ภารกิจพลิกชะตาฟ้า-ข้ามางานชุมนุมจอมยุทธ์หรือมางานชุมนุมจอมโจรกันแน่

โดย  Phoenix_C

ภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ข้ามางานชุมนุมจอมยุทธ์หรือมางานชุมนุมจอมโจรกันแน่

จากเมืองเหอไป่ถ้าจะไปเมืองเทียนหมินเดินทางได้สองเส้นทาง คนส่วนใหญ่จะเลือกเดินทางจากทิศตะวันออกของเมืองเหอไป่แล้วค่อย ๆ เลาะไปทางนี้ดีกว่าแต่จะออกเล็กน้อย ส่วนอีกทางไปทางทิศเหนือของเมืองเหอไป่ ทางนี้เป็นทางลัดแต่หนทางลำบากกว่า และบางทีอาจเจอโจรได้ เส้นทางจึงมีคนผ่านไปน้อย นอกเสียจากจะรีบจริง ๆ หรือมีคนคุ้มกันที่มีฝีมือ จึงเลือกที่จะผ่านเส้นนี้ซึ่งทำให้ใช้เวลาเร็วกว่าทางนั้นถึงเกือบ1ชั่วยาม(2ชั่วโมง)

ตั้งแต่เดินทางมาขบวนเดินทางของไป่อี้จิ้งจึงเห็นรถม้าประมาณ 4-5 คันที่ใช้เส้นทางนี้ เดินทางมากว่าครึ่งทางก็พบรถม้าคนนึงจอดอยู่ และได้ยินเสียงโวยวายจากเข้าของรถม้าคันนั้น

"พวกเจ้านี่ออกไปให้พ้นทางรถม้าข้าเลยนะ ถ้าเจ้าไม่หลบก็อย่าหาว่าพวกข้าใจดำ" เสียงของหนึ่งในคนที่อยู่รถม้าคันนั้น ข่มขู่เด็ก

"ท่านผู้ใจบุญ พวกข้ายังไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว ท่านมีเศษอาหารเหลือ ๆ พอจะแบ่งให้พวกข้าได้หรือไม่ ข้าขอร้อง ถ้าท่านให้เศษอาหารเหลือ ๆ พวกข้าจะรีบไปทันที ถือว่าเมตตาพวกข้านะขอรับ" เด็กหนุ่มที่ดูโตที่สุด เอ่ยปากขอร้อง

"เอ๊ะ พวกเจ้านี่พูดไม่รู้เรื่อง" และก็มีเสียงทรงอำนาจดังออกมา "พวกเจ้าไม่มีปัญหาจัดการพวกเศษสวะพวกนี้ ข้าคงต้องพิจราณาพวกเจ้าใหม่แล้ว จะทำอะไรก็รีบทำข้ารีบ" จบคำของนายจ้าง พวกขี้ข้าก็ใช้แส้โบยเด็ก ๆ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น

ไป่อี้จิ้งกำลังสั่งให้คนไปจัดการพวกขี้ข้าพวกนั้น และช่วยเด็ก แต่ช้าไปกว่าแม่นางเย่หรูปิง ที่นั่งหลับตามาตลอด เพราะจู่ ๆ นางออกพุ่งออกจากรถม้า ไปขวางทางแส้ของเด็ก ๆ

"ข้าว่าเศษสวะคงจะเป็นพวกเจ้ามากกว่า ทำร้ายเด็กไม่มีทางสู้นี่หรือเรียกว่าผู้กล้า" ตอนแรกพวกมันเห็นผู้หญิงที่น่าตางดงามราวเทพสวรรค์เหาะมา แต่พอเห็นสายตาโหดเหี้ยม และไอสังหารที่แผ่ออกจากตัวนาง ก็ทำให้พวกเขาหวาดกลัว

"ฮึ แม่นางเจ้าอย่ามาสอดเรื่องนี้จะดีกว่า ถ้าเจ้ายอมขอโทษพวกข้าและถอยไป ข้าก็จะไว้ชีวิตเจ้า" เสียงของคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าผู้คุ้มกันเอ่ยออกมา

"ถ้าข้าไม่หลีกจะทำไม พวกเศษสวะอย่างเจ้าอย่ามัวแต่เห่าหอน ถ้าคิดว่าแน่จริงก็แสดงฝีมือออกมา ถ้าเอาแต่เห่าก็หลบไป" จบคำเหล่าผู้คุ้มกันทั้งหมดก็โกรธจนตัวสั่น

"กระบี่ทลายปฐพี ระดับมรกต(ระดับ4)ขั้นกลาง" เสียงหัวหน้าผู้คุมที่ใช้กระบี่เวทย์ยุทธ์เข้าทำร้ายนาง เมื่อมันวาดกระบี่ออกไป พื้นดินตรงนั้นก็ค่อย ๆ ระเบิดไล่ไปตามที่ปลายกระบี่ชี้ไป นางจึงลอยตัวขึ้นมา ทางผู้คุ้มกันรอจังหวะนี้อยู่ ก็ซัดฝ่ามือโดยใช้ปราณธาตุดิน เมื่อโดนคู่ต้องสู้จะทำให้อวัยวะ ภายในบอบช้ำ

"นายท่านจะไปไหนขอรับ" เฉาเจินองครักษ์ของไป่อี้จิ้งเรียก เพราะอ๋องสาม ไม่ต้องการให้ใครรู้จึงสั่งไม่ให้ใครแสดงตน และรถม้าที่ใช้นั่งมาก็เช่าอย่างดีไม่มีตราสัญลักษณ์ใด ๆ เมื่อเห็นนายตนใช้วิชาตัวเบาเหาะไปช่วยนาง

หม่าซ่วนฉีมีปราณที่แข็งแกร่งอยู่แล้วฝ่ามือนี้จึงทำอะไรไม่ได้แถมนางยังเพิ่มปราณสะท้อนพลังลงไป ถ้าฝ่ามือหรือเวทย์ที่ส่งมายังตัวนางยิ่งแรงเท่าใด แรงปะทะกลับก้บก็ยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวไม่คิดว่าจะมีคนสามารถใช้ปราณเวทย์ป้องกันและสะท้อนกลับได้ เพราะเวทย์ที่เขาส่งไปถึงระดับเพทาย(ระดับ5)ขั้นกลาง ถ้าปราณนางยังสามารถป้องกันได้แสดงว่า เวทย์ยุทธ์นางต้องแข็งแกร่งกว่าเขาพอสมควร และระหว่างที่คิดฝ่ามือของตนเองที่ปล่อยไปอย่างแรงตั้งใจที่จะทำลายวรยุทธ์นางบางส่วนก็ย้อนกลับมาเล่นงานตน

"อ๊าาา แล้วเขาก็ล่วงตกลงมากระอักเลือดไม่หยุด ลูกน้องเห็นเข้าจึงรีบไปประคอง" ส่วนไป่อี้จิ้งที่กำลังเหาะไปช่วยนางเห็นแบบนี้ก็อึ้งไปเล็กน้อย

“แม่นางน้อยผู้นี้เวทย์วรยุทธ์ช่างแข็งแกร่งและมีบางวิชาที่ตัวเขาเองไม่เคยเห็น น่าสนใจยิ่งนัก” ชายหนุ่มจึงเลือกที่ถอยกลับมายืนดูอยู่ห่างๆแต่ก็คอยระแวดระวังให้นาง แล้วก็ต้องสะดุดตากับตราสัญลักษณ์ของเกี้ยว รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นดูเจ้าเล่ห์และน่ากลัวรวมถึงดวงตาที่ทอประกายความเหี้ยมโหดออกมา

พอจัดการหัวหน้าคนคุ้มกันเรียบร้อย หม่าซ่วนฉีก็ไม่สนใจผู้ใดอีก เดินเข้าไปหาเด็ก ๆ ลั่วเหยียนที่ออกมาตั้งแต่ได้ยินเสียงคุณหนูก็เดินเข้าไปหาเด็ก ๆ เช่นกันพร้อมด้วยของกิน

"นี่ของกินเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งหมั่นโถ และ ขนมบางส่วนมาให้เจ้าค่ะ" สาวใช้รู้จักนายตัวเองดีจึงเตรียมพร้อมไว้ทุกอย่าง นายสาวยิ้มให้ก่อนเอาของพวกนี้แบ่งให้เด็ก ๆ

"พวกเจ้าพักอยู่ที่ไหน แล้วมีครอบครัวหรือไม่" นางถามขณะที่พวกเด็ก ๆ ดีใจที่ได้ของกิน เด็กผู้ชายที่อายุน้อยที่สุดกำลังเอาหมั่นโถเข้าปากทั้งลูกก็โดนพี่ๆเอ็ด

"ฉง ฉง อย่ายัดเข้าไปทั้งลูกเดี๋ยวติดคอแล้ว เจ้าต้องแบ่งกลับไปที่ให้ท่านปู่ ท่านย่าด้วย" เสียงคนเป็นพี่ใหญ่กล่าว

ท่านอ๋องสามยืนมองห่างออกไปพอสมควร แต่ในสายพระเนตรก็ยังคงมองท่าทางนางที่แจกขนมให้เด็ก ทั้งเอาผ้ามาเช็ดทำความสะอาดหน้าให้เด็กตัวน้อย ด้วยสายตาอ่อนโยน ระหว่างนั้นเสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้น "พวกเจ้ารู้มั้ยว่าข้าเป็นใคร ถึงกล้าทำร้ายคนของข้า"

"ข้าเบื่อมากเลยนะคำนี้ เจ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครแล้วข้าจะรู้ได้เยี่ยงไร ไม่ว่าเจ้าใหญ่โตมาจากไหนแต่ถ้าไร้คุณธรรม เจ้าก็ไม่ต่างจากเดรัจฉานหรอก" เมื่อได้ยินคำนี้จากปากหม่าซ่วนฉี เขาก็โกรธจัด

"ฮึ ข้าเกาสง เป็นราชทูตจากแคว้นอู๋ และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการการแข่งขัน วันนี้เจ้าล่วงเกินข้าเท่าเจ้าล่วงเกินแคว้นอู๋ แต่ข้าเห็นว่าตัวเจ้างดงามยิ่งถ้าเจ้ายอมตามข้าเข้าวัง ข้าก็จะยกโทษให้เจ้า" เสียงพูดที่ดูโอหัง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเงาหัวกำลังจะขาด ก็ทำให้หม่าซ่วนฉีปลายตาไปที่ไป่อี้ จิ้งอย่างล้อ ๆ

"อย่างนี้ข้าต้องกลัวใช่หรือไม่ แล้วท่านจะเอาข้าเข้าวังไปเพื่อเหตุใด"

"เจ้าก็สมควรต้องกลัว ส่วนเรื่องที่เอาเข้าวัง ข้าพาเจ้าไปถวายตัวให้กับฮ่องเต้ ถ้าพระองค์พอพระทัยและเจ้าได้เป็นที่โปรดปราน เจ้าก็ต้องไม่ลืมว่าข้าเป็นนายเจ้า หรือถ้าเจ้าไม่อยากเข้าวังมาเป็นอนุคนที่สี่ข้าก็ยินดี" พูดจบมันก็มองนางด้วยสีหน้าหื่นกระหาย

อ๋องสามที่มองอยู่เห็นสายตาแบบนั้นแล้วก็ปล่อยจิตสังหารออกมา พระองค์เตรียมพุ่งออกไปควักลูกตามัน ที่ล่วงเกินผู้หญิงที่ตนสนใจ แต่ยังไม่ได้ทำเช่นนั้น จู่ ๆ เย่หรูปิง(หม่าซ่วนฉี) หันมาสบตาเขาแล้วก็ทำสายตาห้ามปราม ทำให้เขาต้องหยุดและรอดูว่านางจะทำเช่นไร

"ท่านราชทูต และถ้าข้าไม่เลือกใครเลยจะเป็นเยี่ยงไร ฮ่องเต้นั้นพระองค์สูงศักดิ์คงไม่สนใจสตรีต่ำต้อยเช่นข้า และข้าเองก็ไม่ชอบการแก่งแย่งชิงดี ส่วนถ้าจะไปอนุเจ้า ข้าขอเป็นโสดจนตายดีกว่าเป็นอนุของสัตว์เดรัจฉานอย่างเจ้า ที่สำคัญก่อนที่เจ้าจะลงโทษข้า หรือพาตัวข้าไปให้ใคร เจ้าลองถามความเห็นคนผู้หนึ่งก่อนดีหรือไม่ ว่าเขายินยอมให้ข้าไปรึเปล่า เพราะเศษสวะอย่างเจ้า เทียบไม่ได้กับคนของข้า" ราชทูตแคว้นอู๋ ได้ยินก็เดือดดาล ส่วนไป่อี้จิ้งก็ยกยิ้มน้อย ๆ จนแทบไม่มีผู้ใดเห็นยกเว้นแววพระเนตรที่ทอความพึงใจพาดผ่านชั่วขณะนึง

"คนผู้นั้นมันเป็นใครใหญ่โตมาจากไหน คนอย่างข้าถึงไม่อาจเทียบได้ แต่ข้าว่าพวกเราพูดคุยกันมาเนิ่นนาน คนผู้นั้นของเจ้ามันยังไม่โผล่หัวออกมา ข้าว่าแทนที่เจ้าจะอยู่กับมันไปเป็นอนุข้าดีกว่า พวกเจ้ามัวยืนเฉยอยู่ได้ไปจับแม่นางผู้นั้นมา สังหารเด็กพวกนี้ทิ้งซะ และลากตัวคนรักของนางออกมาด้วย”

อ๋องสามได้ยินว่าตนเป็นคนรักก็ยิ้มกริ่มในใจ เฉินเจาและองครักษ์ทุกคนได้ยินราชทูตเอ่ยคำนี้ออกมาก็ได้แต่สวดมนต์ให้เขาตายทรมานน้อยที่สุด ส่วนหม่าซ่วนฉีก็กรอกตาเซ็ง และกำลังเอ่ยปากว่าเขาไม่ใช่คนรักนาง แต่จู่ ๆ ไป่อี้จิ้งก็เดินเข้ามาข้าง ๆ นางแล้วส่งสายตาวิบวับมาให้ ก่อนทำน้ำเสียงเคร่งขรึม

"พวกเจ้าอยากเห็นคนรักของนางที่โผล่หัวออกมาใช่มั้ย ข้านี่แหละคนรักของนาง ตกลงว่าเจ้ายังจะมาขอนางจากข้าอยู่หรือไม่" สิ้นเสียงทรงอำนาจและท่าทางสง่างามแต่แฝงไปด้วยความกดดัน เกาสงก็เข่าอ่อนลงทันที รีบโขกหัวคำนับ

"ท่านอ๋องสาม ข้าน้อยสมควรตาย ข้า ข้า ไม่ทราบว่าขบวนนี้เป็นของท่าน และไม่ทราบว่าคุณหนูท่านนี้เป็นคนรักของท่าน ท่านอ๋องได้โปรดยกโทษให้ข้าที่มีตาแต่หามีแววไม่" ตัวมันก็โขกศีรษะไม่หยุดจนเลือดออกจากหน้าผากมากมาย

หม่าซ่วนฉีก็หันไปมองไป่อี้จิ้งด้วยแววตาไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองเกาสง ราชทูตจากแคว้นอู๋แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุร้าย

"เจ้าเศษสวะ คราวนี้เจ้ายังอยากได้ข้าไปเป็นอนุหรือนำข้าเข้าวังไปแลกผลประโยชน์อีกหรือไม่ แต่ถ้าเจ้ายังอยากอยู่ ก็ไม่มีปัญหาเพราะข้ายังมิมีคนรัก มีแต่สหาย แต่ต้องถามกระบี่ข้าก่อนว่ามันจะยินยอมหรือไม่" นางปฏิเสธแบบนิ่ม ๆ ทำเอาอ๋องสามหันมามองหน้านางแล้วแกล้งทำหน้าปวดใจ

"ไม่แล้วขอรับคุณหนู ท่านช่วยละเว้นชีวิตข้าได้หรือไม่"

"พวกเจ้ารับคำสั่ง พาตัวราชทูตกลับแคว้นแล้วส่งไปให้เสด็จพ่อพร้อมรายงานเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น แล้วจัดการขังไว้ที่คุกหลวง รอข้ากลับไปสะสาง" เมื่อองครักษ์เงาจับราชทูตไป ทุกอย่างก็เข้าสู่สภาวะปกติ

เฉินเจา เข้ามารายงานว่านี่ก็ใช้เวลามากแล้วอยากให้ทุกคนรีบเดินทาง เย่หรูปิงหันมามองอ๋องสาม

"ท่านอ๋อง หม่อมฉันขอยืมทหารและม้าสักตัวและได้หรือไม่เพคะ เสร็จเรื่องทางนี้แล้วหม่อมฉันค่อยตามจะได้ไหมเพคะ" เสียงหวานติดอ้อนเล็กน้อย ทำเอาพระองค์พระทัยสั่นน้อย ๆ

"พวกเจ้ารับคำสั่ง นำม้ามาให้ข้า 1 ตัว และรถเสบียงมาด้วย 1 คน แล้วพวกเจ้าทั้งหมดออกเดินทางล่วงหน้าไปได้เลยไม่นานข้ากับแม่นางเย่วจะตามไป

"เอ่อ ท่านอ๋อง" เฉินเจากำลังอ้าปากค้าน แต่เห็นสายพระเนตรแล้วก็ได้แต่รับคำสั่ง เมื่อม้าและรถเสบียงพร้อม ลั่วเหยียนก็ขึ้นไปกับรถเสบียง เย่หรูปิง (หม่าซ่วนฉี) ก็กำลังเดินตามเข้าไป และคำสั่งเดิมก็ตามมา

"ถ้าเจ้าอยากไปก็ขึ้นมานั่งม้าตัวเดียวกับข้า" จบคำสั่ง นางก็ใช้วิชาตัวเบาไปนั่งข้างหลังท่านอ๋อง

"ทีนี้จะไปได้หรือยังเพคะ" เสียงที่ติดไม่พอใจและบอกทำนองว่ายินยอมแค่นี้อย่าเรื่องมากกว่านี้ ทำให้ไป่อี้จิ้ง แอบถอนหายใจ ได้แค่นี้ก็ยังดี แล้วพระองค์ก็ให้เด็ก ๆ ขึ้นไปที่รถเสบียง แล้วพาไปที่หมู่บ้าน

เมื่อมาถึงหมู่บ้านที่กันดารและเสื่อมโทรม เด็ก ๆ ก็พาพี่สาวคนสวยเข้าไปในตัวหมู่บ้าน ในนั้นมีแต่คนชรา และเด็ก ๆ มีสตรีที่ตั้งครรภ์อยู่บ้าง แต่แทบไม่เห็นชายฉกรรณ์เลย

"ทำไมหมู่บ้านนี้ถึงมีคนแก่และเด็กล่ะแม่หนูน้อย" เสียงที่เอ่ยอย่างอ่อนหวานและอ่อนโยน ทำเอาท่านอ๋องเคลิ้มไปเลยทีเดียว

"คุณหนู เจ้าคะ ข้าน้อยชื่อเสี่ยวจู หมู่บ้านเราพวกผู้ชายส่วนใหญ่จะออกไปล่าสัตว์ หรือไม่ก็เข้าเมืองทำงาน ส่งเงินกลับมาแต่ส่วนใหญ่ส่งมาแค่ระยะเดียวก็หายไป ที่นี่จึงเหลือแต่เด็ก สตรีและคนชรา เจ้าค่ะ"

"เสี่ยวจู เอาอย่างนี้นะเจ้าเรียกคนที่ดูแลหมู่บ้านนี้มาให้ข้าหน่อย"

"ข้าเองคุณหนู ข้าชื่อเสี่ยวซุน พ่อข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน แต่ท่านลงเขาไป 3 ปีแล้วยังไม่ได้กลับมาอีกเลย ข้าจึงต้องรับผิดชอบแทนพ่อ"เด็กผู้ชายที่เมื่อครู่ลงเขาไปเอ่ยขึ้นมา อายุเขาไม่น่าเกิน 11-12 หนาวแต่ต้องรับภาระดูเลยคนทั้งหมู่บ้าน

"เสี่ยวซุนเจ้าฟังข้านะ นี่คืออาหารเจ้าเอาไปแบ่งกันให้เป็นระเบียบ แล้วที่เงินส่วนหนึ่งข้าจะทิ้งไว้ให้เจ้าใช้จ่าย แต่การให้อาหารพวกเจ้า ไม่ได้เป็นการช่วยเหลืออย่างจริงจัง ดังนั้นหลังจากข้าเสร็จทุกธุระ ข้าจะให้คนมาสอนพวกเจ้าหาปลาล่าสัตว์ เข้าใจหรือไม่"

"เสี่ยวซุนที่พอเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็พยักหน้าหงึก ๆ "

"เอาละ ถึงเจ้าจะยังเข้าใจไม่ถี่ถ้วนก็ไม่เป็นไร อีก 2-3 วัน ข้าจะส่งคนมาดูแลพวกเจ้า นี่ก็สายมากแล้วข้าต้องรีบออกเดินทาง ข้าไปก่อนล่ะ" แล้วนางก็โบกมือลาเด็กๆ และร่ำลาคนแก่ ทุกอย่างที่นางทำอยู่ในสายตาไป่อี้จิ้งเขารู้สึกเหมือนเห็นเพชรอยู่ตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้มีหลายด้านจริง ๆ นางทั้งแข็งแกร่ง เย็นชา เหี้ยมโหด อบอุ่นและมีน้ำใจ ผู้หญิงแบบนี้แหละที่เขาจะเลือกวางหัวใจไว้ให้

2 ชั่วยามผ่านไป(4 ชั่วโมง) ก็ถึงเมืองเทียนเหมิน

"ถึงแล้วแม่นางเย่ว เจ้ามีที่พักแล้วหรือยัง" ไป่อี้จิ้งถาม

"หม่อมฉันยังไม่ได้จอง แต่เดี๋ยวหม่อมฉันจะลองเดินหาดู"

"ถ้าเจ้าเดินหาตอนนี้คงไม่มีที่ให้เจ้าพักแน่ เพราะโรงเตี๊ยมที่เมืองนี้ถูกจองเต็มตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนแล้ว" ไป่อี้จิ้งบอกก็จะค่อย ๆ ตะล่อมหม่าซ่วนฉี

"เอาอย่างนี้ถ้าเจ้ายังไม่ได้จองที่พักก็ไปพักโรงเตี๊ยมเดียวกับข้า เพราะข้าได้เหมาไว้ทั้งโรงเตี๊ยม เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไร"

หม่าซ่วนฉีที่ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะนางก็มั่นใจว่าทุกโรงเตี๊ยมคงเต็มแน่นอน ขนาดรถม้ายังหาไม่ได้ ไฉนเลยจะมีที่ให้พัก "ขอบพระทัยเพคะ งั้นหม่อมฉันคงต้องรบกวนพระองค์อีกครั้ง"

ไป่อี้จิ้งไม่ได้ตอบอะไรทั้ง ๆ ที่ในพระทัยยินดีเป็นอย่างยิ่ง แล้วพระองค์ก็ไปโรงเตี๊ยมที่ตอนนี้เฉินเจารออยู่

โรงเตี๊ยมเทียนอันเหมิน

เมื่อรถม้าของอ๋องสามไป่อี้จิ้งมาถึง เหล่าองค์รักษ์และเสี่ยวเอ้อก็รีบขนสัมภาระขึ้นไปที่ห้องพัก ห้องของหม่าซ่วนฉีกับลั่วเหยียนอยู่ชั้น 3 ส่วนเจิ้นฟั่นเหอต้องไปนอนอีกโรงเตี้ยมเล็ก ๆ ชานเมืองซึ่งเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อเก็บข้าวของเสร็จ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

"แม่นางเย่ว เจ้าเก็บของเสร็จหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วข้าจะพาเจ้าไปสมัครแข่งขัน"

หม่าซ่วนฉีที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดสีขาวปกเสื้อสีแดงแล้วตรงชายเสื้อเป็นลายดอกเหมยแดงพอดีกับรูปร่าง ผ้าคาดเอวก็เป็นสีเดียวกับปกเสื้อ นางเปลี่ยนมาใส่เป็นกางเกงที่เข้ารูปนิด ๆ แต่ไม่ให้น่าเกลียดเหมือนอย่างจะอวดรูปเหมือนสมัยใหม่ รับกับรองเท้าสีขาวตัดขอบด้วยสีแดงแล้วแอบมีส้นน้อยไม่ให้ใครสังเกตเห็นได้มากนัก ชุดนี้รับกับรูปร่างของนางทั้งยังทำให้นางดูปราดเปรียวแต่ยังแฝงด้วยความอ่อนหวานของดอกเหมยแดง

ไป่อี้จิ้งที่เห็นหม่าซ่วนฉีที่แต่งกายด้วยชุดที่แปลกตาก็ตกตะลึงเล็กน้อยแต่พระองค์ก็รีบตั้งสติก่อนตรัสด้วยเสียงที่พยายามทำให้มั่นคง

"เจ้าพร้อมแล้วใช่มั้ย"

"เพคะ"

ไป่อี้จิ้งเดินลงมาก่อน เพราะหม่าซ่วนฉีรอลงมาพร้อมกับลั่วเหยียน เมื่อไป่อี้จิ้งลงมาถึงข้างล่างโรงเตี๊ยมก็เห็น ฟ่งซื่อหยวน ฟ่งจิ่น หม่าซ่งชิง หลี่ฟางเทียน อ้ายซินไท่หยางหมิง มานั่งทานอาหาร หม่าซ่งชิงที่เห็นไป่อี้จิ้งก่อน ก็ร้องทัก

"ท่านอ๋องสามท่านมาแล้วหรือพวกเราเพิ่งบ่นถึงท่านพอดี"

"ข้าเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี่เอง" ไป่อี้จิ้งตอบ ที่จริงเขายังไม่อยากเจอสหายผู้สูงศักดิ์กลุ่มนี้เพราะลึกๆในพระทัยร้องเตือนอะไรบางอย่างที่พระองค์ก็ตอบมิได้ แต่โชคไม่เข้าข้าง หม่าซ่วนฉีกับลั่วเหยียนลงมาพอดี ขณะหม่าซ่วนฉีเดินลงมาประจวบเหมาะกับที่คนทั้งห้า เงยหน้าขึ้นสนทนากับไป่อี้จิ้ง ดังนั้น เหล่าบุรุษผู้สูงศักดิ์จึงเห็นนางเดินลงมา

ฟ่งจิ่น ฟ่งซื่อหยวน ไท่หยางหมิง ที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอแม่นางน้อยที่พบในป่าตะวันออกที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ ก็เอ่ยขึ้นพร้อมกัน "แม่นางน้อย"

หม่าซ่วนฉีที่มองไปตามเสียงเรียกก็ตกใจ เฮ้ย !! นั่นมันสหายของคนที่ขโมยวิหคอาชา แล้วนั่นก็เจ้าโจรราคะ แล้วยังมีเจ้าโจรบ้ากามอีก โอ้ยวันนี้วันอะไรเนี่ย

-------------------------

มางานชุมนุมจอมยุทธ์แต่ดันเจอแต่โจทย์เก่า แลเวน้องฉีเราจะทำยังไง อยากรู้ ขอ 40 เม้น จะรีบมาจัดให้เลยค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย AppleBlue
5555 โชคดี หรือโชคร้ายเนีย
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

รีวิว