พ่ายสวาท (โรมานซ์ 20+)

บทที่ 1 ความหลัง...(100%)

E-book พ่ายสวาทพร้อมโหลดแล้วค่ะ

จัดราคาโปรโมชั่นเพียง 69 บาท ในช่วงเเรกทืี่ลงขายอยู่นะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTc4MTY0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNzIyODciO30

สไลกราบขอบคุณคนโหลดทุกๆ คนคร้า

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

1

ความหลัง

“หนูขอโทษ” นี่คือคำพูดที่ดารันนั้นอยากเอ่ยกับโฮมมากที่สุด

ขอโทษที่เธอคิดเองฝ่ายเดียวว่าการที่เขาได้รักกับพี่สาวคือเรื่องที่ดีแล้ว

ขอโทษที่คิดเองเออเองว่าพวกเขาช่างเหมาะสมกัน เพราะคนหนึ่งคือพี่สาวและอีกคนคือชายที่เธอรัก

ขอโทษที่เธอผลักไสให้เขาออกไปจากชีวิต โดยไม่ถามความสมัครใจของเขาเลยด้วยซ้ำ

“หนูขอโทษนะคะพี่โฮม ขอโทษ” ดารันเจ็บอยู่ในอก ไม่รู้ว่าหากเธอขอโทษโฮม เขาจะยอมให้อภัยไหม เพราะก่อนหน้านี้แม้จะทำใจและยอมรับกับผลที่จะตามมาของคำว่าเสียสละที่คิดเองอยู่ฝ่ายเดียว

เมื่อเอาเข้าจริงๆ เธอก็แอบน้อยใจพี่สาวที่จู่ๆ ก็มาแย่งโฮมชายที่เธอแอบรักไป รวมทั้งโกรธและน้อยใจโฮมที่เขาไม่หนักแน่นในความรักที่มีให้เธอมากพอ แค่เธอปฏิเสธเขาก็รีบปรี่ไปซบอกพี่สาว เวลานั้นความรู้สึกอะไรหลายๆ อย่างมันผสมปนเปจนเป็นแรงผลักให้เธอตัดสินใจเดินออกห่างพวกเขา เพราะตั้งแต่ไปเรียนต่อ เธอก็แทบไม่ติดต่อใครเลย รวมทั้งไม่เล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ ด้วย

แต่ดารันก็ตาสว่าง เพราะก่อนหมดลมหายใจพี่สาวได้บอกความจริงทุกอย่างให้ดารันรู้ ความจริงที่ทำให้เธอถึงกับอึ้ง ถ้าไม่ได้ฟังจากปากพี่สาวเธอไม่มีทางเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง ดารินเอ่ยบอกว่าเพราะเหตุใดพวกเขาทั้งคู่ถึงได้ตัดสินใจแต่งงานกันรวดเร็วแบบนั้น เอ่ยไปดารินก็ขอโทษเธอไปด้วยไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

“จะอะไรก็ช่างเถอะ ยังไงมันก็ผ่านมาแล้ว หลังจากนี้ต่างหากจะทำยังไงต่อ” ดารันปลอบใจตัวเองรวมทั้งเอ่ยถามตัวเองด้วยเช่นกัน เธอรู้ว่าต้องการอะไร เพียงแค่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังคงต้องการเช่นเดียวกับเธอไหม

ก่อนจะหันหน้ามามองบ้านหลังข้างๆ ที่เวลานี้เจ้าของบ้านยังไม่กลับ เพราะภายในบ้านยังมืดสนิท ขณะที่มองก็คิดกับตัวเองไปด้วย ก่อนหน้านี้แม้จะอยู่ไกลกัน แต่เธอก็ยังคงคิดถึงเขาทุกวัน เธอไม่อาจทำใจให้ลืมรักแรกได้จริงๆ ตายไปคงได้ตกนรกหมกไม้ที่คิดมิดีมิร้ายกับพี่เขยตัวเองแบบนี้

แต่…ก่อนที่เขาจะขยับสถานะมาเป็นพี่เขย เขาคือเพื่อนบ้าน เขาคือคนที่คอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง ขอความช่วยเหลือเวลาไหน ดึกดื่นเท่าไหร่ก็ไม่เคยปฏิเสธ และเขายังเป็นรักแรกของเธอไม่ใช่เหรอ รักแรกที่หยั่งรากฝังลึกไม่ยอมไปจากหัวใจเธอง่ายๆ ไม่ว่าจะผลักจะถีบเขาก็ยึดพื้นที่หัวใจเธอไว้จนหมด

ถึงแม้ความรู้สึกของเธอมันจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็ใช่ว่าความรู้สึกของโฮมจะยังคงเหมือนเดิม ที่สำคัญเวลานี้สถานะระหว่างเธอกับเขาได้เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน เขาคือพี่เขย ส่วนเธอคือน้องเมีย คำว่า ‘พี่เขย น้องเมีย’ เหมือนกำแพงสูงลิ่วเกินกว่าที่เธอจะปีนข้ามไปได้จริงๆ แต่อยู่ๆ ก็หวนคิดถึงคำสัญญาที่ให้ไว้ก่อนที่พี่สาวจะหมดลมหายใจ

“เฮ้อ! ไม่น่าเลยตู ไม่น่าไปรับปากพี่หนูเอิงแบบนั้นเลย โอ๊ย…ชีวิต” ดารันกุมขมับ เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับพี่สาวก่อนที่พี่สาวจะเสียชีวิตมันเหมือนเงื่อนที่ผูกตัวเธอกับโฮมเสียแล้วสิ แต่ถ้าเธอพยายามแล้วไม่สำเร็จ คำสัญญาที่ว่าขอให้ถือเป็นโมฆะไปแล้วกัน

พรึบ!

จู่ๆ ไฟตรงที่นั่งอยู่ก็ดับอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดารันมองบนนิดหน่อย เพราะหวนคิดถึงคนที่เคยอยู่ที่นี่ เป็นผีแล้วคงมีความสามารถพิเศษอ่านใจคนได้จึงเปรยขึ้น

“อ่ะๆ ไม่โมฆะก็ได้” ทันทีที่เธอพูดจบไฟก็กลับมาสว่างทันที นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงได้วิ่งป่าราบ แต่น่าแปลกที่ดารันกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด

“ผีไม่มีจริงหรอก ที่ไฟดับมันก็แค่เรื่องบังเอิญ!”

ในขณะที่ดารันนั่งมองหลังคาบ้านของโฮมสลับกับพูดกับใครหรืออะไรที่ทำให้ไฟในบ้านตกอยู่นั้น เจ้าของบ้านหลังนั้นที่ตอนนี้สถานะเป็นพ่อหม้ายเมียตายได้หมาดๆ กลับนั่งอยู่ในรถเอสยูวีคันใหญ่ติดฟิล์มสีดำสนิทที่จอดไว้ริมกำแพงฝั่งตรงข้ามกับบ้านของตัวเอง กำลังจ้องมองไปยังบ้านหลังติดกัน หลังจากที่มั่นใจว่าดารันอยู่ข้างใน

เขาไม่ใช่หนุ่มน้อยวัยริหัดมีความรักหรือควรอ่อนแอในเรื่องนี้ แต่เอาเข้าจริงๆ ประสบการณ์เรื่องความรักหรือความสุขุมตามวัยที่ควรจะเป็นกลับไม่ช่วยอะไรเลย เขาควรที่จะตัดใจจากเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอคิดกับเขาแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น แต่เขาก็ทำไม่ได้

นั่นเพราะไม่ว่าจะผ่านมากี่วันกี่เดือนกี่ปี เขากลับลืมดารันไม่ได้จริงๆ ความรู้สึกนี้ทำให้เขาต้องเอ่ยขอโทษดารินอยู่บ่อยครั้ง ขอโทษที่เขาเอาแต่คิดถึงผู้หญิงคนอื่นและครั้งสุดท้ายที่ได้เอ่ยขอโทษเธอ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาคือบนเมรุ ขณะเพลิงได้เผาร่างที่ไร้วิญญาณของเธอ

“หลงไปรักเด็กแล้วเป็นไง กินแห้วไปทั้งไร่ สมน้ำหน้า แก่แล้วไม่เจียมสังขาร” โฮมเอ่ยว่าตัวเอง ก่อนจะหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต เขานั้นมีธุรกิจนำเข้ารถยนต์ยี่ห้อหรูที่ถือลิขสิทธิ์นำเข้ารถยนต์บางยี่ห้อแต่เพียงผู้เดียว ด้วยวัยสามสิบห้าปีที่มีพร้อมทุกอย่าง มีผู้หญิงให้เข้ามาศึกษาดูใจตลอด แต่กลับตกหลุมรักเด็กสาววัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีนามว่าดาริน

เด็กสาวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมเพราะบ้านเขากับเธอติดกัน จะมีก็แค่เพียงกำแพงปูนที่ก่อขึ้นมาเป็นรั้วบ้านทรงเตี้ย ทำหน้าที่แบ่งแยกอาณาเขตบ้านเขากับบ้านเธอ แต่ที่มากกว่านั้นคือมันยังทำเกินหน้าที่แยกความรักครั้งนี้ของเขาให้ยิ่งยากจะคว้ามาได้

แต่…สวรรค์ก็ไม่ทำร้ายหัวใจหนุ่มใหญ่วัยใกล้สี่สิบเช่นเขา เพราะสาวน้อยข้างบ้านช่างเป็นคนอัธยาศัยดี รอยยิ้มของเธอมันทำให้โลกหม่นๆ ของเขาพลันกลายเป็นสีชมพูไปด้วย เด็กสาวที่ขยันเข้ามาปั่นป่วนหัวใจเขาได้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เธอเอ่ยขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเวลาไหน ไม่ว่าจะให้ทำอะไร เขาก็ยินดีทำให้ได้เสมอ เขาสวมบทบาทเป็นผู้ชายสารพัดช่างก็เพื่อเธอทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย

เขากับเธอสนิทกันไวมากและเขาก็มั่นใจว่าเธอเองก็มีใจให้เขาอยู่ไม่น้อย แต่ทว่าเธอก็ทำให้เขาอกหักรักคุดจนเกิดอาการเป๋ไปเหมือนกัน นึกขึ้นมาแล้วก็น่าขัน แต่ทำไมถึงหัวเราะไม่ออกก็ไม่รู้ เขาบอกรักเธอและขอคำตอบว่าเธอนั้นคิดยังไงกับเขา เธอเขินอายที่จะตอบคำถามนั้นในทันที เขาจึงให้เวลาเธอได้คิด กระทั่งคืนถัดมาเขาก็ได้คำตอบ

ขณะรอฟังคำตอบจากดารัน หัวใจของเขาในวัยสามสิบห้ากลับเต้นไม่เป็นจังหวะ มันตื่นเต้นราวกับหัวใจของเด็กหนุ่มวัยสิบหกที่ไม่ประสาเรื่องความรัก แต่ทว่าคำตอบที่ได้จากปากเธอมันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาหวัง คำว่า ‘พี่ชาย’ ที่ได้ยินมันเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจก็ว่าได้

“พี่ชาย พี่เขย น้องเมีย...หึ” เสียงหัวเราะแกมเย้ยหยันในโชคชะตาดังมาจากลำคอของหนุ่มใหญ่ นั่นเพราะตอนนั้นเขามั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองคนเดียวอย่างแน่นอน เขามั่นใจว่าดารันมีใจให้เขาไม่มากก็น้อย แต่ทำไมเธอถึงปฏิเสธนี่สิ คือคำตอบที่เขาอยากรู้

ขณะที่นึกถึงเรื่องราวในอดีต โฮมก็ยังคงมองไปยังบ้านหลังที่อยู่ติดกับบ้านของตัวเองเป็นเวลานาน มั่นใจว่าดารันอยู่ข้างใน ตั้งแต่เขาได้ชื่อว่าเป็นพี่เขย เธอก็คล้ายจะจงใจตีตัวออกห่าง อันที่จริงเธอทำแบบนี้ตั้งแต่คืนที่ปฏิเสธรับรักจากเขาด้วยซ้ำ

เพราะหลังจากเขากับดารินแต่งงานกันด้วยเหตุจำเป็น ดารันก็บินไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษและอยู่ที่นั่นตลอดกระทั่งเดินทางกลับมาร่วมงานศพของพี่สาวเมื่อวันก่อน

“เฮ้อ!” ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจทำให้โฮมถึงกับถอนหายใจออกมาหนักๆ กระทั่งตัดสินใจกลับบ้านที่อยู่ห่างแค่ไม่กี่เมตร

ความรู้สึกได้กลับมาบ้านครั้งนี้ของเขามันต่างออกไปจากครั้งก่อน ทั้งๆ ที่บ้านก็หลังเดิมที่เคยอยู่ ดารันก็คือคนเดิมที่เขาเคยรู้จักและยังเป็นคนที่เขารักไม่เปลี่ยน แต่ที่เปลี่ยนคือสถานะระหว่างเขากับเธอต่างหาก รวมทั้งไม่แน่ใจด้วยว่าเวลานี้เธอมีใครมาจับจองหัวใจแล้วหรือยัง

พอลงจากรถได้ โฮมก็มายืนเท้าสะเอวมองกำแพงบ้านที่ตอนนี้ถูกทุบทิ้งไปบางส่วน นั่นก็เพื่อให้บ้านทั้งสองหลังได้เชื่อมกัน เขาหมุนตัวเพื่อจะกลับเข้าบ้าน แต่จังหวะที่กำลังจะก้าวพ้นประตู อยู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบ

“ว้าย!” เสียงนี้ดังมาจากบ้านหลังข้างๆ ไม่ผิดแน่ เสียงที่บ่งบอกถึงความตกใจของเจ้าของไม่น้อย

โฮมรู้ว่าต้นเสียงมาจากไหน เขาพุ่งตัวไปบ้านหลังข้างๆ อย่างไม่รีรอ มือหนาผลักประตูไม้ที่สร้างมาแทนกำแพงปูนออกแล้วก้าวยาวๆ เข้าไปภายในบ้านพร้อมกับกวาดสายตามองหาดารันไปด้วย พอเห็นเธอนั่งอยู่บนพื้นก็รีบเข้าไปหาพร้อมถามด้วยความเป็นห่วงทันที

“หนูเอย เป็นอะไรหรือเปล่า”

คนถูกถามนั้นถึงกับอึ้ง เพราะไม่คิดว่าโฮมจะปรากฏตัวได้เร็วขนาดนี้ แต่พอตั้งสติได้ก็รีบตอบเขา

“เปล่าค่ะ”

“เปล่าเหรอ” โฮมหันไปมองหลักฐานที่ยังเห็นวางอยู่ข้างๆ ตัวดารัน นั่นทำเอาเธอยิ้มเจื่อนเพราะถูกเขาจับได้ไล่ทันตามเคย

“คือ…”

“คืออะไรครับ” น้ำเสียงห้วนๆ พร้อมกับแววตาดุถูกส่งมายังคนทำผิดแต่ชอบเฉไฉ

“คือพอดีหนูอยากกินมาม่า แต่มันเก็บไว้สูงไปหน่อยเลยไปเอาเก้าอี้มาต่อขา เขย่งไปเขย่งมาเก้าอี้มันดันพัง” ดารันสารภาพ อันที่จริงเธออยากลากเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวมายืนมากกว่า แต่สายตาเหลือบไปเห็นเก้าอี้พลาสติกเข้าเสียก่อนก็เลยคว้ามาใช้ ใครจะไปรู้ว่ามันจะรับน้ำหนักเธอไม่ไหวขนาดนี้

“แล้วใครให้เอาเก้าอี้พลาสติกมาเหยียบ”

“กะ…ก็หนูไม่รู้”

“แล้วนี่เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บแข้งเจ็บขาหรือตรงไหนอะไรไหม” ขณะถามโฮมก็จับตัวดารันหมุนไปหมุนมาเพื่อสำรวจด้วยสายตาตัวเองว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนจริงๆ

“หนูไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ” สรรพนามที่ดารันใช้แทนตัวเองเวลาคุยกับเขายังคงเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่เวลาคุยกับคนอื่นๆ หรือแม้แต่พี่สาว พ่อ แม่ เธอมักจะแทนตัวเองว่าหนูเอย คำแทนตัวเองว่าหนูมันไม่ได้พิเศษอะไรมากมาย แต่ทำไมเขาถึงหวงอยากให้ดารันใช้กับเขาแค่คนเดียวก็ไม่รู้

“ตะกี้หนูเอยบอกอยากกินมาม่า”

“ค่ะ”

“งั้นไปนั่งรอ เดี๋ยวพี่เอาให้” โฮมส่ายหน้าให้ ก่อนจะอุ้มดารันขึ้นโดยที่เธอยังไม่ได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ นั่นทำให้ดารันคว้าลำคอของโฮมไว้อย่างอัตโนมัติ พอได้อุ้มถึงรู้ว่าดารันนั้นตัวเบามาก ถ้าถูกเขาแกล้งจับโยนลงพื้นแข็งๆ ร่างกายนี้อาจขาดออกเป็นสองท่อนได้โดยง่าย

โฮมเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็วางเธอให้นั่งลงบนเคาน์เตอร์ในห้องครัว เวลานี้เขาอยากให้ครัวอยู่ห่างออกไปสักร้อยเมตร เพราะจะได้มีเวลาอุ้มเธอนานขึ้นอีกหน่อย

“เอามาม่าอะไรครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม และเสียงที่ได้ยินมันก็ทำให้ดารันหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด เมื่อครู่เธอมัวแต่เหม่ออยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ที่เจ้าชายเข้ามาอุ้มเจ้าหญิงผู้บอบบาง

“ต้มยำกุ้งกับหมูสับอย่างละห่อค่ะ”

“กินหมดเหรอ”

“หมดค่ะ ว่าแต่ทำไมมาม่าในบ้านมันถึงวางอยู่ซะสูงแบบนี้ล่ะคะ” ดารันเอ่ยถามขึ้น ขณะที่สายตานั้นก็จ้องมองโฮมอยู่ตลอดเวลา

“พี่วางให้พ้นมือหนูเอิงเขาน่ะ ยิ่งหมอสั่งห้ามกินของพวกนี้ พี่สาวหนูเอยก็ยิ่งชอบ แอบซื้อมาเก็บบ่อยๆ ในเมื่อห้ามไม่ให้ซื้อเข้าบ้านไม่ได้ พี่ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการเอาไปซ่อน” โฮมบอกเหตุผลของการเก็บมาม่าไว้บนสุดของตู้เก็บของ แต่เขาซ่อนเสียดิบดีขนาดนี้ ดารันยังหาจนพบ

“อ้อ...ค่ะ” ดารันเอ่ยรับเพราะรู้ว่าอาหารที่เธอกำลังอยากกินมันไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคนที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายสักเท่าไหร่

“แล้วหนูเอยเจอมาม่าพวกนี้ได้ยังไง”

“ก็บนนั้นมันเป็นที่เก็บสมบัติของหนูมาก่อนนี่คะ” การเฉลยของดารันทำให้คนฟังยิ้ม หวนคิดถึงครั้งแรกที่เขาเปิดตู้ด้านบน เพราะในนั้นมีทั้งมาม่า ขนม ช็อกโกแลตและอื่นๆ เรียกว่ามันคือเซเว่นขนาดย่อมคงไม่ผิดนัก

“มิน่า…นี่ครับ”

“ขอบคุณค่ะ พี่โฮมกินอะไรมาหรือยัง” ทีแรกตั้งใจจะกินคนเดียว แต่พอมาคิดอีกที ลองถามโฮมดูก่อนก็คงไม่น่าเสียหายอะไร

“เหมือนจะยัง”

“เหมือนจะยังนี่กินมาแล้วหรือยังไม่กินคะ ฟังแล้วก็งง”

“ยังครับ งั้นพี่ฝากหนูเอยทำมาม่าหมูสับให้สักห่อด้วยเลยแล้วกัน”

“ได้ค่ะ” เจ้าบ้านเอ่ยรับ ก่อนจะมองโฮมที่เขย่งปลายเท้าหยิบมาม่าหมูสับมายื่นให้เธออีกห่อ ความสูงที่เขามีช่างน่าอิจฉา ผิดกับเธอที่พยายามกินนมเสริมแคลเซียมมาตั้งแต่เด็กๆ แต่กลับสูงแค่ร้อยหกสิบห้า น้ำหนักก็ไม่เคยแตะห้าสิบกิโลกรัมสักที ขนาดขุนตัวเองด้วยสารพัดอาหารคาวหวานแล้วนะ

ดารันหยุดคิดเรื่องความสูงและน้ำหนักไว้ชั่วคราว ก่อนจะกระโดดลงจากเคาน์เตอร์ครัวที่นั่งอยู่ จากนั้นก็ทำการต้มมาม่า อาหารกันหิวแสนง่าย แต่ตอนที่อยู่อังกฤษมันกลับเป็นอาหารที่เธอคิดถึงและอยากกินมากอย่างหนึ่ง โดยมีโฮมยืนมองอยู่ไม่ไกล

เธอตั้งหม้อขนาดเล็กสองใบ แต่ใบหนึ่งใส่น้ำเยอะหน่อยเพราะเผื่อเส้นมาม่าที่จะใส่ลงไปถึงสองห่อ พอน้ำเดือดก็จัดการต้มมาม่าแบบไม่ต้องอ่านวิธีปรุงด้านหลังให้เสียเวลา เริ่มจากเปิดตู้เย็นแล้วหยิบหมูสับผักมาโยนใส่หม้อ ตามด้วยเส้นมาม่าเครื่องปรุงและปิดท้ายด้วยใส่ไข่ไก่หนึ่งฟอง ปิดฝารอให้น้ำเดือดอีกรอบ แค่นี้มาม่าก็มีสารอาหารครบห้าหมู่

ไม่ถึงห้านาทีมาม่าสองถ้วยก็ถูกนำมาวางบนเคาน์เตอร์ครัว ซึ่งโฮมนั่งรออยู่บนเก้าอี้ทรงสูงก่อนแล้ว ปริมาณมันแตกต่างกันจนเห็นได้ชัดเจน ของโฮมนั้นดูปกติแต่ของดารันคือพิเศษ เพราะมีทั้งมาม่ารสต้มยำกุ้งและหมูสับอยู่ในถ้วยเดียวกันและไม่มีผัก เขารู้ว่าเธอชอบกินแบบนี้มาตั้งแต่รู้จักกัน แต่ปริมาณมันคูณสองทุกครั้งที่จะกิน เธอจึงขอให้เขากินเป็นเพื่อน แต่ทว่าคราวนี้เธอกลับกินคนเดียว

“กินหมดแน่นะ” โฮมถามเพื่อความแน่ใจ

“แน่ค่ะ” ดารันเอ่ยรับ จากนั้นก็ขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ทรงสูงตัวข้างๆ โฮม แล้วเริ่มลงมือกินมาม่าลูกผสมในถ้วยของตัวเองด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย มาม่าต้มยำกุ้งพอมาต้มรวมกับมาม่าหมูสับ รสชาติที่ได้อร่อยเหาะอย่าบอกใคร

โฮมเองก็นั่งกินมาม่าในถ้วยของตัวเองเงียบๆ แต่สายตาของเขาไม่เงียบ เพราะคอยมองดารันตลอดเวลา แม้ระหว่างกินดูเหมือนจะมีเพียงเสียงดูดเส้นกับซดน้ำซุปเท่านั้นก็ตามที

“หมดจริง” พอเห็นดารันวางช้อนกับตะเกียบลงเสียงโฮมก็ดังขึ้น นั่นเพราะเขามองเธอตลอดเวลา ถ้าไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อว่าดารันกินหมดแน่ๆ

“ก็บอกแล้วว่าหมด” ดารันยิ้มแป้น เพราะความหิวบวกความอยากกินเป็นทุนเดิม ทำให้มาม่าถ้วยนี้ไม่เกินกำลังกระเพาะของเธอแน่นอน

“กินจุซะขนาดนี้ เอาไปเก็บไว้ตรงไหนของกระเพาะ” โฮมเอ่ยถามคนที่ลงจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยังตู้เย็น และสิ่งที่ดารันยื่นมาให้คือกล่องผลไม้

“ผลไม้ล้างปากไหมคะ” รู้ทั้งรู้ว่าโฮมไม่ค่อยกินผลไม้แต่ดารันก็ยังชวน

“ไม่ครับ” เขาเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยชอบการกินผลไม้สักเท่าไหร่ แต่เรื่องกินผักกินเนื้อนั้นเขาสู้ตายไม่ถอย ผิดกับดารันที่ชอบกินทุกอย่างยกเว้นผัก

โฮมมองคนข้างๆ ที่กินผลไม้ในกล่องอย่างเอร็ดอร่อย เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่องเหมือนกระรอกไม่มีผิด

“หนูเอยจะกลับอังกฤษเมื่อไหร่”

“อีกสองอาทิตย์ค่ะ” ดารันอยากตบปากตัวเองที่ตอบไปแบบนั้น นั่นเพราะเธอไม่กลับอังกฤษแล้วต่างหาก แต่ทำไมถึงไม่บอกเรื่องนี้ให้โฮมรู้ เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“สองอาทิตย์เองเหรอ” โฮมเอ่ยกับตัวเองเบาๆ สีหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที นั่นเพราะเขาไม่อยากให้ดารันจากเขาไปไหนอีก เขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน ไม่มีวันอีกแล้ว

“ค่ะ พอดีหนูอยากทำงานที่นั่นและก็หาได้แล้ว แต่ด้วยเรื่องของพี่หนูเอิงเลยต้องเลื่อนออกไป”

“อืมม์…พี่อิ่มแล้ว ขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”

“หนูไม่ไปส่งนะคะ”

“ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยรับ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินกลับบ้านที่อยู่หลังติดกับบ้านของดารันทันที เธอได้แต่มองตามเขาไปอย่างคนคิดไม่ตก ทั้งๆ ที่รับปากพี่สาวไว้แล้ว ทั้งๆ ที่รู้ความจริงแล้วเช่นกัน แต่ทำไมเธอถึงยังแกล้งทำเป็นผลักไสโฮมให้ออกห่างแบบนี้ก็ไม่รู้

“อย่ามาแกล้งทำไฟดับอีกนะพี่หนูเอิง ปุ๊บปั๊บจะให้สารภาพทุกอย่างออกไปได้ยังไง ขอเวลาหนูเอยหน่อยสิ” ดารันบอกกับดวงวิญญาณของพี่สาว แม้จะมั่นใจว่าเวลานี้พี่สาวคงไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้วก็ตามที

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย ปุ้ม ปุมปุ้ย ปุ้ม
ไำำถถึจวทื้อกผห
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย vrnk
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

รีวิว