ภรรยาประมูลรัก-4

โดย  วีนัส ละอองดาว / ญาตา

ภรรยาประมูลรัก

4

“เดินยังจะไม่ไหว ยังปากเก่งอีก”

“เอ๊ะ! คุณนี่”

ข้าวปั้นส่งค้อนวงใหญ่ให้วิลเลียมเป็นเชิงต่อว่า แต่กลับต้องก้มหน้าลง เพราะสายตาที่กำลังมองมาสื่อความหมายบางอย่างจนเธอไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเจ้าของดวงตาคมกล้าที่สามารถสะกดเธอตั้งแต่แรกเห็นนั้นกำลังห่วงใยเธออยู่

“รถจอดรออยู่ข้างนอก”

วิลเลียมจับจูงข้อมือเล็กให้เดินตามออกจากห้องทันทีที่ได้ยินเสียงปลดล็อกประตูจากด้านนอก ช่วงเท้ายาวกว่าของวิลเลียมทำให้ข้าวปั้นเดินตามไม่ทันจนแทบจะวิ่งตามเลยทีเดียว และเหมือนคนเจ้าเล่ห์จะชอบใจ เพราะตอนนี้ใบหน้าหล่อที่เคยเคร่งเครียดกลับระบายยิ้มเล็กน้อยจนลูกค้าผู้หญิงมองตามเป็นแถว

“แต่ฉันจะกลับเอง” ข้าวปั้นพูดขึ้นแล้วดึงข้อมือออกจากมือใหญ่ แต่ยิ่งดึงมันก็จะยิ่งรัดแน่นขึ้น แล้วเธอก็ถูกดึงให้เข้ามาชิดร่างใหญ่

“จะทำอะไร”

ข้าวปั้นยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างไว้ไม่ให้ร่างตัวเองแนบสนิทมากเกินไป แต่แรงเท่ามดอย่างเธอหรือจะสู้แรงวิลเลียมได้ ใบหน้านวลแดงก่ำเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าลวนลามเธอหน้าร้านอาหาร ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะมืดแล้วก็ตาม แต่แสงไฟส่องทางก็ทำให้เห็นหน้าหล่อเหลากำลังชอบใจที่เห็นท่าทางตื่นกลัวของข้าวปั้น

“จะไปส่ง ห้ามขัด ไม่อย่างนั้นผมไม่จบแค่จูบตรงนี้แน่”

วิลเลียมก้มหน้ามองข้าวปั้นกำลังหน้าแดงก่ำและส่งค้อนให้เขาวงใหญ่ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากนุ่มที่ได้ชิมครั้งแรกก็ติดใจในความหวานฉ่ำนั้น ปลายนิ้วร้อนลูบไล้ริมฝีปากนุ่มอย่างเผลอไผล บรรยากาศรอบข้างที่เคยเสียงดังจากรถยนต์แล่นผ่านกลับเงียบสงบราวกับต้องมนตร์สะกด แต่แล้วเสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงของวิลเลียมก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ

ข้าวปั้นรีบดันตัวออกห่างจากอ้อมแขนของเขาทันทีพร้อมกับเสียงสบถของอีกฝ่ายดังขึ้นอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมหยิบมือถือขึ้นมารับสายพร้อมต่อว่าปลายสายเสียงเข้มเป็นภาษาเยอรมัน ข้าวปั้นยืนฟังการสนทนาของชายหนุ่มข้างกายไม่ยอมขยับไปทางอื่นด้วยเพราะว่าเธอเรียนจบโทด้านภาษาเยอรมันมา ทำให้เธอมักได้รับหน้าที่ประสานงานกับต่างชาติอยู่บ่อยครั้ง

“มีอะไร” วิลเลียมกรอกเสียงห้าวลงไปตามสายอย่างขัดอารมณ์

(“อะไรกัน ติดสาวอยู่หรือยังไงถึงไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง”)

แอนดรูว์ ดอว์สัน บุตรชายคนที่สามของตระกูลดอว์สันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัว ผันตัวเองไปเป็นผู้อำนวยการด้านการแพทย์ มีโรงพยาบาลหลายสาขาในสวิตเซอร์แลนด์ ทว่าก็ยังเป็นอีกเสียงของผู้บริหาร มีสิทธ์เห็นชอบและคัดค้าน

“ช่วงนี้พวกนายคิดถึงฉันมากนักหรือยังไง วัน ๆ ไม่มีงานทำ เอาแต่โทร.มากวนประสาทแบบนี้” วิลเลียมต่อว่า สายตาคมเหลือบมองสาวน้อยข้างกายที่ยืนฟังการสนทนาของเขาอยู่ตอนนี้

ปลายสายหัวเราะชอบใจ (“วีดาตามไปราวีถึงเมืองไทยเลยหรือ”)

“เออ วุ่นวายชะมัด” น้ำเสียงเข้มขึ้นจากบทสนทนาของชายหนุ่มทำให้ข้าวปั้นหันมองหน้าอย่างสงสัย แต่ก็ต้องหลุบตาลงต่ำเพราะถูกอีกฝ่ายมองอยู่ก่อนแล้ว

(“ก็หาลูกสะใภ้กลับมาด้วย แค่นั้นก็หมดปัญหาแล้ว”) แอนดรูว์พูดขึ้น แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็โดนหางเลขไปด้วย แต่ถึงอย่างไรผู้ชายตระกูลดอว์สันก็ไม่ชอบถูกบังคับ แต่ถ้าบังคับคนอื่นอาจไม่แน่

“เจออยู่คนหนึ่ง แต่สงสัยต้อง ‘ฉุด’ ถึงจะยอม” วิลเลียมพูดขึ้นพร้อมเอื้อมมือไปเกลี่ยแก้มนุ่มของคนข้างกาย

(“จะรอต้อนรับพี่สะใภ้ โชคดี”)

สี่พี่น้องไม่เคยยุ่งเรื่องผู้หญิงของกันและกัน แต่ก็มั่นใจว่าพี่น้องของพวกเขาได้เลือกมาแล้วอย่างดีแน่นอน เพราะมีนิสัยหยิ่ง ปากร้าย และฉลาดเป็นกรดเหมือนกัน

“ขอบใจ และหวังว่าคงไม่มีใครโทร.มาอีก”

(“ฮา ๆ ถ้าวัลดัส รายนั้นคงไม่มีเวลาโทร.มากวน เพราะต้องหนีพวกปาปารัสซีให้วุ่น” แอนดรูว์พูดถึงวัลดัส ดอว์สัน ที่ต้องเก็บตัวเงียบเพราะไม่อยากเป็นข่าว เพราะเหตุผลอะไรนั้นมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่รู้ดี

“อีกสองวันเจอกัน”

วิลเลียมพูดขึ้นขณะเห็นรถยนต์ของตัวเองแล่นมาจอดพร้อมกับลูกน้องทั้งสองคนก้าวเท้าลงจากรถที่ยังไม่ดับเครื่อง เขาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้ข้าวปั้นเข้าไปนั่งด้านใน ส่วนตัวเองก้าวขึ้นไปนั่งประจำเบาะคนขับแทน ข้าวปั้นหันมามอง

“บอกที่อยู่มา” วิลเลียมแกล้งถามที่อยู่ของข้าวปั้นเสียงเรียบพร้อมกับเคลื่อนรถออกไปอย่างเชื่องช้า เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าอยู่ตรงไหน

“เอ่อ...ฉันว่า” ข้าวปั้นเตรียมจะพูดปฏิเสธ แต่อยู่ ๆ รถก็เบี่ยงเข้าข้างทางทันที วิลเลียมปลดเบลต์ออกแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้

“อยากนอนในรถหรืออยากกลับไปนอนบ้าน แต่ถ้าเลือกอย่างหลังคุณโดนผมงาบบนรถนี่แหละ” คำพูดสุดห่ามเรียกจุดแดง ๆ บนแก้มนุ่มได้ทันที ข้าวปั้นรีบบอกที่อยู่ของตัวเองให้อีกฝ่ายทราบ เพราะผู้ชายคนนี้พูดจริงทำจริง จนเธอแทบไม่อยากจะท้าทายอะไรเลยด้วยซ้ำ

“อยู่...”

“บอกมาตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง” วิลเลียมพูดขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปคาดเบลต์ให้ข้าวปั้น สีหน้าตื่น ๆ ของอีกฝ่ายมันทำให้วิลเลียมสนุกที่ได้แกล้งเธอเล่น ก่อนจะขับรถไปยังที่หมาย

รถยนต์สีดำคันหรูแล่นมาจอดตรงด้านหน้าบ้านหลังไม่ใหญ่มากของข้าวปั้นที่มีเพียงแสงไฟด้านหน้าซึ่งตั้งเวลาให้เปิดและปิดเอาไว้ แต่ข้างในตัวบ้านยังมืดสนิทข้าวปั้นพูดขอบคุณเบา ๆ แล้วเตรียมตัวลงจากรถ แต่ถูกวิลเลียมดึงแขนเอาไว้

“เปิดประตูบ้าน”

ข้าวปั้นไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเปิดประตูบ้านให้ เพราะเขามาส่งแล้วก็น่าจะกลับเลย ด้วยตอนนี้มันเริ่มดึกแล้ว อีกทั้งการขับรถช้าของวิลเลียมก็ทำให้เธอแทบหลับคารถหลังจากกินอิ่มมาหมาด ๆ

“ผมหิวน้ำ” วิลเลียมพูดเสร็จก็ปล่อยมือแล้วพยักหน้าให้ลงไปเปิดประตูรั้วบ้าน ข้าวปั้นยอมทำตามเพราะคิดว่าเขาหิวน้ำจริง ๆ แต่ว่าทำไมต้องนำรถเข้ามาในบ้านด้วย เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด

วิลเลียมขับรถเข้าไปจอดด้านในพร้อมกดล็อกรถเสร็จสรรพ เดินผิวปากเข้าบ้านราวกับตัวเองเป็นเจ้าของ ก่อนจะเร่งข้าวปั้นที่กำลังล้วงหากุญแจบ้านจากกระเป๋าเพื่อเปิดประตูและเปิดสวิตช์ไฟ ร่างบางเดินหายเข้าไปในห้องครัวครู่เดียวก็เดินออกมาพร้อมกับน้ำเย็นหนึ่งแก้ววางลงตรงหน้า ยืนรอให้วิลเลียมยกขึ้นดื่มแล้วกลับไป เธอจะได้ปิดบ้านแล้วเข้านอนเสียที

“หน้าผมมีอะไร หรือเปลี่ยนใจอยากขึ้นเตียงกับผมแล้ว” วิลเลียมเอนกายลงพิงพนักโซฟาท่าทางสบายใจราวกับไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ผิดกับข้าวปั้นที่ง่วงเต็มที อยากอาบน้ำแล้วเข้านอน ต้องพูดอ้อม ๆ

“ก็คุณบอกว่าหิวน้ำ”

“แล้วไง?” วิลเลียมยังถามต่อทั้งที่รู้ว่าเธอหมายความว่าอย่างไร แต่มีหรือคนอย่างวิลเลียม ดอว์สัน จะยอมให้ใครไล่ได้ง่าย ๆ

“ก็น้ำอยู่ตรงนั้น” ข้าวปั้นอยากจะกรี๊ดให้ประสาทหูของผู้ชายตรงหน้าดับไปนัก ไม่รู้ว่าแต่ละวันไม่มีใครให้เขาแกล้งหรืออย่างไร ถึงได้มาแกล้งที่เธอเพิ่งรู้จักกัน แล้วยังกวนประสาทเป็นที่หนึ่ง

“อื้อ แล้ว?” วิลเลียมยังถามต่อพร้อมยกมุมปากขึ้นอย่างชอบใจที่เห็นท่าทางของสาวน้อยคนสวยตรงหน้า ข้าวปั้นอ้าปากค้าง ไม่รู้จะสรรหาอะไรมาต่อว่าในความหน้าทนของวิลเลียม

“ฉันว่าคุณรีบดื่มแล้วรีบกลับเถอะค่ะ ตอนนี้มันมืดแล้ว และอีกอย่างชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองมันไม่งาม คนไทยเขาถือ” ข้าวปั้นสูดอากาศเข้าปอดอีกครั้งก่อนจะพูดไล่ตรง ๆ

“เป็นห่วงผม?” วิลเลียมชอบไล่คนอื่นมากกว่าถูกไล่ แล้วยิ่งเป็นผู้หญิงกรี๊ดกร๊าดส่งเสียงหนวกหูเขาจะไม่ยอมทน แต่กับเธอคนนี้เขากลับชอบใจที่ได้ต่อปากต่อคำด้วย กิริยาที่เจ้าหล่อนแสดงออกมานั้นสะกดสายตาของเขาได้อยู่หมัด

“ไม่ได้เป็นห่วง แค่ไม่อยากให้ตำรวจเรียกไปสอบปากคำ”

“พอดีผมขี้เกียจขับรถกลับ” วิลเลียมล้มตัวลงนอนเหยียดขายาวล้ำโซฟาตัวใหญ่ หลับตานิ่ง ไม่อยากสนทนาใด ๆ อีกต่อไป

“แล้วทำไมคุณไม่ให้ลูกน้องของคุณมารับ” ข้าวปั้นเดินเข้าไปใกล้วิลเลียม เพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะนอนที่นี่จริง ๆ ถึงแม้ว่ามันจะเกือบสี่ทุ่มแล้วก็ตาม

"พวกมันคงนอนไปหลายตลบ เวลาผมง่วงแล้วยังโดนขัดมันทำให้หงุดหงิดแล้วรู้ไหมผมระบายมันยังไง” วิลเลียมลืมตาขึ้นมองข้าวปั้นที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึงและเร็วเท่าความคิด มือใหญ่เอื้อมไปดึงร่างบางให้ล้มลงนอนทับบนตัวเขา

“ยังไง ว้าย!” ข้าวปั้นร้องเสียงหลงเมื่อถูกอีกฝ่ายดึงข้อมือจนล้มทับบนกายหนาและแข็งแรง ลำแขนใหญ่ทั้งสองตวัดเข้ากอดรัดร่างเธอไว้แน่น

“ทำรักแบบโต้รุ่งยันเช้า” เสียงทุ้มกระซิบตอบคำถามข้างใบหูเล็กขาวสะอาดแล้วเม้มมันด้วยริมฝีปากร้อนของตัวเอง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Anupa
กรี๊ด! ทำต่อทำต่อ
เมื่อ 2 ปี 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว