แม่มดสาวเจ้าเสน่ห์

บทที่ 10

เอกภาพพาหลานๆ กลับบ้าน มองเห็นเจ้าบิ๊กกับเจ้าโบ้ที่นอนเฝ้าบ้านอยู่ทั้งสองตัว ซึ่งความจริงแอบหนีไปจู๋จี๋กับสาวๆ ข้างบ้าน เพิ่งจะกลับมาก่อนเจ้านายไม่กี่นาทีนี่เอง

ชายหนุ่มและหลานๆ ทั้งสองย่างเข้าบ้านก็ได้กลิ่นอาหารมาจากห้องครัว ไม่ต้องบอกก็รู้เป็นฝีมือแม่บ้านสาวคนสวย

เอกภาพไม่กล้าไปชะโงกมองแม่บ้านสาวในครัวเพราะกลัวใจตัวเอง คิดถึงเรื่องที่นอนฝันตอนกลางวันแล้วต้องถอนใจยาว เขารีบเดินเข้าห้องทำงาน วันนี้เขาอ่านข้อมูลที่รวบรวมการทำวิจัยค้างเอาไว้หลายเรื่อง ซึ่งจะต้องรวบรวมข้อมูลอีกหลายอย่าง ต้องผลิตจากวัสดุเศษเหลือที่ทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ ดังนั้นต้องทดลองทำหลายๆ ส่วนผสม คงอีกนานกว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ก็คุ้มเพื่ออนาคตของหลานๆ ทั้งสองอันเป็นที่รักของเขา

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เอกภาพกล่าวอนุญาตเสียงเรียบ เหลือบไปมองเห็นหญิงสาวเอาน้ำชามาให้ เขารีบก้มหน้างุดทันทีที่หันไปเห็นใบหน้าสวยของแม่บ้านสาว แต่พอก้ม... เห็นเธอเปลี่ยนสวมเสื้อตัวใหม่เป็นเสื้อคว้านลึกเห็นร่องอก มีสายผูกไว้ที่ต้นคอ ยิ่งก้มยิ่งใจสั่นเพราะกางเกงขาสั้นที่รัดรูปร่างจนต้องก้มต่ำกว่าเก่า แต่ยิ่งก้มยิ่งเห็นขาขาวเนียน ชายหนุ่มรีบหันไปทางอื่น มือกุมความแข็งแกร่งเอาไว้แน่น นึกด่าตัวเอง พาลไปถึงคนที่เข้ามาด้วย แม้จะเอาน้ำชามาให้ ก็ทำให้สมาธิในการทำงานหายไปหมด

ซินนี่แอบขำ เอาน้ำชาเดินเข้าไปวางใกล้ๆ กว่าจะได้เวลาอาหารเย็นอีกเป็นชั่วโมง ปกติที่บ้านจะทานอาหารเกือบค่ำ เธออยู่กับเขามานานพอที่จะรู้ว่าอาการหน้าแดงเกิดจากความคิดนอกลู่นอกทางกับเธออยู่ และอีกอย่างคืออาการขี้อายของเขานั่นเอง

“น้ำชาค่ะ” เธอกระซิบเขาได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่งจากเธอตั้งแต่เธอเดินเข้ามา แต่ตอนนี้กลิ่นมันแรงมาก พอหันไปสบกับดวงตาสีน้ำทะเลอยู่ในระยะกระชั้นชิด มือที่ถือปากกาค้างเอาไว้ ตกหล่นลงไปทันที ซินนี่อยากหยุดเวลาเอาไว้เหลือเกินแต่เพราะทำได้แค่วันละครั้งเธอจึงได้แต่นึกเสียดาย

เหมือนอาจารย์จะรู้เพราะเธอได้ยินเสียงหัวเราะนั้นเต็มๆ แต่ไม่ปรากฏร่างของอาจารย์เช่นเดิม ซินนี่แอบค่อนขอดในใจที่ได้ยินเสียงของอาจารย์ เอกภาพได้สติ ถอยหน้าหนี

“ขอบใจนะ” เขาทำเสียงขรึมยกน้ำชาขึ้นดื่ม แล้วรสชาติน้ำชาแสนอร่อยก็ทำให้เขายิ้มกว้าง ไม่ว่าจะเป็นกาแฟที่เธอชงหรือเครื่องดื่มชนิดไหน เขายอมรับว่าฝีมือเธออร่อย ความคิดของหลานๆ แล่นเข้ามาในสมอง เขายังหาทางพิสูจน์ไม่ได้ว่าเธอเป็นแบบที่เด็กทั้งสองพูดจริงหรือไม่ เห็นทีเขาจะต้องเริ่มสังเกตเธอให้มากกว่านี้ แต่เพราะการสังเกตนี่แหละ ที่ทำให้เขาหนักอกหนักใจจนถึงขณะนี้

“ซินนี่ไปทำของว่างให้หน่อยสิ อะไรก็ได้ที่เธอถนัด” ซินนี่รับคำและขอตัวออกไป

เขารีบไล่เธอกลายๆ ไม่อยากให้เธออยู่ในห้องนี้นานๆ แต่ไล่เธอไปแล้วก็ต้องถอนใจเพราะว่าเขาจะต้องจับผิดหญิงสาวหากไล่ไปแล้วจะได้จับผิดกันตอนไหน เอกภาพคิดว่าเรื่องจับผิดต้องเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องตั้งหลักก่อน จิตใจไม่ค่อยปกติเสียแล้ว แต่พอเธอไปเขาเริ่มครุ่นคิด ดังนั้น... รวบรวมจิตใจได้แล้ว จึงย่องเดินตามแม่บ้านสาวออกไปจากห้องทำงานไปไม่ให้เธอรู้ตัว ถึงเธอจะทำให้ใจสั่นขนาดไหน ยังไงต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นแบบที่หลานๆ ว่าหรือไม่

ซินนี่รีบเข้าครัวเพื่อจัดการกับอาหารว่างตามที่เขาต้องการ

“อาหารว่างอย่างนั้นเหรอ” เธอรีบเสกตำราอาหารว่างของพวกมนุษย์

เอกภาพค่อยๆ ย่องออกมาจากห้องเพื่อมาแอบดูหญิงสาวในห้องครัว เขาสะดุ้งชะงักอยู่หน้าประตูเพราะยังไม่ทันแอบดูก็ได้ยินเสียงกริ่งหน้าบ้าน

ซินนี่ขมวดคิ้ว ใช้นิ้วเรียววาดเป็นวงกลมเพื่อจะส่องดูว่าใครมา แล้วเธอก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งจูงสุนัขมาอยู่ที่ประตูบ้าน

“สวัสดีค่ะคุณอะตอม” ปานวาดทักทายชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีครับคุณปาน เชิญเข้าบ้านก่อนครับ”

ปานวาดยิ้มรับ จูงสุนัขตัวโปรดเข้ามาในบ้านของชายหนุ่ม เธอเป็นเจ้าของร้านอาหารดังในหมู่บ้าน สนิทกับเอกภาพพอสมควร เพราะเติบโตหมู่บ้านนี้ตั้งแต่เด็กเหมือนกับเอกภาพ

“คุณปานมีอะไรหรือเปล่าครับ” เอกภาพถามเสียงสุภาพเชิญหญิงสาวนั่งในห้องรับแขก

ซินนี่กอดอกด้วยความโกรธกรุ่น ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขามีแฟนแล้ว หรือจะคิดมากไปเอง ซินนี่หน้ายุ่งที่เห็นมีผู้หญิงมาหาเขาถึงที่บ้าน

“เปล่าหรอกค่ะ วันนี้ปิดร้าน พาเจ้าลิลลี่มาเที่ยว เลยแวะมาหาคุณอะตอม ไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนหรือเปล่าคะ” ปานวาดพูดเสียงหวาน

“ไม่เลยครับ ผมยินดี พักนี้เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย ผมก็ยุ่งๆ กับงานที่กำลังค้นคว้าอยู่นะครับ”

“ทำเรื่องอะไรอยู่คะนี่” เธอถามด้วยความสนใจ เอกภาพจึงเล่าให้ฟังคร่าวๆ

“ดีจังเลยนะคะ คุณอะตอมนี่ขยันจังเลยค่ะ ปานเอาขนมมาฝากด้วย นี่เด็กๆ ไปไหนกันหมดคะ”

“อาบน้ำอยู่ด้านบนครับ อีกสักเดี๋ยวคงจะลงมาทานของว่างด้านล่าง” รอยยิ้มของเอกภาพที่มีต่อหญิงสาวอีกคน ทำให้ซินนี่หงุดหงิดใจยิ่งนัก ต่างจากปานวาดที่หลงใหลในรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้า เธอชอบความน่ารักมีน้ำใจ แถมยังสุภาพเรียบร้อยของเอกภาพมากทีเดียว

“แล้วเจ้าบิ๊กกับเจ้าโบ้ไปไหนเสียล่ะคะ” พอนายสาวเอ่ยถึงเจ้าบิ๊กกับเจ้าโบ้ ลิลลี่ตื่นเต้นดีใจยกใหญ่ นานๆ จะได้มาเจอหนุ่มหล่อทั้งสองตัวสักที ย่อมดีใจเป็นธรรมดา

“คงไปวิ่งเล่นแถวนี้นะครับ ตอนกลับมาจากโรงเรียนของเด็กๆ ยังเห็นอยู่เลย เดี๋ยวพาลิลลี่ไปทักทายสักนิดก็ดีนะครับ” เอกภาพชวนปานวาดเดินไปที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ชายหนุ่มเรียกสุนัขแสนรู้ทั้งสองเพียงไม่นาน ก็วิ่งหน้าตั้งมาหาเจ้านายทันที

“ว้าวพี่บิ๊กจ๋า พี่โบ้จ๋า ลิลลี่คิดถึงจังเลย” ลิลลี่รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างออดอ้อน เห็นสุนัขหนุ่มหล่อเป็นไม่ได้อยากกลืนลงท้องนัก อิอิ

“จ้ะ น้องลิลลี่เราไปวิ่งเล่นกันดีกว่า ไม่เห็นหน้านานคิดถึงเหมือนกันจ้ะ” เจ้าบิ๊กชวน โดยมีเจ้าโบ้ยิ้มอยู่ข้างๆ

“คงคิดถึงกันน่ะค่ะ ไม่ได้เจอกันนาน” ปานวาดหันมาบอกชายหนุ่มยิ้มๆ เธอไม่ต่างจากเจ้าลิลลี่ที่หมายปองชายหนุ่มบ้านนี้อยู่เหมือนกัน

“เดี๋ยวนั่งคุยกันที่สนามแล้วกันนะครับ ให้พวกมันไปวิ่งเล่นกันพรางๆ ผมนี่แย่จริงเดี๋ยวขอตัวไปเอาน้ำมามารับแขกก่อนนะครับ” เอกภาพบอกเก้อๆ นึกได้ว่ายังไม่ได้เอาน้ำมารับแขก

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปานวาดตอบเสียงหวานไม่ถือโทษ

“ซินนี่อยู่ไหน” เอกภาพมองแซนวิสที่หญิงสาวทำเอาไว้ เดินหาจนทั่ว แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงรินน้ำส้มและของว่างไปต้อนรับแขก

ซินนี่โมโหจนหน้าแดงก่ำแต่เธอคงออกไปไม่ได้เพราะได้กลายเป็นแมวดำไปเสียแล้ว หากเธอโกรธมากๆ จะกลายเป็นแมว อีกประมาณสิบนาทีหรือมากกว่านั้นถ้าหายโกรธถึงจะคืนร่างดังเดิม

“ซินนี่ใจเย็นๆ” ปิแอร์ปลอบใจซินนี่ด้วยความเป็นห่วง

“จะให้ใจเย็นได้ไง เขามีคนรักอยู่แล้ว ดูสิ” ซินนี่มองด้วยความน้อยใจที่เห็นเอกภาพหัวเราะกับผู้หญิงที่มาหาด้วยความสนิทสนม บางทีสัมผัสมือกันเมื่อหญิงสาวเอื้อมหยิบขนม แต่ปานวาดแกล้งทำให้บังเอิญ ทั้งๆ ที่ตั้งใจ

“ขอโทษครับ” เอกภาพขอโทษเสียงสุภาพ

“ทนไม่ไหวแล้ว” ซินนี่หอบหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ใจร่มๆ ไว้ซินนี่ อย่าได้อาละวาดเด็ดขาดนะ” ปิแอร์ห้ามเสียงสั่น เห็นขนที่ลำตัวของซินนี่พองจนตัวสั่น

“หายใจเข้าออกลึกๆ นั่นแหละ เย็นไว เย็นไว้” ปิแอร์ยังปลอบต่อไป นึกสยองที่เห็นอารมณ์หงุดหงิดของซินนี่

“จำปีนั่นมันพี่บิ๊กนี่” จำปารีบกระซิบกับจำปี

“ไหน จริงด้วย พี่บิ๊กทำไมทำกับจำปีแบบนี้” จำปีเห็นเจ้าบิ๊กกำลังเดินชมนกชมไม้กับลิลลี่ก็น้อยใจ วิ่งหนีจากภาพบาดตาบาดใจ

ไอ้หมาตัวผู้จอมเจ้าชู้ ชิ ดีนะที่เธอไม่พลาดท่าเสียทีพี่โบ้เหมือนจำปี ไม่อย่างนั้นคงน้ำตาเช็ดหัวเข่า จำปาวิ่งมาปลอบจำปีที่ร้องไห้เสียใจ

“อย่าคิดมากเลยจำปี หมาตัวผู้ก็แบบนี้แหละ เห็นหมาตัวเมียไม่ได้ เจ้าชู้ไม่เลือก พี่โบ้ก็เป็นไปกับเขาด้วย ไหนบอกว่ารักจำปาตัวเดียว ดีที่จำปาใจแข็งเอาไว้” จำปาพูดด้วยความหึงหวงเจ้าโบ้โดยไม่รู้ตัว

“ไม่ต้องพูดแล้ว จำปีไม่รักพี่บิ๊กแล้ว น้อยใจ ฮือๆ” จำปีห้ามจำปาเสียงสั่น

“นี่จำปีตกเป็นเมียพี่บิ๊กไปกี่ครั้งแล้วล่ะ” จำปาถามด้วยความเป็นห่วง แต่จำปีหันหลังให้ด้วยความอาย

“ก็ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน พี่บิ๊กก็จะหาเรื่องรวบรัดจำปีเรื่อยเลย” จำปีตอบจำปาอย่างเสียไม่ได้

“จำปีจะท้องหรือเปล่าล่ะนี่” จำปาถามด้วยความเป็นกังวลมากขึ้น เพราะคุณนายวิภายังไม่ได้ฉีดยาคุมให้จำปีกับจำปาเพราะคิดว่าคงไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสุนัขตัวผู้ที่ไหน

“ช่างเถอะจำปา จำปีเลี้ยงลูกเองได้ ถ้าลูกถามก็จะบอกว่าพ่อมันตายไปแล้ว โดนรถชนตายอนาถ ฮือๆๆ” จำปีร้องไห้ใหญ่โต จำปาถึงกับใจเสียเลยทีเดียว

“พี่โบ้ก็เหมือนกัน ชิ จำปาจะไม่สนแล้ว” จำปาก็หึงหวงจนตัวสั่น

“จำปาหึงพี่โบ้ด้วยเหรอ” แม้จะน้อยใจเจ้าบิ๊กแต่แอบถามจำปาด้วยความสนใจ

“ไม่ใช่สักหน่อย ใครจะไปสน” จำปาปฏิเสธเสียงแข็ง

“น้องลิลลี่ไปหาจำปีกับจำปาไหมจ๊ะ แฟนของพี่บิ๊กกับพี่โบ้เอง” เจ้าบิ๊กพูดกับลิลลี่ที่เดินเคียงข้างมาด้วยกัน ไม่ทันสังเกตว่าลิลลี่หน้าสลดลง ส่วนเจ้าโบ้หน้าสลดเช่นเดียวกัน จำปายังไม่ยอมตกปากรับคำเป็นแฟนกับมันเสียหน่อย

“พี่บิ๊กกับพี่โบ้เป็นแฟนกับจำปีกับจำปาแล้วเหรอ” ลิลลี่แอบเก็บความอิจฉาเอาไว้ภายในจิตใจ

“จ้ะ ไปเถอะเดี๋ยวพาไปเที่ยวบ้านโน้น ป่านนี้คุณนายวิภาไม่อยู่บ้าน คงออกไปเม้าท์กระจายที่หน้าปากซอย ยังไม่กลับมา แต่คงจะใกล้เต็มที ยังมีเวลาคุยกันอีกหลายนาทีเชียว” เจ้าบิ๊กฟุ้ง รู้เวลาดีว่าควรไปหาสุนัขสาวๆ เวลาไหน

ไม่นานสุนัขหนุ่มทั้งสองพาลิลลี่ลอดรั้วมาในเขตบ้านของคุณนายวิภาอีกครั้ง หลังจากเพิ่งกลับไปได้ไม่นาน

“โน่นจำปี พี่บิ๊กกับพี่โบ้พานังลิลลี่มาเยาะเย้ยเรา” จำปาหันไปมองด้วยดวงตาวาวโรจน์ ตวัดสายตามองเจ้าโบ้ด้วยความหึงหวง เจ้าโบ้ไม่ทันมองเพราะกำลังช้ำใจ จึงได้แต่เดินคอตกไม่เหมือนเจ้าบิ๊กที่ชูคอสง่างามทันทีที่เหยียบย่างเข้ามาในบ้านของเมียรัก

“เชอะ หมาเจ้าชู้ไปให้ไกลเลย” จำปีสะบัดหน้าใส่เจ้าบิ๊ก แต่เจ้าบิ๊กไม่ทันมอง เนื่องจากมัวแต่คุยกับลิลลี่อยู่

“จำปี จำปา พี่บิ๊กพาลิลลี่มาหาจ้ะ” เจ้าบิ๊กบอกจำปีกับจำปา จำปีเชิดหน้าใส่หันไปทางอื่น ลิลลี่มองเห็นอาการหึงหวงจึงเข้าไปทักทายจำปีกับจำปา แอบอิจฉาทั้งสองตัวที่เป็นที่หมายปองของสุนัขหนุ่มๆ ในหมู่บ้านเวลาออกไปเดินเล่นทั้งๆ ที่มันสวยกว่าตั้งเยอะ

“สวัสดี” จำปีไม่ยอมทักกลับแถมเห่าใส่ด้วยความหึงหวง

“พี่บิ๊ก ว้าย! จำปีดุจัง” ลิลลี่ออดอ้อนเจ้าบิ๊กกับเจ้าโบ้เป็นการใหญ่

“จำปีทำไมทำแบบนี้” เจ้าบิ๊กตำหนิกลายๆ จำปีมองด้วยความช้ำใจและวิ่งหนีไป

“พี่บิ๊กพูดแบบนี้ได้ไง จำปีเสียใจใหญ่แล้ว” จำปาหันมาตำหนิ เห็นลิลลี่คลอเคลียกับเจ้าโบ้อยู่ก็ไม่ชอบใจ

“พี่ขอโทษ” เจ้าบิ๊กรู้สึกไม่ดีที่เห็นเมียรักวิ่งหนีไป

“ไม่ต้องตามมาอีก ที่นี่ไม่ต้อนรับสุนัขเจ้าชู้ หลอกลวง” จำปาว่าใส่หน้าแล้วตามจำปีเข้าบ้านไป ลิลลี่สะใจที่เห็นความร้าวฉานของทั้งคู่ เจ้าบิ๊กกับเจ้าโบ้ถึงกับเครียดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว

“อุ๊ย! คุณอะตอม” ปานวาดแกล้งทำส้อมจิ้มขนมหล่น เธอจึงก้มลงเก็บ แต่ด้วยเสื้อตัวสวยที่คว้านลึกพอสมควร ทำให้เวลาก้มสามารถมองลอดผ่านเข้าไปจนถึงเนื้อใน เอกภาพถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ แต่ไม่ใช่เพราะหวั่นไหวกับสิ่งที่ได้เห็นแต่เพราะคิดว่าไม่ควรมองปาดวาดแบบเสียมารยาทแบบนี้ ชายหนุ่มรีบเบนสายตาไปทางอื่น ปาดวาดลอบยิ้มที่ได้ยั่วชายหนุ่มแม้เล็กน้อยก็ยังดี ยิ่งเห็นเขาหน้าแดง... ยิ่งชอบใจใหญ่

“ทนไม่ไหวแล้วนะ” ซินนี่โมโหยิ่งกว่าเดิมที่เห็นอาการออดอ้อนของปานวาด คิดจะยั่วเขาเรอะ ไม่มีทางเสียหรอก

“ซินนี่อย่า!” ปิแอร์ห้ามไม่ทันเสียแล้ว ซินนี่กระโดดลงมาทีเดียว ของว่างกับแก้วน้ำบนโต๊ะแตกกระจัดกระจาย เกลื่อนไปทั่วพื้น

“ว้าย! แมวบ้าที่ไหนนี่ ออกไปนะ” ซินนี่ข่วนปานวาดไม่ยั้งจนเสื้อขาดเลยทีเดียว ปานวาดวิ่งหนีด้วยความกลัว ซินนี่โมโหจัดกระโดดใส่แบบไม่ให้หญิงสาวได้ทันตั้งตัว

“แมวมาจากไหนนี่” เอกภาพมองเหตุการณ์ด้วยความตกใจ หันไปเห็นแมวตัวใหญ่ด้วยความฉงน ตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก เขาไม่ได้เลี้ยงแมว แล้วมันมาจากไหน ชายหนุ่มรีบเดินไปปัดแมวตัวใหญ่ที่คร่อมทับปานวาดออกโดยแรง ซินนี่โมโหที่เอกภาพปกป้องผู้หญิงอื่น จึงฉี่รดทั้งเอกภาพและปานวาดด้วยความโมโหหึง เหม็นหึ่งไปตามๆ กัน

สุนัขทั้งหมดวิ่งกลับมาโดยเร็ว เห่าใส่ซินนี่ยกใหญ่ ซินนี่กระโดดเข้าบ้านไปโดยเร็ว

“ซินนี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ปิแอร์รีบถามหญิงสาว กลัวสุนัขพวกนั้นจะทำร้ายซินนี่เอา เพราะคงไม่รู้ว่าแมวตัวที่พวกมันเห่าคือซินนี่นั่นเอง

“ไม่เป็นอะไร แต่สะใจแม่มนุษย์ผู้หญิงเจ้ามารยาคนนั้นจริงๆ” ความโกรธหายไปซินนี่จึงกลายร่างเป็นดังเดิม เธอรีบวิ่งออกไปข้างนอกเพื่อมองดูเหตุการณ์ หมั่นไส้แม่ปานวาดนักที่ทำท่าตกใจเกินเหตุ เอกภาพปลอบโยนปานวาดแต่พองาม เห็นซินนี่มองมือที่ประคองปานวาด จึงรีบปล่อยเดี๋ยวนั้น กลัวซินนี่เข้าใจผิด เห็นสายตาของเธอแล้ว เหมือนตัวเองทำผิดที่แตะต้องผู้หญิงอื่น

“เกิดอะไรขึ้นครับ/คะ น้าอะตอม” ลูกโป่งกับปิงปองที่อาบน้ำปะแป้งหอมกรุ่นเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยรีบลงมาจากห้องทันทีที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านล่าง เอกภาพไม่ทันได้ตอบหลานๆ ปานวาดถามขึ้นเสียก่อน

“ใครกันคะคุณอะตอม” ปานวาดมองซินนี่ด้วยความสงสัย ในดวงตาแฝงเอาไว้ด้วยความอิจฉาริษยา ที่เห็นซินนี่อยู่บ้านเดียวกับเอกภาพ แถมรูปร่างหน้าตายังสะสวยอวบอิ่มจนเธอนึกหวั่นใจ

“แม่บ้านของผมเอง คุณไม่เป็นอะไรมากนะครับ” เอกภาพสอบถามหญิงสาว เห็นรอยขีดข่วนก็ไม่สบายใจ แถมตอนนี้ทั้งเธอและเขายังเลอะฉี่ของแมวตัวนั้นอีกด้วย

“แสบไปหมดเลยค่ะคุณอะตอม แมวบ้านั่นฉี่ใส่เราสองคนด้วย” ปานวาดออดอ้อน หน้ายังซีดด้วยความตกใจอยู่เล็กน้อย

“ผมต้องขอโทษด้วยครับ ไม่รู้ว่าแมวมาจากไหน ปกติบ้านของผมไม่เลี้ยงแมว งั้นเดี๋ยวผมใส่ยาให้คุณแล้วกัน” เอกภาพมองปานวาดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

“แมวของซินนี่เองค่ะ” ซินนี่รีบพูด

“เธอเลี้ยงแมวด้วยเหรอ” เอกภาพทำสีหน้างุนงง ว่าหญิงสาวเลี้ยงแมวตอนไหน ทำไมเขาถึงไม่รู้

“ค่ะ มันหลงทางมา ซินนี่เลยเก็บมาเลี้ยงค่ะ” ซินนี่ตอบเสียงเรียบ ซ่อนความสะใจเอาไว้เต็มที่

“แมวแบบนั้นน่าจะทิ้งให้ตายนะคะ ไม่น่าเก็บมาเลี้ยง” ซินนี่สัมผัสถึงสายตาไม่เป็นมิตรที่มองเธอด้วยความไม่พอใจ

“สงสารมันน่ะค่ะ ซินนี่เลยเก็บมาเลี้ยง” ซินนี่แกล้งพูดเสียงเศร้าสายตาอ้อนวอนเอกภาพจนชายหนุ่มเริ่มใจอ่อน

“มันคงไม่ได้ตั้งใจ คุณปานนั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวผมใส่ยาให้” เอกภาพพยุงปานวาดไปนั่งที่เก้าอี้ นำผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดรอยฉี่ หยิบกล่องยามาปฐมพยาบาลเช็ดแผลทำความสะอาดให้ ซึ่งแขนของเธอมีรอยแมวขีดข่วนนิดหน่อย เสื้อขาดบางส่วน

“ไม่รู้มีเชื้อบ้าหรือเปล่า สงสัยปานต้องไปฉีดยาแล้วล่ะคะ” ซินนี่แอบย่นจมูก หญิงสาวร่ายมนตร์ใส่ปานวาดด้วยความหมั่นไส้ หนอย... มาว่าเธอมีเชื้อบ้า น่าจะข่วนให้หน้าเสียโฉมถึงจะสะใจกว่านี้

“เรื่องเกิดที่บ้านของผม ผมจะพาคุณไปฉีดยาเอง” เอกภาพเสนอตัวรับผิดชอบ หลังจากทำแผลให้ปานวาดเสร็จเรียบร้อย

“ไม่เป็นไรค่ะ ปานกลับก่อนนะคะ” ปานวาดรีบลาชายหนุ่มเพราะถูกเวทมนตร์ของซินนี่ หญิงสาวงุนงงว่าทำไมตัวเองถึงพูดแบบนั้น เพราะสบช่องโอกาสที่จะไปไหนมาไหนกับเขาสองคน แต่ปากเจ้ากรรมกลับบังคับให้พูดไม่ได้ เหมือนมีอะไรบังคับให้ปากเธอพูดไปอีกทาง

“ถ้างั้นเอาแบบนี้แล้วกันนะครับ คุณปานไปหาเพื่อนผมที่คลินิก เดี๋ยวผมให้ที่อยู่ไป แล้วผมจะโทรไปบอกเพื่อนว่าคุณจะไปฉีดยา” เอกภาพแสดงความรับผิดชอบเต็มที่ คิดว่าปานวาดคงเกรงใจ อย่างน้อยอยากแสดงน้ำใจให้เพื่อนช่วยเหลือก็ยังดี ในเมื่อหญิงสาวปฏิเสธที่จะให้เขาพาไป

“ค่ะ” ปานวาดรับคำ แต่ในใจกลับด่าตัวเองว่าทำไมไม่ออดอ้อนให้เขาพาไป กลับไปรับคำทำไม

ซินนี่แอบยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเวทมนตร์ที่เธอร่ายใส่ปานวาดให้พูดตามที่เธอต้องการสำเร็จ หญิงสาวแอบภูมิใจที่ฝึกเวทมนตร์สำเร็จไปอีกขั้น

“นี่ครับ ไปหาเพื่อนผมได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะโทรไปบอกเขาก่อน” เอกภาพรีบหาปากกามาจดที่อยู่และเบอร์โทรของเพื่อนเขาให้ แล้วโทรไปหาเพื่อนฝากฝังจัดการค่ารักษาพยาบาลทุกอย่างเอง

“ขอบคุณค่ะ ปานไปก่อนนะคะ” ปานวาดรับคำหันไปลากลิลลี่ออกจากบ้านไป เธอพยายามหันมาเพื่อจะพูดอะไรบางอย่างกับเอกภาพ แต่เหมือนมีใครมาปิดปากเอาไว้ แล้วขาเจ้ากรรมดันเดินไม่หยุด ซินนี่แอบหัวเราะคิกคัก เอกภาพหันมาทำตาดุ

“ซินนี่เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ชายหนุ่มทำเสียงเข้ม เดินเข้าไปในบ้าน ซินนี่แอบย่นจมูกใส่หน้าโหดๆ ของเอกภาพ เธอไม่เห็นจะกลัวสักนิด แต่แอบสยองเหมือนกันเวลาเขาโกรธ

“ไหนแมวตัวนั้น ถ้าอยากเลี้ยงแมว ต้องขออนุญาตฉันก่อน ไม่ใช่เอามาเลี้ยงโดยพลการแบบนี้ นี่ไปข่วนคุณปานเกือบแย่ หากติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง” เขารีบสอบสวน เสียงดุเข้มของเอกภาพ ทำให้หลานๆ และสัตว์เลี้ยงของเขานั่งนิ่ง เพราะรู้ดีว่าเวลาเอกภาพโกรธน่ากลัว

“ซินนี่แค่เก็บมาเองค่ะ เห็นว่ามันน่าสงสารเท่านั้น ตอนนี้มันเตลิดไปไหนแล้วไม่รู้ค่ะ” ซินนี่ปดคำโต ตาละห้อยสร้อยเศร้าได้แนบเนียน เอกภาพถอนใจหนัก ที่เห็นใบหน้าหมองของแม่บ้านสาว เป็นอะไรไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเวลาดุด่าซินนี่ทีไร ต้องรู้สึกผิดหรือไม่สบายทุกครั้งไป ทั้งๆ ที่เธอทำความผิดขนาดนี้

“วันหลังถ้าจะเลี้ยงอะไรต้องบอกฉันก่อน” น้ำเสียงอ่อนลงของเอกภาพทำให้ซินนี่ลอบยิ้ม แต่สีหน้าเขายังไม่คลายความเคร่งเครียดลง

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำเสียงเบาเหมือนสำนึกผิด

“พี่ซินนี่แมวตัวนั้นสวยไหมคะ” ปิงปองแอบกระซิบถามเสียงเบา

“สวยจ้ะ” ซินนี่แอบกระซิบเสียงเบาตอบ แต่พอหันไปเห็นเอกภาพก็ต้องสะดุ้งเพราะเจอกับสายตาคมดุ ปิงปองกอดแขนซินนี่แน่น เอกภาพมองมือของหลานสาวคนเล็กด้วยใบหน้านิ่งๆ นึกทึ่งที่ซินนี่สามารถเข้ากับหลานๆ เขาได้ในเวลาอันรวดเร็ว

เวลาอาหารเย็นมาถึงอีกครั้ง บรรยากาศในโต๊ะอาหารเย็นนี้เงียบเชียบกว่าเก่า ทั้งเอกภาพที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างกับหลานๆ ที่กำลังคิดอะไรบางอย่างเช่นกัน

“วันนี้มีการบ้านเยอะไหม” เอกภาพถามหลานๆ ทั้งสองเมื่อมานั่งเล่นคุยกันที่ห้องนั่งเล่น

“เสร็จตั้งแต่ที่โรงเรียนแล้วครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสองตอบพร้อมกัน

“ขยันจริงๆ แต่ยังไงต้องหมั่นทบทวนอยู่เสมอ” ชายหนุ่มอบรมหลานทั้งสองอย่างเป็นงานเป็นการ

“วันนี้พวกเราขอนอนแต่หัวค่ำนะครับ” ลูกโป่งมองหน้าน้องสาวอย่างมีเลศนัยน์

“ทำไมล่ะ” เอกภาพเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

“วันนี้เหนื่อยครับ ช่วงนี้จะมีการแข่งขันกีฬา เลยต้องฝึกซ้อมกันเยอะหน่อย” ลูกโป่งแก้ตัวเสียงเรียบแบบเด็กฉลาด

“ดีเหมือนกัน นอนดึกไม่ดี น้าก็จะนอนแล้วเหมือนกัน” เอกภาพกุมขมับเหมือนกับปวดหัว เขาคิดว่าอยากนอนพักเหมือนกัน วันนี้รู้สึกเหนื่อยพอสมควร ไม่เข้าใจว่าเหนื่อยเรื่องอะไรขนาดนี้ ดังนั้นพักงานไว้ก่อนคงไม่เสียหายอะไร

“งั้นราตรีสวัสดิ์นะครับ/ค่ะ น้าอะตอม” เด็กทั้งสองหอมแก้มน้าคนละข้าง เอกภาพก็หอมแก้มป่องๆ ของหลานๆ คนละข้างเช่นกัน

ลับร่างของลูกโป่งและปิงปอง กำชับแม่บ้านสาวให้ปิดบ้านให้ดีอีกครั้ง แล้วรีบเดินขึ้นห้องไปพักผ่อนบ้าง ซินนี่มองตามร่างสูงใหญ่ของเอกภาพด้วยดวงตาเป็นประกาย

วันนี้เธอถูกเอกภาพไล่ปล้ำด้วยความหื่นกระหาย เดี๋ยวคืนนี้เถอะ เธอจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอก รวมถึงเรื่องแม่ปานวาดนั่นด้วย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว