โซ่รักสีรุ้ง

บทนำ

“หม่ามี้ขา”เสียงเล็กๆ นั้นเรียกให้คนที่กำลังตักต้มจืดตำลึงใส่จานเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มประดับบนริมฝีปากอิ่มเต็มโดยอัตโนมัติ

รอยยิ้มนี้ เคยบริสุทธิ์สดใส หากบัดนี้กลับเจือความหม่นเศร้าอยู่จางๆ

“ขา”สายรุ้งลากเสียงยาวขานตอบ ทรุดนั่งยองๆ แล้วอ้าแขน รอให้เด็กน้อยร่างกลมป้อมวิ่งเข้ามาหา

อ้อมกอดอันอบอุ่น...พร้อมจะรับร่างเล็กนั้นมาซุกซบแนบอกอยู่เสมอ

“หนูพรีมอาบน้ำแล้วค่ะ ตัวห๊อมหอม”

เด็กหญิงถูไถใบหน้ากับบ่าเล็กบาง ก่อนจะยื่นแก้มให้ผู้เป็นมารดาดอมดม

“หม่ามี้หอมสิคะ”

สุ้มเสียงหวาน แววตาเป็นประกาย และรอยยิ้มกว้างขวางทำให้มารดายิ้มกว้างกว่าเดิม สายรุ้งแตะปลายนิ้วลงบนแก้มแดงปลั่งอย่างเบามือ ก่อนจะจรดปลายจมูกลงไป สูดลมหายใจฟอดใหญ่

“หอมไหมคะ”

เจ้าตัวเล็กถามเสียงใส พลางยกมือโอบรอบคอมารดา มองสบดวงตาหวานซึ้งที่มีรอยหม่นเศร้าแฝงลึกเร้นอย่างออดอ้อน

“หม่ามี้ตัวเปื้อนค่ะ”

“ฮื่อ...”เด็กหญิงพริมาภาสั่นศีรษะดิก จนผมเปียทั้งสองข้างกวัดแกว่งไปมา“ไม่เปื้อนค่ะ”

พูดพลางซบใบหน้าลงกับซอกคอของผู้เป็นมารดา

“หม่ามี้ของหนูพรีมตัวห๊อมหอม หอมม้ากมาก”

คนเป็นมารดาได้แต่หัวเราะเสียงแผ่ว ความใจอ่อนทำให้สายรุ้งต้องอุ้มเด็กตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด ในขณะที่พริมาภาชะโงกหน้ามองสิ่งที่วางอยู่ยนโต๊ะ

“ตำลึงอีกแล้วเหรอค้า...”เสียงนั้นลากยาวเอื้อยอ่อยและเต็มไปด้วยความผิดหวัง“ขม...”

“ขมอะไรกัน หม่ามี้ว่าอร่อยจะตาย”

“หนูพรีมอยากกิน‘คาหนม’ ”

“ไม่ได้ค่ะ ขนมกินเยอะๆ ฟันผุนะคะ”เอ่ยพลางจับปลายคางลูกสาว บีบเบาๆ อย่างหยอกล้อ“ฟันแท้หนูกำลังจะขึ้น ถ้าอยากให้สวยๆ ไม่มีรอยดำก็ต้องกินผักเยอะๆ นะคะ”

เสียงฝีเท้าที่ดังอยู่ตรงหน้าประตูหลังจากสายรุ้งพูดจบทำให้หล่อนต้องหันไปมอง พลางคลี่ยิ้ม

“เหนื่อยแย่เลยสิคะป้าพิศ”

คนถูกถามกลับยิ้มร่า และส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ป้าเคยเลี้ยงหลานมาก่อน...รายนั้นน่ะดื้อกว่าคุณหรูพรีมเยอะค่ะ”

‘ป้าพิศ’เป็นหญิงวัยกลางคน ร่างอวบท้วม หน้าตาใจดีเพราะมักมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าอยู่เสมอโดยเฉพาะเวลาอยู่กับพริมาภา

“กับข้าวเสร็จแล้วนะคะป้าพิศ ฝากดูหนูพรีมด้วย รุ้งขอไปอาบน้ำก่อน”

“มาค่ะ มากินข้าวกันค่ะคุณหนู”

ป้าพิศเอื้อมมือออกไปอุ้มคุณหนูของตน ในขณะที่เด็กหญิงก็ยอมคลายอ้อมกอดจากมารดาอย่างไม่เกี่ยงงอน

“อาบเร็วๆ นะคะหม่ามี้ หนูพรีมจะรอ”

“ถ้าหนูพรีมหิวก็กินก่อนเลยนะคะ”

เด็กตัวจ้อยส่ายหน้า ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ไม่ค่ะ หนูพรีมไม่กินก่อน หนูพรีมจาไม่ให้หม่ามี้นั่งกินข้าวคนเดียว หนูพรีมจารอค่ะ”

น้ำตาของคนฟังรื้นขึ้นมา...นานเท่าไหร่แล้วที่เรามีกันสองคนแม่ลูก

เกือบเจ็ดปีแล้วสินะ...หล่อนและพริมาภากระเตงกันไปมาเช่นนี้เพียงลำพัง

ข้าวทุกมื้อ...นับตั้งแต่พริมาภาอายุหกเดือน สองแม่ลูกมักจะรับประทานด้วยกัน ผู้เป็นมารดาป้อนทีหนึ่ง ก็ตักข้าวจากจานของตนใส่ปากคำหนึ่ง เป็นเช่นนี้ตลอดมา กระทั่งพริมาภาเข้าอนุบาล จากที่เคยรับประทานด้วยกันทุกมื้อ จึงเหลือเพียงมื้อเดียวคือตอนเย็น

“หนูพรีมกลัวหม่ามี้เหงา”

สายรุ้งฟังด้วยความสะท้อนใจ น้ำตาที่รื้นขึ้นมายิ่งเอ่อคลอ

เหงา...ความเหงาในตัวหล่อนชัดเจนเสียจนพริมาภารับรู้ได้เลยหรือ

“ไม่ค่ะ หม่ามี้ไม่เหงา”

เจ้าหล่อนกะพริบตาถี่เร็ว ข่มเสียงอันสั่นเครือของตนเมื่อเอ่ย

“หม่ามี้มีหนูพรีมอยู่ทั้งคน หม่ามี้จะเหงาได้ยังไงคะ”

“แต่หม่ามี้ไม่มีปาปา”

น้ำตาเหือดแห้งแล้วก็จริง หากความปวดแปลบที่บีบรัดตรงกลางหว่างอกกลับไม่เคยบรรเทา สายรุ้งข่มความรวดร้าวไว้อย่างสุดความสามารถ

“หม่ามี้มีทั้งคุณลุงวิล คุณลุงวิธ คุณลุงณพนะคะ หม่ามี้ไม่เหงาหรอก”

“แต่คุณลุงวิล คุณลุงวิธกะคุณลุงณพไม่ใช่ปาปานี่คะ เพื่อนๆ ของหนูพรีมมีปาปาทู้กคน”

ราวกับมีบางอย่างมาจุกอยู่ในอก สายรุ้งไม่อาจเอื้อนเอ่ยอะไรได้ชั่วขณะหนึ่ง ต่อเมื่อสบสายตาเวทนาจากป้าพิศแล้ว เมื่อนั้นความอ่อนแอจึงถูกกลบฝังในก้นบึ้งของหัวใจอีกครา

“หนูพรีมมีแค่หม่ามี้ก็พอแล้วนี่คะ”

“พอค่ะ”เด็กหญิงพูดเสียงชัดถ้อยชัดคำ เปี่ยมด้วยความมั่นใจ“หนูพรีมไม่เป็นไร หนูพรีมแค่กลัวหม่ามี้เหงา”

“ตราบใดที่หม่ามี้มีหนูพรีมอยู่ข้างๆ หม่ามี้ไม่เหงาหรอกค่ะ”

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิคะ”

พริมาภาเปรียบดั่งแสงสว่างในหัวใจหล่อน แค่มีพริมาภาเคียงข้าง...ทุกความมืดมิดในซอกหลืบของหัวใจก็สลายไปได้ในพริบตา

ไม่จำเป็นต้องมี‘เขา’

ผู้ชายคนนั้นไม่สำคัญอีกต่อไป เขาไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่สามีและไม่มีค่าพอที่จะเป็น 'ปาปา' ของพริมาภาอีกด้วย!

ก่อนผละจาก สายรุ้งจุ๊บแก้มลูกสาว แล้วกระซิบด้วยสุ้มเสียงสดใส

“หนูพรีมคือโลกทั้งใบของหม่ามี้ แค่มีหนูพรีมอยู่ด้วย หม่ามี้ก็มีความสุขที่สุดแล้ว”

ครั้งหนึ่ง...โลกของหล่อนเคยแตกสลายย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี

และครั้งหนึ่งอีกเช่นกัน โลกใบนั้นกลับมาหลอมรวมเป็นโลกใหม่

โลก...ที่มีแต่หล่อนกับลูก

...เป็นโลกใบใหม่ที่หล่อนจะไม่มีวันให้ใครคนนั้นมาทำร้าย ทำลายได้อีกเป็นครั้งที่สอง

แม้ว่า‘เขา’จะกลับมายืนต่อหน้าหล่อน

ทอดมองหล่อนด้วยแววตาโหยหาและเศร้าลึกเร้น

หรือแม้เขาจะประกาศอย่างหนักแน่นว่า

‘มาตามเมีย’

โลกของหล่อนจะไม่สั่นคลอน...จะไม่มีวันนั้นอีก

สายรุ้งที่หัวอ่อน ไร้เดียงสา แสนอ่อนแอ และหลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว

ตายจาก...ตลอดกาล

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย I Yai
ตามมาอ่าน
เมื่อ 2 ปี 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Por Por
มารอด้วยคน
เมื่อ 2 ปี 1 เดือนที่แล้ว

รีวิว