านข้าง เกรงว่าจะทำให้เขาเข้าใจเธอผิด

“อาร์มกลับไปเถอะค่ะ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”

“คุณลืมเรื่องระหว่างเราได้แล้วจริง ๆ เหรอนิศา”

“จะต้องให้นิศาพูดอีกกี่ครั้งคะ นิศาไม่ได้รักคุณแล้ว เราต่างคนต่างเดินเถอะค่ะอาร์ม ออกไปจากชีวิตนิศาได้แล้ว อย่ามาขัดขวางความสุขในชีวิตของเราสองคนเลยค่ะ”

“ขัดขวางความสุขงั้นเหรอ” น้ำเสียงแหบแห้งแผ่วเบา เขาพยายามข่มความรู้สึกปวดร้าวผ่านสายตาอย่างยากเย็น

“นิศาไม่มีความรักให้คุณอีกแล้วค่ะอาร์ม!”

คนฟังแทบจะกลั้นลมหายใจเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้นจากปากของเธอเป็นครั้งที่เท่าไรนั้น เขาไม่อยากจดจำ นับตั้งแต่วันที่เธอขอห่างจากเขา รู้เพียงว่าทุกครั้งที่ได้ยิน มันสร้างความเจ็บปวดเจียนจะขาดใจให้แก่เขาอย่างสาหัส ชายหนุ่มเคยทุ่มเททุกสิ่งอย่างในชีวิตให้แก่เธอ รวมไปถึงอนาคตของตัวเองที่เกือบจะเรียนไม่จบเพราะความรักอย่างไม่ลืมหูลืมตา ยอมตัดขาดพ่อลูกเพียงเพราะต้องการปกป้องเธอคนนี้ แต่ในเวลานี้ผู้หญิงตรงหน้าเขากลับไม่เหลือเยื่อใยใด ๆ ต่อเขาแม้เพียงถ้อยคำปลอบประโลม แถมยังฝากรอยแผลกรีดลึกลงกลางใจเขาด้วยคำพูดที่ไร้เยื่อใยของเธอ

“ได้ยินชัดแล้วสินะ” ฝ่ายเจ้าบ่าวเอ่ยย้ำ “คุณออกไปจากงานของเราสองคนได้แล้ว”

คนถูกไล่ปรายตามองก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระด้าง

“ผมแค่อยากมาอวยพร และส่งมอบ” เขามองดอกทิวลิปในมือ “เจ้าสิ่งนี้ให้ผู้ชายของคุณ” พูดพลางสบตาอดีตคนรัก ส่วนลึกเขายังอยากรู้ว่าเธอไม่เหลือเยื่อใยกับเขาแล้วจริง ๆ หรือ

“เมื่อคุณรู้ว่านิศาเป็นผู้หญิงของผมแล้ว คุณก็ห้ามมายุ่งกับเธออีก” เจ้าบ่าวเอ่ยเสียงเข้ม สายตาที่มองเขาติดจะดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด เหตุเพราะเขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ไร้ซึ่งเกียรติและฐานะทางสังคม ไม่มีผลงานการันตีความสามารถ เขาเป็นได้เพียงนักศึกษาจบใหม่ไร้อนาคต แถมยังอ่อนประสบการณ์คนหนึ่งเท่านั้น

“ผมไม่ยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่นแน่นอน วันนี้ผมขอมอบดอกไม้ช่อนี้ให้คุณดูแล และหวังว่าคุณสองคนจะรักกันไปจนวันตาย” ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยในวินาทีแห่งการตัดสินใจ ก่อนส่งช่อดอกไม้ในมือให้เจ้าบ่าวที่ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่

“ชนิศาคือหัวใจของผม และผมก็มั่นใจว่าจะดูแลเธอได้ดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า”

อนินทร์แค่นหัวเราะ เขาก้มหน้าและเงยขึ้นสบตาฝ่ายเจ้าบ่าว

“ผมก็หวังว่าคุณจะไม่เปลี่ยนใจ อ้อ! เจ้าสาวของคุณชอบดอกทิวลิปมาก หวังว่าคุณคงรู้”

เมื่ออีกฝ่ายรับดอกไม้ไปแล้วเขาก็หันหลังเดินออกมาจากงานช้า ๆ ใครเลยจะรู้ว่าหลังผู้คนและเสียงหัวเราะอันรื่นเริงในงานวิวาห์นั้น จะมีชายหนุ่มคนหนึ่งบอบช้ำทางใจอย่างหนัก ที่ต้องสูญเสียคนรักให้กับผู้ชายอีกคน สูญเสียความรักครั้งแรกที่เคยวาดฝันงดงามไว้ด้วยกัน สูญเสียความรักที่เคยทุ่มเทให้สุดหัวใจ ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีเธอคนนั้นอีกแล้ว

เขาทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรงริมถนนในเงามืดที่ผู้คนไม่พลุกพล่านจอแจนัก ดวงตาหม่นเศร้าระบายออกเป็นละอองน้ำใส แล้วแปรเปลี่ยนเป็นกระด้างเย็นชา เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงหลังตัดสินใจอย่างแน่วแน่กับความคิดบางอย่างที่ผุดขึ้นในใจ เมื่อความรักที่เคยทุ่มเทกลายเป็นสิ่งไร้ค่า ต่อแต่นี้ก็อย่าหวังว่าเขาจะมอบรักแท้ให้กับผู้หญิงคนไหนได้อีก...เขาจะไม่มีวัน ‘รัก’ และทุ่มเทหัวใจให้กับผู้หญิงคนไหนในโลกใบนี้อีกแล้ว...ไม่มีวัน!

รีวิวล่าสุด

ความเห็นโดย Nymphnim
แล้วอย่างไงละเนี่ย555
เมื่อ 10 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว อ่านไปถึง ขอไออุ่นหน่อย

ความเห็นโดย Nymphnim
ขอบคุณนะคะ
เมื่อ 10 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว อ่านไปถึง เธอผู้มากับสายฝน