ภรรยาประมูลรัก-7

โดย  วีนัส ละอองดาว / ญาตา

ภรรยาประมูลรัก

7

“กำลังวางแผนจับพี่สะใภ้ครับ” ลิซานเดอร์ตอบ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปนั่งกับแอนดรูว์แล้วให้ไบรอันนั่งลงบนโซฟายาวกับวัลดัส

“วิลเลียมมันติดหญิงหรือ ทำไมไม่บอกให้เร็ว ๆ พ่อจะได้ไปทาบทามพ่อแม่เขา” ไบรอันเห็นดีเห็นงามด้วยกับลูกชายตัวเองที่เขาจะได้รับขวัญลูกสะใภ้ใหญ่ของตระกูลดอว์สันเสียที

“พ่อไม่ต้องห่วง งานนี้พวกเราวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว” แอนดรูว์พูดขึ้น มั่นใจว่าแผนการนี้จะไปได้สวย ดีไม่ดีวิลเลียมอาจจะชอบก็ได้

“แล้วเรื่องวีดาพ่อจะเอายังไง” วัลดัสพูดขึ้น อยากรู้ว่าหากวิลเลียมไม่ได้แต่งงานกับวีดา ทางฝ่ายเมสันจะยอมหรือเปล่า

“เรื่องนั้นพ่อให้สิทธิ์วิลเลียมก่อน หากเมสันไม่ยอมก็คงต้องพูดกัน” ไบรอันที่ไม่อยากเสียตอนแก่พูดขึ้นพลางคิดหาทางออกให้ลูกชายของเขาไปด้วย แต่ตอนนี้เขาอยากเห็นว่าที่ลูกสะใภ้ใหญ่คนนั้นที่สามารถปราบวิลเลียมได้เสียแล้ว แต่ว่าใครจะโดนปราบมากกว่ากันนั้นเขาก็อยากรู้เช่นกัน คงต้องรอให้วิลเลียมเป็นคนเอ่ยปากบอก แต่คงอีกนาน

วิลเลียมเดินเข้าคฤหาสน์ในตอนบ่ายสี่โมงเย็นอย่างเร่งรีบเมื่องานที่พยายามเคลียร์มาเกือบหนึ่งอาทิตย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจะได้บินกลับเมืองไทย ย้ำสัญญาเรื่องเดิมที่เคยเสนอให้ข้าวปั้นไปเมื่อครั้งก่อนเสียที

“กลับมาแล้วหรือวิลเลียม มาสิ งานนี้แอนดรูว์เป็นเจ้ามือ” ไบรอันเรียกให้วิลเลียมที่กำลังเดินเข้ามาด้านในมาร่วมดื่มด้วยกัน

“ผมขอบายดีกว่า วันนี้เพลีย ๆ” วิลเลียมปฏิเสธทันทีเมื่อสังหรณ์ใจในความไม่ชอบมาพากลเมื่อคุณหมออย่างแอนดรูว์ที่ถือว่าคอแข็งจะยอมเลี้ยงเหล้าทั้งที่ไม่เคยมาก่อนและพวกเขาหากไม่มีงานเลี้ยงสังสรรค์กันหรือออกไปดื่มข้างนอกพวกเขาจะไม่ทำอะไรแบบนี้อย่างแน่นอน

“ได้ยังไง นาน ๆ ทีเจอกัน หรือมีธุระสำคัญ” ลิซานเดอร์พูดเสริมทัพไม่ให้วิลเลียมปฏิเสธได้ เพราะนิสัยที่เหมือนกันหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งปากที่แข็งจัดของพวกเขา หากไม่ลิ้มรสถึงความเจ็บปวดคงไม่ยอมพูดในสิ่งที่น่าอายแน่ ๆ

“แค่แก้วเดียว” วิลเลียมเดินเข้าไปตามคำเชิญของทุกคนก่อนที่น้ำสีอำพันจะถูกส่งเข้าปากไปหนึ่งแล้ววางลงบนโต๊ะตามสัญญา แต่ดูเหมือนว่าจะพวกเขาจะไม่ยอมให้วิลเลียมหยุดแค่แก้วเดียวเท่านั้น

วิลเลียมขอตัวขึ้นมาพักก่อนจะถูกมอมเหล้า ร่างกายสูงใหญ่ตามไซซ์ชาวต่างชาติเดินออกจากห้องน้ำโดยสวมกางเกงนอนสีน้ำเงินเข้มตัวเดียว ก่อนจะเดินมานั่งบนเตียง หยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายข้ามประเทศ

เสียงมือถือดังขึ้นหลังจากที่ข้าวปั้นทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อย ในวันหยุดเธอมักจะทำงานบ้านแล้วนั่งเล่น หรือบางทีก็ชวนนลินไปเที่ยวซื้อของ หญิงสาวรีบเดินเข้ามากดรับสายหลังจากที่มันดังไม่ยอมหยุดอยู่นาน เบอร์โทรศัพท์ขึ้นรหัสและมีเลขหมายยาวเหยียดจนเธออดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นวิลเลียมที่โทร.มา

“สวัสดีค่ะ”

(“ข้าวปั้นเป็นยังไงบ้างลูก สบายดีไหม”) เสียงของเพลินจิตที่โทร.มาจากต่างประเทศ

“ข้าวปั้นสบายดีค่ะ คุณแม่กับคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ อย่าหักโหมงานนะคะ” ข้าวปั้นถามอย่างเป็นห่วงมารดา

(“แม่กับพ่อสบายดี ชวนนลินมานอนเป็นเพื่อนด้วยนะลูก”) เสียงห่วงหาอาทรลูกที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวทำให้ข้าวปั้นน้ำตาซึม ทว่าเธอก็เข้าใจว่างานที่ทั้งสองทำต้องเดินทางบ่อย

“ไม่ต้องห่วงนะคะ ข้าวปั้นดูแลตัวเองได้ค่ะ คิดถึงนะคะ”

(“แม่กับพ่อก็คิดถึง อ้อ แม่มีเรื่องจะบอก งานที่ทำเจ้านายให้เลื่อนออกไปอีกสองเดือน ลูกอยู่บ้านคนเดียวได้ไหม หรืออยากมาเที่ยวเล่นที่นี่”) เพลินจิตเป็นห่วงว่าบุตรสาวของเธอจะเหงา แต่ข้าวปั้นรู้ว่าทั้งสองไปทำงาน และค่าตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศนั้นแพงเอาการอยู่ จึงปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรค่ะ ข้าวปั้นอยู่ได้ รักพ่อกับแม่นะคะ”

(“แม่ก็รักลูก แม่ต้องไปแล้ว ไว้แม่จะโทร.ไปหาอีก”)

“โชคดีค่ะ” ข้าวปั้นวางสายลงก่อนจะเดินกลับไปดูขนมที่เธอทำเอาไว้กินในห้องครัว ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“แม่มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ” ข้าวปั้นนึกว่ามารดาตนเองโทร.มาอีก ทว่าเสียงที่ตอบกลับนั้นไม่ใช่

(“อยากฟังเสียง”) วิลเลียมพูดขึ้นพลางหัวเราะในลำคอเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายคงหน้าแดงก่ำเป็นเนื้อแตงโมแน่นอน

“คุณวิลเลียม” เสียงหวานครางเรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา ทั้งคิดถึงและดีใจที่รู้ว่าเขาไม่ได้ลืมเธอไป ทว่ามันถูกกลบด้วยความน้อยใจที่อยู่ ๆ ก็ถูกทิ้งให้ตื่นนอนตอนเช้าคนเดียวราวกับเธอเป็นสิ่งของ ไม่มีความรู้สึก

(“คิดถึงผมไหม”)

“ไม่ค่ะ ทำไมต้องคิดถึงคุณด้วย” ข้าวปั้นนั้นอยากจะตอบไปเหลือเกินว่าเธอก็คิดถึงเขา แต่กลัวโดนแกล้งอีก

(“แต่ผมคิดถึงคุณ อยากกอด”) วิลเลียมเน้นคำหลังให้ได้ยินชัดเจนไปถึงขั้วหัวใจ

“เชิญคุณไปนอนกอดคู่หมั้นของคุณเถอะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้นะคะ”

ข้าวปั้นกระแทกโทรศัพท์ลงกับแป้นรับเมื่อคิดถึงข่าวซุบซิบของวิลเลียมที่ผ่านมาทั้งที่จริงหรือไม่จริงเธอก็ไม่รู้ได้ เมื่อความอยากรู้อยากเห็นทำให้ข้าวปั้นเข้าไปสืบค้นข้อมูลของวิลเลียมในอินเทอร์เน็ต และได้พบข่าวที่ว่าเขานั้นมีคู่หมั้นตั้งแต่เด็กแล้ว

“คนเจ้าชู้ประตูดิน มีคู่หมั้นอยู่แล้วยังจะมายุ่งด้วยอีกทำไม” ข้าวปั้นย่นจมูกต่อว่าอีกฝ่ายก่อนจะเดินเข้าไปดูขนม ทว่าเสียงเตือนสายเข้าก็ดังไม่หยุด เจ้าของบ้านคนสวยจึงเดินมาถอนปลั๊กแล้วเดินกลับไปสนใจขนมต่อแทนและพยายามสลัดเรื่องของวิลเลียมออกจากหัว

วิลเลียมที่เพิ่งเคยมีคนกล้าตัดสายของเขาทิ้งสบถอย่างหัวเสียก่อนจะพยายามติดต่ออีกฝ่ายสายแทบไหม้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีการตอบรับใด ๆ จึงสั่งให้ลูกน้องของเขาที่อยู่เมืองไทยบินกลับมาทันที

“คนอย่างวิลเลียมไม่เคยต้องง้อใคร” เสียงเข้มดังขึ้นอย่างขัดอารมณ์ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่พ่นลมออกจากปาก

เป็นเวลาสองเดือนนับจากวันที่ข้าวปั้นตัดสายวิลเลียมทิ้ง เขาก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย การทำสัญญาของบริษัทก็เป็นไปอย่างราบรื่น ทว่ามีเพียงสาวน้อยที่นั่งถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ ด้วยกำลังรู้สึกผิดที่ต่อว่าเขาไป แทนที่จะยอมรับตรง ๆ ว่าเธอคิดถึงเขา

ตุลาการเรียกข้าวปั้นเข้ามาพบหลังจากคุยงานจากคู่ค้าทางธุรกิจเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องทำงานใหญ่อย่างคนอ่อนแรงจนประธานหนุ่มส่ายหน้าให้ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างข้าวปั้นกับวิลเลียมเมื่ออยู่ ๆ เขาก็ได้รับของบางอย่างให้นำมามอบแก่ข้าวปั้นแล้วห้ามบอกว่าใครเป็นคนให้ และให้เพราะเหตุผลใด

“ตั๋วเครื่องบินไป-กลับสวิตเซอร์แลนด์ กับที่พักหนึ่งสัปดาห์” ข้าวปั้นพูดขึ้นเมื่อเห็นของที่อยู่ด้านใน ก่อนจะหันไปมองตุลาการที่ยืนส่งยิ้มมาให้

“พอดีว่าลูกค้าส่งมาให้แล้วพี่ไม่มีเวลาไปก็เลยเอามาให้ จะทิ้งก็เสียดาย”

“แต่ว่า...” ข้าวปั้นกำลังจะปฏิเสธเพราะเธอคงไม่มีเวลาไปแน่นอน ไหนจะต้องทำงานอีก

“เรื่องงานไม่ต้องเป็นห่วง พี่จะให้เด็กฝึกงานทำงานแทนไปก่อน ไปเถอะ ถือว่าพี่จ้างให้ไปก็ได้ ตกลงนะ" ตุลาการพูดดักทางเอาไว้ก่อนที่ข้าวปั้นจะหาเรื่องปฏิเสธ

“ก็ได้ค่ะ ว่าแต่เดินทางเมื่อไรคะ”

“อีกสองวัน เตรียมตัวได้เลย” ตุลาการบอกข้าวปั้นแล้วก้มหน้าทำงานต่อ ทิ้งให้เธอก้มลงมองตั๋วเครื่องบินในมือ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานใหญ่มานั่งถอนหายใจต่ออีกครั้ง

พักเที่ยงของวันเดียวกันนลินที่เห็นความผิดปกติของข้าวปั้นมานานทนไม่ไหว ลากมาพูดคุยกันให้รู้เรื่อง อาการของเพื่อนสนิทคงจะไม่มีวันหาย หากไม่ได้ระบายออกมาบ้าง

“เธอมีเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า” นลินยืนมองหน้าข้าวปั้นอย่างเอาเรื่อง

“ก็มีเรื่องนิดหน่อย”

“เรื่อง?เรื่องอะไร เล่ามาให้หมดเลยนะ”

ข้าวปั้นยอมเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้ให้นลินฟังจนหมด แต่มีบางเรื่องที่เธอไม่ได้บอกออกไป คือเรื่องความรู้สึกของเธอตอนนี้ที่คล้ายผิดหวังที่เขาไม่ยอมโทร.หา แต่ว่าคนแบบเขาหรือจะมีเวลามานั่งโทร.หาพนักงานธรรมดาที่ทำงานอะไรก็ไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง แต่อีกหนึ่งสาวกลับไม่คิดว่าวิลเลียมจะแค่เล่น ๆ ด้วย หากเขาไม่สนใจจริง ๆ คงไม่ยอมทำอะไรแบบนั้นแน่นอน

“แล้วเธอชอบเขาไหม หรือว่ารักไปแล้ว” นลินถามข้าวปั้นหลังจากฟังเรื่องทั้งหมด

“เธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว อีกอย่างเราต่างกันเกินไป” ข้าวปั้นพูดตอกย้ำอย่างเจียมตัวเอง

“ก็แค่คำสัญญาปากเปล่า มันไม่มีหลักประกันอะไร มันขึ้นอยู่กับว่าเขารักเธอ แล้วเธอก็รักเขา”

“มันคงเป็นแค่ความฝันที่พอตื่นเราก็ต้องยอมรับความจริง” ข้าวปั้นพูดตามที่คิด

“แล้วจะไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ไหม หรือว่าจะทิ้งมัน แต่น่าเสียดาย ถ้าเป็นฉันจะเข้าไปถามตรง ๆ ว่าจะเอายังไง มาทำให้รักแล้วทิ้ง” นลินพูดกระตุ้นให้ข้าวปั้นกล้าบอกความรู้สึกจริง ๆ ของตัวเองออกไป

อีกฝ่ายคิดตาม ความอยากรู้มีมากขึ้น ตัดสินใจว่าเธอจะลองทำตามหัวใจ ไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าเธอแค่คิดไปเองหรือเปล่า

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว