บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep15/2 : รักร้ายของผู้ชายเอาแต่ใจ

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep15/2 : รักร้ายของผู้ชายเอาแต่ใจ

วางจำหน่ายในรูปแบบ Ebook แล้ว สามารถโหลดซื้อได้ที่ meb ookbee Hytexts...

“เธอนี่โง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่ฮะ ลืมไปแล้วหรือไง ไอ้รอยแผลยาวตรงนี้ ใครมันเป็นคนทำขึ้นมา คนทำต้องรับผิดชอบสิ หัดเป็นคนรับผิดชอบหน่อยสิ จะบอกไม่ใช่ฝีมือเธอไอ้ซอกเล็บเธอยังมีหนังกำพร้าฉันติดอยู่เลยนั่น...”

พอสิ้นเสียงคนปากร้าย มารตรีจึงตัดสินใจเหวี่ยงถุงในมือกลับคืนไปหาเจ้าของดุจเดิม ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก สะบัดหน้าเสมองไปทางด้านนอก แทนใบหน้าหล่อเหลาของคนปากกรรไกร แต่ทว่าหางตาของเธอมันกลับไม่รักดี กลับชำเลืองแอบมอง รอยแผลยาวขนาดไม่เกินสามนิ้วบนลำแขนขาวๆ ของเขา ตอนนี้เลือดมันแห้งกรังติดไปกับแผลแล้ว เห็นเป็นรอยแดงรอบแผลนั่น เขาคงจะแสบหน้าดู แต่พอคิดอีกที ก็สมน้ำหน้า อยากเอาแต่ใจกับเธอก่อนทำไม...

“เอ้า...แล้วโยนถุงมาทำไมแม่คนนิสัยไม่ดี ทำตัวแบบนี้ระวังฉันจะบีบคอจิ้มน้ำพริก” เขาว่าให้เมื่อหยิบถึงใส่อุปกรณ์ทำแผลขึ้นมาถือไว้

“รตรีจะไม่ทำแผลให้คุณราช เพราะรตรีไม่ชอบเลือด”

เธอเลือกจะพูดโกหกเขาออกไป เพราะไม่คิดจะใจดีทำแผลให้เขาสักนิด แผลเท่าแมวข่วนแค่นี้ เอาพาสเตอร์ยาแปะนิดเดียวก็หาย จะต้องมาใช้ให้เธอทำแผลให้ยุ่งยากไปทำไม คนผีทะเลนี่คิดจะหาเรื่องเธออีกตามเคยนั่นแหละจะมีอะไรเสียอีก...

“นี่เธอจะไม่รับผิดชอบการกระทำของตัวเองสักนิดเลยหรือไง เธอทำให้ฉันถึงกับเลือดตกยางออกเลยนะ ก็น่าจะมีจิตใต้สำนึกดีๆ ผุดขึ้นมาในสมองเสียบ้างสิ นี่อะไร เชิดหน้าทำเหมือนเธอไม่ใช่คนผิด แล้วปล่อยให้แขนของฉันเกิดรอยแผลเป็นติดตัวไปจนตายหรือไง...” ขคราชพูดขึ้นเสียงแข็ง ใบหน้าเข้มดุดันเมื่อถูกขัดใจ ก่อนจะยัดถุงสีขาวคืนใส่มือของแม่แสนงอน เดี๋ยวนี้ชักจะเอาใหญ่ พูดนิดพูดหน่อยก็เถียงเขากลับคอเป็นเอ็น ไม่คิดเกรงกลัวเขาเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

หรือการได้ทำงานประจำของมารตรี จะเป็นการเสริมปีกให้เธอแข็งแกร่งขึ้น พร้อมที่จะโบยบินหากิ่งไม้เกาะใหม่ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง เขานี่แหละจะเป็นคนเด็ดปีกเธอให้ร่วงลงมาจากท้องฟ้าด้วยตัวเอง...

“แผลเท่าแมวข่วนแค่นี่เองนะคะ จะกลายเป็นรอยแผลเป็น คุณราชก็พูดเว่อร์เกินไปหน่อยแล้วละค่ะ” หญิงสาวค้านขึ้นเสียงเรียบ มันจะเป็นแผลเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อแผลของเขาเล็กนิดเดียว ยิ่งถ้าเทียบกับตัวใหญ่โตของเขา แผลนั้นเล็กเหมือนถูกมดกัดน่าจะถูกต้องมากกว่า ถ้าล้างทำความสะอาดดีๆ ไม่แน่พรุ่งนี้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง

“แมวข่วนที่ไหน เธอดูสิ...” คนไม่ยอมรับยกลำแขนจ่อใกล้ใบหน้าหวาน

“แผลฉันตั้งยาว มีเลือดออกด้วย”

“เอ๊ะ! คุณราช” มารตรีเบี่ยงหลบลำแขนยาว ผลักออกห่างจากใบหน้าพร้อมกับตวัดตาดุมองค้อนควัก

“เธอต้องรับผิดชอบรอยแผลนี้ด้วย มันเกิดจากฝีมือของเธอ” ถึงแม้จะเกิดจากฝีมือของเธอ แต่สาเหตุมาจากเขาล้วนๆ จะมาโทษเธอคนเดียวก็ไม่ถูก แต่คนนิสัยอย่างเขา เอาแต่ใจตัวเอง ทำอะไรไม่เคยผิด มีหรือจะยอมรับง่ายๆ คงไม่มีทาง มารตรีคิดด้วยความอ่อนใจ...

“ทำไมรตรีจะต้องรับผิดชอบด้วย ในเมื่อคุณราชอยากมาทำร้ายรตรีก่อนทำไม ช่วยไม่ได้นี่คะเล็บรตรีมันยาว มันก็เลยบังเอิญไปโดนแขนของคุณราชเข้า รตรีไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณราชเสียหน่อย เขาเรียกว่ามันเป็นอุบัติเหตุค่ะ กรุณาเข้าใจเสียใหม่ด้วย...” พูดจบหญิงสาวกะจะยื่นถุงในมือคืนกลับไปให้เขาอีกหน แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เปลี่ยนความตั้งใจ กำถุงในมือเอาไว้เสียแน่นแทน เพราะเสียงแข็งกระด้างดังลอยมากระทบเข้าหู ข่มขู่เธออีกตามเคย

“อ้อ...อย่างนั้นเองหรอกเหรอ แล้วถ้าบังเอิญปากฉันไปชนกับปากของเธอเข้า แล้วมันแตกละแบบนี้เขาเรียกว่ามันเป็นอุบัติเหตุได้มะ มารตรี”

“คนบ้า ดีแต่ขู่...” คนถูกถามก้มใบหน้าลงขยับปากบริภาษเขาเสียงติดในลำคอ

“ว่าไง...จะรับผิดชอบดีๆ หรือจะต้องให้ใช้กำลังบังคับ...” เขายังคงไม่ยอมแพ้ ยังคงดื้อดึงจะให้หญิงสาวทำแผลให้ได้ มารตรีไม่ตอบคำถาม ทว่าเธอเปิดดูสิ่งของในถุงพลาสติกในมือแทน จึงได้เห็นอุปกรณ์ทำแผลอเนกประสงค์อยู่ในนั้นอย่างที่เขาบอกไว้ ปล่อยให้แขนมีรอยแผลเป็นหรือบาดทะยักตายไปเลยก็น่าจะเข้าท่าอยู่ไม่น้อย ยิ่งถ้าเป็นที่ปากเขาด้วยแล้ว เธอคงจะซะใจมากกว่านี้ เขาจะได้ไม่มีปากเอาไว้คอยพูดจาดูถูกเธอได้อีก หรือเป็นใบ้ไปเลยยิ่งดีใหญ่...

“จะไม่รับผิดชอบใช่ไหม...” เขาเริ่มขู่เสียงดัง พูดดีๆ เธอไม่ยอมทำตาม คราวนี้เขาจะเล่นบทโหดบังคับให้ทำมันเสียเลย หากพอเขาแค่ขยับตัวเข้าใกล้ยังไม่ทันได้ลงมือ เสียงหวานแต่แข็งเป็นมะนาวดังสวนขึ้น

“ขอแขนด้วย...” เพราะรู้ตัวดี ให้ดื้อกับเขามากยังไง สุดท้ายก็ไม่เคยเอาชนะคะคานเขาได้ มารตรีจึงคิดยุติข้อโต้แย้งลง พร้อมกับดึงแขนกำยำของคนปากร้ายมาวางไว้บนตักของตัวเองเสียเลย ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเขา นี่ก็เหลือเวลาอีกไม่เกินชั่วโมง ใกล้จะได้เวลาเข้างานของเธอเต็มทีบริษัทไหมไทยเรยอนถึงจะอยู่ห่างจากบริเวณนี้ไม่ไกลนัก ขับต่อไปถ้ารถไม่ติดมาก อีกไม่น่าเกินครึ่งชั่วโมงคงจะถึงพอดี มารตรีจึงไม่อยากเสียเวลาไปมากว่านี้ เธอได้แต่หลับหูหลับตาทำตามคำสั่งของเขาให้มันเสร็จๆ ไป...

“ก็แค่นี้ ทำเป็นเรื่องมากอยู่นั่นแหละ...โอ๊ย! ซีด นี่แม่คุณ เบาๆ หน่อยสิฉันเจ็บนะ...” ด้วยความหมั่นไส้ มารตรีจึงเททิงเจอร์ลงสำลีจนชุ่ม แล้วเช็ดลงบนแผลยาวแรงๆ โดยไม่ให้เขาตั้งตัว ในใจก็แอบสมน้ำหน้าเมื่อเห็นคนโตแต่ตัว ตอนนี้มีใบหน้าเหยเกจนดูน่าตลก

“เอ๊ะ! เบาๆ เสียงหน่อยสิคะ แผลนิดเดียวเท่ามดกัดร้องเหมือนคนกำลังถูกเชือดไปได้...” มารตรีส่งเสียงเข้มดุ ตัวออกจะโตร้องซะไม่ต่างจากเด็กสามขวบ

“ซู้ด...เบาๆ หน่อยสิเธอ จะทำแผลให้ฉันหรือจะฆ่าฉันกันแน่” ถ้าเลือกได้ก็อยากจะฆ่าคุณราชนั่นแหละค่ะ แต่รตรีทำไม่ได้ มารตรีคันปากอยากจะโต้ตอบเขากลับไปอย่างใจคิด แต่ก็แสร้งพูดเป็นอย่างอื่นไปเสีย...

“แผลเล็กแค่นี้เอง ทนเจ็บแป๊บเดียวก็หายแล้วค่ะ อ้อ...รตรีคงลืมบอกคุณราชไปนอกจากเล็บรตรีจะยาวแล้ว มือของรตรีก็หนักเหมือนกันนะ คุณราชต้องทนแสบสักหน่อย แต่รตรีไม่คิดจะฆ่าคุณราชหรอก รตรีไม่กล้าคะ”

“นี่เธอ! ...โอ๊ะ! ...ซู้ด...”

“อย่าเกร็งแขนสิคะจะได้ไม่เจ็บ” มารตรีจุเสียงดุเบาๆ เมื่อขคราชจะชักแขนหนีทิงเจอร์ในมือเธอ

“ไม่ได้เจ็บแต่มันแสบนี่ แสบมากๆ ด้วย...” ชายหนุ่มโอดครวญเสียงอ่อย ไม่กล้าขยับแขนหนีไปไหนอีก กลัวใจของหญิงสาวจะราดทิงเจอร์ลงมาทั้งขวดเพราะปากร้ายของตัวเองเป็นเหตุ เขาเลยนั่งกัดปากเอาไว้ ปล่อยให้มือเรียวเช็ดทำความสะอาดแผลไปตามใจชอบของเธอเลย

“คุณราชโตแล้วนะคะ ทนแสบนิดแสบหน่อยไม่ได้เลยหรือไง หัดอายเด็กข้างบ้านของรตรีบ้างสิคะ แผลเล็กแค่นี้ไม่เห็นมีใครร้องสักคน เวลารตรีทำแผลให้” เธอดุเขาใบหน้าขรึมไม่ต่างจากดุเด็กเล็กๆ สักคน แต่พอเงยหน้าขึ้นไปเห็นหน้าเหยเกเข้า เธอถึงกับหลุดยิ้มขำ ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี ไม่ยักจะรู้มาก่อน ขคราชไม่ขอบทิงเจอร์

“ก็คนมันแสบ...โอ๊ะ! เบาๆ หน่อยสิ ฉันแสบนะ...” ชายหนุ่มต้องรี่ตามอง เบ้หน้าเมื่อถูกทิงเจอร์เช็ดเข้าอีกรอบ

“ยังแสบอยู่อีกหรือคะ” ขคราชพยักหน้าง่อยๆ มันเป็นความรู้สึกที่ฝังใจมาตั้งแต่เด็ก เขาเกลียดความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน เวลาถูกแม่จับล้างแผลด้วยทิงเจอร์เป็นที่สุด เขาเป็นเด็กผู้ชายนิสัยชอบซุกซนจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา มีเรื่องให้เจ็บตัวอยู่บ่อยครั้ง หากแต่ทุกครั้ง เขามักจะเลี่ยงการถูกล้างแผลด้วยทิงเจอร์ แต่แอบเอาแผลไปล้างด้วยน้ำเปล่าด้วยตัวเอง จนถูกทั้งคุณแม่และป้าน้อยดุอยู่เป็นประจำ...

“นั้นมาค่ะ...เดี๋ยวรตรีจะเป่าลมให้ รับรองหายแสบเป็นปลิดทิ้ง” เห็นท่าทางย่ำแย่ของคนโตแต่ตัว คนใจอ่อนเป็นนิสัยจึงขันอาสา เป่าลมให้เหมือนที่เธอเคยทำให้พวกเด็กเล็กแถวๆ หมู่บ้าน

เพราะถ้าวันไหนเป็นวันหยุดไม่ต้องไปมหาวิทยาลัย เธอกับคุณตามักจะทำขนมไปแจกเด็กยากไร้เหล่านั้นกันเป็นประจำ เด็กๆ หลายคนจะอาศัยอยู่หมู่บ้านถัดไป ฐานะทางบ้านไม่ค่อยจะดีนัก โดยมากครอบครัวของเด็กพวกนี้จะเป็นพวกหาเช้ากินค่ำเสียเป็นส่วนใหญ่ เธอกับคุณตาจึงมักทำขนมไปแจกให้ทานบ่อยๆ ถือเป็นการทำบุญไปในตัว

“หายแสบจริงๆ แน่นะ งั้นก็เป่าสิ...ฉันจะได้หายแสบไง” คนฟังถึงกับกระดี๊กระด๊าหน้าบานแววตาระริก รู้สึกหายแสบขึ้นมาเป็นปลิดทิ้ง รีบอำนวยความสะดวกโดยการยกแขนของตัวเองขึ้นจ่อถึงริมฝีปากอิ่ม

คนไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมสูดลมเข้าปอดก่อนจะพ่นลมออกมาบนแผล ใบหน้าหวานดูน่ารักน่าใคร่เหลือเกินในสายตาของชายหนุ่ม ดูเธอตั้งอกตั้งใจเป่าแผลให้เขาโดยไม่คิดว่านี่เป็นการแสดง ความจริงไอ้อาการปวดแสบมันหายไปตั้งนานแล้ว แต่เขาอยากให้เธอเป่าแผลให้ จึงแกล้งทำหน้าเหยเกเพื่อให้มารตรีสงสาร

ดวงตาคู่คมเผลอไล่สายตาขึ้นมองริมฝีปากจิ้มลิ้ม ที่ตอนนี้เธอกำลังทำปากจู๋ยื่นออกมาเล็กน้อยเพื่อพ่นลม ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปจนพบเข้ากับวงหน้างดงามแสนหวาน จึงทำให้ดวงตาสองดวงมองสบประสานกันนิ่งโดยบังเอิญ ความเงียบภายในรถ ทำให้ได้ยินแค่เพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน ขคราชเคลิบเคลิ้มไปกับภาพความงดงามที่เห็น จึงค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าหาความงดงามดั่งกล่าวอย่างห้ามใจเอาไว้ไม่อยู่ มารตรีเองก็หลับตาพริ้มรอรับจูบอันแสนหวานโดยไม่รู้ตัว แต่เพราะเสียงแตรรถจากด้านนอกดังลั่นถนน ทำให้ร่างน้อยสะดุ้งลืมตาขึ้นมา จึงเห็นใบหน้าคมคายลอยอยู่ไม่ห่าง เธอจึงรีบดึงสติของตนเองส่งเสียงแก้เก้อออกไป

“เอ่อ...คุณราชหายแสบหรือยังคะ” พอหญิงสาวเริ่มรู้สึกตัว เธอจึงแสร้งถามเขาออกไปแก้เขิน ก่อนจะก้มใบหน้างุด แก้มนวลซับสีแดงเป็นลูกตำลึง อยากจะเขกหัวตัวเองให้เจ็บสักที มีอย่างที่ไหนดันไปให้ความร่วมมือกับเขาเฉยเลย

“อายเหรอ...” ขคราชดึงใบหน้าของตัวเองถอยห่าง เพราะได้ยินเสียงแผ่วดังขึ้น ริมฝีปากได้รูประบายยิ้มอ่อนนึกเอ็นดูแม่ร้อยเล่ห์ของเขาจับใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะให้ความร่วมมือโดยการหลับตาพริ้มรอรับจูบจากเขา ขคราชจึงยื่นนิ้วเรียวยาวสัมผัสแก้มนุ่มแผ่วเบา มุมปากกระตุกยิ้มล้อเลียน

“เอ่อ...อาย...อายอะไรกันคะ รตรีไม่ได้อายเสียหน่อย”

“ก็อายที่ฉันจะจูบเธออีกแล้วไง หรือเดี๋ยวนี้เธอใจกล้า ไม่คิดอายฉันแล้ว” ขคราชพูดล้อเลียนหญิงสาว แววตาแพรวพราว ยิ่งได้เห็นแก้มนวลแดงปลั่ง ใจชายนั้นเลยลิงโลด ไม่อยากได้แค่จูบหวานๆ อีกแล้ว แต่อยากจะทำอย่างอื่นกับแม่ร้อยเล่ห์ของเขาให้มากกว่า

“บ้า...” ต่อว่าเขาเสียงเบาหากแต่ใบหน้ายังคงก้มงุด อายสิทำไมเธอจะไม่อาย แต่ใครจะหน้าด้านกล้าบอกเขาออกไป เดี๋ยวเขาก็จะมากล่าวหา คิดว่าเธอคิดวางแผนจับเขาอีกจนได้

“ถ้าคุณราชหายแสบแผลก็ขับรถไปส่งรตรีทำงานได้แล้วค่ะ รตรีกลัวไปทำงานสาย” ขคราชก้มมองนาฬิกาข้อมือ เห็นว่าเวลาใกล้จะแปดมองเช้าจริงๆ ตัวเขาเองก็มีงานด่วนต้องรีบไปทำ ชายหนุ่มจึงไม่คัดค้านอะไร กำลังจะขยับตัวเพื่อหันไปสตาร์ทรถ แต่เพราะความน่ารักของคนอายม้วนของคนด้านข้าง ร่างใหญ่จึงเปลี่ยนใจแต่โน้มกายเข้าหา ขโมยหอมแก้มเป็นรางวัลให้เช้าของวันนี้ฟอดใหญ่ คนเอาแต่อายม้วนไม่ทันระวังตัว พอปลายจมูกกับริมฝีปากหยักแตะเข้ากับแก้มนวลดวงตาหวานจึงเบิกโต เบี่ยงหน้าออกด้วยความตกใจ

“ไปทำงานได้แล้ว แม่ร้อยเล่ห์”

คนได้รางวัลเป็นความหอมจากแก้มนุ่มหลุดหัวเราะลั่นรถ เขาถอยร่างออกห่างจากความยวนใจ ปรับท่านั่งเตรียมพร้อม ก่อนจะสตาร์ทรถออกไปจากจุดนั้นด้วยหัวใจเบิกบานกว่าทุกวัน มารตรีทั้งอายทั้งโกรธแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้อีกตามเคย ได้แต่นั่งหน้ามู่ทู่นึกเข่นเขี้ยวคนฉวยโอกาสไปตลอดทาง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย oranee
ขอบคุณมากมาย
เมื่อ 1 ปี 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย silverprincess
จูบๆกันไป้ลย
เมื่อ 1 ปี 2 เดือนที่แล้ว

รีวิว