ภารกิจพลิกชะตาฟ้า-เดินทางไปงานชุมนุมจอมยุทธ์

โดย  Phoenix_C

ภารกิจพลิกชะตาฟ้า

เดินทางไปงานชุมนุมจอมยุทธ์

ยามไฮ่ (21.00-23.00) หม่าซ่วนฉีเข้าไปที่ค่ายโจร เจี่ยงเชาก็ยืนรออยู่ก่อนแล้วรายงานทันที

"คุณหนู นี่คือคนที่เย่วเฟิ่งเลือกไว้ขอรับ"

"พวกเจ้าจงฟัง นี่คือนายใหม่ของพวกเจ้า ต่อไปนี้ พวกเจ้าจงเชื่อฟังนายหญิง”

หม่าซ่วนฉีกวาดตาไปรอบๆคนพวกนั้นที่ยังตะลึงในความงามของนายหญิงของตน หลายคนรู้สึกว่านางอายุไม่น่าจะเกิน 14 หนาว รูปร่างบอบบางอรชร อ้อนแอ้น จะเป็นนายตนได้อย่างไร

หม่าซ่วนฉีเข้าใจในความคิดของคนพวกนั้นที่แสดงออกทางสีหน้าคล้ายไม่เชื่อในความสามารถนาง หลายคนดูถูกที่เห็นนางเป็นเด็กน้อย และคนส่วนใหญ่ในที่นี่ไม่อยากยอมรับตน เพราะนางยังเด็ก และเป็นสตรี จะให้คนเหล่านั้นที่เคยเป็นโจรต้องมาก้มหัวให้กับเด็กผู้หญิงที่ดูเหมือนไม่มีแรงแม้แต่จะเชือดไก่ คงเป็นไปไม่ได้ หม่าซ่วนจึงไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ที่หุ้มด้วยผ้าสีน้ำเงินที่นางสั่งทำมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แล้วให้เจี่ยงเชาเอาใส่กำไลมิติมา แล้วพูดด้วยเสียงดังฟังชัด

"ข้ารู้ว่าพวกเจ้าในที่นี้แทบทุกคนไม่อาจยอมรับข้าเป็นนายของพวกเจ้า ถ้าเช่นนั้นข้าก็เปิดโอกาสให้พวกเจ้าทุกคนในที่นี้ ออกมาประลองกับข้า ถ้าใครชนะ เงินรางวัลหนึ่งพันตำลึงทอง พร้อมตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเป็นของคนที่ชนะ แต่ถ้าผู้ใดแพ้พวกเจ้ามี 2 ทางเลือก คือ 1 ยอมตายโดยน้ำมือข้า หรือ 2 มาเป็นลูกน้องโดยต้องดื่มโอสถสะกดวิญญาณ ว่าอย่างไร ใครสนใจอยากประลองก็ขึ้นมาเลย"

ท่ามกลางการตกตะลึงของเหล่าโจรป่า หลายคนสนใจอยากประลองแต่ถ้าต้องดื่มโอสถสะกดวิญญาณก็เท่ากับขาข้างหนึ่งเหยียบไปปรโลก เพราะถ้าผู้ใดดื่มโอสถนี้แล้วมีใจคิดไม่ซื่อหรือทรยศ เลือดจะออกทั้ง 7 ทวาร จนตาย ส่วนวิญญาณก็จะต้องถูกสะกดและผนึกไว้โดยคำสาปไม่สามารถไปเกิดได้จนว่าผู้ปิดผนึกจะเป็นคนมาปลด แต่ในใต้หล้าแทบจะได้ยินผู้ใดที่เป็นวิชาศาสตร์มืดนี้ ดังนั้นหลายคนในที่นี่จึงคิดว่านี่เป็นแค่คำขู่

โจรป่าหลายคนมีพลังเวทย์สูงหน่อย สามารถตรวจสอบวัดพลังเวทย์ของผู้อื่นได้ ถึงจะไม่แม่นยำก็ถูกเกิน 70% เพราะที่เหลืออีก 30% คือพวกมีพลังเวทย์สูงมากเกินระดับโกเมน(ระดับ3 )ขั้นสูงสุดจึงสามารถปิดพลังได้ ดังนั้นจึงมีหลายคนใช้พลังเวทย์วัดพลังของหม่าซ่วนฉี

ทั้งหมดออกไปที่ลานกว้างหน้าค่ายโจร

"ข้าโอวผิงเทา ขอรับคำท้านายหญิง ขอนายหญิงจงชี้แนะ" โอวผิงเทาที่ตรวจสอบพลังเวทย์ของหม่าซ่วนฉี ที่เป็นแค่ระดับหยก(ระดับ2) ขั้น สูง ส่วนตนเป็นระดับโกเมน(ระดับ3) ขั้นสูงสุด จึงทำลำพองใจและแอบดูถูกว่ามีพลังแค่นี้ริอาจอยากเป็นหัวหน้าพรรค

หม่าซ่วนฉียิ้มที่มุมปาก มาอีกแล้วพวกระดับโกเมน(ระดับ3)แล้วคิดว่าแน่ ข้าจะเล่นกับพวกเจ้าดู ว่าแล้วหม่าซ่วนฉีก็ใช้ปราณแสงห่อหุ้มร่างตัวเอง "ท่านโอวเชิญ"

โอวผิงเทาก็ปล่อยพลังมัจฉาวารี ระดับโกเมน(ระดับ3)ขั้นต้นเรียกพลังจากน้ำให้จากลำธารและบ่อน้ำในรัศมี 5 ลี้(2.5กิโลเมตร) แล้วซัดเป็นระลอกคลื่นเข้าใส่หม่าซ่วนฉี

หม่าซ่วนฉีที่โดนพลังมัจฉาวารีก็ยืนนิ่งไม่กระโดดหลบหรือทำท่าป้องกันอะไร หลายคนจึงยิ้มอย่าดูถูกมีดีแค่ความงาม มีพลังแค่นี้ริอาจอยากเป็นหัวหน้า โดยเฉพาะ โอวผิงเทา เมื่อเห็นหม่าซ่วนฉีหายตัวไปก็นึกว่าถูกซัดไปแล้วก็กระหยิ่มยิ้มย่อง แต่พอรู้ตัวอีกทีก็โดนถีบเข้าไปในพลังเวทย์ของตัวเอง

หม่าซ่วนฉีเป็นคนแปลก ถ้าคนที่นางคิดว่าไม่แกร่งจริง พวกสมองหมูอวดเก่ง พอวัดพลังที่นางแกล้งปิดไว้ ก็ทำกร่าง นางจะชอบใช้วิชากายไร้เงาแล้วถีบคนพวกนั้นให้เข้าสู่กับดักของตนเอง ที่นางชอบใช้กายไร้เงาเพราะถึงต่อให้คู่ต่อสู้รู้ทันว่านางต้องใช้วิชานี้ก็ไม่อาจทำอะไรได้ เนื่องจากมันไม่ใช่พลังเวทย์แต่มันเป็นกำลังภายในที่ในมิติแห่งนี้แทบจะไม่มีผู้ใดมี ถึงมีก็นับนิ้วได้ และที่สำคัญนางจะโผล่ไปที่ใดหรือเวลาใดคนพวกนั้นไม่สามารถจับพลังได้

โอวผิงเทาที่อยู่ ๆ ก็ลอยเข้าไปในเวทย์ที่ตัวเองสร้างก็โดนพลังเวทย์ของตัวเองซัดเข้าไปกระแทกกับต้นไม้ด้วยความแรงและเร็วสูง ทำให้กระอักโลกหิตออกมา หม่าซ่วนฉีที่เดินเข้าไปก็แกล้งถามว่า

"ท่านโอว ท่านเป็นอะไรอยู่ ๆ ก็ปล่อยพลังมาทำร้ายตัวเอง"

โอวผิงเทาโกรธจัดเตรียมใช้พลังเวทย์ซัดฝ่ามือใส่หม่าซ่วนฉี หม่าซ่วนฉีที่ระวังอยู่แล้วก็แค่เอียงตัวหลบไปข้าง ๆ ก่อนจะจับแขนโอวผิงเทาแล้วใช้วิชายูโดที่เรียนมาจับโอวผิงเทาทุ่ม (ให้กรรมการนับ 10 ) โอวผิงเทาที่ตัวใหญ่กว่าหม่าซ่วนฉีเกือบ 2 เท่าตัว ถูกเด็กสาวตัวเล็กทุ่มลอยมานอนบนพื้นอย่างอนาถ แถมความไวที่จู่ ๆ ก็ไปโผล่หลังโอวผิงเทาจนแทบจะเหมือนนางหายตัวได้ ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่พวกเขาไม่เคยเห็น

หลายคนในที่นี้เริ่มจะนับถือหม่าซ่วนฉี แต่ก็มีบางคนที่ยังติดกับการวัดค่าพลังเวทย์ที่วัดได้ ก็ออกมารนหายที่ตาย จนในที่สุดก็ไม่มีใครกล้าออกมาอีกเลย หลายคนชื่นชม หลายคนเกรงกลัว ปะปนกันไป ในที่สุดก็มี 4 คนที่ต้องดื่มโอสถสะกดวิญญาณ

หม่าซ่วนฉีก็สั่งงานเจี่ยงเชาให้ดูแลคนพวกนี้แล้วก็ให้โอสถเพิ่มพลังแก่ทุกคน โดยที่พรุ่งนี้นางจะคัดและทดสอบฝีมือแต่ละคน ก่อนจะเรียกเจี่ยงเชาออกมา

"เจี่ยงเชา ข้าจะสร้างค่ายกลไว้รอบบริเวณนี้เพื่อมิให้ใครเข้าออก ถ้าเจ้าต้องการสิ่งใดให้หยางหลง หรือเย่วเฟิ่ง ส่งกระแสจิตไปบอกข้า นี่คือโอสถหลงเฟิ่งที่ข้าเพิ่งคิดค้นมา โอสถนี้สามารถเพิ่มพลังเวทย์เจ้าอย่างก้าวกระโดดถึง 3ขั้น ภายในเวลายี่สิบวัน และพลังจะแข็งแกร่งกว่าพวกที่อยู่ในรุ่นเดียวกันกับเจ้าถึง2 เท่า เพราะมันทำมาจากไข่ปราณมังกรหงส์” เจี่ยงเชารับโอสถมาด้วยความตื้นตันที่คุณหนูดีกับตนมาก

“ดึกมากแล้วข้าต้องกลับไปก่อนเดี๋ยวลั่วเหยียนจะเป็นห่วง” แล้วหม่าซ่วนฉีก็จัดการสร้างกับดักและค่ายกล ก่อนจะร่ายเวทย์พรางตาไว้ หม่าซ่วนฉีเรียกเฟิ่งอวี่ออกมาแล้วก็ขี่หลังมันหายตัวไปที่โรงเตี๊ยม โดยไม่มีผู้ใดร่วงรู้ว่านางออกไปข้างนอกมา

2 วันผ่านไป หม่าซ่วนฉีที่จัดการการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวกลับเมืองหลวง ครั้งนี้นางมีผู้ช่วยที่จะเป็นมือซ้ายให้กับนาง ชื่อเจิ้งฟั่งเหอชายหนุ่มอายุ 17 ปี เป็นเชลยที่โดนจับตัวมาหัวดี และมีพรสวรรค์ทางด้านเวทย์ยุทธ์ ที่สำคัญเย่วเฟิ่งถึงกับออกปากว่าใช้ได้ ถ้าแสบน้องบอกใช้ได้แสดงว่าคนผู้นั้นดีมาก หม่าซ่วนฉีจึงให้เจี่ยงเชาดูแลที่ค่ายนี้ นางยังไม่อยากเรียกพรรคเพราะฟังดูน่าจะเป็นพรรคมารถ้านางเป็นหัวหน้าพรรค

"เรียนคุณหนู ข้ามีข่าวร้ายมารายงานขอรับ คือรถม้าในเมืองไม่ว่างเลย โดนจ้างไปหมด เห็นคนที่ดูแลม้าบอกว่า เมืองเทียนเหมิน มีงานประลองเวทย์ยุทธ์ ผู้คนจากทุกสารทิศต่างก็ไปสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ผู้ชนะปีนี้จะได้รางวัล เป็นกระบี่เวทย์ที่สามารถใช้ได้กับทุกธาตุ"

"น่าสนใจมากฟั่งเหอ ข้าอยากร่วมการแข่งขัน แล้วการแข่งจะเริ่มขึ้นเมื่อใด" หม่าซ่วนฉีที่ร้อนวิชาอยากลองแข่งจึงสนใจมากเป็นพิเศษ

"เรียนคุณหนู การแข่งขันจะเริ่มพรุ่งนี้ยามเฉิน (07.00-09.00) แต่คุณหนูต้องไปร่วมลงชื่อเข้าร่วมอย่างช้าสุดคือพรุ่งนี้ยามเหมา (05.00-07.00) ข้าได้ข่าวว่างานประลองคราวนี้มีองค์ไท่จื่อและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายทั้งในแคว้นและต่างแคว้น รวมถึงคุณหนู คุณชายตระกูลใหญ่ ศิษย์สำนักศึกษารวมถึงพรรคต่างๆที่ส่งศิษย์เอกมา เพราะงานนี้เป็นจัดการแข่งรวมกันทั้งสามแคว้น" เจิ้งฟั่งเหอรายงานเรื่องที่ไปสืบมา

"จากที่นี่เดินทางไปเมืองเทียนเหมินใช้เวลาเท่าใด"

"ถ้าเป็นรถม้าก็ 2ชั่วยาม(4ชั่วโมง) ถ้าเราเดินทางตอนนี้น่าจะไปถึงยามอิ่ว (17.00-19.00)”

หม่าซ่วนฉีจึงเดินไปหาเสี่ยวเอ้อ "ข้าอยากได้รถม้าไปเมืองเทียนเหมิน เจ้าพอจะหาให้ข้าได้หรือไม่"

"ข้าน้อยต้องขอโทษคุณหนูจริงๆ ตอนนี้มีแต่คนมาจ้างรถม้าไปเมืองเทียนเหมิน ในเมืองไป่เหอไม่เหลือรถม้าเลย หรือคุณหนูจะซื้อม้าแล้วขี่ไปเองมั้ยขอรับ ข้าน้อยจะได้ไปติดต่อหาซื้อให้"

หม่าซ่วนฉีที่คิดหนักเพราะนางขี่ม้าพอได้ เรียกได้ว่าขึ้นไปขี่เบาๆพอโพสต์ท่าสวยถ่ายรูป แต่จะให้ขี่ม้าแบบหนังจีนขอบาย

"แม่นาง เจ้าจะไปเมืองเทียนเหมินหรือ ข้าก็จะไปเช่นกัน ถ้าไม่รังเกียจไปรถม้าคันเดียวกันกับข้าก็ได้" ไป๋อี้จิ้งที่รอจังหวะอยู่แล้วจึงเดินออกมา

หม่าซ่วนฉีที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม "ขอบพระทัยอ๋องสามที่เมตตา หม่อมฉันขอทูลถาม แล้วบ่าวของหม่อมฉันจะทำเช่นไรเพคะ" ไป่อี้จิ้งอึ้งก่อนหัวเราะน้อยๆทำเอาเฉินเจาและองค์รักษ์เงาที่ซุ่มอยู่ถึงกับขนลุก โอ้พระองค์ทรงหัวเราะจะเกิดเภทภัยหรือไม่

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเปิ่นหวางคืออ๋องสาม" ไป่อี้จิ้งซึ่งแปลกใจเล็กน้อยเมื่อวันก่อนนางยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร และที่สำคัญคนในเมืองนี้ไม่มีใครรู้จักเขาและรู้ว่าเขามาที่เมืองนี้

หม่าซ่วนฉียิ้มน้อย ๆ ทำเอาไป่จี้อิ้งถึงกับพระทัยกระตุก หม่าซ่วนฉีไม่ตอบคำถามแต่กลับถามกลับ

"พระองค์ยังไม่ตอบหม่อมฉันเลยว่าบ่าวของหม่อมฉันจะทำเช่นไร"

"เปิ่นหวางมีรถที่บรรทุกของยังเหลือพื้นที่อยู่ เจ้าสามารถให้คนของเจ้านั่งตรงนั้นได้" ไป่อี้จิงที่มัวแต่มองลักยิ้มตรงมุมปากที่ทำให้ดวงหน้านี้ดูงดงามและมีเสน่ห์จึงตอบเหมือนละเมอ

"ขอบพระทัยเพคะ งั้นหม่อมฉันขอรับความหวังดีของพระองค์เพคะ" หม่าซ่วนฉีพูดจบก็เดินไปขึ้นรถม้าที่บรรทุกของกับลั่วเหยียน ส่วนเจิ้งฟั่งเหอ นางซื้อม้าชั้นดี ให้เขาขี่ตามไป

ไป่อี้จิงถึงกับงงที่อยู่ ๆ หม่าซ่วนฉีเดินไปขึ้นรถม้าบรรทุกสินค้า "เจ้าจะทำอะไร ทำไมถึงไปนั่งตรงนั้น ทำไมไม่มานั่งรถม้าคันเดียวกับเปิ่นหวาง"

"หม่อมฉันไม่บังอาจนั่งรถม้าคันเดียวกับพระองค์ แค่พระองค์ให้หม่อมฉันติดรถไปด้วยก็ต้องขอบพระทัยแล้วเพคะ" หม่าซ่วนฉีที่จริงไม่อยากนั่งรถม้าคนเดียวกับไป่อี้จิ้งเพราะนางรู้ว่าเขาเรียนอยู่สำนักศึกษา จึงกลัวว่าถ้าสนิทมากเกินไป วันหนึ่งอาจโดยจับได้

ไป่อี้จิ้งฟังแล้วไม่พอใจที่นางไม่อยากใกล้ชิดกับพระองค์ทั้งๆ ที่มีสาวงามมากมายที่รอโอกาสนี้ พระองค์รู้ว่านางหมายความตามที่พูดทุกคำ ไม่ได้แกล้งเล่นตัวให้พระองค์สนใจ

"ถ้าเจ้าไม่มานั่งรถม้าคันเดียวกับเปิ่นหวาง เจ้าก็ไม่ต้องไป เลือกมา"

หม่าซ่วนฉีจ้องไปที่ตาไป่อี้จิ้งเห็นแววตาที่เขาแสดงออกว่าเขาเอาจริง ถ้านางไม่ทำตามที่เขาบอก เขาก็จะไม่ให้นางไป แล้วตอนนี้นางก็หารถม้าไม่ได้เสียด้วย ลั่วเหยียนก็เข้ามาสะกิด

"คุณหนูทำตามที่ท่านอ๋องบอกเถอะเจ้าค่ะ นี่ก็เสียเวลามากแล้ว เรายังไม่ได้ลงชื่อเลยเดี๋ยวจะไม่ทันนะเจ้าคะ"

หม่าซ่วนฉีจึงตัดสินใจหันไปทางไป่อี้จิ้ง "เพคะ หม่อมฉันรับบัญชา" แล้วก็กระทืบเท้าเดินขึ้นรถม้าโดยไม่สนใจเจ้าของรถม้าที่เป็นถึงผู้สูงศักดิ์ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งในความใจกล้าบ้าบิ่นของแม่นางน้อย

ไป่อี้จิ้งมีรอยยิ้มขบขันและพอใจในแววตาคู่นั้น แล้วก็เดินไปขึ้นม้าตามไป ขบวนของไป่อี้จิ้งออกเดินทางได้ครึ่งชั่วยาม ในรถม้าก็เงียบกริบจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ

"เรารู้จักกันตั้งนานแล้ว เปิ่นหวางยังไม่รู้เลยว่าเจ้าชื่อแซ่อะไร" ไป่อี้จิ้งทำลายความเงียบ

"หม่อมฉันชื่อเย่หรูปิงเพคะ" หม่าซ่วนฉีเอาชื่อของดีน่ามาใช้

"อ้อแม่นางเย่ เจ้าเป็นคนแคว้นไหน" ไป่อี้จิ้งถามต่อ

"หม่อมฉันเป็นคนแคว้นต้าฉีเพคะ" หม่าซ่วนฉีที่ตอบคำถามเสร็จก็นิ่งไปพูดต่อ

"แล้วเจ้าอยู่เมืองใด" ไป่อี้จิ้งยังไม่ละความพยายามที่คนอยากเขาไม่เคยมีให้ใครมาก่อน

"หม่อมฉันอยู่เมืองหลวงเพคะ"

"แล้วเจ้ามาทำอะไรที่ไป่เหอ"

หม่าซ่วนฉีที่หมดความอดทนจึงหันไปยิ้มหวานโชว์เขี้ยวเล็กๆสองข้างที่ทำให้ดวงหน้านี้ดูสว่างไสว ไป่อี้จิ้งจับที่พระอุระของพระองค์ ที่เหมือนว่าในพระอุระนั้นไม่มีพระทัยของพระองค์อยู่มันได้หายไปอยู่กับปิงเอ๋อของพระองค์

"ท่านอ๋องสามเพคะ ท่านอ๋องเปลี่ยนอาชีพแล้วหรือเพคะ"

ไป่อี้จิ้งที่โดนเสียงหวานเรียกก็เรียกสติของตนกลับมา "เปลี่ยนอาชีพเจ้าหมายความว่าเยี่ยงไรข้าไม่เข้าใจ"

"ก็เปลี่ยนจากท่านอ๋องมาเป็นคนทำสำรวจทะเบียนราษฎที่แคว้นต้าฉีไงเพคะ" หม่าซ่วนฉีที่รำคาญเต็มที่เลยกัดท่านอ๋องไปคำโต แต่แทนที่ท่านอ๋องจะโกรธกลับหัวเราะเสียง ทำเอาเฉินเจาแทบจะตกจากหลังม้า ร่วมถึงองค์รักษ์เงาทั้งหลายที่ใช้วิชาตัวเบาตามมา แทบจะตกลงมา แล้วทุกคนก็คิดเหมือนกันโดยมิได้นัดหมาย โอ้!!ต้องเตือนญาติแล้วว่าต้องรีบเก็บเกี่ยว ท่าทางจะเกิดภัยพิบัติ

หม่าซ่วนฉีที่เห็นไป่อี้จิ้งหัวเราะ ก็ค้อนทีหนึ่งก่อนหลับตาลงเป็นอันจบบทสนทนา

-------------------------

ตอนนี้อ๋องสามของเราเริ่มเปิดแผงขายอ้อยแล้ว น้องฉีของเราที่จำเป็นต้องตกหลุมนายพรานเจ้าเล่ห์อย่างอ๋องสามจะทำเช่นไร แอบกระซิบตอนหน้ามีเฮ ใครอยากอ่าน ขอ40 เสียค่ะ

อย่าลืมเข้ามาเล่นเกมส์ด้วยนะคะ

ตอนนี้กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้าเปิดกลุ่มไลน์แล้วค่ะ ใครสนใจพูดคุย Add Line Phoenix-c แอดแล้วทักด้วยนะคะว่าอยากอยู่กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ไรท์กำลังรีไรท์บางช่วงที่เวิ่นเว้อออก และใส่ช่วงหนุ่มขนอ้อย และเวทย์ที่นางเอกฝึก ช่วงนี้อาจทำผลโหวตเยอะนิดนึงนะคะ อย่าลืมมากดติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ จะได้เป็นกำลังให้ไรท์สู้ต่อไป

อยากอ่านคอมเม้นท์จากรีด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมาหน่อยนะคะ

special thanks

ขอบคุณรีดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณคอยให้กำลังใจ ช่วยคิด ช่วยแก้ไขงาน เรื่องนี้คงไม่ออกมาดีแบบนี้ ไรท์ขอบคุณจากใจค่ะ

รีดที่น่ารักคะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคน ถ้าชอบ กด Like Share และ Favoriteให้ด้วย จะได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านเรื่องของเราอยู่

กราบขอบพระคุณค่า

ไรท์

เหมือนเดิมนะคะ

1 เม้นท์ = 1 กำลังใจ

1 โหวต = 1แรงเชียร์

1 แชร์ = 1เสียงชื่นชม

1 กดติดตาม = 100 ล้านกำลังใจ เพราะไรท์จะได้รู้ว่ามีรีดชอบอ่านแค่ไหน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย AppleBlue
ลุ้นมาก..ใครพระเอกเนีย..ดีไปหมด
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

รีวิว