ภารกิจพลิกชะตาฟ้า-ท่านอาจาย์ฮั่ว ศิษย์ขอลาก่อน

โดย  Phoenix_C

ภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ท่านอาจาย์ฮั่ว ศิษย์ขอลาก่อน

"ทูลองค์ชายห้า กระหม่อมสมควรตาย แต่กระหม่อมเห็นกระโจมหลังหนึ่งที่คาดว่าเป็นคนที่พระองค์ตามหา ตั้งอยู่ที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ และมีกระโจมอีก 2 หลัง อยู่ใกล้ๆ กัน กระหม่อมเห็นมีชายหนุ่ม 2 คน คนหนึ่งสง่างามปานเทพเซียนอีกคนกระหม่อมขาดว่าน่าจะเป็นบ่าวรับใช้ แต่กระหม่อมก็ไม่เห็นแม่นางผู้นั้น ตกดึกกระหม่อมเลยเข้าไปในกระโจมก็พบเครื่องใช้สตรีคาดว่าน่าจะคนที่พระองค์ตามหา"

ทั้งสามพระองค์ได้รายงานเดียวกันจากองค์รักษ์เงา กระแสสังหารที่หนาแน่น เพียงเพราะได้ยินว่ามีบุรุษสง่าปานเทพเซียนอยู่ใกล้ชิด แต่องค์รักษ์เงาก็ยังไม่ยืนยันว่าเห็นนาง ทำให้แต่ละพระองค์พยายามคิดว่า อาจจะเป็นการเข้าใจผิด กระโจมนั้นไม่ใช่ของนาง แต่พอได้ยืนองค์รักษ์เงารายงานว่าเป็นกระโจมสตรี และพวกมันบังอาจแอบเข้าไปตรวจดู ทำเอาเหล่าเจ้านายผู้สูงศักดิ์ถึงกับแผ่รังสีเข่นฆ่าออกมา โดยที่มิได้นัดหมาย ทำให้รังสีฆ่าฟันหนาแน่น ส่งผลให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ได้รับบาดเจ็บภายใน

อยู่ๆข้างกระโจมสำนักศึกษา แต่ละพระองค์ที่อยู่คนละมุม ก็มีเสียงโหยหวนออกมาจากทั้ง 3 มุม ทำเอาบรรดาสหายร่วมสำนักขวัญผวา รีบเดินเลี่ยงเพราะกลัวว่าถ้าการมีอยู่ของตัวเองจะทำให้เหล่าเชื้อพระวงศ์ระคายพระเนตร ศพตัวเองอาจเป็นรายต่อไป

"พวกเจ้ากลับไปเฝ้าที่หน้ากระโจม แต่จำไว้ให้ขึ้นใจห้ามแอบเข้าไปในกระโจมอีก ให้เฝ้าดูห่างๆ แล้วมารายงานข้า" นี่คือคำสั่งที่เหล่าองค์รักษ์เงาของทั้งสามพระองค์ได้รับ

"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ กระหม่อมทูลลา" แล้วเหล่าองค์รักษ์เงาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

หม่าซ่วนฉีที่เดินออกมาจากน้ำตกก็แวะไปเก็บสมุนไพรเพิ่มอีกมากมาย อยู่ๆก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นมาในกระแสจิต "ท่านแม่ ข้าเบื่อ ข้าอยากออกไปเดินเล่น เฟิ่งอิ่น ไม่ยอมให้ข้าออกไป" หม่าซ่วนฉีได้ยินลมแทบจับนางเพิ่งอายุ 14 หนาว ยังเป็นดรุณีน้อย เจ้ามังกรหงส์น้อยบังอาจเรียกข้าว่าท่านแม่ ฮึ่ม ไม่ติดว่าเป็นอสูรเวทย์ในตำนานและพญาหงส์มังกรฝากมาจะจับย่างกินซะเลย

"ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้าข้าเป็นคนที่ทำพันธสัญญากับเจ้า พ่อแม่เจ้าฝากให้ข้าช่วยเลี้ยงพวกเจ้า เจ้ามีชื่อมั้ย"

"ข้าเพิ่งถือกำเนิดจะมีชื่อได้อย่างไร"

"งั้นข้าจะตั้งชื่อให้เจ้า ให้ชื่อหยางหลง ที่แปลว่ามังกรแห่งแสงสุริยันดีมั้ย"

"ดีๆ ข้าชอบ" แล้วอยู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นมา "แล้วข้าล่ะ"

"โทษทีข้าลืมไป เจ้าชื่อเย่วเฟิ่ง ที่แปลว่า หงส์แห่งจันทรา"

"ชื่อเพราะจังข้าชอบ แล้วท่านชื่ออะไร"

"ข้าชื่อหม่าซ่วนฉี เรียกข้าว่าฉีเอ๋อก็ได้ แล้วเฟิ่งอวี่ล่ะ ทำไมไม่ดูแลพวกเจ้า"

"คุณหนูช่วยข้าด้วย ท่านมังกรหงส์แกล้งข้า" เฟิ่งอวี่ที่อยู่ในห้วงมิติสะบักสะบอม

"นี่พวกเจ้าห้ามรังแกเฟิ่งอวี่ ให้นับเขาเป็นพี่ใหญ่ ถ้าใครขัดคำสั่งข้า ข้าจะลงโทษ"

"เข้าใจแล้ว แต่ข้าเบื่ออยากออกไปนอกห้วงมิติ" เย่วเฟื่งบ่น

"ข้าเข้าใจ เอาเป็นว่าเดี๋ยวพอข้ากลับขึ้นเขาพร้อมอาจารย์ข้าจะให้พวกเจ้าออกมาเที่ยวเล่นดีหรือไม่"

"จริงๆนะ ฉีเอ๋อ"

"ข้าไม่หลอกเจ้าหรอก แต่พวกเจ้าต้องเป็นเด็กดี"

"ข้าเข้าใจแล้ว"

ระหว่างคุยกับ 2 พี่น้องหงส์มังกร หม่าซ่วนฉีก็เก็บสมุนไพรไปด้วย จู่ๆ หางตาก็เหลือบไปเห็นอาชาสีทอง ตามด้วยเสียงเรียกที่คุ้นเคย

"คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ" เสียงของลั่วเหยียนที่ตะโกนมาแต่ไกล

"ทำไมเจ้ามาคนเดียวล่ะ"

"ท่านผู้อาวุโสฮั้วให้ข้ามารับคุณหนู ตอนนี้ทางนั้นเตรียมเก็บข้าวของแล้วพอท่านไปถึงก็ออกเดินทางกลับขึ้นเขาทันทีเจ้าค่ะ" ลั่วเหยียนบอกตามที่ฮั่งปิงจงสั่ง

"ข้าเข้าใจแล้ว รีบไปเถอะ"

ครึ่งชั่วยามต่อมา พวกเขาทั้ง4คน ก็ออกจากป่าตะวันออกด้วยความรีบเร่ง สองอาจารย์ศิษย์จึงได้มีโอกาสพูดคุยกัน

หม่าซ่วนฉีลงไปนั่งคุกเข่าบนพื้นรถม้ารับผิด "ท่าอาจารย์ ศิษย์ด้อยความสามารถไม่อาจเอาอาวุธศักดิ์สิทธิ์มาได้ ศิษย์ทำให้ท่านผิดหวัง ท่านอาจารย์โปรดลงโทษด้วย"

"ฉีเอ๋อ ลุกขึ้นเถอะ เจ้าทำดีที่สุดแล้ว เรื่องทุกอย่างที่เจ้าทำข้ารู้หมดแล้ว ข้าภูมิใจในตัวเจ้า"

หม่าซ่วนฉีที่ลุกขึ้นนั่งตรงข้ามกับฮั่วปิงจงก็ตาแดงๆ "ขอบคุณท่านอาจารย์"

"ฉีเอ๋อข้าอยากชมเป็นบุญตาหน่อย สัตว์อสูรในตำนานทั้งหลาย" ฮั่วปิงจงที่เห็นลูกศิษย์ตาแดงๆก็รีบเปลี่ยนเรื่อง

หม่าซ่วนฉีจึงพาเฟิงอวี่ หยางหลง เย่วเฟิง ออกมาจากห้วงมิติให้อาจารย์ดู

"พวกเจ้า ท่านผู้นี้คืออาจารย์ของข้า" หม่าซ่วนฉีแนะนำเสร็จสัตว์อสูรเวทย์ทั้งหลายก็เรียกฮั่วปิงจงว่าอาจารย์

ฮั่วปิงจงอุ้มพญามังกรหงส์ตัวน้อยขึ้นมาแล้วลูบด้วยความเอ็นดู ก่อนจะค่อยๆ หลับตาแล้วปล่อยพลังแสงสีทอง และ น้ำเงินออก แล้วจู่ ๆ พญามังกรน้อย และพญาหงส์น้อยก็แยกออกจากกัน

ท่ามกลางการตกตะลึงของหม่าซ่วนฉีและเฟิ่งอวี่

"ท่านอาจารย์พวกมังกรหงส์น้อยแยกจากกันได้ด้วยหรอ" หม่าซ่วนฉีถามไปจ้องเจ้าตัวน้อยที่กระโดดโลดเต้น

ฮั่วปิงจงยิ้มน้อยๆ ก่อนเล่าตำนานความรักของพญามังกรกับพญาหงส์ฟ้า "ได้สิ ที่จริงแล้วพญามังกรหงส์ เป็นสัตว์อสูรเทพ แต่ทำผิดกฎสวรรค์รักกันข้ามเผ่าพันธุ์ แต่พญามังกรเทพที่สร้างสมความดีและบำเพ็ญตบะอีกหลายพันปี จึงทูลขอเง็กเซียนฮ่องเต้ประทานสมรสกับพญาหงส์ฟ้า เง็กเซียนฮ่องเต้อนุญาตและให้ทั้งรวมร่างกันเป็นหนึ่งเดียวกัน และอนุญาตให้เผ่ามังกรเทพและพญาหงส์ฟ้า สามารถสมรสกันได้แต่เมื่อสมรสแล้วจะต้องรวมร่างกันแยกจากกันไม่ได้ ทั้งสองยินยอม ดังนั้นเวลาพญามังกรหงส์ออกลูกมาจะมีทั้งมังกรและหงส์สามารถแยกออกจากกันได้และสามารถรวมกันได้ เมื่อถึงอายุที่ต้องหาคู่ครองทั้งสองตัวจะต้องหาคู่ครองในเผ่านี้เท่านั้น

ที่ข้าแยกเจ้าตัวเล็กออกจากกันเพราะพวกมันจะได้แยกกันฝึก และตัวเจ้าเองก็ต้องร่วมฝึกกับพวกมันรวมถึงพญาวิหคเพลิงด้วย"

"ฉีเอ๋อเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านอาจารย์ เข้าไปในป่าคราวนี้ฉิงเอ๋อได้สมุนไพรหายากมามากมาย ได้พิษของอสรพิษดำ ได้ไข่ปราณของอสรพิษดำ ไข่ปราณพญามังกรเทพ ไข่ปราณพญาหงส์ฟ้า น้ำศักดิ์สิทธิ์ และคัมภีร์สะกดอสูรในตำนาน ศิษย์นำมาเผื่อท่านด้วยนะเจ้าคะ" หม่าซ่วนฉีเล่าอย่างตื่นเต้น

"ขอบใจเจ้ามากฉีเอ๋อ เจ้าเป็นเด็กน่ารัก เป็นศิษย์ที่ข้าภูมิใจ แต่น่าเสียดาย ข้ามีโอกาสที่จะสอนเจ้าอีกแค่ครึ่งปี เพราะเจ้าต้องกลับไปเข้าสำนักศึกษาและทำภารกิจที่ได้มอบหมาย ดังนั้นเวลาครึ่งปีนี้เจ้าต้องเรียนรู้ให้มาก ที่สำคัญตั้งแต่นี้ต่อไปพอเจ้ากลับไปข้าจะวางยาพิษเจ้าทุกวัน เพื่อให้ร่างกายเจ้าต้านทานพิษ และ เจ้าก็ต้องปรุงพิษร้ายแรงและยาแก้พิษต่าง ๆ เจ้าเข้าใจหรือไม่"

"ฉีเอ๋อเข้าใจเจ้าค่ะ ฉีเอ๋อจะตั้งใจเรียนรู้ให้มาก"

สำนักศึกษาหลวง

เหล่าศิษย์ปีสาม ที่กลับมาจากป่าตะวันออกก็กลับมาศึกษากันตามปกติ แต่ที่ผิดปกติก็คือ เหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งสามพระองค์ เนื่องจากองค์รักษ์เงากลับไปก็ไม่เจอกระโจมแม้จะตามหาแทบพลิกป่าตะวันออกและป่าศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีวี่แวว เสมือนแม่นางที่ทุกพระองค์ได้พบเจอเป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่ง

ครึ่งปีผ่านไป

หม่าซ่วนฉีที่ตอนนี้เวทย์ยุทธ์ก้าวหน้าไปมากจากเมื่อครึ่งปีที่แล้วอยู่ระดับบุษราคัม(ระดับ6) ขั้นสูงสุด กลายเป็นไพลิน(ระดับ7)ขั้นสูงสุด เวทย์โอสถสายสีทองชั้นเมฆา(ชั้น1)ขั้นสูงสุด

เวทย์อสูรระดับพญามังกร(ระดับ6) ขั้นสูงสุด ส่วนมิติเวทย์ตอนนี้หม่าซ่วนฉีแยกจิตออกการกันได้ สามารถอยู่ได้ในมิติเวทย์และภายนอกมิติ และตอนนี้สามารถสร้างมิติเวทย์เพื่อคุมขังหรือเรียกจิตของคนอื่นเข้ามาคุยในมิติเวทย์ และเมื่อคนเหล่านั้นออกจากมิติเวทย์ของนางก็จะประหนึ่งเป็นความฝัน พลังจิตของนางก็กล้าแข็งมากสร้างเคลื่อนย้ายวัตถุเล็ก ๆ หรือ สะกดจิตผู้คนแต่ได้แค่ทีละคน ยังไม่สามารถสะกดจิตมากกว่าหนึ่งคน ด้านวรยุทธ์วิชากายไร้เงานางก็ฝึกจนสำเร็จแล้ว เคลื่อนไหวได้ไว 10 ลี้ ( 5 กิโลเมตร) ภายในเวลา 1 จิบชา(5นาที) นางฝึกทุกอย่างสำเร็จด้วยวัยเพียงแค่ 14 ปี นับว่าเป็นอัจฉริยะในรอบห้าพันปี ถึงหม่าซ่วนฉีจะขี้โกงหน่อย ๆ เพราะได้พรและคัมภีร์วิเศษมากมาย แต่นางก็ตั้งใจฝึกฝนอย่างมาก

"ฉีเอ๋อ ข้าเข้าไปนะ" เสียงฮั่วปิงจงที่อยู่หน้าห้อง

"เชิญเจ้าค่ะท่านอาจารย์"

"ฉีเอ๋อ ได้เวลาลงเขาแล้ว เจ้าจงฟังข้าให้ดี เจ้าต้องหาสถานที่ชานเมืองสร้างสำนักแล้วรับศิษย์เข้าสำนัก เพื่อมีกองกำลังไว้เพื่อภารกิจใหญ่ แต่เจ้ามิต้องออกหน้าไม่งั้นจะมีอันตรายได้ เมื่อเรียบร้อยแล้วเจ้าก็เดินทางไปเมืองหลวงเพื่อกลับจวนและเข้าสำนักศึกษา อย่าให้ใครจับวรยุทธ์ที่แท้จริงได้ แต่เจ้าต้องกลับไปด้วยใบหน้าที่แท้จริง" ฮั่วปิงจงที่สั่งภารกิจเสร็จก็เริ่มตำหนิหม่าซ่วนฉีที่ไม่ยอมเปิดเผยใบหน้าจริง

"ท่านอาจาย์ ใบหน้านี้ข้าว่าสวยดีออก ตอนข้าเข้าไปในป่า ชายหนุ่มที่ข้าเจอแต่ละคนก็ออกจะตะลึงกับใบหน้านี้ที่งามล่มเมือง" หม่าซ่วนฉีพูดจบก็โดนฮั่วปิงจงเคาะหัวทีนึง

"เจ้าไม่ต้องมากะล่อน ข้ารู้นะที่เจ้าไม่ยอมเปิดเผยหน้าตากลัวจะต้องผูกด้ายแดงใช่หรือไม่"

หม่าซ่วนฉีที่โดนฮั่วปิงจงดักคออย่างรู้ทัน ก็พูดไม่ออก

"ฉีเอ๋อ เจ้าฟังข้านะ ทุกคนในใต้หล้าไม่มีใครหนีชะตาลิขิตพ้น แม้แต่ข้าเองก็เช่นกัน เจ้าที่อยู่อีกมิติหนึ่งชะตาเจ้ายังลิขิตให้มาอยู่มิตินี้ มาเป็นศิษย์ข้า เจ้าเป็นศิษย์ที่ข้าภูมิใจ เจ้าเป็นศิษย์ที่ดี เจ้าเป็นคนปล่อยวางได้กับทุกสิ่งที่เจ้าต้องเจอ เจ้ากล้าหาญ เจ้ารู้จักตนเอง กลัวเป็น รู้จักรุก รู้จักถอย รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเมตตา และเมื่อไหร่ควรเหี้ยมโหด แต่ทำไมกับเรื่องของหัวใจ ทำไมเจ้าถึงเอาแต่หลีกเลี่ยง ไม่สมกับเป็นหม่าซ่วนฉีลูกศิษย์ข้าเลย" ฮั่วปิงจงพูดจาเตือนสติหม่าซ่วนฉีอย่างเป็นห่วง

"ฉีเอ๋อ เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ แต่ข้าแค่ไม่เชื่อมั่นในความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น ตลอดเวลาที่ข้าอยู่ที่โลกก่อน ทุกภารกิจที่ข้าทำ ล้วนไม่มีภารกิจใดเลยที่จะไม่เห็นการทรยศของคนรักกัน คำสัญญาทั้งหลายตอนรักกัน เมื่อต้องเผชิญความตายหรือลาภยศ ข้ามิเห็นผู้ใดสักคนที่ยึดมั่นในคำสัญญา สุดท้ายฝ่ายที่เชื่อในคำหวานตอนรักกันไม่ตายก็เจ็บเจียนตาย มันทำให้ข้าขยาด

พ่อบุญธรรมมักจะเตือนข้าเสมอว่าไม่ใช่ทุกคู่ที่เป็นเช่นนั้น และไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่เห็นแก่ตัว ให้ข้าดูตัวอย่างพ่อกับแม่ข้าที่ยอมตายด้วยกัน แต่ไม่ยอมทิ้งกัน ข้าก็อยากเชื่อเช่นนั้น แต่นอกจากพ่อแม่ข้าแล้ว ข้ายังไม่เคยเห็นอีกเลย

ยิ่งในมิตินี้ ท่านพ่อของร่างนี้รักท่านแม่มาก ยังมีอนุอีกตั้ง 2 คน แล้วท่านจะให้ข้าเชื่อในความรักอีกหรือ ที่การมีภรรยาสาม อนุสี่ เป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับข้ามิใช่ ดังนั้นข้าจึงอยากไม่อยากให้ตัวเองเจ็บหรือไขว้เขว มันจะทำให้เสียงานใหญ่ แต่ถ้าคนผู้นั้นดีจริงอย่างที่พวกท่านเพียรบอกมาตลอด ถ้าเช่นนั้นคนผู้นั้นก็คงต้องพิสูจน์ให้ข้ายอมรับ

อีกอย่างร่างนี้อายุเพียง 14 หนาว ไยต้องรีบร้อน ข้าเข้าใจว่ามิตินี้ผู้คนแต่งงานกันไว แต่ที่ข้าจากมาอายุ 30 ปียังไม่แต่งมีถมไป ข้าเพียงอยากได้รับอิสระให้มากที่สุด ข้ายังอยากท่องยุทธภพ แต่ข้าเข้าใจเรื่องที่ท่านพูด และสิ่งที่เฒ่าจันทราบอก ดังนั้นท่านอาจารย์มิต้องห่วงข้าจะกลับไปด้วยใบหน้าที่แท้จริง

"ข้าเข้าใจแล้ว แต่ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า 'มิปล่อยอดีต แล้วเมื่อใดเจ้าจะคว้าอนาคตได้ ความสุขเจ้าต้องไขว่คว้าเอง ปล่อยวางเมื่อใด ความสุขก็จะตามมา' ข้าในฐานะอาจาย์คงได้แต่สอนเจ้าได้แค่นี้ ข้าหวังว่าศิษย์รักของข้าจะมีความสุข เอาละ อีกสองวันเจ้าต้องลงเขาแล้ว เตรียมตัวเก็บข้าวของ และจัดการเจ้าตัวแสบทั้งสองตัวของเจ้าด้วย ซนเสียจนสำนักข้าแทบพัง เอาล่ะเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้มีอะไรให้ทำอีกมากมายนัก" ฮั่วปิงจงก็ทำได้แต่เตือนศิษย์รัก

-------------------------

น้องฉีกำลังจะลงเขาแล้ว เรามาลุ้นกันว่าหนุ่ม ๆ จะจำน้องฉีกันได้หรือไม่ และสองแสบจะก่อเรื่องวุ่นวายเพียงใด ขอ30 เสียงค่า แล้วจะรีบมาต่อให้

อย่าลืมเข้ามาเล่นเกมส์ด้วยนะคะ

ตอนนี้กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้าเปิดกลุ่มไลน์แล้วค่ะ ใครสนใจพูดคุย Add Line Phoenix-c แอดแล้วทักด้วยนะคะว่าอยากอยู่กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ไรท์กำลังรีไรท์บางช่วงที่เวิ่นเว้อออก และใส่ช่วงหนุ่มขนอ้อย และเวทย์ที่นางเอกฝึก ช่วงนี้อาจทำผลโหวตเยอะนิดนึงนะคะ อย่าลืมมากดติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ จะได้เป็นกำลังให้ไรท์สู้ต่อไป

อยากอ่านคอมเม้นท์จากรีด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมาหน่อยนะคะ

special thanks

ขอบคุณรีดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณคอยให้กำลังใจ ช่วยคิด ช่วยแก้ไขงาน เรื่องนี้คงไม่ออกมาดีแบบนี้ ไรท์ขอบคุณจากใจค่ะ

รีดที่น่ารักคะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคน ถ้าชอบ กด Like Share และ Favoriteให้ด้วย จะได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านเรื่องของเราอยู่

กราบขอบพระคุณค่า

ไรท์

เหมือนเดิมนะคะ

1 เม้นท์ = 1 กำลังใจ

1 โหวต = 1แรงเชียร์

1 แชร์ = 1เสียงชื่นชม

1 กดติดตาม = 100 ล้านกำลังใจ เพราะไรท์จะได้รู้ว่ามีรีดชอบอ่านแค่ไหน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย ชนิดาภา พยัพพานนท์
ลุ้นๆสนุกมากเลยคะได้ลุ้นทุกตอนเลย
เมื่อ 1 ปี 4 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย AppleBlue
สรุปหน้าจริกับหน้าปลอมอันไหนสวยกวานะ
เมื่อ 1 ปี 6 เดือนที่แล้ว

รีวิว