ภรรยาประมูลรัก-8

โดย  วีนัส ละอองดาว / ญาตา

ภรรยาประมูลรัก

8

สองวันต่อมาการเดินทางจากประเทศไทยมายังสวิตเซอร์แลนด์เป็นไปด้วยความราบรื่น ข้าวปั้นเดินทางมาถึงโรงแรมที่พักตามบัตรจองที่ได้มาก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างหลังจากเดินลากกระเป๋าเข้าห้องนอนได้เสร็จ แต่ว่าตลอดการเดินทางมาที่พัก ข้าวปั้นเห็นสถานที่ท่องเที่ยวตามป้ายประกาศจนอยากจะลองไปดูสักครั้งหนึ่ง

ด้วยเพราะเวลาที่ต่างกันถึงหกชั่วโมงของเมืองไทยและสวิตเซอร์แลนด์ พอมาถึงที่หมายก็เป็นเวลาตอนสายของที่นี่พอดี เป็นโอกาสเหมาะที่เธอจะได้ออกไปเที่ยวชมกรุงเก่าอย่าง แบร์น ที่ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของประเทศนี้แห่งหนึ่งก่อนที่จะกลับมาพักยาวตลอดทั้งคืน

ตึกรามบ้านช่องยังคงสภาพของความเป็นวัฒนธรรมยุคเดิม มีนักท่องเที่ยวมากมายที่ออกมาเดินชมเมืองแบร์นยุคเก่า คนแปลกหน้าในต่างเมืองที่เดินสวนกันไปมาต่างรีบเร่งเพื่อเดินทางไปทำงาน มีเพียงสาวน้อยจากต่างแดนที่กำลังเดินถือกล้องถ่ายรูปเที่ยวชมความสวยงาม

ข้าวปั้นในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดสีชมพูอ่อนก้าวเดินไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดหน้าร้านของฝากที่มีทั้งขนมและสิ่งของ พิศดูปิ่นหยกสีขาวที่ประดับด้วยชิ้นหยกแกะสลักเป็นรูปกุหลาบสีชมพูอ่อน เจ้าของร้านเดินออกมาพร้อมกล่าวทักทาย

“ชิ้นนี้สวยมาก”

“ราคาเท่าไรคะ” ข้าวปั้นถามเพราะเธอก็อยากได้เช่นกัน

“อ่า พอดีมันเหลือชิ้นสุดท้าย ยกให้ไปเลยแล้วกัน” เจ้าของร้านพูดพร้อมส่งยิ้มให้

“มันจะดีหรือคะ ของซื้อของขาย” ข้าวปั้นไม่สบายใจที่อยู่ ๆ ก็มีคนให้ของ

“ไม่เป็นไร แค่ชิ้นเดียวเอง”

“ขอบคุณมากค่ะ” ข้าวปั้นยิ้มรับแล้วยกมือไหว้ ก่อนจะเดินออกจากร้านไป

ขณะเดียวกัน ชายชุดดำเดินออกมาจากมุมหนึ่งของร้าน เขายื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เจ้าของร้านเป็นค่าตอบแทนที่ร่วมมือ แล้วต่อสายไปหาเจ้านายเพื่อรายงานผล

“เรียบร้อยแล้วครับคุณลิซานเดอร์”

(“ดีมาก คอยตามต่อไป”) ปลายสายสั่งก่อนจะวางสายลงพร้อมกับรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ไม่ต่างจากวิลเลียมและคนอื่น ๆ ในตระกูล

หลังจากเดินซื้อของและเที่ยวจนเหนื่อยตลอดทั้งวันก็ได้เวลาของการพักผ่อน ข้าวปั้นเมื่อมาถึงห้องพักก็เตรียมตัวอาบน้ำเพื่อจะลงไปกินข้าวมื้อเย็นที่ห้องอาหารด้านล่าง โดยใช้คูปองอาหารที่ได้มาเมื่อเช้า

ร่างสมส่วนบอบบางน่าปกป้องดูแลสวมชุดเดรสแขนกุดสีครีมยาวเลยเข่าเล็กน้อยกับรองเท้าหุ้มส้นสีครีมอ่อนเข้าชุด ซึ่งเป็นชุดที่นลินซื้อให้ ผมยาวสลวยถูกรวบไว้ด้านหลังด้วยปิ่นปักผมที่ได้มาเมื่อตอนกลางวันอวดผิวพรรณขาวเนียนอมชมพูให้ชายหญิงมองตามเป็นแถว

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงที่ข้าวปั้นโทร.ออนไลน์คุยกับนลินและกินข้าวไปด้วย เมื่อเดินกลับขึ้นห้องพักตัวเองกลับพบว่าทั้งห้องถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย เธอรีบวิ่งไปดูกระเป๋าเดินทางที่มีทั้งกระเป๋าสตางค์ พาสปอร์ต รวมถึงตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับอยู่ด้านใน ทั้งหมดหายไป ไม่เหลืออะไรสักอย่าง มีเพียงเสื้อผ้าที่ถูกรื้อค้นเท่านั้น จึงรีบลงมาด้านล่างเพื่อให้ทางโรงแรมตรวจสอบและรับผิดชอบ แต่กลับถูกเมินเฉย

“ทางเราจะไม่รับผิดชอบหากเป็นแขกที่เข้ามาพักใหม่”

“หมายความว่ายังไงคะ โรงแรมระดับห้าดาวจะไม่รับผิดชอบอย่างนั้นหรือข้าวของถูกรื้อค้นแบบนั้น”

“ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ”

ข้าวปั้นยืนเถียงกับพนักงานตรงเคาน์เตอร์อยู่นานก็ได้ตอบคำถามแบบเดิมซ้ำ ๆ จนลิซานเดอร์ที่รอจังหวะอยู่เดินเข้าไปทักทาย

“สวัสดีครับคุณผู้หญิง เกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ” เสียงทุ้มสำเนียงอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ข้าวปั้นหันมอง ก็พบกับชายหนุ่มที่หน้าตาใกล้เคียงกับวิลเลียมมาก จนเธอนึกตะลึงว่าอาจจะเป็นเขา พออีกฝ่ายแนะนำตัวถึงได้รู้ว่าเข้าใจผิดไปเอง

“ผม ลิซานเดอร์ เป็นผู้จัดการที่นี่ ไม่ทราบว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นครับ”

“ห้องของฉันถูกรื้อค้น พาสปอร์ตกับเงินก็หาย ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะกลับบ้านยังไง” ข้าวปั้นพูดพลางคิดหนัก ต่อให้มีมือถือเธอก็ไม่กล้าโทร.ไปหาพ่อกับแม่ กลัวว่าพวกท่านจะเป็นห่วง ยิ่งนลินด้วยแล้วเธอไม่อยากรบกวน

“อืม...เดี๋ยวทางผมจะตรวจสอบให้ครับ แต่ต้องใช้เวลาสักพักใหญ่” ลิซานเดอร์พูดขึ้นพลางทำท่าครุ่นคิด

“ขอบคุณนะคะ” ข้าวปั้นเห็นความเป็นไปได้ว่าเธอจะได้กลับบ้านก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง

“พาสปอร์ตทำไม่ยาก ไปแจ้งที่สถานทูตก็คงได้ แต่เรื่องเงินคงไม่มีหวัง” ลิซานเดอร์พูดขึ้นอีก

“แต่ว่าฉันต้องใช้เงิน” ข้าวปั้นเริ่มคิดหนักอีกครั้ง หากไม่มีเงินเธอจะกินข้าวอย่างไร ทางโรงแรมมีคูปองอาหารให้วันละหนึ่งมื้อเท่านั้น และที่สำคัญโปรแกรมเที่ยวครั้งนี้เธอต้องอยู่ที่นี่อีกสองอาทิตย์

“เอาอย่างนี้ไหมครับ พอดีทางโรงแรมของเราจัดงานประมูลของพวกมหาเศรษฐี ผมว่าคุณ...เอ่อ...”

“เรียกข้าวปั้นก็ได้ค่ะ”

“คุณข้าวปั้นเอาปิ่นปักผมอันนั้น” ลิซานเดอร์ชี้ไปทางปิ่นหยกสีขาวบริสุทธิ์ที่ปักอยู่บนศีรษะของข้าวปั้น "ไปประมูลในงาน อาจจะได้ราคาดีพอเป็นค่าเดินทางกลับ”

“จริงหรือคะ ปิ่นอันนี้มีราคามากขนาดนั้นเลยหรือคะ” ข้าวปั้นถามอย่างตกใจ เธอไม่รู้เรื่องการตีราคาสิ่งของนัก แต่ดูเหมือนว่าปิ่นที่เธอได้มาฟรี ๆ อันนี้จะมีราคาแพงกว่าที่คิด

“จากที่ดูผมว่ามันเป็นหยกบริสุทธิ์สีขาวหายาก และการแกะสลักที่ประณีตแบบนี้อีกด้วย ราคาคงสูงมาก” ลิซานเดอร์ทำทีเป็นวิเคราะห์ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าปิ่นปักผมอันนี้ราคาแพงมากเท่าไร ในเมื่อเป็นปิ่นที่มารดาของพวกเขารักมากที่สุด ซึ่งหากเธอสังเกตสักนิดจะพบว่ามีชื่อสลักอยู่

“ก็ได้ค่ะ ฉันจะเอาปิ่นไปประมูล” ข้าวปั้นพูดทั้ง ๆ ที่เสียดาย ปิ่นอันนี้เธอเพิ่งได้มา ทว่ากลับกำลังจะเสียมันไป

“งั้นเชิญเตรียมตัวทางด้านนี้เลยครับ” ลิซานเดอร์ผายมือไปทางห้องเตรียมตัว ซ่อนรอยยิ้มร้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินตามเข้าไปด้านในงานประมูลที่เขาจัดขึ้นอย่างกะทันหัน แถมยังขอร้องวิลเลียมให้มาร่วมงานด้วย

วิลเลียมเดินหน้าตึงเข้ามานั่งในงานประมูลที่ถูกลิซานเดอร์ชวนให้มาร่วมงาน หรือจะเรียกว่าทั้งบ้านให้มาก็ว่าได้ โดย แต่ละคนอ้างเหตุผลโน่นนี่นั่นจนเขารำคาญ ต้องมานั่งมองเวทีที่งานกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

ลิซานเดอร์เดินเข้ามานั่งใกล้พร้อมกับทักทายวิลเลียมที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ

“มางานนี้อาจได้ของถูกใจก็ได้”

วิลเลียมหันมองหน้าลิซานเดอร์เล็กน้อยก่อนจะยักไหล่ไม่สนใจ เพราะตั้งแต่ที่เขาเจอผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เคยภิรมย์สิ่งใดอีกเลย เรียกว่าชีวิตเขาเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป

“สวัสดีท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน เวลานับ แต่นี้ไปผมขอเริ่มการประมูลของชิ้นแรก”

วิทยากรเริ่มกล่าวทักทายและเปิดการประมูลต่อไปเรื่อย ๆ เวลาผ่านไปจากสิบนาทีเป็นยี่สิบนาที กลายเป็นครึ่งชั่วโมง สินค้าถูกประมูลโดยมหาเศรษฐีที่เข้ามาร่วมงานเพราะอยากได้เป็นของสะสม ลิซานเดอร์ส่งซิกให้ลูกน้องเริ่มงานตามที่สั่งได้ก่อนวิลเลียมที่เริ่มมีอาการเบื่อหน่ายจะหนีกลับก่อน สินค้าประมูลชิ้นต่อไปจึงถูกเรียกให้ขึ้นมาบนเวที

“ทางเราขอแนะนำสินค้าประมูลชิ้นต่อไป นั่นคือ...” เสียงดังกล่าวเรียกให้ข้าวปั้นที่ยืนรออยู่ด้านหลังเวทีขึ้นไปข้างบนตามคิวที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ แล้วก็ต้องตกใจกับคำที่วิทยากรใช้เรียกสิ่งประมูล

“Unschuldigen Dame”

หมายความว่ายังไง เราประมูลปิ่นปักผม ทำไมถึงพูดว่าเป็นผู้หญิงบริสุทธิ์ ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่!ข้าวปั้นหันซ้ายหันขวา พยายามขอเวลาเพราะอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทว่าไม่เป็นผล

“เงินประมูลเริ่มที่ หนึ่งพันห้าร้อยฟรังก์สวิส” การประมูลเริ่มขึ้น มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลกันมาก ขณะเดียวกันความกลัวของข้าวปั้นก็ทบทวีขึ้น เมื่อพยายามพูดห้าม แต่ไม่มีใครสนใจเธอ

เสียงฮือฮาที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสินค้าที่ประมูลบนเวทีทำให้วิลเลียมที่อยากเดินหนีออกจากงานตาลุกโชนไปด้วยความโกรธเคือง เมื่อเห็นข้าวปั้นยืนอยู่ด้านบนเวที ท่าทีตื่นกลัวของเจ้าหล่อนทำให้เขาแทบอยากกระโจนเข้าไปลากตัวเธอออกจากงานให้รู้แล้วรู้รอด และเขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดเรื่องบ้าบออะไรขึ้น

“มันเรื่องอะไรกัน อธิบายมาเดี๋ยวนี้” วิลเลียมหันไปถามลิซานเดอร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พร้อมส่งสายตาขวางโลกไปให้ข้าวปั้นที่กำลังมองมายังตนเอง

“ก็สินค้าประมูลยังไง หรือว่านายสนใจประมูล รีบหน่อยนะ ราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว” ลิซานเดอร์บอกแล้วรีบลุกขึ้นเดินหนีก่อนที่จะโดนวิลเลียมอัดกลางงานประมูลของตนเอง

“สองพัน”

“สองพันห้า”

ราคาประมูลเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับดวงตากลมโตที่เริ่มคลอไปด้วยน้ำใส ๆ ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับคนที่เธอแสนคิดถึง หญิงสาวพยายามส่งสายตาขอร้องให้เขาช่วย แต่สิ่งที่เธอได้กลับเป็นสายตาโกรธเคืองที่ส่งมาให้ ข้าวปั้นหลุบตาลงต่ำอย่างท้อแท้ที่เกิดเรื่องมากมายอย่างไม่คาดคิดแบบนี้

“ตอนนี้เงินประมูลอยู่ที่สองพันห้า มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ”

“ห้าหมื่น!” เสียงทุ้มกังวานหนักแน่นและชัดเจนดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะการประมูลสิ้นสุดลง

ข้าวปั้นไม่อยากมองหน้าคนที่ประมูลเธอได้เลย หญิงสาวเดินลงไปตามทางที่มีคนนำไปก่อน ข้อมือเล็กถูกกุมก่อนจะลากให้เดินตามร่างสูงใหญ่ออกจากงานทันที

“อึก...ปล่อยฉันไปเถอะ”

เพราะเดินตามหลังคนที่จับเธอลาก อีกทั้งม่านน้ำตาเอ่อนองเต็มหน้า ข้าวปั้นจึงมองไม่เห็นว่าเป็นใคร

วิลเลียมกำลังโกรธจนไม่อยากฟังอะไรทั้งสิ้นในตอนนี้ เมื่อจับให้ข้าวปั้นเข้าไปนั่งด้านในรถได้ก็สั่งให้ออกตัวทันที ก่อนจะสบถเสียงดังลั่นรถจนลูกน้องที่นั่งมาด้วยต่างมองหน้ากันอย่างสงสัย

เท่าที่พวกเขาเคยเจอมา หากไม่ร้ายแรงจริง ๆ คงไม่มีอาการโกรธมากมายให้เห็น ทว่าสาวน้อยที่ประมูลได้มากลับทำให้วิลเลียมกรุ่นโกรธได้มากขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีสถานะไม่ธรรมดาแน่นอน และหากพวกเขาจำไม่ผิด คงเป็นคนเดียวกับผู้หญิงคนนั้น

“หยุดร้องไห้ ผมไม่ชอบ!” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยสั่งห้าวห้วนจนคนที่ยกมือขอร้องทั้งน้ำตาต้องกลั้นเสียงสะอื้นไห้จนหน้าแดงก่ำพลางยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาเพื่อมองอีกฝ่ายให้ชัดเจน

วิลเลียมมองท่าทางของอีกฝ่ายอย่างขัดใจ ก่อนจะดึงร่างข้าวปั้นเข้ามาใกล้แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาบนแก้มนุ่มให้อย่างเบามือ ทั้งที่อยากจะบีบคอสวย ๆ นั่นแล้วถามว่าคิดบ้าอะไรถึงขึ้นไปประมูลบนนั้น

“อึก ฮื้อ”

“ถึงบ้านเมื่อไรเรามีเรื่องต้องคุยกัน” เสียงทุ้มติดห้าวดังขึ้นผ่านไรฟันขาวที่กัดฟันข่มความโกรธที่พุ่งสูงจากการที่เห็นคนในอ้อมแขนขึ้นไปประมูลขายตัวเอง

ข้าวปั้นเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อที่ยังติดอยู่ในห้วงความคิดของเธอมาตลอด ก่อนจะซุกตัวเข้าหาอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบกอดเธอไว้แน่นแล้วร้องไห้อย่างหวาดกลัวกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น ตอนนี้ไม่เธอไม่อยากคิดอะไรทั้งสิ้น ขอแค่ให้มีที่พึ่งพิงในตอนนี้เธอก็ดีใจมากแล้ว หากเป็นความฝันเธอก็อยากตื่นขึ้นมาเจอตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่บ้าน

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว