แม่มดสาวเจ้าเสน่ห์

บทที่ 8

วันหยุดอีกวันของหลานๆ ซึ่งชดเชยกับวันหยุดราชการทำให้โรงเรียนปิด เขามองหน้าแม่บ้านสาวที่เอาแต่ก้มหลบหน้าเขาด้วยความสนใจ ในใจก็อยากถามเธอให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจก็บอกตัวเองว่าเธอจะหาว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่ฝันอะไรแบบนั้น ชายหนุ่มตัดใจไม่ถาม แม้จะอยากรู้เพียงไรก็ตาม หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เอกภาพก็ชวนหลานชาย เข้าห้องทำงาน ส่วนปิงปองนั้นตามซินนี่เข้าครัว

“วันนี้ทำอะไรครับน้าอะตอม” ลูกโป่งถามน้าชาย

“ประดิษฐ์หุ่นยนต์ไงเราชอบไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มพาหลานๆ ทั้งสองประดิษฐ์หุ่นยนต์อย่างสนุกสนาน เป็นหุ่นยนต์ที่สร้างจากวัสดุเศษเหลือ ส่งเสริมให้เกิดการประหยัดพลังงาน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เขาอยากปลูกฝังให้หลานๆ รักธรรมชาติและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันก็เจอปัญหามาจากเงื้อมือของมนุษย์พอแล้ว

“ได้เวลาทานอาหารแล้วคะ” ซินนี่เข้ามาตามเอกภาพและลูกโป่งในห้องทำงาน

เอกภาพมองซินนี่นิ่งๆ อย่างใช้ความคิด ใบหน้าเรียบเฉยดูเคร่งขรึมซึ่งเป็นปกติของเขา แต่สายตากำลังครุ่นคิดบางสิ่งที่ไม่มีใครรู้

“ทานด้วยกันสิ” ชายหนุ่มชวนแม่บ้านสาว ที่เห็นเธอยังยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร

“ค่ะ” ซินนี่นั่งลงทานอาหารกับเอกภาพและเด็กๆ ทั้งสอง เธอเผลอสบตาเขาบ่อยครั้ง เอกภาพก็เช่นกัน เขามองหญิงสาวทุกอากัปกิริยา เหมือนจะสังเกตมากกว่าจับผิด วันก่อนหลานๆ เคยมาบอกว่าซินนี่อาจไม่ใช่มนุษย์ เขายังเถียงเด็กทั้งสอง คิดว่าเด็กๆ อ่านหนังสือมากไป ดังนั้นอาจจินตนาการเกินจากความเป็นจริงไปได้ เขาจึงถาม ว่ามีหลักฐานอะไรที่คิดว่าซินนี่ไม่ใช่คน เด็กๆ บอกว่าใช้ความรู้สึก เขาจึงบอกว่าไปหาหลักฐานมาแล้วจะเชื่อ ทั้งสองจึงล่าถอยไปเพื่อสืบหาหลักฐานตามนิสัยของพวกแก แต่เขาเริ่มสงสัยเพราะความฝันหลายครั้งที่ติดกันทุกค่ำคืน อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญเป็นแน่

“ป่านนี้ยายกับแม่ของเธอคงเป็นห่วง” เอกภาพเปรยขึ้นมาขณะทานอาหาร เขาก็มีหลาน คนเป็นพ่อแม่หรือญาติทุกคนก็ย่อมเป็นห่วงลูกหลานของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น แต่แปลกที่ซินนี่ไม่เห็นพูดถึงยายกับแม่เลยตั้งแต่มาอยู่กับเขา ซึ่งหากรวมเวลาก็เป็นเดือนแล้วเห็นจะได้

“ค่ะ ยายกับแม่รู้แล้วว่าซินนี่อยู่ที่นี่” ซินนี่ตอบเขาตามความเป็นจริง หญิงสาวเงยหน้าสบตากับเขาด้วยความจริงใจ

“รู้แล้ว” ทั้งน้าหลานมองหน้ากันด้วยความงุนงง ว่ารู้ได้อย่างไรเล่า แล้วไม่พาซินนี่กลับบ้านหรือไงกัน

“ค่ะ รู้แล้ว” ซินนี่ตอบเสียงเรียบ

“แล้วยายกับแม่ของเธอไม่พาเธอกลับบ้านหรือไง” เอกภาพรู้สึกใจหายที่ถามหญิงสาวเช่นนั้น ไม่ใช่ถามถามเพราะจะรีบผลักไสให้หญิงสาวกลับบ้านตามที่ซินนี่คิด เพราะเธอไม่ได้สบตากับเขาจึงไม่รู้ว่าเขาคิดอันใดอยู่

“ที่บ้านของซินนี่ยากจน” เพียงคำตอบแรกของลูกศิษย์สาวก็ทำให้อาจารย์อูลก้าแอบหัวเราะ ไม่เสียแรงที่เขาอบรมสั่งสอนมาดี

“ยากจนเหรอ” เอกภาพสนใจถามไถ่ต่อ เขายอมรับว่าไม่รู้เรื่องราวของซินนี่เลยแม้แต่น้อย เขาก็อยากรู้ว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ที่สำคัญอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเธอ

“ค่ะ ยากจน ซินนี่ก็เลยอยากหางานทำ ตอนนี้ก็ได้แล้ว คือทำงานที่นี่ ยายกับแม่ก็เบาใจ”

“ยายกับแม่ของเธออยู่ไหน ตอนเจอกันวันนั้นก็ไม่ได้บอก บอกว่าท่านทั้งสองไล่ออกจากบ้านมา” เอกภาพรีบถาม เขาควรพาเธอกลับไปหายายกับแม่ที่บ้านบ้าง หากท่านยินดีให้เธอทำงานที่นี่จริงๆ เขาก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

“เอ่อ...ความจริงซินนี่ไม่ได้ถูกไล่ออกจากบ้านหรอกค่ะ ซินนี่หนีออกจากบ้านมา” ซินนี่โกหกคำโต อาจารย์ผู้เสี้ยมสอนถึงกับยิ้มกริ่มในคำพูดของลูกศิษย์สาว

“หนีออกจากบ้าน” น้าหลานทั้งสามประสานเสียงพร้อมกัน เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้งเหมือนระฆังช่วยชีวิต

“สงสัยจะมีคนมา ซินนี่ไปเปิดประตูก่อนนะคะ” ซินนี่รีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร เอกภาพไม่ทันทักท้วงเขาจึงได้แต่อ้าปากค้าง

“ท่านยาย ท่านแม่” ซินนี่ตาโตที่เห็นยายและแม่ในลุคใหม่ ไม่เคยเห็นยายกับแม่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ของมนุษย์มาก่อน

“ยายกับแม่มาตรงเวลาไหมล่ะ” นาเนียร์แซวหลานสาวที่ยิ้มแก้มปริอยู่หน้าประตู

“มาตรงเวลาเลยค่ะ นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว”

เอกภาพขมวดคิ้วมองหญิงชรากับหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามาในบ้าน ถ้าเขาจำไม่ผิด เขาไม่รู้จักทั้งสองคน

“นี่ยายและแม่ของซินนี่ค่ะ” ซินนี่แนะนำ ผายมือไปที่นาเนียร์กับเวเนียร์ที่ใส่ผ้าถุงกับเสื้อเก่าๆ

เอกภาพกับหลานๆ มองหญิงต่างวัยทั้งสองตาโต อะไรจะบังเอิญขนาดนี้เพิ่งพูดถึงอยู่หยกๆ ก็มาปรากฏตัว อย่างกับรู้

“เชิญนั่งก่อนสิครับ ถ้าไม่รังเกียจทานข้าวกันก่อน” เอกภาพผายมือไปที่โต๊ะอาหาร เขาจำต้องชวนทั้งสองทานอาหารด้วยกันตามมารยาท

“แหมใจดีจังเลยพ่อคุณ” นาเนียร์เอ่ยกับเอกภาพยิ้มๆ ไม่นานทุกคนก็นั่งร่วมโต๊ะอาหารกัน เอกภาพก็ยังไม่หายงุนงง แต่ก็ชวนคุยเพื่อสอบถามข้อมูล ส่วนลูกโป่งกับปิงปองแอบกระซิบอะไรกันสองคน

“ซินนี่หนีออกจากบ้านมาหางานทำ” นาเนียร์เริ่มเล่าเรื่องราวให้ฟัง ว่าที่บ้านยากจน ซินนี่จึงหนีมาหางานทำแล้วเผอิญไปเที่ยวจึงได้เจอกับเอกภาพ เอกภาพถามไปเรื่อยๆ ว่าบ้านอยู่ที่ไหน เวเนียร์จึงบอกว่าอยู่ต่างจังหวัดทุรกันดารมาก

“แล้วรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าซินนี่อยู่ที่นี่ แต่ชื่อแปลกนะครับ ชื่อซินนี่แปลว่าอะไรเหรอครับ” ดร.หนุ่มที่มีสายเลือดนักวิทยาศาสตร์ตัว สอบถามต่อเรื่อยๆ แล้วเก็บรายละเอียดยิบ ทั้งนาเนียร์และเวเนียร์ที่บอกว่าตัวเองชื่อยายเนียมกับน้าแวงบอกเล่าว่าพ่อขอซินนี่ที่เสียไปแล้วตั้งให้ ไม่รู้แปลว่าอะไร

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงทผมจะจ้างซินนี่ให้ทำงานต่อไป” เอกภาพบอกให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคลายความกังวล หลังจากซักถามข้อสงสัยจนกระจ่าง ทั้งสองแม่ลูกซักซ้อมกันมาอย่างดี จึงตอบคำถามของเอกภาพไม่ติดขัดเลยแม้แต่ข้อเดียว

“จ้ะ ยายกับลูกสาวคงต้องขอตัวกลับต่างจังหวัดก่อน”

“จะกลับแล้วเหรอครับ” เอกภาพตกใจ ที่ทั้งสองมาตั้งแต่เช้าก็งงๆ มากพอแล้ว ว่ามาบ้านเขาถูกได้ยังไง แล้วพอทานข้าวเสร็จก็จะกลับกันเลย เหมือนกับว่าบ้านอยู่ใกล้ๆ แทนที่จะเป็นต่างจังหวัด

“จ้ะ”

“พักที่นี่สักคืนก่อนเถอะครับ มากันเหนื่อยๆ แบบนี้จะกลับกันเลยเหรอครับ เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะขับรถไปส่งน่าจะดีกว่านะครับ”

“แหม... เป็นคนดีจริงๆ เลยพ่อหนุ่ม แต่ยายกับแม่ต้องรีบกลับทิ้งคุณตาเอาไว้ที่บ้านคนเดียว ฝากเพื่อนบ้านเอาไว้ แกแก่มากแล้ว หูตาฝ่าฟางมองไม่ค่อยเห็น” เอกภาพยิ่งเห็นใจทั้งสองเข้าไปใหญ่ นี่ซินนี่ลำบากขนาดนี้เลยเหรอนี่

“ถือว่าผมให้เพราะอยากช่วยเหลือครอบครัวของซินนี่แล้วกันนะครับ รับไปเถอะครับไม่ต้องเกรงใจหรอก เพื่อนมนุษย์ย่อมช่วยกัน” เอกภาพพยายามยัดเยียดเงินจำนวนหนึ่งให้ยายและแม่ของซินนี่เมื่อทั้งสองทำท่าจะไม่รับ

“พ่อหนุ่มเป็นคนดีจริงๆ ขอบใจมาก ยายฝากซินนี่ด้วยนะ”

“ครับ งั้นผมไปส่งแล้วกัน” ทั้งนาเนียร์กับเวเนียร์ไม่ได้คัดค้าน ยอมให้ขับรถไปส่งที่ท่ารถและซื้อตั๋วให้ โดยซินนี่ตามไปส่งด้วย

“ยายกับแม่โชคดีนะจ๊ะ” ซินนี่กอดรัดยายกับแม่แนบแน่นที่ส่งทั้งสองขึ้นรถ ยายกับแม่หลิ่วตาให้นิดหนึ่ง ซินนี่จึงชวนชายหนุ่มกลับบ้าน

ระยะทางที่นั่งรถมาด้วยกัน เอกภาพเหลือบมองซินนี่มาตลอดทาง เขาสงสัยอะไรหลายอย่าง แม้จะถามคำถามจนหมดตามที่สงสัย แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่ามีบางสิ่งที่เขายังไม่รู้เกี่ยวกับเธอ แต่ชายหนุ่มเลือกที่จะเงียบไว้ อยู่ดีๆ ยายกับแม่ก็โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว เป็นเรื่องน่าแปลกทีเดียว

เมื่อขับรถกลับมาถึงบ้าน เห็นหลานๆ เล่นกับเจ้าบิ๊กและเจ้าโบ้อยู่ เขาจึงเลี่ยงขึ้นห้องเพื่อทำงานของตัวเองต่อ ส่วนซินนี่ก็เริ่มทำงานบ้าน

“พี่ลูกโป่งไปแอบดูพี่ซินนี่กันดีกว่าค่ะ ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่” ปิงปองกระซิบกับพี่ชาย

“เจ้าบิ๊ก สงสัยเจ้านายสงสัยในตัวน้องซินนี่เสียแล้ว” เจ้าโบ้หันไปพูดกับเจ้าบิ๊กทันทีที่เจ้านายน้อยทั้งสองกระซิบกันแต่พวกมันแอบได้ยิน

“อืม... ไม่ต้องห่วง น้องซินนี่เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” เจ้าบิ๊กบอกเจ้าโบ้ มองเจ้านายตัวน้อยทั้งสองที่ย่องเข้าไปในบ้าน

“ไปสิปิงปอง พี่ซินนี่ชอบทำอะไรแปลกๆ” เด็กทั้งสองแอบกระซิบกันขณะย่องเข้าไปในบ้าน

“คิดเหมือนปิงปองไหมคะ” เด็กน้อยกระซิบถามพี่ชาย

“คิดยังไงเหรอ” ลูกโป่งถามน้องสาว

“พี่ซินนี่อาจไม่ใช่คนธรรมดา” ปิงปองพูดกับพี่ชายวัยไล่เลี่ยกัน

“ทำไมถึงคิดแบบนั้น แต่พี่ก็คิด” เมื่อกระซิบกับน้องสาวก็แอบหัวเราะพร้อมกัน พวกเค้าชอบอ่านหนังสือเกินเด็กวัยอื่น เอกภาพมีหนังสือมากมายในห้องทำงาน และเด็กๆ ก็ชอบอ่านหนังสือทุกเล่มของน้าชายมากกว่าออกไปเที่ยวซนเหมือนเด็กทั่วไป จะมีบ้างบางครั้งที่อยากออกไปเที่ยว แต่น้อยครั้งมาก

“หรือว่าพี่ซินนี่จะเป็นแม่มด” น้องสาวตั้งข้อสังเกต

“หรืออาจเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ก็ได้” พี่ชายว่าดวงตาเป็นประกาย

“แต่ทำไมมียายกับแม่ด้วย” ปิงปองเสนอความคิด

“พี่ซินนี่อาจเรียกให้ยายกับแม่มาก็ได้ แต่ไม่ใช่คนทั้งคู่” ลูกโป่งพูดเป็นตุเป็นตะ

ทั้งสองแอบย่องไปดูแม่บ้านคนเก่งในห้องครัว ซินนี่มองว่าปลอดคน เธอจึงเริ่มร่ายมนตร์คาถาทำความสะอาดจานชามและทำความสะอาดห้องครัวเพียงแค่พริบตาเดียว

ลูกโป่งเอามือปิดปากน้องสาวเอาไว้ มองกันตาโต

“ไปเถอะ ไปตั้งหลักก่อน” พี่ชายที่แสนดีพาน้องสาวหุ่นเกือบเท่ากันเข้าห้อง เด็กๆ รีบวิ่งเข้าห้องแล้วล็อกประตูห้อง

“พี่ลูกโป่ง พี่ซินนี่ไม่ใช่คน” ปิงปองกอดอกมองพี่ชายวัยสิบเอ็ดขวบ

“เราต้องบอกน้าอะตอม” ลูกโป่งขยับแว่นมองน้องสาววัยสิบขวบ

“น้าอะตอมจะเชื่อเราเหรอคะ เดี๋ยวหาว่าเราเพ้อเจ้ออีก” ผู้เป็นน้องขยับแว่นไม่แพ้พี่ชาย

“ต้องทำให้น้าอะตอมเชื่อ” พี่ชายมองน้องตาใส

“ทำยังไงคะพี่ลูกโป่ง” น้องสาวขยับเข้าใกล้พี่ชายด้วยความอยากรู้

“ยื่นหูมาสิ” ปิงปองรีบยื่นหูไปหาพี่ชาย พี่ชายกระซิบกระซาบ ปิงปองหัวเราะคิกคัก รีบออกจากห้องนอนเมื่อคิดแผนได้สำเร็จ น้าชายของพวกเค้าก็ชอบพิสูจน์เหมือนกัน นิสัยเดียวกันชัดๆ

“น้าอะตอมทำอะไรอยู่ครับ”

ลูกโป่งถามขณะปีนขี้นไปนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆ กับน้าหนุ่ม

“อ่านหนังสืออยู่น่ะ เรื่องสัตว์ในมหาสมุทรและทะเลลึก” เอกภาพตอบหลานๆ ปิงปองปีนขึ้นไปหยิบหนังสือที่เป็นเล่มแรกขึ้นมาเปิดดู

“เล่มนี้ปิงปองเคยอ่านแล้วค่ะ” ปิงปองรักหนังสือไม่แพ้น้าชาย ค่อยๆ เปิดดูภาพสัตว์ในท้องทะเลไม่ว่าจะเป็นปลา หอย ปะการัง และสัตว์ทะเลหายากรวมถึงมีพิษดุร้ายอีกหลายชนิด เด็กน้อยอ่านทวนข้อความที่บรรยายถึงสิ่งมีชีวิตพวกนั้นซึ่งมีภาพประกอบสวยงามด้วยความเพลิดเพลิน

“น้าเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวไหมครับ” ลูกโป่งเริ่มถามน้าชาย

เอกภาพเงียบไปสักพัก ตอนนี้เขาก็กำลังพิสูจน์อะไรบางอย่างอยู่ แต่จะให้เขาเชื่อในสิ่งที่ยังหาหลักฐานไม่ได้เพียงแค่สมมุติฐานเขาก็เชื่อไม่ลง

“ทำไมถึงถามน้าแบบนี้ล่ะ” เอกภาพหันไปมองหน้าหลานชายตัวน้อย ขยี้ศีรษะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู แต่แววตาครุ่นคิดถึงแม่บ้านสาวเต็มสมอง

“บางทีเราอาจเคยเจอมนุษย์ต่างดาวก็ได้นะคะ” ปิงปองที่มองภาพปลาการ์ตูนด้วยความสนใจเงยหน้ามองน้าชาย เหมือนจะพยายามบอกอะไรด้วยเช่นกัน

“เราสองคนต้องมีอะไรแน่ที่มาถามน้าแบบนี้ บอกมาซะดีๆ” เอกภาพรู้ทัน คาดคั้นเป็นการใหญ่ เด็กทั้งสองมองหน้ากันก่อนเริ่มเล่าในสิ่งที่เห็น เอกภาพกอดอกมองหลานๆ นิ่ง พลางใช้ความคิดตาม เขาไม่ได้ว่าหลานๆ เพ้อเจ้อ ไม่บอกว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ แค่รับฟังเฉย ไม่แสดงความคิดเห็นอันใด

“ถ้าน้าอะตอมไม่เชื่อ ลองสังเกตพี่ซินนี่สิครับ”

“แล้วน้าอะตอมจะเชื่อเรา เชื่อในสิ่งที่น้าอะตอมเห็น” ปิงปองสำทับคำของพี่ชาย เด็กทั้งสองรู้ว่าน้าชายไม่มีวันเชื่อในสิ่งใดนอกจากได้เห็น ได้พิสูจน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนที่ยึดทฤษฏีและความถูกต้องมาตลอดชีวิตอย่างเอกภาพจะต้องเห็นกับตา สัมผัสกับมือ พิสูจน์กับทฤษฎีถึงจะเชื่อ

ลูกโป่งกับปิงปองมองหน้ากันนิ่งที่เห็นน้าชายนิ่งเงียบไป คราวนี้ไม่ปฏิเสธใดๆ เหมือนครั้งก่อน จึงรู้ว่าน้าชายกำลังต้องการพิสูจน์คำพูดของพวกเค้าอยู่

คืนนั้นเอกภาพนอนกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมานอนไม่หลับ คิดถึงคำพูดของหลานๆ ทั้งสองวกไปวนมา ในที่สุดก็ตัดสินใจลงมายังสนามหญ้าหน้าบ้าน เขาเห็นแม่บ้านสาวกำลังยืนมองดวงจันทร์อยู่เบื้องหน้า เท้าแกร่งชะงัก มองทรวดทรงองเอวของเธอทางด้านหลังจนเพลิน ชายหนุ่มค่อยๆ เรียกสติที่เลื่อนลอยกลับคืนมาเดินไปหาหญิงสาว

“ยังไม่นอนเหรอ” เอกภาพถามคนที่กำลังมองดวงจันทร์ด้วยความตั้งอกตั้งใจ

“คุณอะตอมก็ยังไม่นอนเหรอคะ” ซินนี่ไม่ตอบแต่ถามกลับ

“นอนไม่หลับ แล้วเธอล่ะ คิดอะไรอยู่” เขาชวนคุย

“คิดหลายอย่างค่ะ” หญิงสาวตอบตามตรง

“เช่นเรื่องอะไรบ้าง” เขายืนเคียงข้างมองพระจันทร์เคียงคู่กับเธอถามหญิงสาวเสียงเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความอยากรู้

“เรื่องยายกับแม่ค่ะ” ซินนี่หันมาตอบตาใส

“เสียดายที่ไม่ได้พักที่นี่สักคืน เธอจะได้หายคิดถึง” เขาพูดเรื่อยๆ

“ยายกับแม่ไม่อยากรบกวนคุณน่ะค่ะ ที่สำคัญตาก็ไม่มีใคร” ซินนี่ตอบเลี่ยง เดินไปเบื้องหน้าเพื่อหลบสายตาจับผิดของเขา

“ไม่เห็นรบกวนเลย หลานสาวก็อยู่นี่ แต่อย่างว่า ทิ้งอีกคนไว้ที่บ้านคงเป็นห่วงพอสมควร” เขาเดินตามเคียงข้างหญิงสาวไปในสนามหญ้า

“ยายกับแม่เกรงใจคนง่ายน่ะค่ะ คุณอะตอมอย่าถือสาเลยนะคะ แล้วอย่างที่คุณบอก ทิ้งคุณตาเอาไว้ เลยต้องรีบกลับ”

“ฉันไม่ถือสาหรอก วันหลังพาคุณตามาด้วยสิ แต่...” เอกภาพชะงักคำพูด คำว่าแต่ทำให้ซินนี่หันมามอง “เรื่องราวของเธอมันแปลกๆ” เอกภาพครุ่นคิดมองซีกหน้าสวยใสนิ่ง

“แปลกยังไงเหรอคะ” ซินนี่ถามเสียงเบา

“ยายกับแม่บอกว่าที่บ้านยากจน ทำไมเธอทำอาหารเก่งนัก แถมเป็นอาหารทุกชนิดอีกด้วย ไปเรียนมาจากไหนกัน” คำถามช่างสังเกตของเอกภาพทำให้ซินนี่สะดุ้ง

“ก็... อ๋อซินนี่เรียนไง” ซินนี่ขมวดคิ้วยุ่ง การพูดเรืองโกหกนี่ลำบากชะมัด

“เรียนเหรอ เธอเรียนที่ไหน จบอะไรมา ไม่เห็นเคยบอกฉันเลย ข้อมูลบัตรประชาชนฉันก็ลืมขอ” เอกภาพถามต่อเรื่อยๆ แต่ความอยากรู้เต็มเปี่ยม

“เรียนที่โรงเรียนไง จะเรียนที่ไหนล่ะ” ซินนี่ตอบส่งๆ ไป เธอไม่อยากตอบคำถามยุ่งยากอะไรแบบนี้เลย ให้ตายเถอะ!

“โรงเรียนอะไร”

“คุณอะตอมจะอยากรู้ไปทำไมคะ ส่วนบัตรประชาชนซินนี่ลืมไว้ที่บ้านค่ะ” ซินนี่เริ่มบ่ายเบี่ยง เธอไม่ได้เตรียมคำตอบแบบนี้ไว้ให้เขาสักหน่อย “ซินนี่ง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะคะ” หญิงสาวทำท่าปิดปากหาว

“เดี๋ยว” ชายหนุ่มรั้งแขนเอาไว้ ซินนี่จึงปะทะกับอกกว้างโดยแรงแบบไม่ทันตั้งตัว ดวงตาสองคู่สบกันนิ่งนาน ซินนี่กะพริบตาก้ม หน้าไม่กล้าสบตาคมกล้า เขาจ้องลึกเพื่อค้นหาความจริงในดวงตาเธอ

“ง่วงแล้วเหรอ” เขาถามเสียงเรียบเชยคางมนให้สบสายตาคมกล้า อยากถามต่อแต่ก็เปลี่ยนใจ

“ง่วงแล้วค่ะ” ซินนี่ตอบเสียงเบาเหมือนละเมอเมื่อได้สบสายตามีเสน่ห์ เอกภาพอ้ำอึ้ง อยากถามอะไรเธอต่อ

“คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่า ไปนอนเถอะฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกัน” เขายอมปล่อยแขนของหญิงสาวแต่โดยดี

“ค่ะ” ซินนี่รีบเดินเข้าบ้านทันทีที่เขาปล่อย ชายหนุ่มมองตามร่างแม่บ้านสาวคนสวยตาละห้อย

“บ้าจริง ทำไมไม่รู้จักถาม” เอกภาพได้แต่ด่าตัวเอง แล้วเดินเข้าบ้านไป ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนพลิกไปมาหลายรอบกว่าจะหลับ

“สบายจัง” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มรู้สึกสบายตัวที่มีมือนุ่มนิ่มของใครบางคนกำลังนวดแผ่นหลังให้

“สบายเหรอคะ” ซินนี่กระซิบถามเสียงใส เอกภาพรีบลืมตาเขาสบสายตาสีน้ำทะเลของซินนี่ที่ก้มลงมาในระดับใบหน้าเขาพอดี

“ที่นี่ที่ไหน” เอกภาพมองรอบกายด้วยความแปลกใจ

“สปา” หญิงสาวตอบสั้นแต่ได้ใจความ รอยยิ้มซุกซนปรากฏต่อสายตาของชายหนุ่ม

“ซินนี่ ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เขาถามแต่สายตาเจ้ากรรมมองผ้าสีหวานที่พันรอบเนินอกอวบไม่วาง

“ไม่บอก” ซินนี่ลุกขึ้นยืนให้เขาได้มองเต็มตา เอกภาพตาค้างมองหน้าท้องแบนราบนิ่งงัน เขาไล้สายตาคมมองเอวคอดและสะโพกผายงอนงามที่ใช้ผ้าสีเดียวกันกับด้านบนพันไว้หมิ่นเหม่ เขาได้แต่ตะลึงตะลาน ลมหายใจร้อนผ่าวติดขัดพร้อมๆ กับลำคอที่แห้งผากเหมือนขาดน้ำมาเป็นแรมปี แถมหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำแทบทะลุออกมานอกอก แล้วลุกขึ้นจากที่ตัวเองนอนอยู่ เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่อะไรเลยสักชิ้น มีเพียงผ้าขนหนูผืนน้อยปิดเบื้องล่างไว้เท่านั้น ทันทีที่ลุกขึ้นมันก็หล่นไปกองกับพื้น

“อิอิ” ซินนี่อุทานมองเขาตาโตแสนซน เอกภาพปกปิดความแข็งแกร่งใหญ่โตของตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ ช่างแกล้งยั่วเขาดีนัก

“ไม่เห็นต้องปิดเลย” ซินนี่เดินมาเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ จับร่างสูงใหญ่นอนลงดังเดิม

“จะทำอะไร” เขาถามเสียงแหบห้าว

“นวดให้คุณอะตอมค่ะ คุณจะได้หายปวดเมื่อย” ซินนี่กระซิบข้างหู

“แต่ฉันไม่เห็นจะเมื่อยเลย” เขาปฏิเสธ

“งั้นไม่นวดก็ได้” พอเธอจะลุก เขากลับดึงมือไว้ด้วยความเสียดาย

“ไหนๆ จะนวดแล้ว ก็นวดสิ” เขาพูดเสียงเรียบ ซินนี่แอบยิ้ม ขึ้นไปนั่งคร่อมทับบนแผ่นหลังแกร่ง

“ทำอะไร” เอกภาพตกใจถามเสียงขรึมติดจะสั่น

“นวดไงคะ ต้องใช้ท่านี้ค่ะ คุณจะได้หายเมื่อย” น้ำเสียงแผ่วหวานกระซิบที่ข้างหู เอกภาพขนลุกไปทั้งกายด้วยความเสียวสยิว เธอเล่นใช้ท่านวดหวาดเสียวแบบนี้เป็นใครบ้างจะไม่วาบหวิว เนินเนื้อสาวนุ่มนิ่มอวบอูมกำลังลากไล้ถูไถกับแผ่นหลังหนุ่ม นิ้วเรียวที่กดหนักเบาที่บ่ากว้างทำให้เขาผ่อนคลายก็จริง แต่เรือนกายกำลังตึงเครียดด้วยอารมณ์ความต้องการมาแทนที่

“โอ้...” ชายหนุ่มครางเบาๆ ด้วยความพึงพอใจในจังหวะการนวดเน้นๆ ของหญิงสาว

“นอกจากทำอาหารเก่งแล้ว ไม่คิดว่าจะนวดเก่งด้วย” เขาเอ่ยชม หลับตาพริ้ม ซินนี่นวดขมับให้ เขาผ่อนคลายผ่อนลมหายใจหนักๆ

“คุณอะตอมหลับแล้วเหรอคะ” ซินนี่มองร่างสูงใหญ่ของเอกภาพที่นอนนิ่งไม่ไหวติง “คุณอะตอมหลับแล้วเหรอ” เธอคลานมามองหน้าเขาว่าหลับจริงหรือเปล่า ปรากฏว่าเขาหลับจริงๆ คงจะทำงานเหนื่อย หรือไม่เธอก็นวดสบายจริงๆ

“อุ๊ย!” แต่ทันทีที่จะลุกขึ้น เขาก็ดึงเรียวแขนของหญิงสาวเอาไว้ ซินนี่ล้มทับร่างสูงที่นอนหงายกอดร่างเธอแนบอก

“จะไปไหน” เขาถามเสียงเรียบติดจะขรึมตามนิสัย แต่ดวงตาเต้นระริกเป็นประกายระยับ

“คนขี้โกงแอบนอนหลับไปแล้วนี่คะ ซินนี่คงหมดหน้าที่” เธอลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาเบาๆ สบตาคมเข้มไม่วาง ประกายตายั่วเย้าทำให้ชายหนุ่มจับร่างงามงดแสนเซ็กซี่พลิกลงด้านล่าง

“งั้นไม่หลับก็ได้ แต่ทำกิจกรรมอย่างอื่นกัน” แม้น้ำเสียงจะยังคงราบเรียบ แต่ประกายตาร้อนแรงทำให้หญิงสาวต้องหลบ

“ทำอะไร” คนถามเสียงสั่นเล็กน้อย แม้จะเริ่มยั่วก่อนทุกครั้ง แต่พ่ายแพ้คนที่ร้อนแรงกว่าทุกครั้งเช่นกัน

เขาไม่ตอบแต่ก้มใบหน้าลงกดจุมพิตแนบกลีบปากฉ่ำหวาน ดุนดันเชยชิมความหอมหวานในโพรงปากอุ่นชื้นของหญิงสาวเบื้องล่าง ปลายลิ้นแลกรัดสัมผัสกันดูดดื่ม มือใหญ่นวดเฟ้นเรือนร่างสาวไม่วาง

“อุ๊ย!” เขากระชากผ้าสีสวยที่เพียงแค่พันไว้รอบเนินบัวงามสล้าง จนปทุมมาลล์แสนสวยปรากฏแก่สายตาคมกล้า ไม่ต้องให้พูดกันมากมาย ริมฝีปากหนุ่มเข้าครอบครองเต้าทรวงสะท้านใจชายของเธอด้วยความหิวกระหาย เขาอ้างับดูดกินติดอกติดใจในรสชาติหวานล้ำของผิวเนื้อหอมกรุ่นเบื้องหน้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ซินนี่หยัดกายครวญครางด้วยความเสียวซ่าน เรือนกายสาวกำลังผลิตน้ำหวานไว้รอต้อนรับภมรหนุ่มผู้หิวโหยให้เข้าช่วงชิงดื่มกินหยาดน้ำทิพย์ในช่อดอกไม้งาม

เขาค่อยๆ นวดเฟ้นเคล้นคลึงขาอ่อนเรียวงามของหญิงสาวไปมา ลากไล้ปลายลิ้นสากร้อนตวัดเชยชิมรสชาติผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มละมุน ชายหนุ่มยกร่างของหญิงสาวให้นั่งชันเข่าเปิดเรียวขาขาวเนียน อุ้งมือใหญ่กระชากผ้าชิ้นน้อยที่ปกปิดกลีบกุหลาบสาวออกในชั่วพริบตา ซินนี่เปิดเรียวขาให้เขาไล้สายตาเชยชมให้สมใจ ดวงตาใสร้อนผ่าว เมื่อเห็นสายตาประกายร้อนแรงนั้น

เอกภาพคุกเข่ามองหญิงสาวที่นั่งแยกเรียวขายั่วยวนด้วยหัวใจสั่นไหว เขากลืนน้ำหลายเหนียวหนืดลงคอติดกันหลายครั้ง ค่อยๆ ลากไล้ขึ้นลงตามรอยแยกของบุปผาชาติแสนหวาน ซินนี่สะท้านครางเบาๆ เสียงหวานเครือ ขนในกายทุกเส้นตอบรับสัมผัสหวามไหวนั้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

“ซินนี่ ฉันต้องการเธอ” เขาสารภาพตามความรู้สึกจากภายในใจ แต่หากอยู่ในอารมณ์ปกติตอนกลางวัน เขาไม่กล้าพูดเช่นนี้กับเธอแน่นอน หญิงสาวไม่ตอบแต่ลูบไล้แผงอกกว้างไปมา แล้วขยี้ตุ่มไตสีเข้มทั้งสองข้างจนชายหนุ่มต้องครางด้วยความเจ็บเสียวในการกระทำนั้น

ปลายนิ้วสากลากขึ้นสัมผัสกับเกสรเสียวของกุหลาบสาว หญิงสาวสะดุ้ง กัดริมฝีปากที่สั่นระริก ก้มลงดูดดื่มกับเต้าทรวงอวบอัดของเธอ มืออีกข้างฟอนเฟ้นสะโพกผายลากไล้ไปตามสีข้าง แล้วเคล้นคลึงปทุมถันแสนสวยอีกข้าง ส่วนอีกข้างทำหน้าที่อย่างดีขยี้เกสรสาวแบบไม่ปรานี

ซินนี่ครางเครือผ่อนลมหายใจหอบสะท้านออกมาระลอกใหญ่ ปลายลิ้นสากร้อนละจากเต้าตึงอวบอัดสัมผัสกับหน้าท้องแบนราบจนพานพบกับกลีบกายสาวเบื้องล่างที่ถูกนิ้วแกร่งซุกไซ้ด้วยความซุกซน ซินนี่ก้มมองใบหน้าทรงเสน่ห์ด้วยความเสน่หา แล้วต้องสอดมือเข้าสู่เรือนผมดำสนิทแน่น เมื่อเขาใช้ลิ้นร้อนกับเนื้อกายหอมกรุ่นของเธอ

ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกประสานเข้าสู่กลีบกายสาวเพื่อสำรวจแอ่งน้ำหวานภายใน หญิงสาวหยัดกายขึ้นจากพื้นตอบสนองเสนอให้เขาด้วยความเต็มใจ เขาจับมั่นที่สะโพกผายยกขึ้นจากพื้นเพื่อเชยชิมเธอมากยิ่งขึ้น หญิงสาวลืมตัวเผลอกดใบหน้าคมเข้มให้ซุกซบกับกุหลาบสาว

“คุณอะตอม” ซินนี่ครางยาวกระตุกกายทันทีที่เขาเร่งจังหวะลิ้น กวาดกินหยาดน้ำหวานทุกหยดจนหมดสิ้น

หญิงสาวทิ้งกายหอบสะท้านกับพื้น ผลักร่างสูงนอนลงบ้าง ไม่ต้องพูดเขาก็รู้ว่าเธอจะทำอันใด ริมฝีปากอิ่มอ้าปากงับแก่นกายแข็งแกร่งแล้วดูดกลืนด้วยความเอร็ดอร่อย

เอกภาพคำรามทุกครั้งที่ริมฝีปากเย้ายวนดูดกลืนเหมือนลิ้มรสไอศกรีมแท่งโปรดไม่หยุดปาก มือเรียวกอบกุมความแกร่งกล้าที่ผงาดอยู่เบื้องหน้าเอาไว้แทบไม่มิด

ชายหนุ่มได้แต่ร้องครางปะปนกับเสียงคำรามหอบสะท้านทุกจังหวะของการปรนนิบัติ ยิ่งได้ยินเสียงของเขา เธอก็ยิ่งกลืนกินดูดไล้เลียเขาหนักขึ้น

“ซินนี่” เงยหน้าสบสายตาแสนเซ็กซี่ หญิงสาวรับรู้ทางสายตาก่อนจะปลดปล่อยให้เรือนกายแกร่งเป็นอิสระ

ซินนี่หมุนกายคลานเข่า เด้งสะโพกงอนงามยั่วเย้าส่ายไปมา เอกภาพถึงกับหน้ามืดคลานเข้าหาด้วยหัวใจเต้นระรัวไม่เป็นส่ำ เขากอดรัดเอวคอด กระทั้นความแข็งแกร่งเข้าหาทันทีที่ประกบแผ่นหลังนวลเนียน

ทั้งสองครางพร้อมกัน รับสัมผัสของเรือนกายที่เสียดสีไปมาด้วยความซ่านเสียว เขากระซิบเสียงแหบห้าวให้ซินนี่แยกเรียวขาตามคำสั่ง หยัดกายให้เขาสอดเสยเข้าออกเนิบนาบในจังหวะจะโคน แรงสอดล้ำลึกเสียดสีมากยิ่งขึ้นเป็นท่วงทำนองเพลงรักแสนหวาม ทั้งสองร้องประสานกันระงม เขายังใจเย็นไม่เร่งเร้าจังหวะรัวเร็ว แต่ยังกดชำแรกลึกล้ำดังเดิม

ซินนี่ครางยาวสุขสมไปกับจังหวะเน้นหนักแม่นยำแต่เชื่องช้าของชายหนุ่ม เขาถอดถอนเรือนกายหนุ่มจากกายสาว นอนเหยียดยาวรอคอยให้หญิงสาวเข้ารัดรึงสวมสอดในกาย

ร่างงามกลมกลึงค่อยๆ หย่อนเรือนกายสาวกดคลึงความแข็งแกร่งเชื่องช้า แรงเสียดสีของเนื้อกายทำให้ทั้งคู่หอบสะท้านผ่อนลมหายใจเข้าออกยาวๆ ร่างสาวนั่งทาบทับเรือนกายหนุ่มจนหมดสิ้น มือนุ่มนิ่มวางบนแผ่นท้องกำยำเพื่อหาที่ยึด

เอกภาพหยัดกายขึ้นมา ทักทายเรือนกายสาวอบอุ่นที่รัดรึงเขาแนบแน่น ซินนี่ครางกระเส่าแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยกิริยาน่ารักน่าใคร่ เธอค่อยๆ กดคลึงก่อนที่จะทุ่มกายโหมกระหน่ำกระแทกกระทั้นสวมสอดกายหนุ่มเหมือนควบขับม้าหนุ่มพันธุ์ดี และม้าหนุ่มพันธุ์ดีก็เต็มใจให้จ๊อกกี้สาวควบขี่เอาตามอำเภอใจ

นิ้วแกร่งสัมผัสเกสรสาวที่ยังเสียดสีกับแก่นกายชายขณะที่เธอขยับกายเข้าออกในตัวตนของเขา ซินนี่ถึงกับเสียวซ่านแหงนเงยใบหน้าขึ้นด้านบน ครางเสียงดัง ยิ่งควบขับเขามากเท่าไหร่เธอยิ่งเสียวกระสันซ่านมากขึ้นเท่านั้น เอกภาพหยัดกายตอบสนองไม่หยุด แล้วทั้งสองจะจับจูงไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมแสนหฤหรรษ์อีกรอบ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย vrnk
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว

รีวิว