ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  •   8 ตอน  (ยังไม่จบ)
  • 90
  • อัพเดทล่าสุด 12/01/2019 11:18:54

บทนำ

เมื่อล่วงเข้ากาลวสันต์ พรรณไม้ผลัดก้านเดิมร่วงหล่น มวลพฤกษาแย้มกลีบบานชูช่องามละลานตา ท้องฟ้าสีครามดุจผืนน้ำกว้างใหญ่ไร้เมฆบดบัง สายลมจากทางเหนือหอบนำความสดชื่นคืนสู่ชาวแคว้น แต่จะดีเพียงใดถ้าหากไม่มีกลิ่นคาวเลือดอวลคลุ้งทั่วบริเวณดังกล่าว ท่ามกลางเสียงร่ำไห้เจียนขาดใจของผู้สูญเสียจากภัยสงคราม

‘หลานหลัน’ รุดออกจากที่ซ่อนตัว ภายหลังจากได้ยินเสียงกีบเท้าม้าย่ำไกลออกไป นางกวาดสายตามองหาผู้เป็นบิดาและกลุ่มข้ารับใช้ในจวน แต่แล้วสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเสมือนคมดาบฟาดฟันกลางหัวใจ แขนที่เคยโอบอุ้มนางตั้งแต่จำความได้ ชูค้างอยู่กลางกองเพลิง ร่างไร้วิญญาณตอกย้ำให้หัวใจดวงน้อยพลันแตกสลาย หลานหลันยกมืออุดปากแน่น ทรุดตัวกระแทกพื้นราวกับคนสูญสิ้นทุกสิ่ง น้ำตาต่างสายไหลอาบแก้มนวล ริมฝีปากสั่นพร่า แผ่นหลังสะท้านไหวตามแรงสะอื้น

ความเจ็บปวดที่นางไม่พร้อมรับ ถาโถมเข้ามาประหนึ่งลมพัดย้อนทิศเดิมระลอกแล้วระลอกเล่า เรือนไม้หลังงามถูกเผาพร้อมกับร่างของคนในจวน แม้แต่เสาสักต้นก็ไม่มีให้เห็น คำว่าเคว้งคว้างสะกดเช่นไร นางรู้ซึ้งถึงความหมายก็วันนี้

เสียงชุดเกราะเหล็กกระทบบังเหียนม้ารั้งให้นางรีบกลับเข้าที่ซ่อนตัว หญิงสาวจดจำภาพเมืองถงฟางเป็นครั้งสุดท้าย คางมนเชิดขึ้นมองฟ้าพลันโขกศีรษะแนบพื้นสามคราแทนถ้อยคำอาลัย นางหยิบ ‘แหวนหยกขาว’ ที่ห้อยสายสร้อยสีเงินโยนไว้ข้างกองไฟ ก่อนที่จะผลุบหายไปหลังเงาไม้ทางทิศใต้

เพียงไม่นานนัก ทหารกลุ่มใหม่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ ธงสีดำลายพยัคฆ์สะบัดพลิ้ว เสียงประกาศกร้าวแสดงถึงอำนาจกดเส้นประสาทพาให้ทุกคนหวาดกลัว

หลานหลันซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ขยับเข่าเข้าชิดกาย ค่อย ๆ ปรับลมหายใจให้เบาลง ความแสบร้อนช่วงหางตากลั่นเป็นน้ำไหลนองหน้า แม้นางจะไม่เห็นภาพในเหตุการณ์ดังกล่าว ย่อมรู้ชะตากรรมของคนในเมืองว่าจะพบเจอกับสิ่งใดต่อจากนี้

เสียงหวีดร้องขอชีวิตดับความคิดโดยพลัน เมื่อมีกลุ่มคนไม่ยอมทำตามคำสั่ง

หญิงสาวนางหนึ่งถูกทุ่มลงพื้นใกล้จุดที่หลานหลันซ่อนตัวอยู่ เสียงสะอื้นเฮือกเพราะแรงจุก ตามด้วยเสียงฝ่ามือฉาดใหญ่กระทบเนื้อนวล เสื้อผ้าตัวนอกถูกดึงขาดวิ่นติดมือหนา ก่อนจะเกิดการตอบโต้เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเสียงคำรามหอบกระเส่าของผู้ปราชัยเหนือร่าง ดุจสัตว์เดรัจฉานหลุดจากขุมนรก

หลานหลันมองลอดผ่านช่องที่เจาะไว้สำหรับให้อากาศทะลุผ่าน หญิงสาวนางนั้นรู้สึกถึงสายตาที่มองอยู่ พลางส่ายหน้ามิให้ออกมาช่วย ปลายนิ้วชี้ให้นางมองตามแกมวอนขอเป็นครั้งสุดท้าย พบกับเด็กน้อยวัยสี่ขวบนั่งนิ่งกับพื้น โอบร่างไร้ศีรษะของบิดาไว้บนตัก สายตาแลดูว่างเปล่าจนเห็นแต่นัยน์ตาสีดำ จ้องมายังชายฉกรรจ์ที่เคลื่อนไหวอยู่บนร่างมารดาของตน

หลานหลันยากที่จะรั้งตัวให้นั่งมองอยู่เฉย ๆ ได้อีก แต่ก็มิอาจผลีผลามออกไปโดยไม่มีแผน ดวงตาเรียวหรี่เล็กลง ดึงปิ่นเงินออกจากมวยผมกำไว้แน่น ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับเจ้าเดนมนุษย์ผละตัวออกจากร่างผอมบางเพราะเสียงคมดาบปะทะกันรอบนอก หลานหลันตัดสินใจใช้ช่วงเวลาฉุกละหุกเข้าจ้วงแทงอีกฝ่าย ทว่านางกลับคิดช้าไป

อีกนิดเดียวเท่านั้น...

หัวใจดวงน้อยเย็นเยียบเมื่อเผชิญหน้ากับแววตาหื่นกระหายของมัน หลานหลันก้าวขาไม่ออก ยิ่งมิอาจหันหลังกลับไปที่เดิม ครั้นพอสบตาเด็กน้อยที่มองอยู่กับร่างหญิงสาวนอนหายใจโรยริน นางก็เปลี่ยนจากสีหน้าตื่นกลัวเป็นยิ้มหวานเชิญชวน ลอบทิ้งปิ่นที่กำไว้ใช้เท้าเขี่ยไปด้านหลัง ลงมือฉีกเสื้อตัวนอกออกกว้างจนเห็นร่องอกงามรำไร

หลานหลันกรีดปลายนิ้วเรียกอีกฝ่ายประหนึ่งหญิงสาวในหอคณิกาเลืองชื่อ นางทรุดตัวนั่งลงราวกับแมวตัวน้อยถูกเลี้ยงจนเชื่อง ปลดเสื้อของตนเพิ่มเติม อวดผิวกายขาวลออราวหิมะเหมันต์ ปทุมถันอวบอิ่ม ปลุกเร้าให้ผู้มองขาดสติ

เมื่อบุปผาแย้มบานรอให้เชยชิดมีหรืออสูรกายในคราบทหารเจนศึกจะลบเลี่ยงได้ มันผู้นั้นย่างเท้าสามขุมแนบตัวเข้ารุกประชิด มือหนาสั่นด้วยความตื่นเต้นตะบมไปทั่วร่างงาม ริมฝีปากจาบจ้วงช่วงคอระหงไล่ลงต่ำ แววตาสีแดงก่ำถูกครอบงำด้วยฤทธิ์พิศวาส ไม่สนใจเสียงเรียกจากลูกน้องที่ผลัดกันรับคมดาบอยู่บนถนนใหญ่

ห่างออกไปเพียงสิบจั้ง [1] ชายหนุ่มที่แฝงตัวอยู่หลังพุ่มไม้ยกมือเป็นสัญญาณ ยื่นรับคันธนูจากลูกน้องคนสนิท ไหล่กว้างยืดตรงน้าวเชือกสุดช่วงแขนแกร่ง ดวงตาพยัคฆ์หรี่เล็กลงกำหนดเป้าหมายแน่ชัด ก่อนปล่อยไอสังหารไปพร้อมกับลูกศรปลิดชีวิต ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับปิ่นปักผมสีเงินแทงทะลุผ่านช่วงลำคอของเจ้ากากเดนมนุษย์

ความเจ็บแค้น ยามได้เห็นพวกมันย่ำยีชาวเมืองที่นางรู้จักแต่มิอาจช่วยอะไรได้ ก่อเกิดเป็นความกล้าบ้าบิ่นราวสุนัขจนตรอก หลานหลันหยิบปิ่นจ้วงแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า มุมปากผุดรอยยิ้มเย้ยหยัน น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด กระทั่งรู้สึกได้ถึงแรงยึดบนข้อมือให้หยุด เสียงทุ้มต่ำบอกให้นางรีบออกจากที่นี่โดยเร็ว แต่นางกลับคิดว่าเป็นเสียงของบิดาที่หวนกลับมารับพร้อมกับสติที่หลุดลอย

‘หลานหลัน จงมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อพ่อ’

‘หลานหลันวิ่ง’

‘วิ่งไป...หากเกิดอะไรขึ้นขออย่าได้หันมา’

[1] จั้ง หน่วยวัดระยะของจีน ๑ จั้ง = ๓.๓ เมตร

.

.

.

ฝากติดตามการอับเดทได้ที่กลุ่ม คุณชายน้อยเหนือกำแพงวังหลวง + คุณชายรีวิวหนังสือ

เรื่องนี้เตรียมทำเล่มนะครับ มี Ebook เช่นเคย ขอบคุณที่ติดตามคร้าบ

รีวิวล่าสุด

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​ก​ก​
เมื่อ 3 ชั่วโมง 17 นาทีที่แล้ว อ่านไปถึง บทที่ 1.2

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​ก​ก​
เมื่อ 3 วัน 6 ชั่วโมงที่แล้ว อ่านไปถึง บทที่ 2.1