บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep16/1 : ลมร้าย

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep16/1 : ลมร้าย

วางจำหน่ายในรูปแบบ Ebook แล้ววันนี้ สามารถโหลดซื้อได้ที่ meb ookbee Hytexts...

สถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองในตอนเย็น เพื่อนสาวสุดเซ็กซี่ที่สุดของกลุ่มเป็นคนเลือกและโทรไปจองไว้เสร็จสรรพ รสนิยมของแม่เพื่อนสาวคนนี้จึงหนีไม่พ้นผับดังย่านสถานที่บันเทิงใจกลางเมือง เยาวดีเปิดร้านเสื้อในห้างหรูเป็นของตัวเอง เพราะชอบเรื่องการแต่งตัวตามแฟชั่นนำยุคนำสมัยมากกว่าใครในกลุ่ม บวกกับทางบ้านเป็นคนมีฐานะ พอเรียนจบจึงได้เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวก่อนใครเพื่อนนั่นเอง...

เสียงเพลงยังคงเปิดขับกล่อมไปเรื่อยๆ มีทั้งช้าและเร็วสลับกันไป เนื่องจากเวลานี้ยังไม่ดึกมาก ทางร้านจึงยังคงเปิดเพลงฟังคลอเบาๆ ไม่คึกคักสักเท่าไหร่ ยังคงปล่อยให้พวกผีเสื้อราตรีขาแดนซ์ทั้งหลายได้นั่งจิบเครื่องดื่มเคล้าเสียงเพลงละมุน เป็นการวอร์มเครื่องกันไปในตัวพลางๆ ส่วนเยาวดีที่มาถึงร้านก่อนใครเพื่อน เพราะถือว่าตัวเป็นแม่งานในวันนี้ เลยคอยทำหน้าที่บริการ ให้ความสะดวกแก่บรรดาเพื่อนทั้งหลายที่มาถึงร้านแห่งนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ทางนี้พวกเธอ...” เยาวดีกวักมือเรียกเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนทยอยกันมาถึง พอมองชัดๆ ว่าใครเดินรั้งท้ายเข้ามากับดวงกมลและมาโนส เยาวดีจึงหลุดเสียงทักด้วยความแปลกใจ

“ต๊าย! ” เยาวดีขึ้นเสียงสูงเมื่อเห็นเพื่อนสาวที่ไม่คิดว่าจะยอมมางานวันนี้เดินรั้งท้ายมาด้วย

“โอ๊ย! นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นี่รตรีตัวเป็นๆ ไม่ใช่ฝาแฝด ไงจ๊ะแม่สาวสายหวานทำไมวันนี้ถึงยอมมาเที่ยวกลางคืนกับพวกเราได้ เมื่อก่อนชวนให้ตายเธอก็ไม่ยอมมากับพวกเราสักที...” เยาวดีรีบลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงรี่เข้าไปฉุดแขนของเพื่อนสาวเขย่าด้วยความดีใจ

“เบาๆ ก็ได้วดี เดี๋ยวรตรีมันก็ขวัญหนีเสียก่อนจนได้ ทำเสียงซะตกใจขนาดนั้นน่ะ...” ดวงกมลปรามเพื่อนกลั้วเสียงหัวเราะ เป็นเพื่อนคนไหนได้เห็นมารตรียอมมาเที่ยวสถานที่แบบนี้ก็ต้องแปลกใจกันเป็นธรรมดา ตลอดระยะเวลาเรียนด้วยกันมาถึงสี่ปี เคยชวนกันมาตั้งหลายครั้งหลายครา แต่มารตรีก็ปฏิเสธไม่เคยยอมมาเที่ยวด้วยสักที

“ก็ฉันแปลกใจนี่น่า วันนี้แม่ชีดันหลงวัดซะแล้ว”

“เดี๋ยวเถอะวดี มาแซวรตรีอยู่ได้...แล้วนี่พวกเรามาถึงกันครบหมดแล้วหรือยังล่ะไม่ได้เจอกันเป็นเดือน รตรีคิดถึงทุกคนจังเลย...” มารตรีส่งสายตาแกมดุแต่ไม่จริงจังไปยังเพื่อนรัก แอบหมั่นไส้กับท่าทางดีใจจนเกินเหตุของเพื่อนสาวหน่อยๆ พร้อมกับถามถึงเพื่อนคนอื่นๆ ที่เธอคิดถึง ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น ไม่เคว้งคว้างยามเมื่อต้องเจอกับปัญหา นี่อาจเป็นอีกเรื่องที่เธอรู้สึกโชคดี เพราะได้เพื่อนดีคอยช่วยเหลือกันมาตลอดระยะเวลาสี่ปีในชีวิตนักศึกษาก็ว่าได้

“เกือบครบแล้วล่ะ ขาดอีกไม่กี่คนหรอก ไปพวกเรา มาสนุกกันตรงนี้เร็ว” เยาวดีรั้งแขนเพื่อนสาวให้เดินตามไปยังโซนที่เธอจองไว้

มารตรีกวาดตามองบรรยากาศแปลกตาด้วยความสนใจ เห็นบรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างหันมองมายังจุดที่เธอกับเพื่อนสนุกกัน บางคนก็ยกแก้วในมือชูทักทาย หากแต่เธอไม่ได้สนใจ รีบเฉไฉมองจุดอื่นกลบเกลื่อนไปรอบๆ เพราะไม่คิดจะทำความรู้จักกับใครในนี้

ความสนุกสนานยังคงดำเนินต่อไปจนเกือบจะถึงเที่ยงคืน มารตรีไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มตามใจเพื่อนที่มักคอยคะยั้นคะยอส่งมาให้เธอลองดื่ม มีแอบจิบบ้างไปตามบรรยากาศรื่นเริง หากแต่ไม่ชอบรสชาติขมเฝื่อนของมัน มารตรีจึงพยายามหลีกเลี่ยง

“รตรีออกไปยืดเส้นยืดสายกัน เพลงกำลังมันเลย” เยาวดีซึ่งมีอากาเริ่มมึนหน่อยๆ เดินเข้ามาชวนเพื่อนสาวคนสวย เมื่อตัวเองเหลือบเห็นมารตรีเอาแต่นั่งส่งยิ้มหวานให้เพื่อนอยู่ในโต๊ะ แต่ยังไม่ยอมขยับออกไปไหนเลย ยังคงนั่งเป็นนางอายอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ

“ไม่เอาหรอกวดี รตรีเต้นไม่เป็น วดีออกไปสนุกกับเพื่อนๆ เถอะ รตรีจะนั่งดื่มอยู่ตรงนี้แหละ แค่นี้ก็สนุกแล้วล่ะ” คนถูกชวนให้ออกไปเต้นส่ายหน้าหวือ ปฏิเสธเสียงหวาน เธอไม่อยากเดินออกไปไหนทั้งนั้น ด้วยเพราะเห็นสายตาหลายคู่จับจ้องมายังเธอจนแทบจะกลืนกินกันได้ เห็นแล้วก็รู้สึกไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ ขืนถ้าเธอออกไปร่วมสนุกกลางฟลอร์นั่นกับเยาวดี ก็คงไม่แคล้วพาตัวเองเข้าไปกลางฝูงไฮยีน่าอันน่ากลัวสักนิด สู้นั่งหลบอยู่ตรงนี้ มันน่าจะปลอดภัยสำหรับตัวเธอกว่าเป็นไหนๆ

“ไม่เอา วดีอยากให้รตรีออกไปเต้นด้วยกันนี่ ดูอย่างยายหว้ากับโน้ตสิ คู่นั้นเขาเต้นสนุกไม่ยอมกลับเข้ามานั่งพักกันเลย เราออกไปเต้นแกล้งสองคนนั้นดีกว่า เพลงกำลังสนุกอยู่ด้วยสิ” คนชวนโยกย้ายสะโพกไปตามจังหวะของเสียงเพลง สายตาเยิ้มน้อยๆ มองเพื่อนรักในเชิงบังคับ มารตรีเห็นแล้วก็อ่อนใจ อีกอย่างเธอก็เต้นไม่เป็นจริงๆ ออกไปแทนที่จะสนุกอาจต้องไปสะดุดเท้าของคนอื่นเข้าเสียก่อน

“แต่ว่ารตรีเต้นไม่เป็น วดีไปเถอะ เดี๋ยวเพลงโปรดก็จบเสียก่อนหรอกนะ รตรีไม่อยากเต้นจริงๆ จ้ะ”

“เดี๋ยวเราสอนให้ ไม่เห็นจะยากเลย ไปเร็ว...” เยาวดีไม่ยอมปล่อยวงแขนเพื่อนรัก ยังคงดึงรั้งให้มารตรีเดินตามเธอออกไปยังฟลอร์เต้นให้ได้ มารตรีก็สุดจะขืนตัวเอง เลยยอมเดินออกไปกับเพื่อนสาว หากแต่วงหน้างดงามต้องก้มลงมองพื้นไม่กล้าเงยขึ้นมองใคร เมื่อเธอบังเอิญเห็นสายตาหลายคู่ จับจ้องมายังเธอ จนดูเหมือนจะกระโจนเดินตามกันออกมาทั้งหมด เมื่อเห็นเธอขยับขาเดินออกมาจากโต๊ะนั่ง

เยาวดีจับเพื่อนรักเต้นไปตามจังหวะเสียงดนตรีคึกคักโดยไม่ได้สนใจรอบข้างสักเท่าไหร่นัก เนื่องด้วยเธอมาเที่ยวสถานที่แบบนี้บ่อยจนไม่นึกกลัวอะไร เธอจึงสนุกไปกับเสียงเพลงเร้าใจได้อย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ต่างกับมารตรีที่เต้นไปก็คอยระแวงรอบข้างไป พอเต้นไปได้สักพักแม่เพื่อนสาวสุดเฮี้ยวก็ดันมาทิ้งเธอเต้นอยู่ตามลำพังเสียดื้อๆ เพราะมีชายหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งมาขอเต้นด้วย มารตรีเห็นใบหน้าทุกคนไม่ชัดนัก แต่ก็พอดูออกว่าใครเป็นใคร

“คืนนี้มีคนมารับกลับบ้านหรือยังครับผม” เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวคงจะสนุกกับเพื่อนชายคนใหม่ มารตรีจึงค่อยๆ ขยับขาหวังจะเดินออกจากฟลอร์เต้นนั้น แล้วกลับไปนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ดูบรรดาเพื่อนๆ ทั้งหลายสนุกกันต่อ หากแต่เธอยังเดินออกไปได้ไม่ทันพ้นฟลอร์เต้น ก็มีเสียงแหบของผู้ชายทักขึ้นมาเหนือศีรษะเธอเสียก่อน

“คะ...คุณว่าอะไรนะคะ” อาจเป็นเพราะเสียงเพลงที่ดังจนลั่น มารตรีเลยไม่ได้ยินว่าเขาพูดว่าอะไร เธอจึงขมวดคิ้วเงยหน้ามองเจ้าของร่างสูงตรงหน้า ก็เห็นผู้ชายหุ่นท้วมนิดๆ ยืนจังก้าค้ำศีรษะเธออย่างไม่น่าไว้วางใจ

ชายหนุ่มคนนั้นโน้มใบหน้าคมคายเข้ามาหา ก่อนจะพูดซ้ำอีกครั้ง...

“ผมถามคุณว่า...คืนนี้มีคนมารับกลับบ้านหรือยังครับ” มารตรีถอยร่างออกห่างจากใบหน้าที่โน้มเข้ามาหาทันที เธอได้กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยออกมาจากริมฝีปากของเขา ผู้ชายคนนี้คงเมาไม่ใช่น้อย เมื่อเธอเห็นสายตาหวานเยิ้มส่งมาให้เธอ มันสื่อออกมาในทางน่ากลัว และเธอก็ไม่ยินดีจะพูดคุยกับใครที่ไม่ใช่กลุ่มเพื่อนของตัวเองด้วย มารตรีจึงรีบตอบเขาออกไปเพื่อที่จะได้ยุติบทสนทนากับชายหนุ่มผู้นี้

“มีแล้วค่ะ...” พอตอบเขาออกไปแล้ว เธอก็คิดจะเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง ไม่อยากเสวนากับชายหนุ่มคนนี้ต่อแม้แต่ประโยคเดียว หากแต่ชายหนุ่มยังคงตีหน้ามึน เดินตามตื๊อเธอไม่เลิกเช่นกัน

ผู้หญิงอะไรสวยหวานจับใจไปทั้งเนื้อทั้งตัว เขามองเธออยู่อีกฝั่งหนึ่งก็ว่าสวยแล้วนะ พอได้มามองใกล้ชิดแบบนี้ เธอผู้คนนี้ยิ่งสวยถูกใจเขาเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างขาวลออตามีส่วนเว้าส่วนโค้งพอดิบพอดี บวกกับกลิ่นกายหอมสะอาดชื่นใจของเจ้าหล่อนที่เขาไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้จากคู่นอนของเขามาก่อนเลยสักคน มันทำให้ต่อมความอยากของเขาเริ่มทำงาน กระตุ้นให้เขาต้องลากแม่ผู้หญิงเย้ายวนใจคนนี้ไปจัดการให้สำเร็จจนได้

“แต่ผมอยากไปส่งคุณ ให้ผมไปส่งคุณนะครับ...” สารัชส่งสายตาอ้อนวอน

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันมีคนมารับแล้ว ไม่ขอรบกวนคุณดีกว่าค่ะ”

จากสายตาอ้อนวอนชายหนุ่มกลับหรี่ตามอง เพราะไม่คิดเชื่อคำพูดของหญิงสาวเลยต่างหาก แต่ถ้าหากเธอผู้นี้มีคนมารับจริง เขาก็ไม่เห็นจะสน ในเมื่อเขาอยากไปต่อกับเธอ เขาก็ต้องไปต่อให้ได้ ลูกชายคนเดียวของเจ้าพ่อทางเหนืออย่างเขาไม่มีคำว่าไม่ได้ในสาระบบบัญชีอยู่แล้ว แม้แต่พ่อของเขาที่ขึ้นชื่อถึงความโหดร้าย ยังไม่เคยกล้าขัดใจเขาสักครั้ง แล้วกะอีแค่ผู้หญิงตัวเล็กเท่ามด จะกล้าขัดขืนเขาได้ก็ให้มันรู้กันไปสิ...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย oranee
ขอบคุณมากมาย
เมื่อ 1 ปี 2 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย silverprincess
แหม ต่อให้ผู้หญิงไม่มีคนมารับจริง เขาก็กลับกับเพื่อนเขาเองได้ป่ะ
เมื่อ 1 ปี 4 เดือนที่แล้ว

รีวิว