บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep12/2 : สบตา

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep12/2 : สบตา

วางจำหน่ายในรูปแบบ สามารถโหลดซื้อได้ที่ Ebook ookbee Hytxts...

ทั้งสองสาวต้องแยกห้องสัมภาษณ์งานกันคนละห้อง เนื่องจากตำแหน่งงานของทั้งคู่ต่างกัน ดวงกมลเดินตามเจ้าหน้าที่สาวสวยตรงไปยังห้องทางปีกซ้าย ระบุเป็นพื้นที่ควบคุมเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดของบริษัทแห่งนี้เอาไว้เป็นจุดเดียว ส่วนมารตรีต้องกดลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นยี่สิบห้า เพราะผู้สัมภาษณ์งานโดยตรงของเธอนั่งทำงานอยู่บนชั้นนั้นนั่นเอง

ดวงตากลมโตสีดำงดงามแหงนคอคอยมองจ้องตัวเลขบนผนังลิฟต์เลื่อนขึ้นไปทีละชั้นอย่างใจจดจ่อ และพอมันส่งสัญญาณถึงชั้นยี่สิบห้า มารตรีจึงสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง พอถึงเวลาจริงขึ้นมา ใจมันเต้นแรงอย่างไรก็ไม่รู้ และพอประตูลิฟต์เปิดออก สายตาหวานจึงปะทะเข้ากับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ตั้งวางอยู่ตรงริมทางเดินด้านหน้าห้องอย่างโดดเด่น หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่มีหญิงสาววัยประมาณสามสิบกำลังนั่งก้มหน้าทำงานมือเป็นระวิงอยู่ ถัดจากโต๊ะทำงานของสาวใหญ่ไปไม่เกินหนึ่งเมตร มารตรีจึงเห็นป้ายตัวหนังสือสีดำเคลือบสีเงินวาวแขวนไว้ด้านหน้าประตูห้อง แปะหราระบุตำแหน่งผู้นั่งอยู่ภายในนั้นเต็มตา เล่นเอาขาเรียวยาวภายใต้กระโปรงจีบบานรอบตัวสีเขียวมะกอกเข้มสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีเดียวกันทับด้วยชุดสูทเข้ารูปอีกชั้น ต้องหยุดชะงักกึกไม่กล้าก้าวเดินหน้าต่อ เธอต้องยกนิ้วมือขึ้นมาขยี้ตาอ่านป้ายหนังสือบนผนังประตูห้องเพื่อความมั่นใจตัวเองอีกหน นี่เธอขึ้นมาไม่ผิดชั้นแน่ๆ ใช่ไหม...

“ประธาน! ”

มารตรีอ้าปากหวอ ชาวาบไปทั้งร่าง ไม่คิดว่าเพียงแค่ตำแหน่ง กราฟฟิคดีไซน์ ตำแหน่งออกแบบบนผืนผ้าไหมของบริษัท จะต้องสัมภาษณ์งานโดยตรงกับท่านประธานใหญ่ของบริษัทแห่งนี้ พี่สาวใจดีไม่ได้บอกให้เธอขึ้นมาผิดชั้นแน่แนะ คนเริ่มไม่แน่ใจตัวเองขึ้นมาผิดชั้นหรือเปล่า ยืนหันรีหันขวาง...

“อ้าวน้อง! ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น เดินมานี่สิจ๊ะ...” กำลังชั่งใจตัวเองว่ามาผิดชั้นหรือเปล่า ก็พอดีมีเสียงทักของพนักงานรุ่นพี่ซึ่งนั่งทำงานอยู่หน้าห้องท่านประธาน ทักขึ้นมาพอดี

“คะ...เอ่อ...สวัสดีค่ะ...” มารตรีพูดติดๆ ขัดๆ ทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อๆ มือไม้รู้สึกพันกันไปหมด หากแต่เธอก็ไม่ลืมจะยกมือขึ้นพนมไหว้อย่างอ่อนน้อมไปให้สาวใหญ่ดูใจดีไม่ต่างจากพี่สาวชั้นสิบสาม

“จ้ะสวัสดี...น้องคงมาสัมภาษณ์งานสินะ มา...มานั่งรอกับพี่ตรงนี้ก่อน พอดีตอนนี้คุณอคิราห์ ท่านติดนัดสำคัญอยู่ แต่อีกไม่น่าเกินสิบนาทีก็น่าจะเรียบร้อยแล้วล่ะ ท่านฝากขอโทษหนูด้วยนะ ไม่คิดว่าจะได้ต้อนรับแขกแต่เช้าอย่างนี้ เครสนี้แขกวีไอพี ไม่ได้แจ้งกันเอาไว้ก่อนล่วงหน้า...” หญิงสาวเจ้าของโต๊ะตัวใหญ่เอ่ยปากบอกอย่างใจดี รีบกุลีกุจอลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน พาเธอเดินไปนั่งรอท่านประธานตรงโซฟารับรองอีกด้านหนึ่งของชั้นนี้ แยกมาทางปีกด้านหน้าห้องเจ้าของบริษัท

“พี่ชื่อแก้วกัญยานะ น้องจะเรียกพี่แก้วเฉยๆ ก็ได้ พี่เป็นเลขาของท่านประธานใหญ่น่ะ...”

“ค่ะพี่แก้ว...หนูชื่อ...” หากมารตรียังไม่ทันจะได้เอ่ยปากบอกชื่อของตัวเองออกไปด้วยซ้ำ เลขาของท่านประธานใหญ่ก็เรียกชื่อเธอออกมาอย่างถูกต้องเสียก่อน

“มารตรีใช่ไหม...” แก้วกัญยาหัวเราะ มารตรีขมวดคิ้วมุ่น เงยหน้าขึ้นมองคนที่เรียกชื่อเธอโดยที่เธอยังไม่ได้บอกเลยสักคำว่าเธอชื่ออะไร

“ไม่ต้องสงสัยไปหรอกนะน้อง ก็ท่านประธานของเรา เอ่อ...คุณอคิร่าห์น่ะ เธอบอกกับพี่เอาไว้ก่อนเธอจะเดินเข้าห้องทำงานไปเมื่อช่วงเช้า ถ้าหากพนักงานใหม่ที่ชื่อมารตรีมาสัมภาษณ์งานก็ให้เข้าไปหาท่านได้เลย แต่ก็เผอิญแขกของท่านมาขอพบก่อนมารตรีจะมาสักครึ่งชั่วโมง ท่านเลยฝากให้พี่ดูแลรตรีแทน อ้อ...พี่เรียกรตรีสั้นๆ ดีกว่าเน่อะ อีกหน่อยก็ต้องทำงานร่วมกันแล้ว...”

เลขาท่านประธานพูดจ้อด้วยนิสัยเป็นคนชั่งพูดชั่งคุย มารตรีเลยรู้สึกคลายกังวลไปได้มาก

“ได้ค่ะพี่แก้ว...รตรีต้องขอบคุณพี่แก้วมากๆ เลยนะคะ ที่ต้องสละเวลางานมาดูแลรตรีแบบนี้” มารตรียกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ รู้สึกดีกับพี่สาวคนนี้ขึ้นมาจับใจ ไม่เห็นดุเหมือนบุคลิกภายนอกยามมองเห็นแต่แรกเลยสักนิด พี่แก้วคนนี้พูดจาเป็นกันเองแถมยังใจดีมากๆ อีกด้วย ไม่ถือตัวว่าเป็นเลขาของท่านประธานใหญ่ พูดจาก็เป็นกันเองให้ความสนิทสนมเหมือนคนรู้จักกันมานาน เลยทำให้อาการประหม่าของเธอเมื่อก่อนหน้าหายเป็นปลิดทิ้ง

สองสาวต่างวัยพูดคุยกันกะหนุงกะหนิงจนเพลิดเพลินลืมดูเวลา พออคิร่าห์เปิดประตูห้องออกมาเพื่อจะส่งแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ หากแต่ก็ไล่กลับไม่ได้ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เลยไม่ทันเห็น ชายหนุ่มเหลือบตามองลูกน้องของตัวเองแวบหนึ่ง หากแต่ก็ยังไม่เอ่ยปากเรียก

“หวังว่าหลานคงจะไม่ทำลายความหวังของคนแก่อย่างป้านะจ๊ะคิร่าห์...” สตรีผู้สูงวัยใบหน้ายังคงตึงเปรี๊ยะเพราะผ่านการร้อยไหมมามากกว่าสิบครั้งยกยิ้มละมุนติดมุมปาก นางขยับกายเตรียมตัวก้าวขาเดินออกจากห้อง เมื่อลูกชายของเพื่อนสนิทซึ่งคบหากันมาเนิ่นนาน ลุกจากเก้าอี้เพื่อจะเดินออกมาส่งนางด้วยตัวเอง หากแต่นางก็ยังไม่วายเอี้ยวตัวหันไปกำชับลูกชายของเพื่อนสนิทอีกครั้ง

“ครับคุณป้า เอาไว้ผมจะดูตำแหน่งที่น่าจะเหมาะสมกับน้องวิกกี้ให้ก็แล้วกัน เดินทางกลับปลอดภัยนะครับ ถ้าผมว่างวันไหนจะขับรถพาคุณแม่ไปรบกวนทานข้าวบ้านคุณป้า...” อคิร่าห์ยิ้มอ่อนส่งไปให้เพื่อนสนิทของมารดาตนเอง หากแต่ภายในใจกับไม่ได้ยิ้มตามปาก เขารู้สึกไม่พอใจเสียมากกว่า การจะรับพนักงานเข้ามาทำงานสักตำแหน่งหนึ่งของที่นี่ ต้องผ่านการคัดเลือกมาในระดับมาตรฐานที่สูงตามบริษัทได้ตั้งเอาไว้ ทุกๆ ตำแหน่งไม่ใช่จะรับใครเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าเสียเมื่อไหร่ มันต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนการคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี โดยผ่านระบบมาตรฐานคัดกรองตัวบุคคลผ่านจากมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ต้องผ่านการเข้าฝึกงานอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าสามเดือน หากทว่าเพื่อนของมารดาเขากลับจะใช้เส้นสายถือเอาความสนิทสนม ยัดเยียดลูกสาวของตนเองให้เข้าทำงานในตำแหน่งที่เขาได้มีตัวบุคคลที่คัดเลือกตามกฎกติกาเอาไว้อย่างเรียบร้อย เขาจึงรู้สึกลำบากใจยิ่งนัก

“ได้สิจ๊ะหลานรัก มาวันไหนก็บอกป้ามาก่อนล่วงหน้าได้เลยนะ ป้าจะให้น้องวิกกี้อยู่คอยต้อนรับ รายนั้นเขาทำอาหารเก่ง แถมรสมือยังอร่อยเทียบชั้นภัตตาคารได้เลยเชียวล่ะจ้ะ...” ผู้อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงของลูกสาวยิ้มถูกใจ เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสียล่ะ

ในแวดวงไฮโซใครๆ ก็รู้ ตระกูลมงคลกุล ตระกูลนี้ไม่ใช่ไก่กามาจากไหนเลย ถึงจะเพิ่งมามีชื่อเสียงไม่กี่ปีนี้ หากแต่ทรัพย์สินความมั่งคั่งใครก็จะมามองข้ามไม่ได้เช่นกัน อีกอย่างด้วยตัวของนางเองก็เป็นถึงเพื่อนสนิทกับมารดาของอคิร่าห์ คบหากันมานานหลายปี นางจึงหมายมั่นปั้นมือต้องการลูกชายเพื่อนสนิทคนนี้มาเป็นลูกเขยของนางให้ได้ หากวิกกี้พลาดมือจากขคราช อย่างน้อยๆ ก็ยังมีอคิร่าห์อยู่อีกคน สองหนุ่มที่นางหมายตาเอาไว้เป็นลูกเขยพอๆ กัน ไม่ว่าคนไหนนางก็ถูกใจทั้งนั้น...

“ป้ากลับก่อนนะจ๊ะคิร่าห์...” พอได้คำตอบที่นางพอใจ คุณสมรจึงขอตัวลากลับ

“ครับ...สวัสดีครับคุณป้า...” อคิราห์ยกมือขึ้นไหว้ลา หากช่วงเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา สายตาคมกริบกับสะดุดเข้ากับความงดงาม จนเขาสะดุดลมหายใจ...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย oranee
ขอบคุณมากมายค่ะ
เมื่อ 1 ปี 2 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย silverprincess
มาสัมภาษณ์งานกับประธานเลยทีเดียว
เมื่อ 1 ปี 4 เดือนที่แล้ว

รีวิว