ภารกิจพลิกชะตาฟ้า-อาการเหม่อลอยของผู้สูงศักดิ์

โดย  Phoenix_C

ภารกิจพลิกชะตาฟ้า

อาการเหม่อลอยของผู้สูงศักดิ์

ฟ่งซื่อหยวน ฟ่งจิ่น และหม่าซ่งชิงกลับถึงกระโจมสำนักศึกษาพร้อมสัตว์เวทย์อสูรในพันธสัญญาของตัวเอง ก็สร้างความฮือฮาได้อีกครั้ง เมื่อหม่าซ่งชิงระดับมรกต(ระดับ4)ขั้นสูง แต่สามารถทำพันธสัตว์กับหมีขาวเวทย์ขั้น 6 ทำเอาทุกคนชื่นชมและตะลึงในความสามารถ แต่ไม่มีใครรู้ว่าที่จริงเขาถูกหลอกว่ามันคือหมีขาวขั้น 5 มิน่าท่านอ๋องหน้าตายนั่นถึงให้ยาห้ามเลือดและยาเพิ่มพลังยุทธ์ ที่จริงก็สมคบคิดกับองค์ไท่จื่อมาแกล้งเขานั่นเอง

ส่วนฟ่งจิ่นได้วิหคอาชา เวทย์ขั้น 8 แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจสำหรับคนอื่นก็คือ ตาและมุมปากที่ยังของท่านอ๋องเห็นร่องรอยเขียวช้ำบาง ๆ ทุกคนได้แต่สงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามท่านอ๋อง กับองค์ไท่จื่อ ดังนั้นทุกคนจึงรุมเข้ามาถามหม่าซ่งชิง

"ท่านอ๋องบอกโดนกวางน้อยทำร้าย" ทุกคนทำหน้าตกตะลึง หนึ่งในสหายที่ทนไม่ไหวจึงถามคำถามที่ทุกคนสงสัยแต่ไม่มีกล้าถาม

"อย่างท่านอ๋อง 13 เนี่ยนะ จะโดนกวางน้อยทำร้าย ซ่งชิงอย่ามาอำพวกข้าดีกว่า พวกเราก็รู้ๆกันอยู่ว่าท่านอ๋องสามารถใช้เวทย์อสูรได้ จะโดนกวางน้อยทำร้ายเยี่ยงไร"

"ถ้าพวกเจ้าไม่เชื่อข้าก็ไปถามท่านอ๋องหรือองค์ไท่จื่อดูซิ" พูดจบหม่าซ่งชงก็เดินอมยิ้มจากไป เขารู้อยู่แล้วว่าเจ้าพวกนั้นไม่กล้า ใคร ๆ ก็รู้ว่าองค์ไท่จื่อถึงจะดูยิ้มแย้ม แต่พระองค์กลับเข้าถึงได้ยาก มีแต่เวลาที่อยู่กับสหายสนิทอย่างพวกเขาเท่านั้นที่จะพูดเล่นด้วย ส่วนอ๋อง 13 ก็เช่นกัน รายนั้นก็เย็นชา เงียบขรึม หน้าตาย สำหรับสหายสนิทอย่างพวกเขาถึงพอเข้าถึงง่ายหน่อยแต่กวนประสาทเป็นที่สุด และเมื่อวานเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอ๋อง 13 มาดหลุด คิดแล้วก็อดขำไม่ได้ อยากรู้ว่าเป็นสาวนางไหนที่ทำให้ท่านอ๋องที่เงียบขรึมและมาดเยอะเป็นได้ขนาดนี้

จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่า และเห็นสายฟ้าพุ่งตรงไปทางทิศใต้ของกระโจมสำนักศึกษาทั้งๆที่ท้องฟ้าสดใส

สามสหายที่เมื่อวานไปตั้งกระโจมแถวนั้นก็อึ้งไป

"องค์ไท่จื่อ อ๋อง 13 ท่านเห็นสายฟ้ามั้ยปลายแสงของมันเหมือนจะไปลงอีกฝั่งของลำธารที่

"นั่นเป็นที่ที่เมื่อวานพวกเราไปตั้งกระโจมนี่" พอหม่าซ่งชิง พูดจบ ฟ่งจิ่นก็หน้าเปลี่ยนสีเพียงครู่เดียวเร็วจนถ้าไม่ทันสังเกตก็ไม่เห็น แต่มีหรือจะหลุดรอดจากสายตาที่มองอย่างจับผิดของสหายอีก2 คน เพราะพวกเขามั่นใจว่ากวางน้อยที่ฟ่งจิ่นพูดถึง น่าจะอยู่แถว ๆ ปลายแสงของสายฟ้า

ฟ่งจิ่นที่รู้ว่าตัวเองถูกสหายสองคนจับตามอง ก็ทำนิ่งเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น แต่ในใจเขาร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก เขาห่วงแม่สาวน้อยจอมแสบ ทั้งๆที่เพิ่งพบกัน แต่เขากลับจำนางได้ติดตา

ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น อยู่ๆก็เห็นฝูงวิหคมากมายบินวนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พากันไปเกาะตามต้นไม้ กิ่งไม้ เรียงรายจนบางต้นแทบจะมองไม่รู้ว่าเป็นต้นไม้มันเหมือนเป็นรังวิหคเสียมากกว่า

แล้วแค่ช่วงเวลาจิบชา เหล่าวิหคทั้งหลายก็ขับขานเพลงอันไพเราะดั่งเพลงบนสรวงสวรรค์ ทำเอาผู้คนและสัตว์อสูรที่อยู่ในป่าตะวันออกและป่าศักดิ์สิทธิ์ แตกตื่น

อาจารย์เวทย์อสูรที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็อ้าปากค้าง เหล่าลูกศิษย์ที่คิดว่าท่านอาจารย์น่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พากันมาหาอาจารย์

"ท่านอาจารย์นี่มันเป็นอะไรขึ้นขอรับ" หนึ่งในบรรดาลูกศิษย์ถามขึ้น

"พวกเจ้าช่างโชคดีใน 500 ปี จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นครั้งเดียว คือการถือกำเนิดใหม่ของพญาวิหคเพลิง"

"อาจารย์เจ้าคะ นั่นแสงอะไรหรือเจ้าคะ" หวาเว่ยหยาที่เห็นประกายสีส้มทองเหมือนแสงอาทิตย์สะท้อนมาจากทิศที่สายฟ้าพาดลงไป

ทุกคนก็หันไปตามทางที่หวาเว่ยหยาชี้ ทุกคนตกตะลึง เสียงเซ็งแซ่ที่พูดถึงเรื่องนี้จนฟังไม่ได้ศัพท์ว่าใครพูดอะไรบ้าง

อาจารย์เวทย์อสูรจึงให้ทุกคนเงียบ ก่อนจะบอกว่า

"นี่คือการทำพันธสัญญาของท่านพญาวิหคเพลิงที่ถือกำเนิดใหม่หลังจากมีข่าวลือว่าพญาวิหคเพลิงต้องคำสาป"

และคำถามที่อยู่ในใจทุกคนคือใครล่ะ ที่ช่างมีวาสนาได้พญาวิหคเพลิงเป็นคู่พันธสัญญา นี่ไม่เท่ากับได้ความเป็นอมตะหรอกหรือ เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าน้ำตาของพญาวิหคเพลิงสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นได้

ทางด้านหม่าซ่วนฉีที่ทำพันธสัญญากับพญาวิหคเพลิงเรียบร้อย ก็รู้สึกถึงพลังพลุ่งพล่านที่อยู่ภายใน พญาวิหคเพลิงจึงเชิญนายหญิงของมันเข้าไปในถ้ำ

ภายในถ้ำมีซอกที่ซ่อนอยู่ทำให้ไม่มีมนุษย์หรือสัตว์อสูรใดรู้สามารถหาพบ หม่าซ่วนฉีตามพญาวิหคเพลิงเข้าไป ข้างในโอ่อ่า สะอาดสะอ้าน มีรังขนาดใหญ่ที่พญาวิหคเพลิงใช้สำหรับเข้าฌาน แต่แปลกตรงที่มีเตียงนอนอยู่มุมของถ้ำ

"เชิญนายหญิงท่านเข้าไปเดินพลังที่ตรงนั้นได้เลยขอรับ"

"เฟิ่งฉวี่ เรียกข้าว่าฉีเอ๋อก็ได้ แล้วไม่ต้องพูดขอรับหรอก ข้าเด็กว่าเจ้ามากนัก"

"งั้นข้าเรียกคุณหนูซ่วนฉีแล้วกัน"

หม่าซ่วนฉีขี้เกียจคร้านนางอยากรีบเดินพลัง "ตามใจเจ้า เจ้าก็เข้ามาฝึกด้วยกันสิ"

"งั้นข้าไปฝึกตรงนั้นนะคุณหนู"

หม่าซ่วนฉีส่ายหัว "ตอนทำพันธสัญญากับข้า เจ้าก็น่าจะรู้นะว่าข้ามีมิติเวทย์"

"ใช่ ข้ารู้คุณหนู"

"งั้นเจ้าก็มาฝึกในมิติเวทย์ของข้าดีกว่า เพราะในมิติเวทย์ของข้าก็เพิ่งสร้างห้องสำหรับฝึกยุทธ์ ข้ารวมพลังธาตุแสงไว้ในนั้น พวกเราจะได้ฝึกได้เร็วกว่าข้างนอกนี่ 3 เท่า แล้วข้ายังมีบ่อวารีทิพย์ที่ข้าเพิ่งขุดไว้ เจ้าจะได้มีน้ำวารีทิพย์กินตลอดไปไม่มีหมด"

"คุณหนูท่านช่างดีกับข้าเหลือเกิน ข้าจะรับใช้คุณหนูและเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านทุกรุ่น ไม่ว่าข้าจะเกิดใหม่อีกกี่ครั้ง ข้าก็ยังจะเป็นสัตว์อสูรเวทย์ในตระกูลท่านตลอดไป รวมถึงวิหคทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของข้า" วิหคเพลิงที่ซาบซึ้งในน้ำใจของหม่าซ่วนฉีถึงกับให้คำมั่นสัญญา

"ขอบใจมาก เฟิ่งฉวี่ อย่าเสียเวลาเลย รีบเข้ามาเถอะ"

หม่าซ่วนฉีและเฟิ่งฉวี่ที่เข้าไปเดินพลังและรวบรวมปรานอยู่ราวครึ่งชั่วยาม(หนึ่งชั่วโมง)ก็ออกจากห้องที่ฝึกวิชาในมิติธาตุ หม่าซ่วนฉีก็ตักวารีทิพย์ขึ้นมาดื่ม พญาวิหคเพลิงก็เช่นกันเมื่อมันดื่มวารีทิพย์ของหม่าซ่วนฉีก็เบิกตากว้าง

"คุณหนูนี่คือสุดยอดวารีทิพย์ ข้าอยู่ในโลกนี้มา 5000 ปี ไม่เคยได้ดื่มวารีทิพย์ที่ดีขนาดนี้มาก่อน"

หม่าซ่วนฉีที่ยิ้มด้วยความภูมิใจ "ต่อไปนี้เจ้าก็จะได้ดื่มวารีทิพย์แบบนี้ตลอดไป"

"ตอนนี้พลังของข้าขึ้นไปถึงระดับ 9 ขั้น 1 แล้ว ตอนนี้ข้าสามารถหายตัวได้ถึง 3 ชั่วยาม(6ชั่วโมง) และบินได้เร็วถึง200ลี้(100กิโลเมตร) ภายใน 1 ชั่วยาม(2 ชั่วโมง) และน้ำตาของข้าก็สามารถรักษาพิษได้ทุกชนิดและเอามาปรุงโอสถวิเศษได้ รวมถึงสามารถชุบชีวิตคนได้ถึง 3 คน เพียงใช้น้ำตา หยดเดียว"

หม่าซ่วนฉีได้ยินก็รู้สึกดีใจเหมือนนางชนะแจ็คพ็อตที่ตู้สล็อต

"ดีมากเลบ ข้าจะสร้างที่ให้เจ้าอยู่ในมิติเวทย์ ข้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นข้าที่ทำพันธสัญญากับเจ้า"

"ข้าเข้าใจแล้วคุณหนู เพราะถ้ามีคนรู้เรื่อง ท่านอาจจะมีอันตรายถึงชีวิต"

"ตอนนี้ข้าฝึกถึงไปอย่างก้าวกระโดดมากตั้งแต่ได้โอสถวิเศษจากผู้เฒ่าดูแลดวงชะตา จากยุทธ์ระดับมรกต(ระดับ4) ขั้นสูงสุด แล้วเมื่อได้มาทำพันธสัญญากับเจ้าและดื่มวารีทิพย์ ข้าก็เลื่อนเป็นระดับเพทาย(ระดับ5) ขั้นกลาง ส่วนเวทย์โอสถข้าก็ก้าวไปสายเงินชั้นภูผา(ระดับ5) ขั้นสูงสุด และเวทย์อสูรข้าเลื่อนเป็นขั้นพญาหงส์(ระดับ5)ขั้นสูงสุด

ส่วนมิติเวทย์ข้าฝึกถึงขั้นแยกจิตขั้นสูงสุด และสามารถสร้างวัตถุธาตุ และขยายมิติ แต่ข้ายังไม่สามารถสร้างมิติเวทย์เพื่อคุมขังผู้ใดได้ เพราะพลังจิตข้ายังไม่เข้มแข็งพอ ข้าต้องหมั่นฝึกฝนให้มากกว่านี้ ข้ากำลังฝึกสะกดจิตกับใช้กระแสจิตย้ายสิ่งของ เฮ้อแต่ข้ายังอ่อนด้อยมาก" เมื่อฟังมาถึงตรงนี้พญาวิหคเพลิงก็พูดขัดขึ้นมา

"คุณหนูถ้าอย่างท่านเรียกอ่อนด้อยจะมีผู้ใดในใต้หล้านี้แข็งแกร่ง ข้าแค่ฟังข้ายังตะลึงเลยว่าคุณหนูอายุแค่นี้สามารถฝึกได้ขนาดนี้แถมยังสามารถฝึกได้ทุกศาสตร์ ท่านเอาเวลาที่ไหนพักผ่อนกันเล่า ข้าฟังยังเหนื่อยแทน"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าก็พูดเกินไป ข้ามีทั้งพรของผู้เฒ่าดูแลดวงชะตา มีตำราโบราณหายาก มีโอสถวิเศษ แถมยังได้อาจารย์ที่เก่งกาจอีกด้วย ข้ายังฝึกได้แค่นี้เอง"

"คุณหนู ถึงท่านจะมีทุกอย่างตามที่ท่านบอก แต่ถ้าไม่มีใจอยากจะฝึกหรือไม่ขยันท่านจะไปเร็วเพียงนี้หรือท่านอายุเพียง 13 ปี ท่านยังเก่งกว่าคนแก่หลายๆคนเสียอีก คุณหนูคงตรากตรำฝึกมาหลายปีคงเหนื่อยล้า แค่นี้ท่านก็เหนือผู้คนในใต้หล้า คนเหล่านั้นฝึกเพียงอย่างหรือสองอย่างใช้เวลาหลายสิบปี อัจฉริยะที่สามารถฝึกสองสายยังใช้เวลา 2-3 ปี ดังนั้นท่านอย่าคิดมากเลย" พญาวิหคเพลิงที่เห็นหม่าซ่วนฉีไม่สบายใจจึงปลอบ

"ขอบใจเจ้ามากเฟิ่งฉวี่ ข้าคงกดดันตนเองมากเกินไป ข้าคิดว่าทุกสิ่งที่ข้าได้รับมาไม่ว่าจะพร โอสถ ตำรา หรืออาจารย์ผู้ชี้แนะจะทำให้ข้าสามารถฝึกทุกศาสตร์เป็นทุกอย่างและเป็นที่หนึ่งในใต้หล้าได้โดยใช้เวลาเพียง ปีครึ่ง แต่นี่ปีหนึ่งผ่านไปแล้วข้ายังไม่ได้ฝึกปิด เปิดผนึกคำสาบ กับวรยุทธ์และเพลงกระบี่เลย"

พญาวิหคเพลิงที่กำลังดื่มวารีทิพย์ถึงกับสำลัก

หม่าซ่วนฉีตกใจ "เฟิ่งฉวี่ เจ้าเป็นอันใด ไหนให้ข้าดูซิ"

พญาวิหคเพลิงส่ายหน้า "ข้าไม่อันใดหรอกคุณหนู ข้าแค่ตกใจ ท่านบอกข้าว่าท่านฝึกทั้งหมดที่บอกข้าโดยใช้เวลาเพียงปีเดียว"

"ใช่ มีอะไรหรือ ข้าได้พรมานะ แถมยังมีอะไรมากมายหลายอย่างที่จะบอกเจ้าด้วย"

"คุณหนูต่อให้เป็นผู้อื่นที่ได้พรและทุกอย่างเช่นท่านก็ต้องใช้เวลาฝึกทุกอย่างนี่อย่างน้อย 2-3 ปี

คุณหนูของข้านี่ยิ่งกว่าอัจฉริยะ ท่านเป็นเซียนใช่หรือไม่"

หม่าซ่วนฉีได้ยินก็หัวเราะจนน้ำตาไหล "อย่างข้าเนี่ยเป็นนางมาร หรือนางปีศาจน่าจะเหมาะกว่าเซียนมั้ง ข้าก็เป็นมนุษย์ทั่วไปนั่นแหละ แค่ข้าบ้าพลัง ฮ่าฮ่าฮ่า"

"เอาละ สายมากแล้วข้าต้องกลับไปกระโจมเพื่อเตรียมตัวไปป่าศักดิ์สิทธิ์"

ทางด้านกระโจมสำนักศึกษา

ฟ่งซื่อหยวนที่ได้ยินเสียงวิหคร้องเพลงก็พาลให้นึกถึงแม่นางน้อย บริเวณที่เกิดเหตุการณ์ประหลาดอยู่ห่างจากจุดที่เขาเจอเมื่อวานประมาณ 3-5 ลี้ ไม่รู้ว่านางจะไปแถวนั้นหรือไม่

ในขณะที่ฟ่งซื่อหยวนเป็นกังวล ฟ่งจิ่นก็เช่นกันเขาเป็นห่วงแม่สาวน้อยตัวแสบ นางอยู่ตรงบริเวณนั้นจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่ เขาได้แต่หวังว่านางจะจากไปตั้งแต่เมื่อคืน

หม่าซ่งชิงที่เห็นสหายผู้สูงศักดิ์ทั้งสองยืนพิงต้นไม้คนละต้นแล้วเหม่อลอย ก็ได้แต่สายหัว ท่าทางการมาตาหาสัตว์อสูรในพันธสัญญาในคราวนี้ สหายผู้ศักดิ์ทั้งสองของเขาคงเผลออยากทำพันธสัญญาทางใจกับแม่นางน้อยที่ทั้งสองคนเจอ เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าเป็นบุตรีบ้านใด ช่างโชคดีเหลือเกิน

ถ้าหม่าซ่งชิงรู้ว่าหญิงสาวที่สหายผู้สูงศักดิ์ทั้งสองของเขาอยากทำพันธสัญญาด้วยคือน้องสาวสุดหวงของเขาเอง หม่าซ่งชิงคงจะหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกเป็นแน่

น้องฉีเราทำให้หนุ่ม ๆ กินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว ส่วนพี่ชายที่แสนหวงน้องสาว ถ้ารู้ว่าน้องสาวคือคนที่เหล่าเชื้อพระวงศ์หมายปองจะทำหน้ายังไง 555 รอติดตามอ่านได้ในตอนต่อไปนะคะ

อย่าลืมเข้ามาเล่นเกมส์ด้วยนะคะ

ตอนนี้กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้าเปิดกลุ่มไลน์แล้วค่ะ ใครสนใจพูดคุย Add Line Phoenix-c แอดแล้วทักด้วยนะคะว่าอยากอยู่กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ไรท์กำลังรีไรท์บางช่วงที่เวิ่นเว้อออก และใส่ช่วงหนุ่มขนอ้อย และเวทย์ที่นางเอกฝึก ช่วงนี้อาจทำผลโหวตเยอะนิดนึงนะคะ อย่าลืมมากดติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ จะได้เป็นกำลังให้ไรท์สู้ต่อไป

อยากอ่านคอมเม้นท์จากรีด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมาหน่อยนะคะ

special thanks

ขอบคุณรีดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณคอยให้กำลังใจ ช่วยคิด ช่วยแก้ไขงาน เรื่องนี้คงไม่ออกมาดีแบบนี้ ไรท์ขอบคุณจากใจค่ะ

รีดที่น่ารักคะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคน ถ้าชอบ กด Like Share และ Favoriteให้ด้วย จะได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านเรื่องของเราอยู่

กราบขอบพระคุณค่า

ไรท์

เหมือนเดิมนะคะ

1 เม้นท์ = 1 กำลังใจ

1 โหวต = 1แรงเชียร์

1 แชร์ = 1เสียงชื่นชม

1 กดติดตาม = 100 ล้านกำลังใจ เพราะไรท์จะได้รู้ว่ามีรีดชอบอ่านแค่ไหน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย AppleBlue
เรียกวาหัวเราะไมออกใชไม้า
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย Smilingtrain
รออ่านนะคะ
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

รีวิว