ภรรยาประมูลรัก-2

โดย  วีนัส ละอองดาว / ญาตา

ภรรยาประมูลรัก

2

เสียงร้องเรียกชื่อหวานหยดสดใสกระซิบแผ่วดังขึ้นมาข้างหู พร้อมกับสัมผัสคล้ายปีกนกบนแผงอกกว้าง เรียกเสียงร้องอืออาจากลำคอหนา ขนอ่อนสีเทาลุกเกรียวไปทั่วร่างเมื่อได้ยินคำกระซิบ ใบหน้านวลลอยเด่นชัดขึ้นทุกขณะ ลมหายใจแรงขึ้น ร่างกายบอบบางในชุดนอนสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนเดินกรีดกรายย่างก้าวเข้าหาชายหนุ่มที่นอนหายใจหอบสะท้านบนเตียง ก่อนเจ้าหล่อนจะก้าวเท้าขึ้นคร่อมร่างใหญ่ ส่งทั้งสายตาและนิ้วมือเล็กเข้าสัมผัสร่างกายแน่น ใบหน้าสวยก้มลงใกล้จนจมูกแทบสัมผัสกับหน้าหล่อเหลา ก่อนจะเลื่อนลงต่ำไปยังแผงอกกว้าง หน้าท้องแข็งที่มีลอนกล้ามสวย ชายหนุ่มก้มลงมองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างลุ้น ๆ หัวใจเต้นถี่รัว แต่พลันสวรรค์ก็ล่มเมื่ออยู่ ๆ เสียงมือถือก็กรีดร้องแทรกเข้ามาจนร่างใหญ่ตกใจสะดุ้งตื่น

“ฝันหรือเนี่ย ให้ตาย!” วิลเลียมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองพลางหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบเที่ยงคืน แล้วเอื้อมมือไปหยิบมือถือบางเฉียบเครื่องหรูมากรอกเสียงห้วนลงไปอย่างไม่สบอารมณ์ โดยไม่รู้สาเหตุว่ามันเป็นเพราะอะไร

“มีอะไร ตอนนี้มันกี่โมง หัดดูนาฬิกาด้วย”

(“อะไรกัน ที่นี่ยังไม่ดึกเท่าไรเลย พี่ชาย”)

ลิซานเดอร์ ดอว์สัน บุตรคนที่สองของตระกูลดอว์สัน กำลังรับช่วงต่อกิจการนำเข้าทุกอย่าง ซึ่งบริษัทของเขาเป็นบริษัทเดียวที่ได้สิทธิ์

“หุบปากแล้วพูดมา ไม่อย่างนั้นฉันจะนอน”

ลิซานเดอร์หัวเราะเบา ๆ ตามสายก่อนจะพูดธุระสำคัญที่ต้องใช้ความกล้าโทร.ข้ามประเทศมาหาคนเจ้าอารมณ์อย่างวิลเลียม และดูท่าตอนนี้หากเขาไม่พูด มีหวังโดนยำเละแน่นอน

(“ช่วยเข้าไปเจรจากับบริษัทคู่ค้าให้หน่อย จะแบ่งกำไรให้สี่สิบเปอร์เซ็นต์”)

“ไม่ใช่ธุระของฉัน นั่นมันธุรกิจของนาย” วิลเลียมตอบเสียงเรียบ เพราะตอนนี้น้องชายของเขากำลังเข้าเรียนรู้งานในบริษัท และแน่นอนว่างานบางอย่างต้องให้คนอื่นช่วย

(“ห้าสิบก็ได้ ขอร้องนะครับคุณวิลเลียม”) ลิซานเดอร์ติดธุระด่วนกะทันหันจึงอยู่เคลียร์งานที่โน่น ทำให้ไม่มีโอกาสเดินทางมาเมืองไทยเพื่อติดต่อกับคู่ค้า มันจึงเป็นโอกาสเหมาะที่เขาจะพึ่งวิลเลียม เพราะไม่เคยมีคำว่าพลาดสำหรับคนผู้นี้

“หกสิบขาดตัว ส่งข้อมูลมาให้ด้วย” วิลเลียมที่มีชั้นเชิงทางธุรกิจมากกว่าต่อรองอีกฝ่าย เขาไม่ได้ต้องการส่วนแบ่ง เพราะไม่ว่าอย่างไรบริษัทของเขาก็ทำกำไรได้มหาศาลอยู่แล้ว แค่อยากจะดัดหลังน้องชายบ้างเท่านั้น

(“ตกลง ข้อมูลส่งให้ทางอีเมลเรียบร้อยแล้ว จะรอฟังข่าวดีนะพี่ชาย”)

ลิซานเดอร์ชิงวางสายก่อนวิลเลียมจะเปลี่ยนใจ ทำให้เขาได้แต่มองหน้าจอมือถือถูกตัดสายไป ก่อนจะล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผาก ในสมองก็คิดถึงแต่ภาพของสาวน้อยที่กล้ามาเข้าฝันของเขา เพราะตั้งแต่เกิดจนอายุจะสามสิบห้าเขายังไม่เคยเก็บเอาผู้หญิงคนไหนมาฝันได้อย่างเธอ แค่เพียงเจอกันโดยบังเอิญ

“อย่าให้เจอตัวแล้วกัน! พ่อจะเอาให้น่วมเลย”

วิลเลียมพึมพำเสียงเข้ม ขัดใจที่ถูกกระตุ้นความต้องการบางอย่างให้ลุกโชนแม้ในความฝัน และสังหรณ์ใจว่าจะต้องได้เจอกับเธออีกครั้งในไม่ช้านี้

งานนี้วิลเลียมจะต้องทำตามความต้องการของตัวเองให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องใช้เล่ห์กลอะไรก็ตาม

เช้าวันทำงานยังคงดำเนินต่อไปตามหน่วยวัดของเวลาแต่วันนี้กลับกำลังมีสิ่งพิเศษมาเยือนแผนกของข้าวปั้น เมื่อแขกกิตติมศักดิ์ของบริษัทเดินทางเข้ามาเจรจาธุรกิจถึงบริษัท และต้องการดูข้อมูลบางอย่างก่อนการทำสัญญา

ตุลาการกดสั่งเลขาฯ ให้เข้าไปเอางานที่ข้าวปั้นรับผิดชอบมาให้วิลเลียม ทว่าชายหนุ่มกลับอยากเดินไปดูเองมากกว่า เพราะเริ่มเกิดความเบื่อหน่ายจนต้องหาอะไรสนุกทำ

“ข้าวปั้น เอกสารที่ให้เตรียมเรียบร้อยหรือยัง” คำถามดังขึ้นมาตามสายจากโต๊ะทำงานของข้าวปั้นขณะกำลังจะเดินไปห้องผู้จัดการแผนก

“เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวข้าวปั้นเอาไปให้”

เมื่อตุลาการตอบรับ ข้าวปั้นก็รีบซอยเท้าเดินไปเคาะห้องทำงานของประธานบริษัทแล้วเปิดประตูเข้าไป แต่กลับสะดุดเข้ากับนัยน์ตาคมเข้มแต่เยือกเย็นของชายที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาในวันนี้

“ข้าวปั้นรีบเอามาให้คุณวิลเลียมเร็วเข้า” ตุลาการเห็นข้าวปั้นยืนนิ่งไม่ขยับเข้ามาก็พูดขึ้น

“ค่ะ” ข้าวปั้นเดินเข้าไปใกล้โต๊ะที่ทั้งสองกำลังนั่งหารือกันอยู่ ก่อนจะวางแฟ้มข้อมูลลง แต่วิลเลียมกลับยกมือขึ้นจับแฟ้มอย่างจงใจกุมมือเล็กของอีกฝ่าย กระแสไฟแล่นปราดเข้าสู่ร่างของทั้งสองจนเผลอปล่อยแฟ้มลงพื้น

“อุ๊ย!”

ตุ้บ!

ตุลาการเงยหน้าขึ้นมองข้าวปั้นก่อนจะหันไปมองวิลเลียมที่ยังแสดงสีหน้าปกติเหมือนเดิม เพราะเขามัวแต่ก้มลงมองเอกสารในมือจึงไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนข้าวปั้นจะก้มลงเก็บแฟ้มวางไว้บนโต๊ะ แล้วขอตัวเดินออกจากห้องทันที

วิลเลียมยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่คิดว่าการมาทำหน้าที่แทนลิซานเดอร์จะทำให้เขาได้เจอกับคนที่ตามไปหลอกหลอนเขาถึงในฝันจนไม่เป็นอันหลับอันนอนตลอดค่อนคืน

“คุณตุลาการ ตกลง ผมจะลงทุนกับคุณ”

“งั้นเซ็นสัญญาได้เลยครับ” เลขาฯ ที่ยืนอยู่ด้านหลังยื่นสัญญาการลงทุนให้ตุลาการ ก่อนจะส่งมันให้วิลเลียม

“แต่ผมอยากได้คนคอยประสานงานกับทางคุณและทางผม ขอคนที่ไว้ใจได้ อ้อ ผมถูกชะตากับผู้หญิงคนเมื่อกี้ คุณคงไม่ว่าอะไรหากจะให้เธอดูแลงานนี้” วิลเลียมยังไม่รับสัญญาที่ตุลาการยื่นมาให้ ก่อนจะพูดความต้องการของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง

ตุลาการมองหน้าวิลเลียมอย่างใช้ความคิด

“ผมว่าส่งคนทำงานคนใหม่ดีกว่าไหมครับ” ตุลาการแย้งขึ้น เพราะผู้ชายตรงหน้าถึงไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเสือผู้หญิง แต่ก็ไม่ไว้ใจให้ข้าวปั้นไปทำงานต่างแดนด้วยยิ่งเธอไม่ทันคน จะแย่เอาได้

“ผมต้องการคนนี้ หวังว่าเราคงจะได้ร่วมมือกัน” วิลเลียมพูดยืนยันความต้องการของตัวเอง ไม่ยอมให้ใครปฏิเสธสิ่งที่เขาอยากได้

“ผมให้ความสมัครใจของพนักงานเป็นหลัก หากเธอไม่ยอม ผมคงสั่งไม่ได้” ตุลาการตอบกลับอย่างเสมอภาคกัน

“งั้นวันนี้การเซ็นสัญญาคงต้องยุติลงก่อน หากคนของคุณตัดสินใจได้แล้วรบกวนเอาสัญญาไปให้ผมเซ็นด้วย ผมจะอยู่เมืองไทยอีกสามวัน” วิลเลียมพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้ตุลาการมองตามอย่างเสียดาย เพราะโอกาสได้ร่วมลงทุนกับคนแบบวิลเลียมหาได้ยาก

หลังจากวิลเลียมเดินทางกลับ ตุลาการก็เรียกให้ข้าวปั้นมาพบ

“เรียกข้าวปั้นมามีอะไรหรือเปล่าคะ” ข้าวปั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานใหญ่ ใบหน้าหล่อคมสันเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงก่อนจะวางปากกาลง

“พี่มีเรื่องอยากจะถามความสมัครใจของข้าวปั้น” ตุลาการลุกขึ้นเดินมานั่งโซฟาสีเบจแล้วเริ่มพูดเข้าเรื่อง

“เรื่องอะไรหรือคะ” ข้าวปั้นเห็นสีหน้าหนักใจของอีกฝ่ายก็ถามอย่างเป็นห่วง ทั้งยังกังวลใจว่าอาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นก็ได้

“คุณวิลเลียมอยากให้เราช่วยประสานงานระหว่างเขากับพี่ เราพอจะทำได้ไหม” ตุลาการเห็นความสับสนของอีกฝ่าย จึงพูดเสริมเพื่อให้ข้าวปั้นคลายความกังวลใจ “แต่ถ้าเราไม่อยากทำบอกพี่ได้ เดี๋ยวพี่ส่งคนใหม่ไปแทน”

ข้าวปั้นยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน ในใจนั้นอยากไปทำงานกับวิลเลียม ทว่าเธอขลาดกลัวเกินกว่าจะตอบตกลงในทันที

“ข้าวปั้นขอไปคิดก่อนได้ไหมคะ”

“ได้ ถ้าตกลงยังไงบอกพี่ด้วย เพราะเขาจะอยู่เมืองไทยอีกแค่สามวันเท่านั้น” ตุลาการพูดขึ้นก่อนจะพยักหน้าให้ข้าวปั้นกลับไปทำงานของตัวเอง

วิลเลียมไม่ได้เดินทางกลับที่พักในทันที แต่ออกไปสะสางงานค้างที่บริษัทสาขาซึ่งกำลังจะเปิดในเมืองไทย รอเวลาจะได้พบกับเป้าหมาย

ข้าวปั้นเดินออกจากบริษัทในเวลาหลังเลิกงาน เพราะวันนี้เธอต้องเคลียร์งานที่ทำผิดพลาดอีกครั้งจนเย็น หญิงสาวรีบซอยเท้าไปยังป้ายรถเมล์เที่ยวสุดท้ายซึ่งจะออกตอนหกโมงเย็น เท้าเล็กชะงักอยู่กับที่แล้วหันมองรถยนต์คันหรูสีดำบีบแตรเรียกเธอ กระจกรถด้านหลังถูกลดลงจนเห็นบุคคลด้านในกำลังมองเธอนิ่ง ๆ แต่นัยน์ตาคมคู่นั้นกลับเข้มจนเธอหวั่นใจ

“คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” ข้าวปั้นเป็นฝ่ายถามขึ้น เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรสักที

“ขึ้นมา ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณ” วิลเลียมพูดพร้อมส่งสายตาบังคับกลาย ๆ แต่ข้าวปั้นกลับไม่ยอมทำตาม หันไปมองรถเมล์เที่ยวสุดท้ายซึ่งกำลังจอดอยู่ตรงป้ายรถอีกไม่ไกลแทน

“แต่ฉันต้องกลับบ้าน รถเมล์จะหมดแล้ว” ข้าวปั้นพูดขึ้นแล้วเตรียมก้าวเท้าออกเดิน แต่เสียงเข้มขึ้นกลับพูดสั่งอีกครั้ง

“ผมบอกให้ขึ้น อย่าขัดใจผม เพราะไม่อย่างนั้นคุณได้ขายหน้าคนทั้งป้ายรถเมล์นั้นแน่”

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย 3P_JNovel
ตามอ่านต่อ
เมื่อ 2 ปี 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Zy-smile
ลุ้นๆ
เมื่อ 2 ปี 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว