ภรรยาประมูลรัก-15

โดย  วีนัส ละอองดาว / ญาตา

ภรรยาประมูลรัก

15

“หายเจ็บหรือยัง ผมจะได้จูบไถ่โทษอีก” อารมณ์ของชายตรงหน้าเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังทันที นัยน์ตาแพรวพราวกำลังส่อความต้องการจนข้าวปั้นขนลุก

“คนบ้า! คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ท่าทีคุณดูไม่ดีเลย” ข้าวปั้นถามออกไปเพราะเป็นห่วงจริง ๆ แต่กลับถูกอีกฝ่ายยิ้มใส่ตาพร้อมยกร่างของเธอให้มานั่งซ้อนตัก

“เป็นห่วงผมหรือ” วิลเลียมเชยคางมนขึ้นมาแล้วก้มหน้าผากตัวเองให้ชิดกับหน้าผากเนียน

“ค่ะ เมื่อกี้คุณดูน่ากลัว” ข้าวปั้นบอกไปตามตรง เธอกลัวเขาจริง ๆ

“ผมไม่ทำร้ายคุณ ไม่ต้องกลัว แต่หากผมจะทำคง...ทำรักมากกว่า” วิลเลียมก้มลงกระซิบข้างหูเล็กพร้อมเม้มมันเบา ๆ สองมือใหญ่เลื่อนไปกอบกุมสะโพกให้สะโพกเล็กแนบชิดเข้ามาใกล้กว่านี้ ชายชุดเดรสร่นขึ้นสูงจนเห็นขาอ่อนของข้าวปั้น

“จะทำอะไรคะ” ข้าวปั้นวางมือบนแผงอกกว้างแข็งดันตัวออกห่างเมื่อเธอไม่สามารถดึงชายชุดให้ยาวได้ ก่อนจะหันมองซ้ายมองขวา

“ไม่ต้องห่วงหากเราจะทำกันในรถ ลูกน้องของผมไม่ปล่อยให้คนนอกเข้ามาดูเรากำลังรักกันแน่นอน” เสียงทุ้มดังขึ้นทีเล่นทีจริงจนหญิงสาวไม่คิดว่าเขาจะทำมันจริง ๆ อีกอย่างเธอยังไม่พร้อม และยังไม่ได้เตรียมใจ

“ไม่ทำอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ปล่อยได้แล้ว คุณหิวไม่ใช่หรือ” ข้าวปั้นก้มหน้าลง ไม่ยอมสบตาคมเข้มที่ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้พร้อมกับพูดเบี่ยงประเด็นไปอีกทางเมื่อเห็นว่าคนตัวใหญ่เริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว

“ผมหิวนม อยากกินนมสด” มือใหญ่ข้างหนึ่งสอดเข้าชายชุดที่ข้าวปั้นสวมอยู่แล้วเลื่อนขึ้นไปจับทรวงอกอวบ บอกให้รู้ว่านมสดที่เขาอยากนั้นคืออะไร

ข้าวปั้นรีบตะครุบมือปลาหมึกที่พอใกล้นิดใกล้หน่อยเป็นต้องจับ จูบ ลูบ คลำ ให้หยุดนิ่ง

“หยุดนะคะ ไม่งั้นโกรธจริง ๆ ด้วย” ข้าวปั้นใช้ไม้แข็งเข้าข่มขู่ แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะลั่นเมื่อเห็นท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอที่ผู้หญิงคนอื่นทำคงไม่น่ารักน่าใคร่เท่ากับผู้หญิงตรงหน้านี้แน่นอน

“โอเค หยุดครับ” วิลเลียมยอมปล่อยมือพร้อมแนบจมูกเข้ากับแก้มนิ่มฟอดใหญ่โทษฐานที่กล้าสั่งเขา

“อื้อ แก้มช้ำหมดแล้วค่ะ” ข้าวปั้นพูดเสียงอ่อน ตอนนี้เธอขอแค่ใช้เวลาร่วมกับเขาให้นานที่สุดเท่านั้น ไม่สนใจอะไรแล้ว ขอเก็บเกี่ยวความสุขล้นให้นานแสนนาน ก่อนที่สักวันหนึ่งข้างกายเขาจะไม่มีเธออยู่ด้วย

“แก้มช้ำงั้นเปลี่ยนเป็นที่อื่นแทนได้ไหม" วิลเลียมขยิบตาหยอกจนอีกฝ่ายหน้าแดง

“หยุดเลยคนเอาเปรียบเค้า” เสียงเง้างอดน่ารักดังขึ้น เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อของชายหนุ่ม

“อยู่ให้ห่างจากแอรอนเอาไว้ ผมไม่ไว้ใจ มันอาจวางแผนอยู่” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง ข้าวปั้นพยักหน้ารับเบา ๆ ต่อให้เขาไม่บอกเธอก็ไม่อยากอยู่ใกล้แน่นอน วิลเลียมนึกเป็นห่วงความปลอดภัยของข้าวปั้น เพราะวันนี้หมาลอบกัดอย่างแอรอนได้เจอกับเธอ เขาไม่ไว้ใจเลย

“ไม่อยากเข้าใกล้อยู่แล้วค่ะ” ข้าวปั้นพูดขึ้นก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้” แล้วเมื่อไรคุณจะบอกสักทีคะ ว่าเรื่องเมื่อวานมันหมายความว่ายังไง”

“งั้นเราไปกินข้าวแล้วคุยกันไปด้วยดีกว่า” แล้วชายหนุ่มก็ออกรถไปโดยที่ข้าวปั้นยังนั่งซ้อนตักอยู่

“ให้ฉันไปนั่งข้างดีกว่า คุณจะได้นั่งสบาย” ข้าวปั้นพูดขึ้นเมื่อรถออกตัวไปข้างหน้าและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตามคำขอของเธอ

“ผมอยากได้กำลังใจ คุณต้องนั่งให้กำลังใจผมอยู่ตรงนี้”

วิลเลียมยังขับรถต่อไปเรื่อย ๆ และดูเหมือนว่าวันนี้การจราจรที่เคยติดขัดกลับโล่ง เหมาะแก่การขับรถเล่น สาวน้อยที่นั่งอยู่บนตักกว้างก้มหน้าลงซบอกกว้างแล้วใช้นิ้วเขี่ยกระดุมเสื้อเล่น จนได้ยินเสียงทุ้มกระซิบบอกเท่านั้นจึงหยุด

“ผมมีอย่างอื่นให้เล่นมากกว่าเล่นกระดุมเสื้อ สนใจไหม” ความดุดันที่สาวน้อยบนตักสัมผัสได้เรียกจุดแดง ๆ บนแก้มของเธอได้เป็นอย่างดี

วิลเลียมเปลี่ยนความคิดที่จะพาข้าวปั้นออกไปรับประทานอาหารข้างนอก แต่กลับตรงมาที่คฤหาสน์แทน เสียงรถยนต์แล่นมาจอดด้านหน้าคฤหาสน์ดอว์สันอยู่นาน แต่ก็ไม่มีใครเดินออกมาจากรถเสียที จนรถลูกน้องของวิลเลียมแล่นเข้ามาจอดต่อท้ายแล้วออกมายืนรอด้านนอก ด้วยกระจกกันกระสุนฟิล์มหนาพิเศษทำให้คนด้านนอกมองไม่เห็นภายในรถ ทว่าคนด้านในมองเห็นภายนอกรถ

ข้าวปั้นพยายามแกะมือใหญ่ที่กำลังเลื้อยไปมาบนเนื้อตัวของเธอพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากที่ก้มลงไล่จูบทั่วใบหน้าจนเหนื่อยหอบ คนตัวโตก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมหยุด จึงโผเข้ากอดคอแกร่งไว้แน่น แนบเนื้อตัวเข้าจนชิด ไม่ให้วิลเลียมได้แกล้งเธออีกต่อไป

“ผมหายใจไม่ออก คงต้องหาคนผายปอด” สิ้นเสียงทุ้มข้าวปั้นก็คลายแรงกอดรัด แต่ยังไม่ยอมปล่อย

“งั้นก็ปล่อยสิคะ” ข้าวปั้นพูดติดซอกคอวิลเลียมทั้งที่เธอเป็นฝ่ายกอดเอง วิลเลียมได้แต่หัวเราะในลำคออย่างสบายอารมณ์ก่อนจะยอมกดล็อกประตูเตรียมจะเปิดมันออก แต่ถูกข้าวปั้นจับมือเอาไว้

“บอกให้ลูกน้องของคุณออกไปก่อนสิคะ”

วิลเลียมเห็นหน้าสวยแดงก่ำพร้อมกับดวงตาหวานเริ่มคลอหน่วย หากเขาเปิดประตูออกไปจริง ๆ มีหวังแม่คุณทูนหัวคงได้ร้องไห้แน่ ใจหนึ่งนึกอยากแกล้ง แต่อีกใจก็ไม่อยาก เมื่อตอนนี้ท้องของข้าวปั้นเริ่มร้องครวญครางส่งสัญญาณความหิวเสียงดัง

วิลเลียมยอมกดต่อสายไปหาลูกน้องสี่ห้าคนที่ยืนรออยู่นอกรถ สั่งให้ไปทำอย่างอื่น ไม่ต้องมายืนเฝ้ารถ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้วข้าวปั้นก็เปิดประตูรถออกกว้างพร้อมกับขยับลงจากตักวิลเลียม จัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วข้อมือเล็กก็ถูกจับจูงให้เดินตามวิลเลียมเข้าด้านใน ตรงไปยังห้องครัวทันที

เมื่อมาถึงห้องครัววิลเลียมสั่งให้สาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดอยู่ให้ออกไปให้หมดตอนนี้เหลือเพียงข้าวปั้นกับวิลเลียมร่างใหญ่เดินไปนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับมองข้าวปั้นที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“หิวข้าว”

“แล้วไล่สาวใช้ออกไปทำไมคะ” ข้าวปั้นถามอย่างซื่อ ๆ เพราะเธอไม่รู้ว่าวิลเลียมต้องการอะไร

“หน้าที่ภรรยาต้องทำอะไรบ้าง”

“ก็ไม่บอกแต่แรก” ข้าวปั้นหันไปเปิดตู้เย็นหาของทำอาหารให้วิลเลียมเมื่อเข้าใจความหมายของคำพูด แต่ก็ยังพึมพำเบา ๆ

เมื่อได้ของครบ ข้าวปั้นก็หันไปทำอาหารง่าย ๆ ให้วิลเลียมและเธอกิน

กลิ่นอาหารหอมชวนน้ำลายสอถูกเสิร์ฟตรงหน้าวิลเลียม ข้าวผัดกุ้งจานโตพร้อมกับน้ำซุปไว้แกล้ม กับไข่ทอดราดซอสมะเขือเทศอีกหนึ่งจาน ข้าวปั้นเดินยิ้มมานั่งฝั่งตรงข้าม พร้อมกับหยิบช้อนเตรียมรับประทานอาหารที่ตัวเองทำ

“ไหนว่าหิวยังไงคะ ไม่กินหรือ”

วิลเลียมมองหญิงสาวตรงหน้าที่นั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะตักข้าวผัดในจานของตัวเองขึ้นมาเป่าแล้วส่งมันเข้าปาก ท่าทางเอร็ดอร่อยของข้าวปั้นทำให้วิลเลียมที่ไม่เคยกินข้าวผัดต้องลองตักเข้าปากชิมดูสักครั้ง ตามด้วยคำต่อ ๆ ไป

ข้าวปั้นเห็นคนตัวโตตักข้าวผัดกุ้งฝีมือเธอไม่หยุดก็ยิ้มแต้ แล้วเอื้อมไปตักไข่ทอดใส่จานของวิลเลียมบ้าง พร้อมกับบอกให้เขาจิบน้ำซุปไปด้วยจะได้ไม่สำลัก มื้ออาหารเที่ยงตอนบ่ายผ่านไปพร้อมกับสาวใช้ที่ยืนแอบฟังทั้งสองอยู่ด้านนอกต่างพากันอิจฉา

วิลเลียมวางช้อนลงหลังจากข้าวผัดจานที่สองหมดไป แล้วยกน้ำขึ้นมาดื่ม

ข้าวปั้นลุกขึ้นมาเก็บจานชามเอาไปวางไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วเดินกลับมาหาวิลเลียม ยืนอ้ำอึ้งสักพักก่อนจะเอ่ยปาก

“เอ่อ...คือว่าขอยืมโทรศัพท์หน่อยค่ะ อยากโทร.หาแม่กับพ่อ”

“มีอะไรมาแลกเปลี่ยน”

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nymphnim
รอต่อไปคะสนุกดี
เมื่อ 1 ปี 10 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย Chue Por
ไปสอยe-book
เมื่อ 2 ปี 1 เดือนที่แล้ว

รีวิว