ภรรยาประมูลรัก-3

โดย  วีนัส ละอองดาว / ญาตา

ภรรยาประมูลรัก

3

ข้าวปั้นมองคนตรงหน้าเริ่มคุกคามด้วยสายตาพลางชั่งใจ หากเธอยอมขึ้นรถไปไม่ตกเป็นเหยื่ออันโอชะให้แก่คนตรงหน้านี้หรือ แต่ถ้าไม่ยอมขึ้นไปมีหวังได้อายคนกำลังเตรียมขึ้นรถเมล์ แต่เธอไม่ทันได้คิดตก รถเมล์ขบวนสุดท้ายก็ออกจากชานชาลาเสียก่อนแล้ว ทำให้ต้องยอมเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านใน

“คุณมีอะไรจะคุยก็พูดมาเลยค่ะ ตอนนี้มันเย็นมากแล้ว” ข้าวปั้นพูดขึ้นโดยไม่หันไปมองคนข้างกาย ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออก ทำให้เธอหันมองอย่างหวาดกลัว สีหน้าและท่าทางของสาวน้อยคนนี้กลับทำให้วิลเลียมชอบจนอยากจะแกล้งบ่อย ๆ

คนบ้า! ถามก็ไม่ยอมตอบข้าวปั้นคิดในใจ รู้สึกว่ากำลังถูกแกล้งอยู่

วิลเลียมได้แต่มองเสี้ยวหน้างาม ครั้งแรกเขาไม่ทันได้สังเกตเจ้าหล่อนมากนัก บวกกับอารมณ์เสียจากวีดาที่บินมาก่อกวนไม่เลิกรา

รถยนต์หรูแล่นมาจอดตรงทางเข้าร้านอาหารสไตล์ยุโรปซึ่งเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า บรรยากาศจึงเงียบสงบ และมีเพียงคนกระเป๋าหนักสามารถจับจองที่นั่งได้ เพราะร้านมีคิวจองยาวนานมาก และที่สำคัญเป็นร้านขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยและราคาแพง

“ผมหิว”

วิลเลียมเปรยขึ้นก่อนจะขยับตัวเข้าหาข้าวปั้น ในขณะที่คนสนิทเดินมาเปิดประตูฝั่งของเธอ ทำให้ต้องรีบขยับลงจากรถโดยเร็ว แฟ้มเอกสารในมือถูกแย่งไปโยนไว้บนเบาะนั่งก่อนจะปิดประตูลง

“เอ๊ะ! คุณ นั่นมันเอกสารฉันนะคะ” ข้าวปั้นพยายามจะไปเปิดประตูรถหยิบมันออกมา แต่ถูกวิลเลียมจับข้อมือเล็กลากให้เข้ามาด้านในร้านเสียก่อน

“ทิ้งมันไว้นั่นแหละ ไม่มีใครอยากได้หรอก” เสียงทุ้มดังขึ้นหลังจากเดินเข้ามาด้านใน

เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ เจ้าหน้าที่ที่ยืนรอต้อนรับก็ผายมือแล้วเดินนำไปยังโซนที่นั่งพิเศษ ยิ่งความเป็นส่วนตัวมีมากเท่าไร ข้าวปั้นก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น ถึงจะเป็นร้านอาหารก็ตาม

“คุณพาฉันมาด้วยทำไม” ข้าวปั้นถามวิลเลียมที่ยังรักษามาดนิ่งของตัวเองเอาไว้ไม่มีหลุดจนน่าหมั่นไส้

“ผมบอกไปแล้ว” วิลเลียมถอดเสื้อนอกออกและแกะกระดุมแขนเสื้อทั้งสองข้าง พับมันขึ้นเสมอข้อศอก ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้แล้วรับออร์เดอร์มาดูเงียบ ๆ

“คุณหิว แต่ฉันไม่หิว จะลากมาด้วยทำไม”

ข้าวปั้นพูดขึ้นเสียงขุ่นทั้งที่เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ทว่า...

โครก...

“หึ หึ”

“เจ้าท้องบ้า จะร้องอะไรตอนนี้” ข้าวปั้นยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองพร้อมต่อว่า

“ถ้าหิวผมให้นั่งกินด้วย เชิญ” วิลเลียมปรายตามองข้าวปั้นยืนกุมท้องที่ส่งเสียงร้องครางครวญไม่ยอมหยุด

“ขอบคุณค่ะ”

ข้าวปั้นมองวิลเลียมอย่างลังเลใจอยู่สักพักก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามของเขาแล้วรับออร์เดอร์ ก่อนจะสั่งเป็นภาษาเยอรมันเช่นเดียวกับวิลเลียม เพราะชื่อเมนูเป็นภาษาเยอรมันทั้งหมด

เวลาผ่านไปไม่นานอาหารหน้าตาน่ากินพร้อมกลิ่นหอมยั่วน้ำลายคนหิวจัด เพราะตอนเที่ยงคิดไม่ตกกับเรื่องที่ตุลาการบอกจนพลอยไม่ได้กินข้าว และวันนี้ยังทำงานผิดพลาดต้องแก้จนเย็น ความหิวจึงรุมเร้าให้เธอตักมันเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยจนคนนั่งมองพลอยเจริญอาหารไปด้วย ทั้งที่เขากินมาบ้างแล้ว

อาหารถูกลำเลียงมาวางไว้บนโต๊ะอีกสองจานใหญ่ ทำให้ข้าวปั้นน้ำลายสอขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ยอมเก็บช้อนตัวเองเอาไว้ เพราะจานของเธอนั้นหมดลงแล้ว แต่ความหิวมันยังไม่ยอมสงบ

วิลเลียมจงใจสั่งเมนูโปรดที่เธอชอบมาเพิ่ม ก่อนจะเลื่อนจานมาตรงหน้าตัวเอง ลงมือตักชิมอย่างใจเย็น ทั้งที่จานก่อนหน้าเขากินไปไม่กี่คำเท่านั้น

“ขอร้องผม แล้วคุณจะได้กิน” วิลเลียมพูดขึ้นเสียงเรียบขณะจ้องมองข้าวปั้นสะบัดหน้าไปอีกทาง

ไม่ยอมหรอก คนชอบแกล้งข้าวปั้นคิดในใจเพราะไม่กล้าพูดออกไป

“ก็ตามใจ แต่น่าเสียดาย คงต้องทิ้งเพราะผมเริ่มอิ่มแล้ว”

“เดี๋ยว เอ่อ...คือขอข้าวปั้นกินจานนั้นนะคะ”

ข้าวปั้นสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนจะข่มความอายแล้วเค้นความกล้าพูดด้วยเสียงออดอ้อนหวานหยด พร้อมส่งสายตาขอร้องออกไปให้ชายตรงหน้าต้องตกอยู่ในมนตร์สะกดจนยากที่จะสามารถถอนตัวจากสาวน้อยได้

ข้าวปั้นใช้เวลารับประทานอาหารสองจานเพียงไม่นานก็อิ่ม เรียกได้ว่ากินแบบไม่มีความอาย เพราะความหิวทำให้เธอลืมอายไปจนหมด แต่กลับตีรวนขึ้นมาตอนหลังกินอิ่ม ข้าวปั้นยกน้ำขึ้นมาดื่มแล้ววางลงที่เดิม ก่อนจะเงยหน้ามองวิลเลียมที่กำลังนั่งมองเธอนิ่ง ๆ ตามแบบของเขา

คนบ้าอะไร มีหน้าเดียวหรือยังไงกันข้าวปั้นนึกหมั่นไส้

“คุณมีธุระอะไรจะคุยกับฉันหรือคะ” ข้าวปั้นถามขึ้นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ แต่เธอรู้ว่ามันยังไม่มีคำตอบจากเขาเลย

วิลเลียมนั้นค้นพบความชื่นชอบแบบใหม่ของตัวเองคือการได้เห็นคนตรงหน้าโกรธเคืองหรือแก้มแดงก่ำ และมันจะดีที่สุดหากใบหน้านั้นจะทำให้เขาเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาจะต้องทำให้ได้ ไม่ว่าจะต้องบังคับ หรือต้องจับเธอใส่กรงทองของเขาตลอดกาล

ข้าวปั้นมองวิลเลียมอย่างสงสัยและเริ่มจะไม่สบอารมณ์มากขึ้นเพราะถามไปแล้วไม่ได้คำตอบกลับมาเลยสักครั้ง

“ถ้าคุณไม่ตอบ ฉันขอตัวกลับก่อน ขอบคุณสำหรับอาหารค่ะ” ข้าวปั้นลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังเดินไปทางประตูห้องอาหาร มือเล็กกำลังเอื้อมไปจับลูกบิดเตรียมเปิดประตู

“ถ้าคุณคิดว่าออกไปได้ก็ลองดู” เสียงทุ้มคล้ายกำลังสบายอารมณ์ ทว่าดวงตานั้นกลับคมกล้าส่งสัญญาณเตือน

ข้าวปั้นไม่สนใจคำท้าทายนั้น จับลูกบิดเพื่อเปิดประตู แต่พบว่ามันเปิดไม่ได้ จึงหันกลับมาเตรียมต่อว่าวิลเลียม แต่กลับถูกสายตาคมกล้าคู่นั้นสะกดเอาไว้ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ทั้งยังกลัวว่าเขาจะทำอะไรบ้า ๆ ในห้องนี้

“ก็...คุณไม่ยอมคุยธุระสักที ฉันก็อยากกลับบ้านด้วย” ข้าวปั้นพูดเสียงอ่อนลง อยากจะหายไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเธอคงทำกิริยาให้คนตรงหน้าไม่พอใจ

ใบหน้าเศร้าชวนให้วิลเลียมมองซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไม่มีเบื่อหน่าย และพนันได้เลยว่าเขาไม่อาจจะละสายตาจากเธอได้แน่ เมื่อร่างบอบบางเปลือยเปล่าบนเตียงนอนสีเทาเข้มหลังใหญ่ของเขา และบิดตัวไปมาพร้อมส่งเสียงครางแสนไพเราะเสนาะหู แค่คิดกายชายก็ปวดร้าวจนต้องเปลี่ยนท่านั่งแล้วหยุดคิดเรื่องที่อยากทำใจแทบขาด

“ไม่คิดบ้างหรือ ผมอาจสนใจคุณก็ได้”

วิลเลียมไม่เคยชายตามองผู้หญิงใด แต่กลับต้องตาสาวน้อยตรงหน้านี้จนต้องบังคับเจ้าตัวออกมารับประทานอาหารด้วย แต่ที่ร้ายแรงจนให้อภัยไม่ได้คือ ฝันค้างฟ้า เขาต้องสานต่อจากในนั้นจนเสร็จสม

“อะไรนะคะ! สนใจ?เป็นไปไม่ได้”

ข้าวปั้นร้องปฏิเสธเสียงหลง ใบหน้าแดงก่ำ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีคนสนใจเธอทั้งที่ไม่ได้เรื่อง ทำอะไรก็ผิดพลาดมาตลอด แล้วยิ่งเป็นคนระดับเขาด้วยแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน หากจะเป็นก็แค่ของเล่นที่พวกมหาเศรษฐีมักจะชอบกัน ซึ่งเธอไม่ยอมเด็ดขาด เพราะเธอต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น!

“พิสูจน์ไหม ว่าที่ผมพูดเป็นเรื่องจริงหรือแค่อำคุณเล่น” วิลเลียมส่งสายตาท้าทายให้สาวสวยตรงหน้า

“พิสูจน์ยังไงคะ?” ข้าวปั้นถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะสายตาของเขามันแปลกประหลาดชอบกล และมีบางเสี้ยววินาทีที่เธอเห็นความเจ้าเล่ห์ฉายชัดออกมา

“ขึ้นเตียงกับผมคืนนี้ รับรองว่าจะพิสูจน์ทั้งคืนยันเช้า” วิลเลียมเอนกายลงพิงพนักพร้อมพูดขึ้นอย่างมั่นใจและเน้นคำชัดเจน

“ขอปฏิเสธค่ะ” ข้าวปั้นปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ก่อนจะลุกขึ้นยืนมองใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง

“ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ค่าเสียหาย หรืออาจจะเสียหายแล้วก็ได้ แค่คืนเดียวผมจ่ายไม่อั้น” วิลเลียมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเดินอย่างองอาจ ท่าทางยโสจนข้าวปั้นกอดอกสะบัดหน้าเชิดขึ้นอย่างโกรธเคือง เมื่อถูกพูดจาดูถูกจากผู้ชายที่เคยหลงคิดว่าเป็นคนดี แต่กลับตรงกันข้าม

“เก็บข้อเสนอของคุณไปใช้กับผู้หญิงคนอื่นเถอะค่ะ เพราะฉันไม่ต้องการ”

“แต่ผมมั่นใจ อีกไม่นานคุณจะต้องร้องครางอยู่บนเตียงของผมแน่นอน นามบัตรผม ติดต่อมาได้ทุกเมื่อ วันนี้สนุกมาก”

วิลเลียมหยิบนามบัตรจากกระเป๋าสตางค์ของตัวเองสอดเข้าในมือของข้าวปั้นก่อนจะใช้มืออีกข้างช้อนท้ายทอยให้เงยหน้าขึ้นรับจูบดุเดือด ริมฝีปากบางถูกบดเคล้าด้วยความเร่าร้อนส่งผ่านปลายลิ้นใหญ่สอดเข้าโพรงปากนุ่ม เนิ่นนานกว่าวิลเลียมจะยอมปล่อยปากอิ่มให้เป็นอิสระ แต่ก็ยังจูบซับตามริมฝีปากบวมซ้ำ

“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นจูบแรกที่แสนหวานอย่างนี้”

วิลเลียมพูดขึ้นชิดริมฝีปาก สอดลำแขนเข้าเกี่ยวเอวเล็กคอดให้แนบชิดกายแข็งแรงของตัวเอง ความต้องการที่ไม่เคยคิดว่ามันจะมหาศาลเพียงนี้กดดันจนต้องกัดฟันแน่นแล้วถอนหายใจออกมาแรง ๆ เขาไม่ใช่พวกชอบบังคับขืนใจผู้หญิงที่ไม่ต้องการขึ้นเตียงด้วย แต่เธอคนนี้กลับทำให้เขาต้องทำลายกฎของตัวเองทิ้ง

ข้าวปั้นถูกวิลเลียมสูบเรี่ยวแรงไปจนหมดจากจูบดุเดือดเร่าร้อน แต่ก็หวานจับใจ กลิ่นน้ำหอมที่เธอจำได้ดีว่ามันเป็นกลิ่นเดียวกับเมื่อแรกเจอกำลังทำให้เธอเคลิ้มละเมอคล้ายคนใกล้หลับ ไม่มีแรงแม้แต่จะยืน

“ปล่อยนะคะ” ข้าวปั้นค้นหาเสียงและแรงอันน้อยนิดของตัวเองเจอพูดขัดความสุขของใครบางคนที่กอดร่างของเธอไว้แน่น ไม่มีทีท่าว่าจะยอมคลายอ้อมแขนออก

“เชื่อเถอะ คุณไม่อยากให้ปล่อยหรอก” ราวกับว่าวิลเลียมล่วงรู้ความคิดของเธออย่างไรอย่างนั้น ก็อ้อมแขนอบอุ่นนี้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยจนไม่อยากออกห่าง แต่ก็ต้องฝืนดันกายออกห่าง

“ไม่ใช่อย่างที่คุณพูดเลยสักนิด หมดธุระแล้ว ฉันขอตัวกลับบ้านค่ะ” ข้าวปั้นพูดขึ้นแล้วหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องนี้อีกครั้ง แต่ด้วยจูบดุเดือดเมื่อสักครู่ทำให้ขาของเธอสั่นจนแทบทรุดร่วงลงกองกับพื้น หากไม่ได้อ้อมแขนแข็งแรงช่วยเอาไว้อีกครั้ง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย 3P_JNovel
เก็บหมู
เมื่อ 1 ปี 10 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย ลูกหมูอู๊ดอี๊ด
รถเมล์ไม่ออกจากชานชาลาจ้า
เมื่อ 1 ปี 11 เดือนที่แล้ว

รีวิว