บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep16/4 : ลมร้าย (จบบท)

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep16/4 : ลมร้าย (จบบท)

วางจำหน่ายในรูปแบบ Ebook แล้ววันนี้ สามารถโหลดซื้อได้ที่ Meb ookbee Hytexts...

พอขคราชวางร่างบางลงบนเบาะรถเรียบร้อยดีแล้ว เขาจึงโน้มร่างสูงลงมาหาร่างที่นั่งสั่นน้อยๆ แล้วดึงสายเข็มขัดนิรภัยตามแรงอารมณ์ฉุนเฉียวจนหญิงสาวผวาตาม เธอรู้ว่าเขากำลังโกรธ ใบหน้างามจึงรีบก้มต่ำไม่กล้าสบตาวาวโรจน์นั้นเท่าไหร่ แต่ถึงแม้การกระทำของเขาอาจดูไม่นุ่มนวลนักแต่ก็ทำให้ร่างที่หมดสภาพไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ ขัดขืน รู้สึกอบอุ่นหัวใจและปลอดภัยได้อย่างประหลาด

ส่วนขคราชตวัดสายตาดุมองร่างที่ผวาจนแทบกลืนหายไปกับเบาะอย่างคาดโทษ เขาปักใจเชื่อ คืนนี้มารตรีไม่ได้ออกมาเที่ยวกับเพื่อนอย่างที่โทรมาบอกกับเดชไว้ แต่เจ้าหล่อนออกมาหาเหยื่อมากกว่า...

“เอ่อ...คุณราชเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม เพราะอดรู้สึกเป็นห่วงเขาไม่ได้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วจนเธอมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้เขาถูกผู้ชายเลวคนนั้นสวนกลับมาทำร้ายบ้างหรือเปล่า ทว่าขคราชกลับไม่ยอมตอบคำถามของเธอสักคำ เอาแต่ชักสีหน้ารำคาญใส่แทนลูกเดียว มารตรีเลยหน้าม้านก้มหน้าลงต่ำยิ่งกว่าเก่าตามด้วยขยับปากขมุบขมิบขอบคุณเขาแผ่วเบา เมื่อเห็นว่าเขาคาดเข็มขัดให้เธอเสร็จเรียบร้อย

“ขอบคุณค่ะ” พูดขอบคุณพร้อมกับแอบชำเลืองมองเขาเล็กน้อย แต่ก็ยังได้รับความเย็นชาเป็นการตอบแทนอยู่ดี

ถึงเขาจะดูโมโหร้าย แถมยังเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งในสายตาของเธอและอาจหมายรวมไปถึงคนรอบข้างด้วย แต่ทว่าวันนี้คนที่เอาแต่ใจคนเดิม กลับเป็นคนช่วยเหลือเธอเอาไว้จากอันตรายได้ทันเวลา ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ไม่อย่างนั้นเธอเองไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง ผู้ชายคนนั้นดูท่าทางน่ากลัว แววตาของเขาดูเหี้ยมเกรียม มันฉายชัดถึงความปรารถนาอันแรงกล้าโดยไม่คิดปิดบัง ประกอบกับกิริยาและรูปร่างหน้าตาของเขา มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน สัมผัสจากผู้ชายคนนั้นสุดแสนน่ารังเกียจ ไม่เหมือนกับสัมผัสของขคราช ถึงแม้ว่าเขาจะใจร้ายกับเธอสารพัด แต่ก็น่าแปลก เธอกลับไม่รู้สึก นึกรังเกียจสัมผัสจากเขาเลยแม้แต่น้อย

ดูเหมือนผู้ชายคนนั้นคงเป็นลูกของพวกมีอิทธิพลมาก ถึงได้กล้าอุจอาจฉุดคราผู้หญิงในที่สาธารณะได้โดยไม่คิดเกรงกลัวต่อกฎหมาย ใจเธอตอนนี้ยังนึกกลัวอยู่ไม่หาย ไม่รู้ผู้ชายคนนั้นจะสั่งให้พรรคพวกกลับเข้าไปหาเรื่องกับกลุ่มเพื่อนของเธอในผับอีกหรือเปล่า เมื่อดูจากการกระทำอุจอาจแบบนั้น เขาคงไม่น่าจะมาเพียงลำพัง มารตรีรู้สึกเป็นห่วงกลุ่มเพื่อนของตัวเองขึ้นมา และมีเพียงคนเดียวที่พอจะช่วยเหลือเธอได้ นั่นก็คือคนตรงหน้าเธอนี่เอง

แต่ขคราชก็น่ากลัวไม่ต่างกันเลยนี่นา...

“เอ่อ...คุณราชคะ” เธอกำลังกลั้นใจเต็มที่ เพื่อเอ่ยปากขอร้องเขา ตอนนี้เธอกลัวเขาจับใจ กลัวเขาจะฉีกเนื้อเธอออกเป็นชิ้นๆ

แต่อีกใจหนึ่งนั้น เธอก็อดรู้สึกเป็นห่วงพวกเพื่อนๆ ของเธอไม่ได้ อยากจะขอร้องให้เขาช่วยส่งคนเข้าไปดูให้หน่อย ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้าง ถ้าไม่ถูกคนพวกนั้นรังแกก็ดีไป แต่ยังมีอีกเรื่องที่เธอนึกขึ้นมาได้ เธอกลัวพวกเพื่อนๆ จะเป็นห่วง ที่เธอหายออกมาแบบนี้ด้วยนะสิ

“คือว่า...เอ่อ...”

“อะไร…” คนขี้โมโหตวาดเสียงเข้ม สายตาดุตวัดลงมองร่างบอบบางด้วยความสายตาพร้อมเอาเรื่อง มือข้างหนึ่งของเขายื่นออกไปเกาะหลังคารถเอาไว้ส่วนอีกข้างยังดันประตูรถให้เปิดอ้ากว้างออก ร่างสูงใหญ่ของเขายืนจังก้าบดบังร่างน้อยในรถจนมิดไปหมดทั้งตัว

“คือเพื่อนของรตรีในร้าน น่ะค่ะ...” เธอพยายามกลั้นใจบอกเขาออกไปปากคอสั่น สองฝ่ามือดึงเข้ามากุมกันเอาไว้บนตักจนเหงื่อเริ่มซึมออก เธอต้องฝืนใบหน้าของตัวเองให้แหงนเงยขึ้นไปมองชายหนุ่มเพื่อเป็นการขอร้อง

“ทำไม...” ขคราชสวนกลับเสียงห้วน ขึงตามองร่างงดงามแต่สั่นน้อยๆ

“รตีเป็นห่วง กลัวผู้ชายคนนั้นจะกลับเข้าไปทำร้าย ถ้ารู้ว่าเพื่อนๆ มากับรตรี”

“ห่วงเพื่อนหรือว่าห่วงใครกันแน่หึ...เธอมากับใคร ไม่ใช่มากับไอ้หน้าปลาดุกเมื่อกี้หรือไง” ชายหนุ่มไม่คิดจะเชื่อ ก็เขาเห็นๆ อยู่มารตรีเดินกอดกับไอ้หน้าปลาดุกนั้นออกมาข้างนอกเพื่อไปต่อกันที่อื่น

“ไม่ใช่นะคะ รตรีมากับกลุ่มเพื่อนตั้งหลายคน รตรีไม่ได้มากับผู้ชายคนนั้นสักหน่อย รตรีไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ เขามาจากไหนก็ไม่รู้...” หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมกับพูดปฏิเสธจริงจัง ในใจอดแอบคิดสงสัยไม่ได้ มันมีเหตุปัจจัยอันใดเชื่อมโยงจนทำให้ขคราชมีความคิดว่าเธอมากับผู้ชายใจทรามคนนั้นด้วยนะ

“หุบปากแล้วนั่งเงียบๆ ไปซะ ฉันไม่เชื่อคำโกหกตอแหลของผู้หญิงจอมเจ้าเล่ห์อย่างเธอไปมากกว่าสายตาของตัวเองหรอกนะ เอาไว้ไปหลอกป๋าหรือไม่ก็กับไอ้พวกไก่อ่อนของเธอทั้งหลายน่าจะดีกว่า เพราะฉันไม่ได้โง่จนมองไม่ออก ระหว่างการแสดงกับเรื่องจริงมันเป็นอย่างไร”

ขคราชกัดฟันกรอด เมื่อภาพตอนใบหน้าของไอ้ปลาดุกนั่นโน้มลงใกล้กับแม่จอมเจ้าเล่ห์ยังคงติดตาเขาไม่หาย ถ้าเขาไม่บังเอิญออกมาสูดอากาศข้างนอกแล้วพบเข้าเสียก่อน ป่านนี้สองคนนี้คงได้พากันไปถึงสวรรค์ชั้นไหนแล้วก็ไม่รู้

ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด สมองพาคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย ทำไมใจเขาถึงได้ร้อนเป็นไฟจนอยากจะเผาไหม้ทุกสิ่งรอบกายให้เป็นจุณ แม้กระทั่งแม่ผู้หญิงเจ้ามารยาตีหน้าเศร้าได้เก่งอย่างแม่นี่ เขาก็อยากจะกระชากเจ้าหล่อนขึ้นมาฉีกเนื้อออกเป็นชิ้นๆ ให้ทุเลาอารมณ์ร้อนได้บ้าง เขาไม่ได้รักมารตรีและไม่มีวันจะรักด้วย ก็ถ้าไม่รักแล้วจะมาสนใจทำไมว่าเจ้าหล่อนจะไปนอนกับใคร นั่นสิ...หรือเขาแค่หวงของ พอเห็นใครเอาของของตัวเองไปเล่น เลยยอมไม่ได้ ใจมันก็เลยร้อนเป็นไฟแบบนี้ขึ้นมา...

“แต่รตรีไม่ได้...”

“ฉันบอกให้เธอหุบปากไง! ” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดัง จนร่างบางในรถสะดุ้ง

“คืนนี้เรามีเรื่องต้องสะสางกันอีกเยอะมารตรี อย่าเพิ่งเป็นลมเป็นแล้งตายไปเสียก่อนล่ะ เพราะถ้าเธอหาเหตุผลดีๆ ให้ฉันฟังไม่ได้ ว่าทำไมเธอถึงได้มาอยู่ที่นี่ คืนนี้เธอไม่ได้ตายดีแน่ ฉันรับรองได้เลย แม่โสเภณีในคราบนางฟ้า...” คนอารมณ์บูดใบหน้าบึ้งตึงสาดน้ำคำข่มขู่ใส่ไม่ยั้ง มารตรีซึ่งอัดอั้นมานาน ทั้งกลัวทั้งน้อยใจ เธอจึงปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่นอย่างไม่คิดอาย

ขคราชก้มใบหน้าคมคายลงมองคนร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างคนไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อตอนนี้เขาไม่คิดจะใจอ่อนมอบความสงสารหรือความเห็นใจใดๆ ให้กับผู้หญิงร้อยเล่ห์จอมมารยาตรงหน้านี้อีก ตาเขาไม่ได้บอดจนมองไม่เห็นความจริง อะไรเป็นอะไร

ตอนนี้มารตรียกฝ่ามือขึ้นมาปิดหน้า โก่งตัวร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย เธออยากกลับไปหาคุณตา เธอไม่อยากไหนไปกับเขา คนใจร้าย ไม่เคยมองเธอในแง่ดีเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้เขาสักอย่าง มีแต่เขาฝ่ายเดียว ที่ปักใจหลงเชื่อคิดว่าเธอขายตัวให้กับเจ้าสัวราพ...

“หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้! ” คนอารมณ์ร้อนสั่งเสียงเฉียบ แต่ดูเหมือนยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะมารตรีส่งเสียงร้องไห้หนักเข้าไปมากกว่าเดิมอีก เธอร้องไห้เพราะคำพูดดูถูกเหยียดหยามจากเขา อีกทั้งบวกกับความกลัวผู้ชายคนนั้นยังไม่จางหางไปจากใจ ถ้าเธอเกิดพลาดท่าเสียทีไป เธอจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหรือไม่

“ฉันบอกให้เธอหยุดร้องไห้ยังโว้ย! ” เป็นเพราะเสียงร้องไห้อย่างหนักของมารตรีนั้น ไปสร้างความปั่นป่วนให้ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น เลยยิ่งทำให้คนอารมณ์ร้อนเป็นนิสัย ถึงกับฟิวส์ขาด โกรธจนแทบอยากจะลุกขึ้นมาฆ่าคนได้ และคนแรกที่เขาคิดอยากจะฆ่าให้ตายคามือก็คือไอ้เลวนั่น มันบังอาจเอามือไม้สกปรกมาแตะเนื้อต้องตัวของๆ เขา ของที่เขาไม่คิดจะแบ่งให้ใครหน้าไหนเอาไปครอบครองจนกว่าเขาจะเบื่อเจ้าหล่อนเสียก่อน ถ้าเขาเบื่อของเล่นชิ้นนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ ไอ้พวกหน้าโง่ทั้งหลายมันถึงจะมีสิทธิ์เอาไปเล่นต่อจากเขา

“ฉันสั่งให้เธอหยุดแหกปากร้องไห้ ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไง! ”

คนอารมณ์ร้ายตวาดเสียงเข้ม ริมฝีปากหนาเหยียดออกอย่างดูถูก ไอ้ที่เขาเห็นอยู่นี่ก็คงเป็นการแสดงบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความสงสารจากเขาสินะ ลูกไม้ตื้นๆ ทำไมเขาจะมองไม่ออก

เขาไม่เห็นนึกสงสารเจ้าหล่อนเลยสักนิด มีแต่รู้สึกรำคาญมากกว่า...

แต่ถึงจะคิดแบบนั้น คนไม่คิดสงสารยังอุตส่าห์ยื่นผ้าเช็ดหน้าของตัวเองจากกระเป๋ากางเกง ส่งไปให้ไม่ได้ มารตรีไม่คิดรับน้ำใจจากเขา เพราะเธอนึกน้อยใจคำพูดดูถูกจากเขาไม่หาย เธอใช้ฝ่ามือของตัวเองพยายามป้ายน้ำตาทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มันก็ยังดันไหลออกมาเรื่อยๆ อยู่ดี ทั้งน้ำมูกน้ำตาไหลเปรอะเปื้อนเต็มวงหน้านวลจนดูมอมแมม

“ให้มันได้แบบนี้สิวะ! ” ขคราชทนไม่ได้กับภาพใบหน้ามอมแมมเหมือนแมวน้อย เขาสบถคำหยาบออกมาด้วยความฉุนเฉียว ก่อนจะเชยปลายคางขึ้นโปะผ้าเช็ดหน้าลงไปบนใบหน้ามอมแมมนั้น แล้วทำการเช็ดให้เสียเอง มารตรีพยายามขัดขืนโดยการสะบัดใบหน้าของเธอออกจากปลายนิ้วเหล็ก แต่ก็ทำไม่ได้

“เพราะต่อให้เธอร้องไห้จนน้ำตากลายเป็นสายเลือด คิดหรือว่าคนอย่างฉันจะนึกเห็นใจเธอขึ้นมา หรือไอ้ที่กำลังร้องไห้เป็นเผ่าเต่าอยู่นี้ เป็นเพราะเธอกำลังเสียดายไอ้ลูกค้าคนเมื่อกี้นี้อยู่หรือเปล่า มันให้เธอเท่าไหร่ล่ะ คงจะมากเลยสิท่า ท่าทางเธอถึงได้เสียดายมากขนาดนี้”

คนโมโหร้ายสาดคำพูดดูถูกใส่ไม่ยั้งพร้อมกับเช็ดใบหน้าหวานไปด้วย อารมณ์เดือดยังคงร้อนฉ่า เมื่อในสมองของเขายังคงปรากฏภาพคลอเคลียระหว่างมารตรีกับไอ้อ้วนหน้าปลาดุกนั้นไม่จางหาย พอเสร็จแล้วเขาจึงผลักใบหน้านวลนั้นออกห่างทันที

“อุ้ย! ” หญิงสาวอุทานตกใจเมื่อถูกเขาผลักใบหน้าทิ้ง ถึงจะไม่เจ็บอะไรมากก็ตาม แต่น้ำตาเจ้ากรรมมันยังคงไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ ขคราชจึงปาผ้าเช็ดหน้าในมือลงไปบนตักของคนขี้เย

“เลิกสำออยสักที ฉันรำคาญ” พูดจบก็สะบัดหน้าหนี

“รตรีไม่ได้เต็มใจไปกับเขา รตีถูกเขาฉุดออกมาต่างหาก...”

คราวนี้หญิงสาวยอมใช้ผ้าเช็ดหน้าของเขา เธอหยิบมันขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตัวเองพรางบอกความจริงให้เขาฟัง แต่เขาก็ไม่เคยรับฟังอะไรทั้งสิ้นอีกตามเคย

“อ้อ...ฉันเพิ่งรู้ ไอ้ท่าทางยิ้มหน้าระรื่น เดินระริกระรี้ออกมาแบบนั้นเขาเรียกว่า การถูกฉุด...” ชายหนุ่มยิ้มเยาะ เพราะใจปักเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นมากกว่า

“รตรีจะกลับไปหาคุณตา...” ถึงพูดไปเขาก็ไม่ฟัง เธอขี้เกียจจะอธิบาย ตอนนี้ในใจโหยหาอ้อมกอดของคุณตามากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อเธอนั่นมันก็เป็นเรื่องของเขา

“แต่ฉันยังไม่ให้เธอกลับ”

“แต่ฉันจะกลับ! ” หญิงสาวโต้กลับเสียงเข้มสูดน้ำมูกเพื่อเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง เปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเองใหม่ด้วยความโกรธไม่แพ้กัน

“คืนนี้ฉันจะใช้บริการเธอ ฉันจะยอมจ่ายให้เธอมากกว่าไอ้หมอนั่นให้ เธอจะเอาเท่าไหร่บอกมา คนอย่างฉันไม่เคยคิดกดราคาสินค้าเกรดต่ำอยู่แล้ว”

“อะไรนะ! “มารตรีตกใจจนร้องลั่น

“ฉันไม่เคยคิดที่จะขายตัวให้ใคร! ”

“แล้วขายอะไรล่ะ ลองเสนอเครื่องในเน่าๆ ของเธอมาหน่อยสิ ฉันรวย ฉันพร้อมจะซื้อทุกอย่างด้วยความพึงพอใจ ไม่ว่าของชิ้นนั้นจะเคยเน่าแฟะมาก่อนก็ตาม” คนอวดรวยเบ้ปาก พรางใช้สายตากวาดมองร่างบอบบางในรถตั้งแต่หัวจรดเท้าในเชิงตีราคา

“เก็บเงินของคุณเอาไปซื้อความดีใส่ตัวเองบ้างก็ดีนะ เพราะฉันไม่คิดที่จะขายอะไรให้กับคุณทั้งนั้น...” พูดจบเธอจึงสะบัดร่างเพื่อหลบฝ่ามือใหญ่ เมื่อขคราชยกมันขึ้นมาบีบปลายคางของเธอไม่เบานัก แรงบีบของเขาทำเอามารตรีร้าวไปทั้งวงหน้า เจ็บจนน้ำตาซึม แต่ไม่คิดร้องขอความเห็นใจจากผู้ชายใจร้าย เธอจะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นอีก

“ปากดี! แล้วไอ้ที่ฉันเห็นเธอเดินกอดกับไอ้หมอนั้นออกมาจากผับ ฉันมองคนผิดหรือว่าเป็นคนหน้าคล้ายเธอกันแน่ ไหนลองตอบให้ฉันกระจ่างชัดสักหน่อยสิ บางทีฉันอาจจะเชื่อคำพูดตอแหลของเธอก็ได้นะ...”

“ฉันถูกเขาฉุดออกมาต่างหาก” หญิงสาวพยายามขยับปากถึงจะไม่ถนัดนักแต่เธอยอมให้เขาต่อว่าฝ่ายเดียวไม่ได้

“เหรอ...คิดว่าฉันโง่นักสินะในสายตาของเธอ” ชายหนุ่มลากเสียงยาวถากถาง

“ค่ะ...คุณราชโง่...โง่มากๆ ด้วย” มารตรีตอบรับในทันที เธอคิดว่าเขาโง่จริงๆ นั่นแหละ คิดได้ยังไงว่าเธอมีอาชีพขายตัว ไม่รู้เขาไปเอาความคิดนี้มาจากไหน ใครเป็นคนบอกเขาหรือว่าเขาไปเห็นอะไรมา แต่ที่แน่ๆ เลยคือเธอไม่เคยขายศักดิ์ศรีอย่างที่เขากล่าวหา ต่อให้ตัวเองต้องอดตายก็ไม่คิดจะขายมันให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น

“เธอกล้าด่าฉันเหรอ...” แววตาของคนถูกด่าว่าโง่วาววับ เพิ่มแรงบีบเข้าไปอีก

“ฉันพูดความจริง...” หญิงสาวเถียงกลับอย่างไม่ยอม

“เก็บปากเก็บคำของเธอไว้ให้ดีๆ เถอะ อีกเดี๋ยวคงต้องเอาไว้ใช้ทำอย่างอื่นแทน...”

“ฉันจะกลับบ้าน” มารตรียืนยันเสียงแข็ง เธอมองหน้าชายหนุ่มดวงตาเขียวปั๊ด นั่นเพราะเธอพอจะเข้าใจความหมายในคำพูดเขา และมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเธอแน่นอน

“แต่ถ้าฉันไม่ให้กลับ เธอก็ยังกลับไม่ได้”

เขาสั่งเสียงเฉียบขาดแล้วจัดการดึงประตูรถปิดตาม มารตรีพยายามปลดล็อกเข็มขัดแต่ยังช้ากว่าเจ้าของรถ เมื่อข้อมือน้อยถูกเขากระชากกลับไปก่อนจะถูกพันธนาการไว้ด้วยปลายเชือก ซึ่งไม่รู้ชายหนุ่มเอาติดมือมาตอนไหน...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nymphnim
ขอบคุณนะคะ
เมื่อ 2 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย onusabee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 2 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว