ภรรยาประมูลรัก-6.

โดย  วีนัส ละอองดาว / ญาตา

ภรรยาประมูลรัก

6.

ตอนสายของวันรุ่งขึ้นข้าวปั้นที่หลับสนิทยิ่งกว่าทุกคืนก็ลืมตาตื่น ลุกขึ้นบิดขี้เกียจทั้งที่ยังไม่ลืมตา ก่อนจะค่อยลืมตาขึ้นรับแสงแดดที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดม่านไว้เล็กน้อยแล้วหันมองรอบห้องเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนมีแขกวีไอพีมานอนที่บ้านด้วย แถมยังนอนบนเตียงเดียวกับเธอ แต่กลับพบความว่างเปล่า มีเพียงที่นอนที่เย็นเฉียบทิ้งไว้ให้ลูบหาความอบอุ่นที่มอบให้เธอตลอดทั้งคืน

“หรือว่าเราฝัน”

ข้าวปั้นพึมพำออกมาอย่างสับสน เมื่อวานเธอยังไปกินข้าวกับเขา แถมยังถูกชวนขึ้นเตียงอีกด้วย แต่วันนี้กลับว่างเปล่า แต่ก่อนจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงนาฬิกาหัวเตียงก็ดังขึ้นบอกเวลาอีกสามสิบนาทีเจ็ดโมงครึ่ง

"ตายแล้ว! สายขนาดนี้เลยหรือ” ข้าวปั้นรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงาน

เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย กำลังจัดข้าวของเตรียมไปทำงานก็นึกขึ้นได้ว่างานที่เอามาแก้เมื่อวานเธอยังไม่ได้ทำ ทว่ารายงานทั้งหมดกลับเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ข้าวปั้นหยิบรายงานมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งพลางหยิบมือถือขึ้นมากดรับสายจากนลิน

(“เธออยู่ไหนแล้วตอนนี้”) เสียงนลินดังมาตามสายทำให้ข้าวปั้นละสายตาจากรายงานแล้วยกข้อมือขึ้นมองเวลา

“แปดโมง! ฉันกำลังจะออกบ้าน เจอกันที่ทำงาน” ข้าวปั้นรีบกดวางสายนลินก่อนอีกฝ่ายทันได้พูดจบ

(“เดี๋ยว...”)

ข้าวปั้นรีบวิ่งลงมาด้านล่าง ในใจนึกหวังว่าอาจจะพบวิลเลียมนั่งรออยู่ ทว่ากลับพบ แต่ความว่างเปล่า ไม่มีแม้เงา จึงได้แต่ปลงตก คิดว่าตัวเองอาจจะเพ้อหนักถึงขั้นเอากลับมานอนฝันว่าได้อยู่กับเขา แต่ความอบอุ่นที่ได้รับยังติดตรึงใจของเธอไม่รู้ลืม ก่อนจะเดินออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถประจำทางไปลงหน้าบริษัทด้วยความรู้สึกต่างไปจากทุกวัน

“คนแบบเขาจะยอมมานั่งกินข้าว มานอนในห้องแคบ ๆ ได้ยังไงกัน เลิกเพ้อถึงเขาได้แล้ว” ข้าวปั้นยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองเบา ๆ เรียกสติตัวเองให้กลับเข้าตัว ทว่าหัวใจกลับลอยล่องไปไกลแสนไกล ตามหาใครบางคนที่เธอคิดว่าคงไม่มีหวังที่จะได้พบเขาอีกครั้ง

วิลเลียมเดินทางกลับกะทันหันจึงให้ลูกน้องคอยตามข้าวปั้นอยู่ห่าง ๆ และคอยรายงานความเคลื่อนไหวในแต่ละวันของเธอให้เขาได้ทราบ อาการเข้าขั้นหนักชนิดที่ว่าเวลาประชุมก็ยังเห็นหน้านวลลอยมา จนทำให้เขาต้องเบรกการประชุมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ตอนนี้ผ่านมาสามวันแล้วนับจากวันนั้น เขามีงานรัดตัวจนแทบกระดิกไปไหนไม่ได้ ต้องเร่งเคลียร์งานที่ยังค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ การเซ็นสัญญากับตุลาการก็ส่งคนไปแทน

แต่ที่ทำให้วิลเลียมดิ้นจนแทบคลั่งเมื่อได้รับรายงานว่ามีผู้ชายเข้ามาเกาะแกะผู้หญิงของเขา วิลเลียมนั้นอยากบินไปเมืองไทยแล้วลากตัวข้าวปั้นกลับมาอยู่ด้วยที่นี่เสียเลยให้รู้แล้วรู้รอดไป

“ผู้หญิงของเราหรือ” ริมฝีปากได้รูปพึมพำออกมา พร้อมจ้องภาพหน้าจอมือถือที่ลูกน้องส่งมาให้เขาดูเพื่อคลายความคลั่งอยากเห็นหน้าในตอนนี้ แต่ก็ได้แค่เศษเสี้ยวเท่านั้น

พฤติกรรมที่แปลกไปจากเดิมของวิลเลียมหลังกลับมาจากเมืองไทยทำให้เหล่าพี่น้องตระกูลดอว์สันต้องสืบหาสาเหตุ และยิ่งไปกว่านั้นลูกน้องคนสนิทที่ตามติดเป็นเงาตามตัวก็ไม่อยู่คอยดูแลเจ้านายตัวเอง ซึ่งมันน่าสงสัย

เหล่าเทพบุตรรูปงามที่รวยทั้งทรัพย์ ปัญญา และเรือนร่างเดินก้าวเท้าเข้ามาด้านในห้องทำงานใหญ่ของบริษัทดอว์สันที่เป็นรากฐานของธุรกิจทั้งหมดในตระกูล และถูกยกให้วิลเลียมขึ้นดูแลอย่างไม่เป็นทางการ เพราะลูกทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกัน แต่ต่างกันที่วิลเลียมถือหุ้นมากที่สุด

“รู้สึกว่าตั้งแต่กลับจากเมืองไทยนายแปลกไป” ลิซานเดอร์ บุตรชายคนที่สองอายุห่างจากวิลเลียมเพียงหนึ่งปีพูดขึ้น

“แปลกยังไงลิซานเดอร์” วิลเลียมที่เดินนำเข้ามาด้านในห้องทำงานใหญ่ถามกลับ

“ก็เหมือนนายลืมอะไรบางอย่างไว้ที่เมืองไทย” แอนดรูว์ตอบแทนลิซานเดอร์ก่อนจะทรุดลงนั่งบนโซฟาเดียวกันกับวัลดัสที่มองหน้าวิลเลียมอย่างพิจารณา

“พวกนายกำลังจะพูดเรื่องอะไร” วิลเลียมถามออกไปอย่างนั้นเพราะรู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไร ในเมื่อทุกเรื่องเกี่ยวกับคนภายในบ้านย่อมรู้โดยทั่วถึงกันจากเส้นสายและลูกน้อง ซึ่งมันทำให้พวกเขาสามารถดูแลกันได้

“ก็พี่สะใภ้ของพวกเรายังไง” วัลดัสเป็นฝ่ายตอบบ้างพร้อมกับจ้องมองวิลเลียมที่ส่งสายตาดุมาให้

ยังไม่ทันจะได้พูดคุยอะไรกันมากมายนัก ทุกคนก็ได้ยินเสียงของวีดา แมกอินชอน ลูกสาวของเมสัน แมกอินชอน หนึ่งในหุ้นส่วนธุรกิจของดอว์สันกรุ๊ปที่จับลูกสาวให้หมั้นหมายกับวิลเลียมตั้งแต่เด็ก แต่มันก็เป็นเพียงสัญญาปากเปล่าที่ไม่มีหลักประกันอะไรว่าวิลเลียมโตขึ้นแล้วจะยอมทำตาม เพราะเขาไม่ชอบการจับคลุมถุงชน

“พี่วิลเลียม คิดถึงจังเลย กลับมาสวิตเซอร์แลนด์ทำไมไม่บอกวีดา” วีดาเดินเข้ามาใกล้วิลเลียมหมายจะเข้าไปจูบทักทาย แต่ถูกสายตาคมกล้าตวัดมองมาเสียก่อนจึงได้แต่หยุดกลางอากาศแบบนั้น

“มันไม่ใช่ธุระของฉันที่จะต้องบอกคนนอก” วิลเลียมพูดขึ้นเสียงเรียบจนเมสันที่เดินเข้ามาพอดีได้ยินเข้า เพราะวันนี้มีการประชุมใหญ่ของบริษัทเพื่อสรุปผลการทำงานในสองไตรมาตรที่ผ่านมาซึ่งจะจัดขึ้นทุกหกเดือน

“ทำไมพูดกับน้องที่จะมาเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลดอว์สันอย่างนั้น”

“ผมว่าคุณเมสันคงเข้าใจอะไรผิด ผมไม่เคยรับปากว่าจะแต่งงานกับวีดาเลยสักครั้ง” วิลเลียมลุกขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ได้นะคะ คุณลุงไบรอันสัญญาไว้แล้ว ยังไงพี่ก็ต้องแต่งกับวีดา”

“ใครสัญญาก็ให้คนนั้นมาแต่งแล้วกัน ขอตัวก่อน การประชุมเริ่มแล้ว” วิลเลียมก้าวเดินอย่างมั่นคงออกไปจากห้องทำงานพร้อมกับพี่น้องคนอื่น ๆ

“วีดาไม่ยอมค่ะ” วีดาหันหน้าไปทางเมสันแล้วพูดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ

“ไม่ยอมตอนนี้ถึงยังไงก็ต้องยอม พ่อไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ” เมสันเดินไปลูบศีรษะของวีดาพร้อมกับพูดปลอบใจลูกสาวไปด้วย พลางคิดหาทางทำให้วิลเลียมยอมแต่งงานกับวีดา

สามวันผ่านไปกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของข้าวปั้นที่เหมือนขาดอะไรบางอย่าง ทั้งเรื่องที่เธอจะถูกส่งไปทำงานที่สวิตเซอร์แลนด์ตุลาการก็ไม่เคยถามหาคำตอบ แล้วยังมีอีกคนหนึ่งที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายไปอยู่ที่ไหน ไม่มีการติดต่อกลับมา

“เป็นอะไรหรือเปล่า ให้เราพาไปหาหมอไหม” ชัยชนะ เพื่อนร่วมงานในแผนกเดียวกับเธอถามขึ้นพร้อมกับยื่นมือมาสัมผัสหน้าผากจนคนเหม่อลอยตกใจ รีบเบี่ยงกายหนี

“ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” ข้าวปั้นส่งยิ้มให้ตามมารยาทเพราะเพื่อนร่วมงานคนนี้มักชอบเข้ามาเกาะแกะเธอ แต่ทุกครั้งก็ถูกนลินขัดขวางไว้ตลอด แต่วันนี้นลินลาป่วย ชัยชนะจึงได้โอกาส

“เย็นนี้กินข้าวกับพี่นะครับ”

“เอ่อ...คือข้าว...”

“นะครับ พี่อยากรู้จักน้องข้าวปั้น เย็นนี้เจอกันที่หน้าบริษัทครับ” ชัยชนะพูดจบก็เดินกลับที่นั่งตัวเองเพื่อไม่ให้ข้าวปั้นได้ปฏิเสธ

ข้าวปั้นถอนหายใจเบา ๆ เพราะนลินเคยเล่าให้ฟังว่าผู้ชายคนนี้นิสัยไม่ได้ดีอย่างหน้าตา ทั้งเจ้าชู้ หลอกแอ้มสาว และอีกสารพัดที่เกินกว่าจะเข้าไปยุ่งด้วย หากไม่อยากถูกเขาหลอกแล้วมานั่งเสียใจทีหลัง

“จะทำยังไงดี” ข้าวปั้นคิดไม่ตก หากจะให้ช่วยตอนนี้คงมีแต่นลินเท่านั้น ทว่าวันนี้กลับลา แถมตุลาการก็ไม่เข้าบริษัท

“ลองโทร.ชวนก่อนดีกว่าเผื่อจะมาได้” ข้าวปั้นหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานลินทันที แต่รอสายอยู่นานก็ไม่มีคนรับ พอลองโทร.เข้าที่บ้านก็ไม่รับอีกเช่นกันจนข้าวปั้นชักเริ่มเป็นห่วงขึ้นมา

“จะเป็นอะไรหรือเปล่า เย็นนี้แวะไปดูดีกว่า จะได้บอกปัดไม่ไปกินข้าว” ข้าวปั้นคิดดังนั้นก็เดินไปหาชัยชนะ บอกปัดเรื่องกินข้าว แต่ก็ไม่วายถูกอีกฝ่ายรบเร้าว่าอยากไปส่งจนเธอเริ่มหาทางเลี่ยงไม่ได้ ยอมรับปากไป

พอตกเย็นข้าวปั้นขอหัวหน้ากลับก่อนแล้วเดินออกจากบริษัทมายืนรอรถเมล์ที่ป้ายเหมือนเช่นเคย สายตาหวานมองไปฝั่งตรงข้ามแล้วสะดุดเข้ากับชายชุดดำที่เธอจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่นั่งในรถที่วิลเลียมพาเธอไปกินข้าวเมื่อหลายวันก่อน แต่เพียงแค่แวบเดียวชายผู้นั้นก็หายไป

“เลิกคิดถึงเขาสักที” ข้าวปั้นพูดกับตัวเองเบา ๆ เมื่อคิดถึงวิลเลียมขึ้นมา ทุกวันจะมีเพียงเสื้อผ้าที่เขาทิ้งไว้ให้เธอรับรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความฝัน แต่หากเธอเลือกได้ ขอฝันหวานต่ออีกสักนิดก็ยังดี

ด้านวิลเลียมเมื่อได้รับฟังรายงานความเคลื่อนไหวของข้าวปั้นก็อยากบินไปลากตัวมานอนกอดให้หายทรมาน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้กับใคร จนต้องพิสูจน์ให้ลูกน้องหาผู้หญิงมาให้ เจ้าลูกชายตัวดีก็ไม่ยินดีต้อนรับ แต่อย่างใด

อาการเริ่มใกล้ลงแดงของวิลเลียมทำให้คนอื่น ๆ ต้องปรึกษาหารือกันเพื่อช่วยเหลือ

“พี่ชายพวกแกเป็นอะไรหรือเปล่า ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่เคลียร์งานลูกเดียว” ไบรอัน ดอว์สัน ประมุขของคฤหาสน์เดินมาถามลูกชายทั้งสามคนที่นั่งปรึกษากันอยู่ ขาดก็แต่วิลเลียมที่เข้าบริษัท

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว