ภารกิจพลิกชะตาฟ้า-ท้องพระคลังเคลื่อนที่

โดย  Phoenix_C

ภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ท้องพระคลังเคลื่อนที่

หม่าซ่วนฉีที่ออกมาเดินเล่นดูของแปลกตาที่ต่างจากมิติก่อนและบางอย่างเป็นเพียงของเก่าที่เห็นแต่ในรูป หญิงสาวมีความคิดอยากจะเอาของพวกนี้ส่งข้ามไปให้คุณหนูหม่าในร่างเก่านางเหลือเกิน ฮิ ฮิ คงรวยน่าดู ที่จริงสายลับก็เงินดีอยู่แล้วเพราะเป็นงานเสี่ยงอันตราย

หม่าซ่วนฉีเดินดูของอยู่พักหนึ่งก็เห็นองค์ชายห้าเดินตามมา นางก้มลงไปทำหน้าเบื่อ จะตามมาทำไมเนี่ย แต่พอได้ยินเสียงเรียก "แม่นางเย่ เจอกันอีกแล้วนะ เจ้ามาเดินดูของได้ซื้ออะไรแล้วหรือไม่"

หม่าซ่วนฉีย่อตัวลงนิดนึงพลางคิดในใจ ในเมื่อท่านตามมาจะไม่เจอกันอีกได้ยังไงแต่นางก็กล่าวอย่างนอบน้อม "ถวายบังคมองค์ชายห้าหม่อมฉันก็เดินเรื่อยเปื่อย ยังไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษเพคะ"

"แม่นางเย่ไม่ต้องมาพิธีหรอก พูดจาธรรมดาก็ได้ ข้าไม่ถือ เจ้าเคยมาที่เมืองนี้หรือไม่" องค์ชายห้าพยายามลดช่องว่างระหว่างกันลงและก็หาเรื่องชวนคุย

"ข้าเพิ่งเคยมาครั้งแรกเจ้าค่ะ"

"เปิ่นหวางเคยมา 2-3 ครั้งแล้ว เอาอย่างนี้เดี๋ยวเปิ่นหวางพาเจ้าเดินดูให้ทั่วดีหรือไม่ ตอบแทนที่เจ้าช่วยเปิ่นหวางเรื่องอสรพิษดำ" แล้วไม่รอให้หม่าซ่วนฉีตอบรับหรือปฏิเสธ องค์ชายห้าก็ผายมือเชิญ เหมือนกึ่ง ๆ บังคับ

หม่าซ่วนฉีได้แต่บ่นในใจ มารดาเจ้าซิ พวกองค์ชาย และ ท่านอ๋องนี่เป็นยังไงนะเอะอะก็จะตอบแทน ถามข้าหรือยังว่าอยากรับมั้ย แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่เดินตามไป

หม่าซ่วนฉีที่เดินดูของอย่างเซ็งๆ ก็เห็นองค์ไท่จื่อ อ๋องสิบสาม อ๋องสาม เดินตามก็ยิ่งทำหน้าเบื่อโลกเข้าไปอีก 'รู้งี้เอาหน้ากากหญิงอัปลักษณ์มาดีกว่า'

"อ้าวองค์ชายห้า ไหนพระองค์บอกมีธุระไง ไฉนเลยมาอยู่กับแม่นางเย่ได้" อ๋องสามถามขึ้นมา

"พอดีธุระของให้องค์รักษ์เงาไปจัดการเรียบร้อย จึงออกมาเดินดูของแล้วก็มาเจอแม่นางเย่" องค์ชายห้าแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ

"แล้วพวกพระองค์มีธุระแถวนี้ใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นข้ากับแม่นางเย่ไม่รบกวนพวกพระองค์แล้ว" องค์ชายห้ารีบตัดบท

"พวกข้าตั้งใจจะมาซื้อของให้เสด็จแม่ และน้องหญิง แต่เลือกไม่เป็น ถ้าอย่างนั้นพวกข้ารบกวนแม่นางเย่ช่วยเลือกได้หรือไม่" องค์ไท่จื่อไม่สนใจองค์ชายห้าที่พยายามกันพวกเขาออก ถ้าจะทำคะแนน ก็ไปกันทั้งหมดนี่แหละ แล้วพวกนั้นเผลอแล้วค่อยหาโอกาสทีหลัง

หม่าซ่วนฉีที่ตอนนี้อยากแสร้งตายให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่ตามน้ำไป ไว้หาจังหวะเหมาะค่อยหาวิธีชิ่ง

"ได้ซิเพคะ พวกพระองค์คิดไว้หรือยังว่าอยากซื้อสิ่งใดให้พระมารดา และองค์หญิง หม่อมฉันจะได้เลือกถูก"

"ข้าไม่รู้ว่าสตรีชมชอบอันใด แล้วแต่เจ้าจะเลือกเถิด" อ๋องสามกล่าว

หม่าซ่วนฉีที่เหลือบเห็นตลับเล็กๆไว้ใส่โอสถหรือของกระจุกกระจิกก็นึกถูกใจ กะว่าจะเอามาใส่โอสถ จึงรีบเดินเข้าไปดู

"ลั่วเหยียน เจ้าว่าอันนี้ข้าเอาไว้ใส่โอสถดีหรือไม่ ท่านอาจารย์ให้โอสถมาเยอะเชียว เจ้าดูซิเป็นลิ้นชักด้วยน่ารักดี หรือว่าอันนี้ดีใส่โอสถก็ได้ใส่เครื่องประทินผิวก็ได้แบบมีคันฉ่องด้วย" หม่าซ่วนฉีที่เคยเห็นของพวกนี้ตามหนังสือและอินเตอร์เน็ตก็ออกอาการตื่นเต้น

"พ่อค้าเจ้าคะสองชิ้นนี้ราคาเท่าใด"

"อันที่ไม่มีคันฉ่อง 5 ตำลึงเงิน อันมีคันฉ่อง 10 ตำลึง ขอรับคุณหนู แต่ถ้าคุณหนูซื้อทั้ง 2 ชิ้นข้าลดให้ เหลือ 13 ตำลึงเงิน" พ่อค้าใจดีบอกลดราคาให้ด้วย

"งั้นข้าเอาทั้ง 2 ชิ้นเลย" พูดจบยังไม่ทันล้วงเงิน ก็มีมือสี่มือยื่นเงินมาให้พ่อค้า พ่อค้าทำหน้างงเลือกไม่ถูกว่าจะรับเงินใครดี จึงมองหน้าคุณหนู นางหน้าตางดงามมากไม่แปลกที่จะมีบุรุษท่าทางเป็นคนใหญ่คนโตมาติดพัน แต่นี่มีถึงสี่คน น่าหนักใจแทนนางจริง ๆ

หม่าซ่วนฉีเห็นก็แอบถอนใจ อยากจ่ายใช่มั้ย ได้ข้าจัดให้ รู้ว่าพวกท่านมีเงินเยอะดี ค่ายของข้า กับห้วงมิติที่สร้างใหม่ยังขาดของอีกเยอะ คราวนี้ชักเริ่มสนุกแล้วสิ

"ขอบพระทัยทุกพระองค์เพคะ หม่อมฉันเกรงใจ อันนี้เป็นของที่หม่อมฉันอยากได้ ไม่อยากรบกวนพระองค์ และอีกอย่างหม่อมฉันเพิ่งนึกได้ว่ามีอีกหลายสิ่งต้องซื้อกลับบ้านเพราะหม่อมฉันต้องการจะทำห้องใหม่ วันนี้อาจไม่สะดวกที่จะเลือกของฝากให้ทุกพระองค์เพคะ ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน หม่อมฉันค่อยมาดูให้ได้รึไม่เพคะ" หม่าซ่วนฉีขุดหลุมดัก และอยากรู้ใครจะตกหลุมเป็นคนแรก และแล้วเหยือรายแรกก็มา

"ข้าไม่รีบ เอาอย่างนี้ข้าเดินเป็นเพื่อนเจ้า ถ้าข้าเจอของถูกใจก็จะลองถามเจ้าดูว่าเหมาะกับสตรีหรือไม่ เจ้าก็ไม่ต้องสนใจข้าอยากเลือกซื้อสิ่งใดก็ตามสบาย กล่องใส่ของสองอันนี้ถือว่าข้าให้เจ้าเป็นการตอบแทนเรื่องพญาอินทรีย์สีทองดีหรือไม่ เพราะข้ายังไม่ได้ตอบแทนเจ้าเลย" องค์ไท่จื่อที่เป็นคนแรกที่โดดลงมาในหลุม

"งั้นก็สุดแล้วแต่พระองค์เพคะ หม่อมฉันขอบพระทัยองค์ไท่จื่อ" หม่าซ่วนฉีก็ยิ้มโปรยเสน่ห์นิด ๆ ทำเอาฟ่งซื่อเหยียนแทบอยากจะเหมาทั้งร้านให้นางเลยทีเดียว

พ่อค้าได้ฟังดังนั้นก็แอบยิ้มแม่หนูนี่ฉลาดและเจ้าเล่ห์จริง ๆ ถึงขนาดกล้าขุดหลุมดักองค์ไท่จื่อ องค์ไท่จื่อยื่นเงินให้ 50 ตำลึงเงินบอกไม่ต้องทอน ทำเอาพ่อค้ารีบขอบพระทัยเป็นการใหญ่ แล้วคิดในใจ ร้านต่อไปร้านไหนจะโชคดี

แล้วองค์ไท่จื่อก็หันมาตรัสกับอีกสามพระองค์ "ท่านอา องค์ชายห้า และท่านอ๋องสาม เดี๋ยวข้าจะเดินไปเลือกของกับแม่นางเย่ก่อน พวกท่านคงไม่รีบใช่หรือไม่ เหลืออีกตั้งหลายวันกว่าจะกลับเมืองหลวง เพราะวันนี้แม่นางเย่คงไม่สะดวกช่วยพวกท่านเลือก งั้นข้าก้บแม่นางเย่ขอตัวก่อน" องค์ไท่จื่อที่ตัดบทดื้อ ๆ แบบน้ำขุ่น ๆ แล้วผายมือเชิญหม่าซ่วนฉีเดิน

อ๋องสิบสาม องค์ชายห้า และ อ๋องสาม อยู่ดีๆก็โดนไท่จื่อตัดหน้าและชิงคนไปหน้าตาเฉย ก็รู้สึกไม่พอพระทัยและเสียพระพักต์ แต่ละพระองค์ก็ไม่เอ่ยวาจาอันใด

ระหว่างที่ทั้งสี่พระองค์กำลังสนทนากันอยู่ หม่าซ่วนฉีที่รับของที่ซื้อจากพ่อค้าแล้วหันไปหาลั่วเหยียนแล้วกระซิบอะไรบางอย่าง ลั่วเหยียนกลั้นหัวเราะจนปวดแก้มแล้วส่งของไปให้ฟั่งเหอถือต่อแล้วกระซิบบอกฟั่งเหอ ฟั่งเหอก็เช่นกันกลั้นหัวเราะจนปวดแก้มและส่ายหัวกับความแสบของนายใหม่ของตน

หม่าซ่วนฉีเดินดูของเป็นเรื่อย ๆ ทั้งสี่พระองค์ก็ยังเดินตามมา โดยอีกสามพระองค์ให้เหตุผลว่าไม่รู้จะกลับไปทำอะไรที่โรงเตี๊ยมมาเดินดูของเผื่อชอบสิ่งใดและเดินชมเมืองเล่น แล้วทุกพระองค์ก็หน้ามึนเดินตามหม่าซ่วนฉีต่อ หญิงสาวที่เดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ก็ได้ของมามากมายจนเต็มมือลั่วเหยียนกับฟั่งเหอ หม่าซ่วนฉีเลยหันไปบอกให้ทั้งสองคนกลับเอาของไปเก็บที่โรงเตี๊ยมแล้วจัดข้าวของเตรียมฝากกับเมืองหลวงก่อน

หม่าซ่วนฉีก็เดินดูของต่อ นางเห็นร้านเครื่องประดับก็ทำสายตาเจ้าเล่ห์ คราวนี้เล่นของใหญ่ดีกว่า แหม มีท้องพระคลังเดินได้นี่ดีจริง ๆ แถมยังมีท้องพระคลังให้เลือกถึงสามแคว้นอะไรจะสุขใจเท่านี้ ช็อปได้ของเยอะตังอยู่ครบ

หม่าซ่วนฉีก็เดินเข้าร้านเครื่องประดับ นางเห็นกำไรที่เป็นรูปนกยูงก็เกิดถูกใจคิดว่าจะลงเวทย์มิติแล้วเอาไว้ใส่เล่น เวลาจะหยิบของจะได้ไม่เป็นที่สังเกต กำไลนกยูงมีพลอยหลายสีน้ำงดงาม ตานกยูงประดับด้วยเพชรน้ำงาม ส่วนตัวกำไลเป็นทองฉลุอย่างงดงาม หม่าซ่วนฉีถูกใจมา จึงเรียกขอดูแล้วถามราคา

"ท่านลุง กำไลนกยูงวงนี้ราคาเท่าใดเจ้าคะ"

"คุณหนูท่านช่างตาแหลมนัก กำไลนี้ใช้เวลาทำถึงสามปี ราคา 300 ตำลึงทอง" พ่อค้าบอกราคาทำเอาหม่าซ่วนฉีตกใจ หม่าซ่วนฉีแกล้งทำหน้าเสียดายก่อนจะส่งคืน

"ขอบใจท่านลุงมากจ้ะ สวยสมราคาจริง ๆ" แล้วก็แกล้งหันไปดูอย่างอื่น หางตาก็เห็นทั้งสี่พระองค์อยากจะซื้อกำไลนกยูงให้จะขาดใจจนแทบจะกลายเป็นการประมูล เพราะมันเหมือนให้ของแทนใจ เป็นของดูต่างหน้า ทำเอาพ่อค้าหน้าบาน แต่เลือกไม่ถูกว่าจะขายใคร เลยหันมาขอความช่วยเหลือจากนาง

"เอ่อ คุณหนู ท่านจะให้ผู้ใดซื้อให้ขอรับ"

หม่าซ่วนฉีก็หันไปมองทั้งสี่พระองค์แล้วยิ้มหวานโชว์เขี้ยวเล็กทั้งสองข้างแถมยังมีลักยิ้มมุมปากที่บุ๋มลงไปน้อย ทำเอาทั้งสี่ พระองค์แทบเพ้อ

"หม่อมฉันไม่อยากได้แล้วเพคะ หม่อมฉันเกรงใจ ที่ทุกพระองค์ซื้อของให้หม่อมฉันก็ตั้งมากมายแล้ว หม่อมฉันละอายใจ จนทำให้ไม่กล้าหยิบสิ่งใด ยิ่งในร้านนี้มีทั้งกำไล แหวน ไหนจะต่างหู สร้อยคอ งดงามตั้งมากมาย ถ้าหม่อมฉันหยิบจับหมด พวกพระองค์มิต้องเสียเงินทองมากมายหรือเพคะ" หลุมนี้ช่างใหญ่นัก ตกลงมาทุกพระองค์ก็ยังมีที่เหลือ

"เจ้าไม่ต้องเกรงใจ เลือกมาเถอะ หรือจะให้ข้าเหมาร้านให้เจ้าดี" องค์ชายห้าบอกอย่างใจป้ำ

"อย่าเลยเพคะ ซื้อเยอะขนาดนี้หม่อมฉันก็ไม่ได้ใช้หรอกเพคะ ถ้าพระองค์เหมาหมดร้าน หม่อมฉันจะกลับโรงเตี๊ยมเดี๋ยวนี้" หม่าซ่วนฉีพูดเสียงเด็ดขาด เพราะซื้อมากไป แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องซื้อ นางก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะใส่ใจนางจริง ๆ

"เข้าแล้ว เจ้าก็เลือกเฉพาะที่เจ้าอยากได้ แล้วข้าจะซื้อให้เจ้าเอง" องค์ชายห้ากล่าว

"แม่นางเย่ นี่ถือเป็นคำขอโทษจากข้าที่วันนั้นข้าล่วงเกินเจ้า" ฟ่งจิ่นพูดเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคนเพราะไม่อยากให้นางเสื่อมเสีย แล้วพระองค์ก็หยิบสร้อยข้อมือที่ตรงกลางเป็นเพชร ที่เจียรไนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวแล้วตัวสร้อยมี 3 สายเป็นเพชรสลับกับไพลินพร้อมสร้อยคอรูปจันทร์เสี้ยวที่เข้าชุดกัน หม่าซ่วนฉีพอเข้าใจว่าท่านอ๋องสิบสามคิดว่าแซ่เย่ของนางคือ เย่วที่แปลว่าพระจันทร์

หม่าซ่วนฉีมองอย่างพอใจแล้วยิ้มให้น้อย ๆ แต่ดูน่ารัก "คำขอโทษของพระองค์ หม่อมฉันรับด้วยใจ แต่ของสองสิ่งนี้ หม่อมฉันถือว่าเป็นของสำหรับเริ่มมิตรภาพที่ดีก็แล้วกันเพคะ แล้วหม่อมฉันก็ต้องอภัยพระองค์ด้วยที่หม่อมฉันพูดจาล่วงเกินและกลั่นแกล้งพระองค์วันนั้น เย่หรูปิงขออภัยท่านอ๋องสิบสามเพคะ" ฟ่งจิ่นที่ได้ยินดังนั้นก็หัวใจพองโต

จังหวะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน อ๋องสาม ก็เดินเข้ามาขัดจังหวะ แล้วยื่นแหวนรูปดอกไม้ที่ตรงกลางที่เป็นไพลินเม็ดใหญ่ ล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็ก และต่างหูรูปดอกไม้ที่ตรงก้านมันเป็นเพชรเม็ดใหญ่และตามด้วยเม็ดเล็ก ๆ หกเม็ดเรียงลงแล้วตรงปลายก็เป็นรูปดอกไม้ที่เหมือนกันแหวนซึ่งเป็นชุดเดียวกันงดงามยิ่งนัก หม่าซ่วนฉีที่เป็นคนชอบไพลินมาตั้งแต่มิติก่อน เห็นแล้วก็ตาเป็นประกาย อ๋องสามเป็นอีกคนหนึ่งที่ช่างสังเกตและใส่ใจ นางมองแค่แวบเดียว เขาก็มองออกว่านางชอบ ไม่ธรรมดาจริง ๆ แต่ทั้งอ๋องสาม และอ๋องสิบสามเป็นคนที่นางต้องระวังเพราะเขาช่างสังเกตจนเกินไป อาจจะจับได้ว่านางเป็นหม่าซ่วนฉี

ส่วนองค์ไท่จื่อกับองค์ชายห้าก็เลือกของที่มีราคาพอสมควรให้นางอีกคนละชุด ทำเอาเถ้าแก่เจ้าของร้านยิ้มหน้าบาน แทบจะปิดร้านได้เป็นเดือนเลยทีเดียว

หม่าซ่วนฉีที่เดินออกร้านเครื่องประดับด้วยของที่ถูกใจ นอกจากไม่ต้องเสียเงินซื้อแล้ว ยังไม่ต้องถืออีกด้วย เพราะมีคนถือของกิตติมศักดิ์ช่วยถือ

หม่าซ่วนฉีเดินซื้อของอีกครึ่งชั่วยาม(หนึ่งชั่วโมง)ก็เริ่มเหนื่อย จึงหันไปชวนเหล่าองค์ชายและท่านอ๋องทั้งหลายหาอะไรกินนางจะเลี้ยง พอหันไปมองนางก็แทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เพราะแต่ละพระองค์ถือของที่ตัวเองซื้อให้นางกันจนเต็มไม้เต็มมือ บางพระองค์ถึงกับต้องหนีบไว้เลยทีเดียว ที่จริงองค์รักษ์เงาต่างออกมาจะช่วยถือให้ แต่หม่าซ่วนฉีปรายตามองประหนึ่งว่าของข้าท่านถือให้ไม่ได้หรือ แล้วเป็นองค์ชายห้าที่บอกกับองค์รักษ์เงาว่าพวกเจ้าไม่ต้องของแค่นี้ข้าถือเองได้ ทำเอาอีกสาม พระองค์ก็ต้องถือตาม

หม่าซ่วนฉีแกล้งทั้งสี่พระองค์จนพอใจ ก็ชวนทั้งพระองค์ไปเสวยอาหาร โดยที่นางบอกว่าถ้าไม่ให้นางเลี้ยงของทั้งหมดนางก็จะไม่รับ ทั้งสี่พระองค์จึงยินยอม

เมื่อไปถึงโรงเตี๊ยมจินเป่าหลง ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารและสุรา หม่าซ่วนฉีก็บอกให้เชิญหม่าซ่งชิงกับหลี่ฟางเทียนมาด้วย ทำเอาทั้งสี่พระองค์ที่พกไหน้ำส้มมาแล้วส่งกลิ่นหึ่งไปทั่ว แต่นางไม่สนใจ บอกว่าอยากเลี้ยง ทุกพระองค์ไม่อยากขัดใจนางจึงให้องค์รักษ์เงาไปตาม

จู่ ๆ หม่าซ่วนฉี หยิบผ้าเช็ดหน้าสี่ผืนขึ้นมา แล้วมอบให้ทั้งสี่พระองค์ บนผ้าเช็ดหน้าอีกกลิ่นหอมอ่อนที่คล้ายกลิ่นกายของนาง ทำเอาทั้งสี่พระองค์รีบเก็บไว้ที่อกเสื้อ หม่าซ่งชิงกับหลีฟางเทียนมาถึงก็เห็นเหล่าสหายผู้สูงศักดิ์ดูท่าเหน็ดเหนื่อยแต่หน้าตาสดชื่นและที่ทำให้อ้าปากค้างคือของที่วางเรียงรายอยู่ข้างโต๊ะ ทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้ แล้วใครเป็นผู้ถือ แต่ทั้งสองคนคิดว่าองค์รักษ์เงาคงจะถือแล้วมาไว้ให้แล้วเดี๋ยวคงมาเอาไป

หม่าซ่วนฉีที่เลี้ยงอาหารและสุราพร้อมกับพูดคุยกับเหล่าบรรดาบุรุษผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย แต่ที่นางให้ความสนใจมากที่สุดคือหม่าซ่งชิง นางจำได้หม่าซ่งชิงชอบกินอะไร จึงสั่งของโปรดให้พี่ชายของนายหลายอย่าง ทั้งยังคีบให้ด้วย "คุณชายหม่าหมูอบน้ำผึ้งอร่อยนะเจ้าคะ แล้วยังมี ปีกไก่อบเหล้าดอกท้อ เห็นท่านชอบทานเยอะ ๆ นะเจ้าคะ และนี่เป็นสุรานารีแดงเดี๋ยวข้ารินให้นะเจ้าคะ" ทำเอาหม่าซ่งชิงแทบอยากหายตัวได้ กินอาหารไม่รู้รสแถมไอสังหารจากทั้งสี่พระองค์ทำเอาเขาแทบกระอักโลหิต นี่ข้ามีความแค้นเคืองกับนางหรืออย่างไร ทำไมนางถึงอยากให้ข้าตาย

หลี่ฟางเทียนที่มองสหายรักอย่างเห็นใจก็หันมากระซิบ "ซ่งชิงเจ้าไม่ต้องห่วง วันนี้ในปีหน้าข้าจะเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้"

หม่าซ่งชิง "___"

-----------------------

น้องฉีเราคราวนี้ได้ของฟรีกลับบ้านเพียบ แต่พี่ชายนางจะรอดจากไหน้ำส้มหรือไม่ ต้องรอตอนหน้านะคะ ใครอยากอ่านขอเสียงหน่อยค่า

อย่าลืมเข้ามาเล่นเกมส์ด้วยนะคะ

ตอนนี้กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้าเปิดกลุ่มไลน์แล้วค่ะ ใครสนใจพูดคุย Add Line Phoenix-c แอดแล้วทักด้วยนะคะว่าอยากอยู่กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ไรท์กำลังรีไรท์บางช่วงที่เวิ่นเว้อออก และใส่ช่วงหนุ่มขนอ้อย และเวทย์ที่นางเอกฝึก ช่วงนี้อาจทำผลโหวตเยอะนิดนึงนะคะ อย่าลืมมากดติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ จะได้เป็นกำลังให้ไรท์สู้ต่อไป

อยากอ่านคอมเม้นท์จากรีด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมาหน่อยนะคะ

special thanks

ขอบคุณรีดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณคอยให้กำลังใจ ช่วยคิด ช่วยแก้ไขงาน เรื่องนี้คงไม่ออกมาดีแบบนี้ ไรท์ขอบคุณจากใจค่ะ

รีดที่น่ารักคะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคน ถ้าชอบ กด Like Share และ Favoriteให้ด้วย จะได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านเรื่องของเราอยู่

กราบขอบพระคุณค่า

ไรท์

เหมือนเดิมนะคะ

1 เม้นท์ = 1 กำลังใจ

1 โหวต = 1แรงเชียร์

1 แชร์ = 1เสียงชื่นชม

1 กดติดตาม = 100 ล้านกำลังใจ เพราะไรท์จะได้รู้ว่ามีรีดชอบอ่านแค่ไหน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย AppleBlue
น้องสาวคิดฆาพีชายหรือนี
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย แมวเหมียว
รอยุน้าาาาาาาาา
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

รีวิว