ระรินรัก

บทที่ 1

บทที่ 1

ลานด้านหน้าคณะเกษตรศาสตร์ภายในมหาวิทยา นักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 จำนวนเกือบหนึ่งร้อยชีวิตกำลังวุ่นอยู่กับการจัดเก็บสัมภาระที่นำมาเข้าค่ายอาสา ใส่ในช่องเก็บสัมภาระของรถทัวร์สองชั้นจำนวนสามคันที่จอดเรียงกันอยู่ บ้างคนก็จับกลุ่มคุยกันเพื่อรอให้อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมมาตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าร่วมว่ามาครบตามที่ได้จัดกลุ่มกันไว้หรือไม่

วุ่นวายกันพอสมควรก็ได้ฤกษ์ออกเดินทาง รถทัวร์คันแรกเริ่มออกตัว ตามมาด้วยรถคันที่สอง และสาม เพื่อมุ่งหน้าสู่ตำบลต่างๆ ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

“สวัสดีตอนเช้านะคะนักศึกษา วันนี้เราจะเดินทางไปอำเภอแม่สายกัน ระหว่างทางเราจะจอดพักเพื่อให้นักศึกษาทำธุระส่วนตัว และรับประทานอาหารนะคะ สำหรับนักศึกษาท่านใดที่รู้สึกไม่สบายหรือมีปัญหาอะไร สามารถไปพบอาจารย์ได้ที่ที่นั่งด้านหน้าชั้นล่างนะคะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทางค่ะ” อาจารย์ชุติมาเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่ขึ้นมากล่าวกับนักศึกษาเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยให้นักศึกษาสนุกกับเสียงเพลงและคาราโอเกะที่ทางคนขับรถเปิดให้ เสียงเพลงดังไปทั่วรถฟังดูสนุกสนานผิดกับสองสาวที่นั่งอยู่ด้านท้ายๆ ของรถที่ตอนนี้กำลังนอนหลับเอาศีรษะพิงกันอยู่ เนื่องจากการนอนดึกมาหลายคืนในช่วงสอบ อีกทั้งยังต้องเตรียมพรีเซ็นต์สัมมนาที่นักศึกษาปี 4 ทุกคนต้องทำ ทำให้สองสาวเกิดอาการอ่อนเพลีย รู้สึกตัวอีกทีก็เพราะดาริกา หรือ ดาว เพื่อนร่วมคณะเดียวกันปลุกให้ลงไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน

ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10 กว่าชั่วโมงก็เดินทางมาถึงจังหวัดเชียงราย ก่อนที่รถทั้งสามคันจะแยกกันออกวิ่งเป็นสามเส้นทางหลักเพื่อไปยังตำบลต่างๆ ในอำเภอแม่สาย ระรินทิพย์รู้สึกโชคดีที่กลุ่มของเธอได้เข้าพักในไร่ชาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สาย เนื่องจากเจ้าของไร่ดังกล่าวเคยเป็นศิษย์เก่าของคณะเธอ เมื่อเขาได้รับการติดต่อจากอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมค่ายเกษตรอาสาว่าจะมาช่วยสร้างฝายชะลอน้ำให้กับชุมชนในอำเภอแม่สาย เขาจึงให้ความอนุเคราะห์จัดเตรียมรีสอร์ทที่พักให้สามหลังโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทำให้เธอและเพื่อนๆ สุดแสนจะดีใจที่ได้มาพักผ่อน และเที่ยวชมไร่ชาไปด้วย

เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดด้านหน้าบ้านพักทั้งสามหลังที่อยู่ติดกัน ก็มีพนักงานยืนรออยู่ที่ด้านหน้าบ้านพักแล้ว อาจารย์ชุติมาเดินเข้าไปพูดคุยกับพนักงานอยู่สักพัก ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกุญแจบ้านทั้งสามหลัง จากนั้นก็ส่งกุญแจบ้านพักแต่ละหลังให้กับหัวหน้ากลุ่มฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ก่อนจะแยกกลุ่มนักศึกษาชายและหญิง แล้วเดินนำไปยังบ้านพักเพื่อผักผ่อนเอาแรง เนื่องจากเป็นเวลาที่ค่อนข้างดึกมากแล้ว

ระรินทิพย์เดินไหล่เอียงเข้าบ้านพักไปพร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่ รู้สึกดีใจนิดๆ ที่ตัวเองตัดสินใจเอาเสื้อกันหนาวและกางเกงขายาวมาเต็มกระเป๋า ช่วงปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้อากาศที่ภาคอีสานกำลังเย็นสบาย แต่ภาคเหนือนั้นกลับอากาศหนาวมากแล้ว อีกทั้งหมอกยังลงจัดอีกต่างหาก จนทำให้ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด หญิงสาวคิดถึงเตียงนอนนุ่มๆ ผ้าห่มหนาๆ ขึ้นมาจับจิตจึงเร่งฝีเท้าเดินเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว จนเกือบลืมเพื่อนเสียสนิท

“ยัยอังเดินเร็วๆ หน่อยสิ! ถ้าแกยังเดินช้าแบบนี้ ฉันจะไปรอที่ห้องนะ” สาวร่างอวบพูดเสร็จก็เตรียมจะจ้ำอ้าวเข้าบ้านไป แต่โดนอังคนาดึงสายรัดกระเป๋าเป้ทางด้านหลังไว้เสียก่อน

“รอด้วยสิ! ก็กระเป๋าฉันมันหนักอะ แกช่วยฉันถือหน่อยสิ” สาวสวยมองเธอด้วยสายตาออดอ้อนนิดๆ แต่เธอไม่หลงกลหรอก

“ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าพกเครื่องสำอางมาเยอะ ทีอย่างนี้ทำมาเป็นบ่น” ถึงจะไม่อยากช่วย แต่มองดูเพื่อนอีกทีก็สงสาร เลยต้องเดินเข้าไปช่วยหิ้วกระเป๋าคนละข้างกับเพื่อน แล้วเดินเข้าบ้านพักไปด้วยกัน

“ขอบใจจ้า” สาวสวยยิ้มแป้น จากนั้นจึงเดินเข้าห้องพักที่เพื่อนแบ่งกุญแจให้ พวกเธอทั้งสองต่างจับจองเตียงนอน ก่อนจะเอาเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ออกจากกระเป๋ามาจัดเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า ขณะที่กำลังเตรียมเสื้อผ้าเพื่อพลัดกันอาบน้ำ ดาริกาคนที่ปลุกพวกเธอตอนแวะทานมื้อเที่ยงก็เดินเข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้าย ทั้งสามสาวจะทักทายกันเล็กน้อย และอยากย้ายกันทำธุระส่วนตัวแล้วเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นกันแต่เช้า

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น ทำให้ชายร่างสูงในชุดเสื้อลายสก็อตกับกางเกงยีนส์สีเข้มคาดทับด้วยเข็มขัดหนังแท้ที่กำลังนั่งเคลียร์เอกสารต่างๆ อยู่ภายในห้องส่งเสียงอนุญาตให้คนเคาะประตูเข้ามาได้

“นายครับ กลุ่มอาจารย์และนักศึกษาค่ายอาสาเดินทางมาถึงแล้วนะครับ ทางเราได้จัดเตรียมที่พักและตรวจสอบความเรียบร้อยในเบื้องต้นให้แล้วครับ” วิชัยรายงานด้วยเสียงนอบน้อม ก่อนจะเหลือบมองเจ้านายหนุ่มที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารตรงหน้าเลยตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามา

“ต้อนรับให้ดี ขาดเหลืออะไรก็จัดหาให้พวกเขาไป พรุ่งนี้อย่าลืมเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับในตอนเย็นให้พวกเขาด้วยล่ะ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็ออกไปได้แล้ว” ชายหนุ่มสั่งเสียงราบเรียบโดยไม่มองหน้าของคนที่ถูกสั่งความ แล้วพลิกเอกสารที่อยู่ในมืออ่านต่อไป

“ครับ” วิชัยรับคำอย่างนอบน้อมก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง แล้วปิดประตูให้อย่างเบามือ

สิ้นเสียงปิดประตูชายหนุ่มร่างสูงจึงเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่ทำมาตั้งแต่ตอนเย็นจนล่วงเข้ายามดึก เขานวดขมับเล็กน้อยก่อนจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้ เพื่อผ่อนคลายอิริยาบถ สักพักชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินไปยังประตูด้านข้างที่ติดอยู่กับห้องนอนของเขา ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าที่ใส่มาทั้งวันออก และโยนลงตะกร้า ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำเย็นจัด เพื่อให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ต้องขลุกอยู่ในไร่มาทั้งวัน

ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำก่อนที่จะเช็ดตัวให้แห้งแล้วสวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเพื่อเข้านอน ขณะที่เขากำลังเคลิ้มหลับ เสียงเตือนข้อความของแอพพลิเคชั่นไลน์ก็ดังขึ้นติดกันหลายๆ ครั้ง จนทำให้เขาต้องควานมือหาโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาดู

ช่วงนี้เมียคุม : พรุ่งนี้ใครว่างบ้างวะ! นัดเจอกันหน่อยสิ ช่วงนี้เปรี้ยวปากไม่ค่อยได้ออกไปดื่มนานแล้ว

รอเบอร์คนโสด : ไอ้ชิตไหนบอกเมียคุม แล้วเอ็งจะมาได้หรือวะ ทุกที่นัดเพื่อนแต่ไม่เคยโพล่หัวมา 555

โหมดเศร้า เหงา อยากมีเมีย : ไอ้ตี๋พูดถูก เอ็งจะมาได้หรือไอ้ชิต

ช่วงนี้เมียคุม : ไปได้สิวะ ช่วงนี้ตาลเขาไปสัมมนาต่างจังหวัดหนึ่งอาทิตย์ ข้าเลยว่างยาว รับรองงานนี้ไม่เบี้ยวแน่นอน 555

เบื่องานหนัก : เคร เจอกันร้านเดิม เอ็งเลี้ยงนะโวยไอ้คุณชิต

ชายหนุ่มพิมพ์ตอบตกลงว่าจะไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อนตามประสาคนโสด

ช่วงนี้เมียคุม : ได้สิวะ เดียวกันเลี้ยงเอง ^^

เขายิ้มกับตัวเองก่อนจะส่งสติ๊กเกอร์รูปหมีนอนคลุมโปงไปให้เพื่อนในกลุ่ม จากนั้นก็ปิดการแจ้งเตือนก่อนจะเข้านอนด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน

ร่างอวบอัดที่นอนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม กำลังพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย เหงื่อเริ่มพุดพรายขึ้นตามหน้าผากกลมมน และตามตัวทั้งๆ ที่อุณหภูมิภายในห้องค่อนข้างเย็น เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก พยายามขยับตัวยังไงก็ขยับไม่ได้ หรือว่าเธอจะโดนผีอำ!! หญิงสาวคิดอย่างหวาดกลัว ก่อนที่จะรู้สึกถึงผิวเรียบลื่นเย็นสบายที่พันอยู่รอบๆ ตัวเธอ หญิงสาวคลายอาการเกร็งตัวแล้วถอนหายใจอย่างผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่หญิงสาวก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง เมื่อรู้สึกระคายเคืองบริเวณใบหน้าและลำคอ เธอพยายามที่จะดึงมือที่ถูกรัดอยู่ขึ้นมาปัดเจ้าสิ่งที่ทำให้รู้สึกคันและระคายเคืองออก แต่ปัดอย่างไรก็ปัดไม่ออก หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นมามองด้วยความโมโห

กรี๊ดดดดดดดดด’ หญิงสาวตกใจเมื่อลืมตาขึ้นมา แล้วพบว่าสิ่งที่กำลังก่อกวนเธออยู่ตอนนี้คือ งู งูสีดำตัวใหญ่ไซด์น้องๆ อนาคอนด้ากำลังรัดตัวเธออย่างแน่นหนา เธอพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างสุดชีวิต แต่ดวงตาสีแดงฉานของเจ้างูตัวปัญหากลับฉายแววพึงพอใจที่เห็นว่าเธอไร้ทางสู้ มันอ้าปากที่ใหญ่โตของมันออกกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวสีดำเงาวับ และแลบลิ้นสีดำสองแฉกออกมาเตะที่หน้าของเธออยากต้องการจะยั่วให้เธอกลัวมากขึ้น

‘อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัวแล้ว’ หญิงสาวพยายามอ้อนวอนทั้งๆ ที่รู้ว่ามันคงฟังที่เธอพูดไม่รู้เรื่อง แต่หญิงสาวก็ยังหวังว่ามันจะเข้าใจและยอมปล่อยเธอไป แต่เจ้างูกลับยังคงแลบลิ้นเลียไปทั่วใบหน้าและลำคอของเธอต่อไปอย่างสนุกสนาน ราวกับมันรู้ว่ายิ่งมันทำอย่างนี้ เธอก็จะยิ่งกลัวมันมากขึ้น หญิงสาวน้ำตาไหลด้วยความกลัวจับจิต เธอเฝ้าอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้ช่วยดลบันดารให้เจ้างูนี้เปลี่ยนใจไม่ทำร้ายเธอ แต่ดูเหมือนคำขอของเธอจะไม่เป็นผล เพราะมันเริ่มรัดเธอแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะบดร่างของเธอให้แหลกเป็นผุยผง

‘ช่วยด้วววว...’ หญิงสาวแหงนหน้าเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับร้องยังไม่ทันขาดคำ เจ้างูตัวใหญ่ก็ฉกเข้าที่บริเวณลำคอของเธอเพื่อฝังคมเขี้ยวร้ายกาจนั้น ก่อนจะปล่อยพิษเข้ามาในตัวของเธอ หญิงสาวสูดลมหายใจด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้อีกแล้ว เพราะปากและร่างกายของเธอชาไปหมด หญิงสาวคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ ถ้าไม่โดนใครคนหนึ่งเขย่าตัวเธออย่างรุนแรง เพื่อปลุกให้เธอตื่นจากความฝัน

“ยัยริน ริน ยัยริน!! ตื่นเดี๋ยวนี้นะ! แกจะนอนดิ้นอะไรหนักหนาเนี่ย ฉันนอนไม่หลับรู้ไหม” อังคนาเสียงดังอย่างลืมตัว ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ได้อยู่ในห้องแค่สองคนกับเพื่อนสนิท หญิงสาวหันไปมองเพื่อนอีกคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ กัน เมื่อเห็นว่าเพื่อนอีกคนไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของเธอก็โล่งใจ ก่อนจะหันกลับมาเขย่าปลุกระรินทิพย์ต่อ

“ยัยริน ตื่นได้แล้ว ยัยริน!” เสียงพูดเบาลงกว่าเดิม แต่คราวนี้คนข้างๆ ที่เธอพยายามปลุกกลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ

“เฮือกกกกก” ระรินทิพย์ผวาลุกขึ้นนั่งหายใจหอบ เธอลูบสำรวจเนื้อตัวและบริเวณลำคอของตัวเอง พร้อมทั้งมองซ้ายมองขวา แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอกโล่งใจที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้เป็นเพียงแค่ความฝัน

“เป็นอะไรของแกนะริน ท่าทางแปลกๆ นะ” อังคนาถามอย่างสงสัยในท่าทางของเพื่อนสนิท และพยายามมองสำรวจเนื้อตัวของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติ แต่ก็ไม่พบอะไร

“ฉันฝันร้ายนะสิแก” ระรินทิพย์กลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเริ่มเล่าความฝันเมื่อครู่ให้เพื่อนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ

เมื่อฟังจบอังคนาก็หัวเราะเพื่อนสาวตัวอวบของเธอเบาๆ ก่อนจะเย้าเพื่อนยิ้มๆ

“สงสัยงานนี้แกจะได้สามีกลับไปฝากพ่อกับแม่ของแกแน่ๆ เลยยายริน”

“มันใช่เรื่องล้อเล่นไหม ฉันยังขนลุกไม่หายเลยดูสิ” หญิงสาวยื่นแขนทั้งสองข้างให้เพื่อนดูขนที่ลุกขึ้นชูชันด้วยความกลัว และลูบแขนทั้งสองข้างด้วยความสะท้าน ก่อนจะทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนที่ยังหัวเราะเยาะเธอคิกคักด้วยความสนุก

“อ้าว! จริงๆ นะ โบราณท่านว่าใครฝันว่างูรัดจะเจอเนื้อคู่ แล้วเนื้อคู่ของแกคงตัวใหญ่มากๆ ตามขนาดของงูที่แกฝันแน่ๆ เลย 555” อังคนาหัวเราะด้วยเสียงอันเบาจนปวดท้อง หญิงสาวพยายามหยุดหัวเราะ และยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาตอนกลั้นหัวเราะไปด้วย

“พอๆ หยุดพูดแล้วรีบนอนได้แล้ว ฉันไม่อยากจะคิดถึงมัน” คนตัวอวบพูดจบก็ล้มตัวลงนอนหันหลังให้เพื่อนทันที ด้วยความงอนเพื่อน ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหู เมื่อเพื่อนร้องเพลงแซ่วเสียยกใหญ่

‘พรหมลิขิตบันดาลชักพา

ดลให้มาพบกันทันใด

ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล

พรหมลิขิตดลจิตใจ

ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ...**

** เพลง พรหมลิขิต ขับร้องโดย สุนทราภรณ์

หมอนขนเป็ดลอยมาปะทะหน้าของอังคนาเต็มๆ ทำให้เสียงร้องขาดหายไป หญิงสาวหัวเราะขำ แล้วหยุดร้องเพลงล้อเพื่อน และล้มตัวลงนอน ก่อนที่จะหลับสนิทภายในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย MaleeR
Thank you ka
เมื่อ 1 ปี 6 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย Nionmicro
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 1 ปี 6 เดือนที่แล้ว

รีวิว