ภรรยาประมูลรัก-10

โดย  วีนัส ละอองดาว / ญาตา

ภรรยาประมูลรัก

10

วิลเลียมพูดกับคนนอนหลับสบายใจให้รับรู้ว่าต่อไปนี้ต่อให้เธอผลักไสไล่ส่ง หรือจะหนีไปจนสุดหล้า เขาก็จะตามติดไม่ห่างกาย และจะทำให้เธอรักเขาจนสุดหัวใจ เมื่อคิดได้วิลเลียมก็ล้มตัวลงนอนแนบข้างอย่างสบายอารมณ์พร้อมรั้งร่างข้าวปั้นให้เข้ามานอนกอดแนบอก

กลางดึกเงียบสงบราวกับเครื่องฉายภาพกำลังฉายเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้แก่หญิงสาว สายตานับร้อยชีวิต เสียงตีราคาที่เริ่มพุ่งสูงเช่นเดียวกับความหวาดกลัวของเธอ ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องมายังร่างหญิงสาวที่ยืนกระสับกระส่ายบนเวทีอย่างอ้างว้าง มองหาคนช่วยเหลือก็ไม่มี

“ช่วยด้วย ไม่! กรี๊ด” ข้าวปั้นสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัวในเรื่องราวที่เกิดขึ้น น้ำตาใส ๆ ไหลลงอาบแก้ม มือเล็กยกขึ้นกุมหน้าตัวเองชันเข่าร้องไห้อยู่บนเตียงกว้าง

เสียงกรีดร้องกับเสียงร้องไห้ที่ดังขึ้นเรียกให้วิลเลียมที่พยายามข่มตาหลับเพราะมีร่างนุ่มนอนกอดแนบข้างลุกขึ้นเปิดโคมไฟ

“เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” วิลเลียมเอื้อมมือไปจับแขนเล็กของข้าวปั้น แต่เจ้าตัวยังหวาดกลัวไม่หาย ขยับถอยออกห่าง

“อย่า ฮื้อ ได้โปรดปล่อยฉันไป ฮื้อ”

วิลเลียมเห็นท่าทางนั้นก็ข่มอารมณ์โกรธไม่ได้ ชายหนุ่มรวบร่างของข้าวปั้นเข้ามากอดเอาไว้แน่นท่ามกลางแรงขัดขืนของอีกฝ่าย ทว่าตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาไม่อยากให้เธอต้องร้องไห้ปานจะขาดใจแบบนี้ อยากลบความทรงจำร้าย ๆ นั้นทิ้งแล้วเติมความรู้สึกใหม่ลงไป

“ชู่ ไม่มีอะไรทั้งนั้น เงียบนะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นพลางเพิ่มแรงกอดรัดมากขึ้น ฝ่ามือใหญ่ลูบแผ่นหลังเล็กให้คลายความกลัว เสียงร้องไห้กับอกกว้างดังอีกสักพักก่อนจะเงียบลง เหลือเพียงอาการสะอื้นเท่านั้น

“ขอร้อง อย่าทำอะไรฉันเลย” เสียงอู้อี้พร้อมกับแรงดิ้นรนเล็กน้อยเตือนให้วิลเลียมคลายแรงกอด

“เราจะคุยกันพรุ่งนี้ วันนี้นอนได้แล้ว” วิลเลียมยอมคลายอ้อมแขนออก แต่ก็ยังไม่ปล่อยเสียทีเดียว

“แต่...”

“ถ้าไม่ยอมนอนตอนนี้ได้นอนอีกทีตอนเช้า เลือกเอาว่าจะนอนหรือไม่” วิลเลียมก้มลงมองหน้าข้าวปั้นแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ยังติดอยู่ให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะถอยห่าง เตรียมก้าวเท้าลงจากเตียง แต่ถูกข้าวปั้นจับแขนเอาไว้

“คุณจะไปไหน อย่าไปนะ” ข้าวปั้นถามเสียงหลง หากเธอจะต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เธอคงนอนไม่หลับเป็นแน่

“ผมหิวน้ำ”

“พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” ข้าวปั้นขยับเข้ามาใกล้แล้วล็อกแขนล่ำเอาไว้แน่น พร้อมกับน้ำตาใส ๆ ที่เริ่มคลอหน่วย

“ผมไปแค่นี้เอง” วิลเลียมชี้ไปทางขวดน้ำที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ข้าวปั้นมองตาม ยอมปล่อยแขนของเขา แต่ก็ยังไม่ยอมนอน จนวิลเลียมกลับขึ้นมาบนเตียงอีกครั้งเธอถึงยอมล้มตัวลงนอนข้าง ๆ

ท่ามกลางแสงจากโคมไฟส่องสว่าง ข้าวปั้นพยายามข่มตาหลับเท่าไรก็ทำไม่ได้ ก่อนจะถูกวิลเลียมรวบตัวให้นอนทับบนร่างของเขาแทนพร้อมก้มหน้ามองหญิงสาว

“เป็นอะไร”

“นอนไม่หลับค่ะ”

ข้าวปั้นตอบพลางแนบหน้าลงกับอกกว้าง เธอไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมพออยู่ในอ้อมแขนนี้ความกลัวทั้งหลายถึงหายไปจนหมด และยังรู้สึกอบอุ่นจนอยากถูกอ้อมแขนนี้กอดจนหลับ แต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกไป ก็เมื่อตอนเย็นเขายังดูน่ากลัวอยู่เลย

“แล้วยังไงอีก” วิลเลียมแค่เห็นอาการของเธอก็รู้ว่าคงอยากให้เขานอนกอด แต่มีหรือที่เขาจะยอมทำตามง่าย ๆ ก็ในเมื่อแกล้งเธอแล้วมันสนุก และอีกอย่างเขาอยากฟังเธอพูดในสิ่งที่ต้องการ

“ก็...”

“ถ้าไม่พูดก็ลงไปจากตัวผม”

“ไม่นะ!” ข้าวปั้นร้องพลางส่ายหน้าไปมาเร็ว ๆ

“แล้วจะให้ทำยังไง” วิลเลียมยังคงถามคำถามเดิม แต่ปล่อยมือที่โอบเอวไว้ลงข้างกาย ทำให้อีกฝ่ายก้มหน้าลงแนบอกกว้าง

“กอด...ฉันอยากให้คุณนอนกอด” ในที่สุดข้าวปั้นก็ยอมพูดมันออกมา

คนฟังยิ้มชอบใจ ก่อนจะรวบร่างเธอเอาไว้แน่นแล้วพลิกให้ล้มลงบนเตียงก่อนจะขึ้นคร่อม

“แต่ผมมีวิธีนอนหลับสบายทั้งคืน และผมจะใช้วิธีนั้นกับคุณ” วิลเลียมก้มลงกระซิบเสียงแหบ แนบปากเข้าปิดปากอิ่มอมชมพูกลืนเสียงร้องให้หายลงคอจนหมด

“อื้อ!”

จุมพิตอ่อนหวานทวีความเร่าร้อนมากยิ่งขึ้นเมื่อคนตัวโตเริ่มจะหยุดตัวเองไม่ได้ ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดเข้าเกี่ยวลิ้นหวานฉ่ำ ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นกอบกุมลูกแตงโมนุ่มนิ่มขนาดเหมาะมือพร้อมนวดคลึงทั้งสองข้าง ก่อนจะปล่อยปากอิ่มให้ข้าวปั้นได้สูดลมหายใจเข้าปอด เพียงชั่วขณะเท่านั้นวิลเลียมก็ปิดปากนุ่ม ป้อนความวาบหวามให้คนใต้ร่างอ่อนระทวย

“อย่า อื้อ”

วิลเลียมเลื่อนหน้าลงต่ำไปยังซอกคอหอมพร้อมสร้างรอยรักแสดงความเป็นเจ้าของไว้จนทั่วลำคอขาว ฝ่ามือใหญ่เลื่อนสัมผัสต้นขาเนียน ก่อนจะเลื่อนขึ้นสูงไปถึงอันเดอร์แวร์ลูกไม้ ทว่าก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะสอดเข้าสัมผัสพื้นที่สงวน ข้าวปั้นก็จับข้อมือใหญ่เอาไว้แน่น

“หยุดเถอะ นะคะ” เสียงหวานอ้อนขอ

วิลเลียมหน้าแดงก่ำ เลื่อนตัวขึ้นกอดข้าวปั้นพร้อมข่มอารมณ์ร้อนแรงเอาไว้ทั้งที่เขาสามารถชักจูงให้คนในอ้อมแขนเคลิ้มไปด้วยความเสน่หาแล้วจัดการครอบครองให้เธอเป็นของตนเองได้ แต่เขากลับอยากค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปทีละนิด กับผู้หญิงคนนี้เขาอยากถนอมกอดเธอให้ยิ่งกว่าของล้ำค่า

“คุณ...” ข้าวปั้นเรียกวิลเลียมเบา ๆ เมื่ออีกฝ่ายเงียบไป

“นอนเถอะ ขืนยังพูดอีกผมไม่หยุดแค่นั้นแน่”

วิลเลียมข่มขู่พร้อมกับแนบจูบบนกระหม่อมบางของคนในอ้อมแขนแล้วกระชับอ้อมกอดเอาไว้อย่างหวงแหน มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเล็กเบา ๆ ข้าวปั้นซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นอย่างแสนสุขใจที่ได้อยู่ในอ้อมแขนนี้ ก่อนจะหลับสนิท ทิ้งให้วิลเลียมนอนตาค้างอีกรอบ อีกไม่กี่นาทีต่อมาก็ผล็อยหลับตามกันไป

ตอนเช้าของอีกวัน สองร่างนอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงนอนกว้างหลังใหญ่ ร่างเล็กที่ถูกคนตัวโตกอดไล่ฝันร้ายตลอดทั้งคืนขยับตัวอย่างสดชื่นราวกับได้นอนพักอย่างเต็มอิ่ม เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานราวกับความฝันจนข้าวปั้นอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากเธอฝันไปจริง เธอควรจะดีใจหรือเสียใจ

ทว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดนั้นมันไม่ใช่ความฝัน เมื่อลืมตาขึ้นมาภาพแรกที่ได้เห็นไม่ใช่ห้องนอนของตัวเอง แต่เป็นใบหน้าหล่อเหลาของวิลเลียมที่กำลังหลับสนิทอยู่ตรงหน้า ข้าวปั้นได้ทีเริ่มสำรวจใบหน้าหล่อที่ตอนนี้ดูเป็นเหมือนเด็กยามหลับ ทว่าตอนตื่นช่างร้ายกาจ คิ้วดกดำเรียงตัวสวยโค้งได้รูปรับกับจมูกโด่งเป็นสันจนน่าอิจฉา ขนตางอนเรียงตัวสวยยิ่งกว่าผู้หญิงและริมฝีปากได้รูปที่ร้ายยิ่งกว่าปลาปิรันยา แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไรเธอก็หวั่นไหวอยู่ดี

และสิ่งที่เธอชอบมากที่สุด คืออ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ ความปลอดภัยที่ได้อยู่ภายใต้วงแขนแข็งแรงมันทำให้เธอสลัดความกลัวไปได้ แต่แล้วเมื่อคิดถึงความจริงที่ว่าตอนนี้เธอเหมือนคนต่างด้าว ไม่มีทั้งเงินทั้งที่อยู่ แม้แต่จะบินกลับเมืองไทยยังทำไม่ได้ น้ำตาใส ๆ ก็เริ่มคลอหน่วยขึ้นมา

“ผู้หญิงเนื้อตัวเป็นน้ำหรือยังไง” วิลเลียมตื่นตั้งแต่ร่างในอ้อมแขนขยับตัวแล้ว

“ขอโทษค่ะ ฮึก” ข้าวปั้นยกมือขึ้นเช็ดหน้าก่อนจะพลิกตัวนอนหันหลังให้

“หยุดร้องก่อนได้ไหม” วิลเลียมลุกขึ้นนั่งพลางจับข้าวปั้นให้ลุกตาม มือใหญ่กุมหน้าเนียนใสพร้อมกับเกลี่ยหยดน้ำบนแก้มนุ่ม

“เล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น” ว่าพลางเชยคางมนขึ้นมาสบตา

“พาสปอร์ตกับเงินถูกขโมย แล้วมีคนแนะนำให้เอาปิ่นปักผมเข้าประมูลในงาน แต่ถูกเข้าใจผิด” ข้าวปั้นบอกแค่นั้นก็หยุดพูด

“ใคร”

“เขาบอกว่าชื่อลิซานเดอร์ค่ะ ส่งฉันกลับบ้านนะคะ ได้โปรด” ข้าวปั้นช้อนตาขึ้นขอร้องวิลเลียม แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอม

“ผมซื้อคุณมาแล้ว คิดว่าจะส่งคุณกลับฟรี ๆ ได้หรือ” วิลเลียมจับปลายคางให้เงยหน้า จ้องมองราวกับเสือหิวเตรียมเขมือบเหยื่อสาว เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนส่งเธอมาให้ถึงที่ แล้วอย่างนี้เขาจะยอมพลาดโอกาสหรือ

“ฉันจะใช้คืนให้ทุกบาททุกสตางค์ จะไม่ยอมให้คุณขาดทุนแน่นอน” ทั้งที่เริ่มกลัวขึ้นมาบ้าง แต่ข้าวปั้นก็ยังอยากต่อรองอีกฝ่าย ถึงแม้ว่ามันจะมีโอกาสสำเร็จแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ เธอก็อยากลอง

“กว่าคุณจะใช้หนี้ผมหมด คงแก่ตายเสียก่อน”

นั้นปากหรือ น่าจะแช่งให้เป็นจริง คนปากร้าย!ข้าวปั้นต่อว่าคนตัวโตในใจ

“ด่าผมในใจโดนเรียกค่าปรับเพิ่ม” วิลเลียมมองทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าเธอคงจะทำอะไรเขาก็มองออกจนหมด

“อย่ามาปรักปรำกันนะคะ คุณไม่มีหลักฐานเสียหน่อย” เสียงใสดังขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้แทนที่จะไปเอาผิดคนที่หลอกเธอ กลับมาเค้นเอากับเธอได้ รู้ทั้งรู้ว่าฐานะทางบ้านเธอไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แค่พอมีกินมีใช้ไม่ขัดสน ไม่เหมือนกับเขา เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงหรอก

“จะเอาแบบมีภาพเสียงประกอบหรือแค่...”

“คุณจะให้ฉันบอกอีกกี่ครั้งคุณถึงจะเชื่อว่าฉันถูกหลอกมา นี่ค่ะ ปิ่นที่ฉันจะเอาขึ้นประมูล” ข้าวปั้นหยิบปิ่นปักผมที่ตกอยู่บนที่นอนยื่นให้วิลเลียมดูเป็นหลักฐานว่าเธอไม่ได้โกหกสร้างเรื่อง

“ไปเอาปิ่นนี้มาจากไหน” วิลเลียมคว้าปิ่นในมือข้าวปั้นมาดูชื่อที่แกะสลัก แต่ถึงไม่ดูก็รู้ว่ามันเป็นของใคร เพราะปิ่นนี้ถูกสั่งทำพิเศษ และยังฝังเครื่องติดตามอีกด้วย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว