หลินเยว่ชิง บุปผาหมื่นมารยา(สนพ.B2S) ปิดตอน 26/08/19

  •   33 ตอน  (ยังไม่จบ)
  • 3,306
  • อัพเดทล่าสุด 19/08/2019 19:22:06

บทนำ

สายลมเหมันต์พัดพาหอบเอาความหนาวเหน็บเขามาสู่ใจของดรุณีน้อยวัย 8 หนาว ที่ยืนชมเหมยแดงที่ออกดอกสะพรั่งเต็มต้นยืนท้าลมหนาวกลางหิมะขาวโพลนอยู่ในสวน

แม้ผู้ที่ยืนชมดอกเหมยจะเป็นเพียงเด็กน้อยแต่แววตาของนางกลับให้ความรู้สึกหนาวเหน็บไม่ต่างจากอากาศกลางฤดูเหมันต์เท่าใดนัก

แววตาที่แสนจะเย็นชาและราบเรียบราวกับไร้ความรู้สึกใดๆ แต่แอบซ้อนความอ้างว้างเดียวดายไว้ในดวงตากลมโตนั้น

ดรุณีน้อยนางนี้นามว่า หลินเยว่ชิง นางยังคงยืนมองต้นเหมยแดงด้วยแววตาเรียบเฉยคล้ายดังกับจมดิ่งอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง

“ท่านหญิงเจ้าค่ะ อากาศเริ่มหนาวมากแล้ว เข้าด้านในเถอะเจ้าคะ” เสี่ยวอวี้สาวใช้ผู้ภักดี วัย 13 หนาว คลี่เสื้อคลุมขนกระต่ายตัวหนามาหมร่างเล็กของเด็กสาวเพื่อให้ความอบอุ่น

“พี่เสี่ยวอวี้ดูสิ! ...วันนี้หิมะก็ตกหนักเช่นวันนั้นเลย สีแดงของดอกเหมยท่ามกลางหิมะคล้ายกับสีของเลือดยิ่งนัก” หลินเยว่ชิงชี้นิ้วเรียวเล็กของตนไปยังต้นเหมยแดงกลางหิมะนั้น

หลินเยว่ชิงเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของฉีหวาง หลินเฟยหลิง แม่ทัพปราบอุดร แห่งแคว้นหลิน นางเป็นท่านหญิงน้อยจวนอ๋องที่เกิดจากชายาเอกสกุลเหอ เหอไฉ่อิ่ง ด้วยความที่มารดาเป็นชายาหนึ่งเดียวที่บิดารักมากทำให้หลินเยว่ชิงไม่มีพี่้น้องร่วมสายเลือดอีกเลย หลังจากคลอดนางมารดาก็ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ถึงแม้บิดาจะถูกกดดันจากเหล่าขุนนางเรื่องการมีอ๋องน้อยไว้สืบทอดบรรดาศักดิ์แต่บิดาของนางหาได้สนใจไม่ นางจึงเป็นที่รักของทุกคนใจจวนอ๋องของบิดา แต่แล้วความสุขของนางก็ได้สิ้นสุดลงเมื่อนางอายุได้เพียง 5 หนาว ราวกับความสุขที่เคยมีทุกอย่างเป็นแค่ฝันตื่นหนึ่ง

วันนั้นเมื่อ 3 ปีก่อนความสูญเสียและการเปลี่ยนแปลงได้มาเยื่อนนาง ในวันเกิดครบรอบ 5 หนาว หลินเยว่ชิงได้ขอร้องและรบเร้ามารดาให้พานางไปวัดเหยียนฟู่ ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปราว 20 ลี้ [1] แต่ผู้ใดจะรู้ว่าการที่นางออกนอกเมืองครั้งแรกจะเปลี่ยนชีวิตนางไปตลอดกาล

“อาเหนียง [2] ... วันนี้ชิงเอ๋อร์อายุครบ 5 หนาวแล้ว อาเหนียงสัญญาว่าจะพาลูกไปเที่ยววัดเหยียนฟู่…จะพาชิงเอ๋อร์ไปจริงหรือไม่เจ้าคะ?” เด็กน้อยตัวกลมแก้มป่องคล้ายซาลาเปากำลังกอดเอวมารดาแล้วเอาหน้าถูไถไปกับหน้าท้องของมารดาเพื่อเป็นการออดอ้อน

“เจ้าอยากไปรึ? …หากอยากไปวันนี้ชิงเอ๋อร์ต้องหัดคัดอักษรให้ได้ยี่สิบจบก่อนแล้วเหนียงจะพาไป” เหอไฉ่อิ่งตอบบุตรสาวตัวน้อยของนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับลูบหัวทุยๆ นั้นของลูกน้อยอย่างรักใคร่

“เจ้าค่ะ…ชิงเอ๋อร์จะตั้งใจคัดให้เต็มที่…แต่อาเหนียงต้องไปขออนุญาตอาเตี่ย [3] แทนชิงเอ๋อร์น่ะเจ้าคะ” หลินเยว่ชิงเอ่ยวาจาต่อรองกับมารดาก่อนจะฉีกยิ้มหวานจนตาปิดไปให้ไปให้อาเหนียงของนาง

เหอไฉ่อิ่งได้แต่โคลงศรีษะให้กับความออดอ้อนฉอเลาะของบุตรสาว หลินเยว่ชิงเป็นเด็กฉลาดเรียนรู้เร็ว มีความน่ารักสดใสผู้ใดอยู่ใกล้ก็จะตกหลุมรักความน่ารักน่าเอ็นดูนั้น ปากน้อยๆ ช่างเจรจานั้นก็ชอบเอ่ยถามนั่นนี้ไม่หยุด แต่ความซุกซนก็มีไม่แพ้เด็กผู้ชาย แม้จะเกิดเป็นหญิงแต่บุตรสาวของนางก็ชอบแอบหนีไปเที่ยวค่ายทหารของบิดาบ่อยๆ จนนางคร้านจะห้ามปรามแล้ว ได้เห็นบุตรสาวมีความสุขนางผู้เป็นมารดาก็มีความสุขไปด้วย

ถึงแม้ว่าหลินเฟยหลิงบิดาของหลินเยว่ชิงจะเป็นเชื้อพระวงศ์มีบรรดาศักดิ์เป็นถึงรัชทายาทลำดับที่ 2 แต่หลินเฟยหลิงที่เติบโตอยู่นอกวังชอบให้ครอบครัวของเขาเอ่ยเรียกขานกันอย่างเช่นชาวบ้านธรรมดาทั่วๆ ไป

หลินเยว่ชิงมีโครงหน้าเหมือนมารดาถึงแปดส่วน เหอไฉ่อิ่งเคยเป็นอดีตยอดพธูแห่งเมืองหลวง บรรดาหนุ่มน้อยใหญ่ทั้งบุตรขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างหมายปองนาง แต่เหอไฉ่อิ่งกลับยึดมั่นและปักใจกับรักแรกของนางอย่างหลินเฟยหลิง จนต้องให้บิดาผู้เป็นราชครูของฮ่องเต้ ขอสมรสพระราชทานให้นางและฉีหวาง เป็นความโชคดีของเหอไฉ่อิ่งที่สมรสพระราชทานครั้งนี้เป็นของผู้ที่มีใจตรงกัน

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าก้าวเดินที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอของผู้ที่ฝึกวรยุทธเดินมาหยุดอยู่หน้าเก๋งในสวนที่หลินเยว่ชิงกำลังขมักเขม้นในการคัดอักษรอยู่ ร่างเล็กของเด็กน้อยถูกอุ้มขึ้นมาด้วยฝีมือของผู้เป็นบิดา

“อาเตี่ย! ..ปล่อยก่อนเจ้าคะ ชิงเอ๋อร์จะรีบคัดอักษรให้เสร็จ”

หลินเฟยหลิงมองเจ้าซาลาเปายักษ์ของเขาก่อนจะกดจมูกหอมแก้มยุ้ยๆ ของบุตรสาวไปหนึ่งที

หลินเฟยหลิงเป็นชายหนุ่มรูปงามอายุราวๆ 25 หนาว รูปร่างสูงใหญ่ตามแบบฉบับของชายชาติทหาร ดวงตาเหยี่ยวที่แฝงแววดุดันข่มขวัญศัตรูอยู่เสมอกำลังจ้องมองบุตรสาวตัวน้อยอย่างอ่อนโยน แววตาเช่นนี้เขามีให้เพียงแค่บุตรสาวและชายารักเท่านั้น กับผู้อื่นมีเพียงประกายตาเย็นชาให้ได้พบเห็น

“จะรีบคัดอักษรไปไหน หืม? …ตัวแสบ!” หลินเฟยหลิงกล่าวขึ้นพร้อมกับเคาะจมูกเล็กๆ นั้นของบุตรสาวอย่างหมั่นเขี้ยว

“อาเตี่ย! ...วันนี้วันเกิดชิงเอ๋อร์” เด็กน้อยพูดจบพลางเอามือโอบคอผู้เป็นบิดาก่อนจะซบหน้าลงกับบ่าแกร่งอย่างเอาใจ “ชิงเอ๋อร์กับอาเหนียงจะไปขอพรที่วัดเหยียนฟู่กัน…อาเตี่ยให้ชิงเอ๋อร์ไปน่ะเจ้าคะ…นะเจ้าคะ อาเตี่ย…ให้ชิงเอ๋อร์ไปนะ”

หลินเยว่ชิงมองหน้าอาเตี่ยของนางอย่างออดอ้อนกระพริบตาปริบๆ เอียงคอเล็กๆ อย่างน่ารักน่าชังพร้อมส่งยิ้มประจบไปให้ผู้เป็นบิดา

“แต่ว่าอาเหนียงเจ้าจะไม่สบายเอาได้น่ะ หิมะก็เริ่มตกแล้วด้วยคงเดินทางไม่สะดวกนัก…เอาไว้อากาศดีกว่านี้แล้วอาเตี่ยจะพาไปเองน่ะเด็กดี” หลินเฟยหลิงกล่าวห้ามเจ้าตัวยุ่งของเขา ช่วงนี้มีข่าวจากวงในมาว่ามีพวกที่คิดการใหญ่เริ่มมีความเคลื่อนไหว ตัวเขาเองแม้จะไม่ได้สนใจบัลลังก์มังกรแต่ตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่ 2 ที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้เขาอดเป็นห่วงภรรยาและลูกไม่ได้เช่นกัน

แคว้นหลินเป็นแคว้นเล็กๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่มีพร้อม ทั้งยังมีเหมืองแร่เงินและเหมืองพลอยอยู่ในแคว้น จึงถือเป็นแคว้นที่มีความมั่งคั่งในระดับหนึ่งหากเทียบกับแคว้นใหญ่ๆ ถึงจะเป็นเพียงแคว้นเล็กๆ แต่กำลังทางการทหารก็มิได้อ่อนด้อยเพียงแต่เป็นแคว้นที่รักสงบจึงเลือกใช้วิธีเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นข้างเคียงด้วยการค้าหรือการแต่งงานแทนที่จะทำสงครามให้เสียเลือดเนื้อ ถึงแม้ศึกนอกจะดูสงบสุขแต่ศึกในนั้นก็มิอาจดูเบาได้ ยังคงมีการแย่งชิงอำนาจกันเงียบๆ ในหมู่องค์ชาย

หลินเฟยหลงฮ่องเต้มีโอรสทั้งหมดห้าพระองค์ โดยที่หลินเฟยหลิงเป็นโอรสองค์ที่สามในหลิวฮองเฮา ที่มีพี่ชายร่วมมารดาคือ หลินเฟยเทียน ที่เป็นองค์ชายใหญ่ ซึ่งเป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 ส่วนบรรดาพี่น้องที่เหลือของเฟยหลิงต่างกำเนิดมาจากสนมขั้นเฟยและขั้นผิน ในบรรดาพี่น้อง เขาสนิทกับพี่ชายใหญ่ของตนมากที่สุด

หลินเฟยหลิงสนับสนุนองค์ชายใหญ่ให้นั่งในตำแหน่งรัชทายาทได้อย่างมั่นคง ตัวเขาเองไม่ชอบเรื่องชิงดีชิงเด่นอะไรจึงอาสาออกรบตั้งแต่วัยเพียง 12 หนาว เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายจากวังหลวง จนเมื่อวัยได้ 19หนาว จึงกลับมาประจำที่เมืองหลวงก่อนจะแต่งงานกับหญิงอันเป็นที่รักมีพยานรักเป็นเจ้าซาลาเปายักษ์ตัวแสบมาหนึ่งคน

หลินเฟยหลิงมองหน้าบุตรสาวที่ทำแก้มพองปากยู่อย่างไม่พอใจที่โดนเขาห้ามไม่ให้ออกไปข้างนอกในช่วงที่หิมะกำลังโปรยปรายนี้ เขามิได้ห่วงเรื่องความหนาวเย็นแต่ห่วงเรื่องการลอบสังหารต่างหาก ในแคว้นหลินนี้ผู้ใดมิรู้บ้างว่าเขารักและหวงแหนภรรยาและบุตรสาวเพียงใด แต่ในสถานะการณ์สุ่มเสี่ยงนี้เขาก็มิอาจไว้ใจใครได้เช่นกัน เขามิได้บอกความกังวลนี้แก่ภรรยาคู่ใจของเขา หลินเฟยหลิงไม่ต้องการให้ชายาของตนของตนมีเรื่องทุกข์ใจ เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของสองคนที่เขารักก็ทำให้พร้อมที่จะสู่กับปัญหาทุกอย่างที่รุมเร้าอยู่ในตอนนี้

“ว่ายังไงตัวแสบ…อาเตี่ยไม่ได้บอกว่าจะไม่พาไปซะหน่อย แต่รอให้เตี่ยจัดการงานในค่ายทหารนี้เสร็จก่อนแล้วเราก็ไปด้วยกัน” หลินเฟยหลิงกล่าววาจาต่อรองกับบุตรสาวที่เขายังคงอุ้มอยู่ไม่ยอมปล่อย

“เจ้าคะ…ชิงเอ๋อร์จะเชื่อฟังอาเตี่ย…แต่ว่า…ชิงเอ๋อร์ขอไปเรียนวรยุทธกับท่านอาควนที่ค่ายด้วยได้รึไม่เจ้าคะ?” หลินเยว่ชิงรับคำบิดาอย่างว่าง่ายแต่ก็มิวายจะต่อรองเรื่องเรียนวรยุทธ

“ได้สิ…แต่ลูกต้องไม่ชุกชนจนทำตัวเองเจ็บตัวน่ะ”

หลินเยว่ชิงเมื่อได้ยินคำอนุญาตจากบิดานางก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเต็มปาก ก่อนจะกดจมูกเล็กๆ นั้นลงบนแก้มสากบิดา "ฟอด!! …อาเตี่ยใจดีที่สุดเลย…ชิงเอ๋อร์รักอาเตี่ยที่สุด แต่น้อยกว่าอาเหนียงนิดหนึ่ง”

“ฮ่าๆ ๆ ..เตี่ยก็รักชิงเอ๋อร์ที่สุด แต่น้อยกว่าอาเหนียงของชิงเอ๋อร์นึดหนึ่งเหมือนกัน” หลินเฟยหลิงเย้าบุตรสาวพอหอมปากหอมคอก่อนจะว่างเด็กน้อยของเขาลงก่อนจะปลีกตัวไปตรวจงานที่ค่ายทหารต่อ

หลินเยว่ชิงมองตามแผ่นหลังกว้างของบิดาไปจนลับตาถึง นางชอบที่จะไปวิ่งเล่นในค่ายทหารของบิดา ทุกครั้งที่ไปอาเตี่ยของนางก็จะจับนางแต่ตัวเป็นคุณชายน้อยก่อนจะพาไปที่ค่ายด้วย จนทหารบางนายที่ไม่รู้คิดว่าฉีหวางมีท่านอ๋องน้อยแทนที่จะเป็นท่านหญิงน้อย แม้นางจะเป็นหญิง แต่ด้วยตั้งแต่จำความได้นางก็ถูกบิดาหอบหิ้วไปที่ค่ายทหารบ่อยๆ ทำให้นางซึมซับนิสัยด้านนี้มาอย่างไม่รู้ตัว นางชื่นชอบการต่อสู้และขี่ม้า แต่นางยังเล็กเกินไปอาเตี่ยจึงให้นางขี่ม้าไม้ไปก่อน แต่ความเป็นกุลสตรีหลินเยว่ชิงก็มิได้ทิ้ง ถึงแม้นางจะเพิ่ง 5 หนาว แต่ศาสตร์ทั้งสี่ที่สตรีพึงมีนางก็ต้องเรียนรู้ตั้งแต่วัยเพียง 3 หนาว

เหตุที่นางต้องเรียนเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เยาว์วัยเพราะอาเหนียงของนางอยากเป็นคนสั่งสอนเรื่องพวกนี้แก่นางเอง

อาเหนียงสุขภาพอ่อนแอนับวันมีแต่จะย่ำแย่ลง เหอไฉ่อิ่งกลัวว่าตัวนางเองจะลาโลกนี้ไปก่อนที่จะเห็นบุตรสาวโตเป็นท่านหญิงที่สง่างาม นางจึงตั้งใจสั่งสอนสิ่งที่นางรู้ทุกสิ่งอย่างให้แก่บุตรสาวโดยหวังว่าหากนางจากไปลูกสาวตัวน้อยของนางจะสามารถเติบโตเป็นสตรีที่ดีพร้อมได้

ในชีวิตนี้ของหลินเยว่ชิงนางไม่ต้องการสิ่งใดมากเพียงแค่มีครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวมีอาเตี่ยอาเหนียงที่รักมากอยู่เคียงข้างก็พอแล้ว แต่ดูเหมือนสวรรค์จะโหดร้ายกับเด็กน้อยวัย 5หนาวผู้นี้เหลือเกินที่ให้นางต้องเผชิญความทุกข์อย่างแสนสาหัสนี้

*******

[1] 1ลี้ = 500 เมตร

[2] เหนียง = แม่

[3] เตี่ย = พ่อ

##ฝากติดตามผลงานของไรท์ด้วยน้า นี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่ไรท์เพิ่งหัดเขียน อาจจะมีติดขัดไปบ้าง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้า##

บทที่ 33 งานเลี้ยงน้ำชา NC18+ 100%
อ่านฟรี
T 31K
1
60
บทที่ 32 เสี่ยวไป๋? 100%
อ่านฟรี
T 25K
2
48
บทที่ 31 โจรเด็ดบุปผา 100%
อ่านฟรี
T 28K
1
51
บทที่ 30 เฉินหวางเฟย 100%
อ่านฟรี
T 24K
2
52
บทที่ 29 ผิงอันกงจู่ 100%
อ่านฟรี
T 25K
3
56
บทที่ 28 พบพานอีกครา
อ่านฟรี
T 28K
0
52
บทที่ 27 ความจริง..การเปลี่ยนแปลง
อ่านฟรี
T 32K
0
59
บทที่ 26 คนคุ้นเคย...คำสัญญา
อ่านฟรี
T 41K
3
81
บทที่ 25 ย้ายถิ่นฐาน
อ่านฟรี
T 31K
0
76
บทที่ 24 ทวงคืน 100%
อ่านฟรี
T 40K
0
93
บทที่ 23 แทรกซึม 100%
อ่านฟรี
T 33K
0
82
บทที่ 22 ถอยเพื่อรุก 100%
อ่านฟรี
T 31K
2
95
บทที่ 21 ข่าวลือ 100%
อ่านฟรี
T 31K
0
90
บทที่ 20 ความวุ่นวายกลางเมือง
อ่านฟรี
T 27K
1
92
บทที่ 19 เที่ยวชมเมืองหลวง
อ่านฟรี
T 24K
0
88
บทที่ 18 ลอบเข้าเมือง
อ่านฟรี
T 17K
0
95
บทที่ 17 วางแผน
อ่านฟรี
T 13K
1
89
บทที่ 16 กลับเมืองหลวง
อ่านฟรี
T 16K
0
93
บทที่ 15 ร้อยพันหมื่นพิษ
อ่านฟรี
T 14K
2
113
บทที่ 14 ลองวิชา
อ่านฟรี
T 14K
1
98

รีวิวล่าสุด

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​ก​ก​
เมื่อ 3 วัน 22 ชั่วโมงที่แล้ว อ่านไปถึง บทที่ 15 ร้อยพันหมื่นพิษ

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​สวัสดี​
เมื่อ 3 วัน 22 ชั่วโมงที่แล้ว อ่านไปถึง บทที่ 14 ลองวิชา