ท่านอ๋องเจ้าขาหม่อมฉันคือสตรีนะเพคะ

kanyanut
  •   0 ตอน  (ยังไม่จบ)
  • 0
  • อัพเดทล่าสุด 11/03/2019 22:59:20

บทนำ

ดวงหน้าอ่อนหวานงดงาม ดวงตากระจ่างดั่งสายน้ำจมูกโด่งเชิดรั้นรับกับริมฝีปากเรียวบางได้รูปไม่ว่าใครหากได้ยลโฉมย่อมต้องเอ่ยปากยอมรับว่างดงามปานล่มเมือง แต่เมื่อเลื่อนสายตาลงมายังคางมนที่ควรงดงามได้รูปกลับปรากฏรอยแผลเป็นนูนขนาดใหญ่ทำให้ใบหน้าโฉมสะคราญกลับกลายเป็นอัปลักษณ์โดยทันที หากเป็นสตรีห้องหอทั่วไปแผลเป็นอัปลักษณ์ย่อมถือเป็นสิ่งน่ารังเกียจแต่มิใช่กับบุตรีคนเล็กของเสนาบดีซูฝางเจี๋ย

“ยังมีอีกหรือไม่หลวนจิง”

เจ้าของชื่อดึงสายตากลับพร้อมก้มใบหน้าลงเล็กน้อยคล้ายละอายใจที่เผลอเหม่อมองใบหน้ากึ่งงดงามกึ่งอัปลักษณ์ หลวนจิงแสร้งกระแอมในลำคอเพื่อขับไล่อาการประดักประเดิดของตนเองก่อนจะสืบเท้าเข้าไปใกล้ๆ ดวงตาของหลวนจิงเพ่งมองภาพวาดลายเส้นบนแผ่นกระดาษปรากฏเป็นใบหน้าบุรุษผู้หนึ่ง และอีกหลายแผ่นที่ถูกทิ้งลงด้านล่างซึ่งหมายถึงภาพวาดบุรุษเหล่านั้นล้วนเป็นที่ไม่พอใจรวมถึงภาพวาดแผ่นสุดท้ายในมือเรียวขาวผ่องที่กำลังหลุดล่วงปลิดปลิวลงบนพื้น หลวนจิงมองภาพวาดแผ่นสุดท้ายถูกทิ้งอย่างไร้ค่าทั้งที่ภาพวาดทั้งหมดเป็นเขาบรรจงปัดพู่กันขีดเส้นเป็นโครงร่างใบหน้าของบุรุษทั่วเมืองหลวง

บุรุษผู้มีคุณสมบัติตามที่ซูลู่หลินบุตรีคนสุดท้องของเสนาบดีซูฝางเจี๋ยต้องการ

‘บุรุษซึ่งยังมิแต่งภรรยา’

“หลวงจิงเจ้าดูบุรุษพวกนี้สิ หากไม่พิการก็บกพร่องทางปัญญาเจ้าเห็นข้าเป็นสตรีเช่นไร”

หลวงจิงแอบพรูลมออกทางจมูก บุรุษซึ่งยังมิแต่งภรรยาหากไม่พิการก็บกพร่องทางปัญญานั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แล้วไยสตรีเช่นนางจึงไม่เข้าใจ ถูกดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของซูลู่หลินจ้องมองจนหลวนจิงรู้สึกกระสับกระส่าย เขาจึงระบายลมหายใจออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตากระจ่างใสคู่นั้น “ยังมีอีกหนึ่งภาพ”

“รีบเอาออกมาให้ข้าเร็ว” น้ำเสียงค่อนไปทางคำขู่มากกว่าคำสั่งของซูลู่หลินไม่ได้ทำให้หลวนจิงหวาดกลัวตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกว่าหากเขาหยิบภาพวาดภาพสุดท้ายให้นางดู คาดว่าอนาคตนางคงทำเรื่องหนักใจให้กับท่านเสนาบดีซูไม่น้อย

มือเรียวขาวเนียนที่โผล่พ้นชายเสื้อสีเหลืองอ่อนยกขึ้นรับม้วนภาพวาดภาพสุดท้ายก่อนจะคลี่ออกเผยหมึกสีดำตวัดเป็นลายเส้นดวงหน้ามิได้คมเข้มดั่งเช่นภาพวาดบุรุษที่ผ่านตาหากแต่เป็นภาพวาดใบหน้าอ่อนหวานปานสตรีดวงตายาวรีอ่อนช้อยครอบด้วยเส้นคิ้วเรียวบาง ซูลู่หลินขมวดคิ้วมุ่นเพ่งมองใบหน้าโฉมสะคราญปานล่มเมืองในมือก่อนจะเงยใบหน้ามองหลวนจิงอย่างต้องการคำตอบ

“บุรุษผู้นี้คือ เว่ยเทียนหลิว อนุชาพระองค์เดียวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน”

ทันทีที่ได้ฟังคำตอบจากหลวนจิง ซูลู่หลินก็พยักหน้าขึ้นลง เว่ยเทียนหลิว อนุชาพระองค์เดียวของฮ่องเต้ได้รับพระราชทานตำแหน่ง ‘จิ้นอ๋อง’ ข่าวว่าจิ้นอ๋องพระองค์นี้ไม่ใคร่สนใจเรื่องการเมืองรักสันโดษมักเก็บตัวมิค่อยออกงานสักเท่าใดและยังมีข่าวลือเล็ดลอดออกมาอีกว่าจิ้นอ๋องผู้นี้เป็นบุรุษแขนเสื้อ

“จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู” ซื่อหลันสาวใช้คนสนิทของซู่ลู่หลินยืนฟังอยู่นานไม่อาจอดทนต่อไปได้จึงร้องทักท้วงออกมาเสียหนึ่งประโยค

“ดีสิ ซื่อหลันคนดี บุรุษผู้นี้ย่อมดีสำหรับข้า”

“บุรุษผู้นี้ไม่ง่ายอย่างที่คุณหนูคิด” เป็นหลวนจิงที่กล่าวคำดับความฝันของซูลู่หลิน “จิ้นอ๋องได้รับการยกเว้นสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ สามารถเลือกคู่ครองเองได้ หากคุณหนูต้องการตำแหน่งพระชายาของจิ้นอ๋องข้าน้อยเกรงว่าคุณหนูต้องทำให้จิ้นอ๋องกราบทูลขอสมรสพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ด้วยพระองค์เอง คุณหนูไม่อาจขู่บังคับท่านเสนาบดีซูเพื่อให้ฮ่องเต้ออกสมรสพระราชทานแก่คุณหนูได้หากจิ้นอ๋องไม่ยินยอม”

ซูลู่หลินเบ้ปากน้อยๆ นางนี่นะจะขู่บังคับบิดาให้ฮ่องเต้ออกสมรสพระราชทานให้นาง หลวนจิงเขาคิดว่านางเป็นอะไรเป็นบิดาของเสนาบดีซูงั้นรึ ซูลู่หลินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันให้แก่กุนซือคนสนิทของบิดาที่กล้าคาดเดาความคิดของนางแม้ว่าจะค่อนข้างใกล้เคียงอย่างที่นางคิดก็ตาม

นางเกลียดนักคนรู้ทัน

รีวิวล่าสุด

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้