ลวงเล่ห์ ชะตารัก

ตอนที่ 3 แผนการร้าย#1(แก้ไข)

วันเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายวัน ภายในจวนพยัคฆ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด บรรดาบ่าวไพร่ทั้งหลายต่างหวั่นเกรงโทสะของท่านแม่ทัพจึงระมัดระวังตนเองเป็นอย่างมาก ยิ่งเข้าใกล้วันงานบรรยากาศภายในจวนยิ่งกดดัน เพราะความหวงแหนบุตรสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของคนในครอบครัวและกังวลว่านางอาจถูกผู้อื่นใช้เล่ห์เหลี่ยมทำร้าย เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าผู้ที่ใช้ชิวิตอยู่ในรั้ววังแต่ละคนมิใช่ธรรมดาต่างเก็บซ่อนเขี้ยวเล็บกันอย่างมิดชิด แต่หากเมื่อใดพลั้งเผลอนั่นหมายถึงชีวิต ขณะที่พวกเขาใช้เวลาอยู่ร่วมกันในครอบครัวบริเวณห้องโถงใหญ่

"เจินเอ๋อร์ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นเจ้ายังมีคนในครอบครัวคอยอยู่เคียงข้างเสมอ หากมีสิ่งใดที่เจ้าเป็นกังวล ส่งคนมาแจ้งข่าวให้พวกเรารู้ พ่อและคนในครอบครัวจะปกป้องเจ้าเอง จงจำไว้ว่าเจ้าไม่ได้ตัวคนเดียวนะลูกรักชีวิตของเจ้าสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด" ผู้เป็นบิดาลูบหัวบุตรสาวที่ตนเฝ้าทะนุถนอมจนแทบประคองนางไว้ในอุ้งมือมาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ด้วยความรัก

"เจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าจะระมัดระวังตนให้ดี ไม่ให้ผู้ใดมาฉวยโอกาสทำร้ายครอบครัวของเราเจ้าค่ะ"

"หากเจ้ามีเรื่องไม่สบายใจหรือมีใครรังแกเจ้า จงมาบอกพี่ พี่จะจัดการให้เจ้าเองน้องรัก" พี่รองของนางเป็นห่วงนางไม่ต่างจากบิดาและพี่ใหญ่ของนาง ด้วยความที่เขาเป็นคนที่เข้ากับคนง่ายจึงทำให้นางสามารถคุยกับพี่รองได้มากกว่าคนอื่นๆในครอบครัว

"เจินเอ๋อร์ แม่จะให้ชุนเฟิงติดตามเจ้าไปด้วย คอยเป็นมือเป็นเท้าและคอยช่วยเหลือเจ้าทุกอย่าง หากเจ้าต้องการสิ่งใดสามารถให้นางมาแจ้งแม่ได้ทันที"

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านแม่"

"ขออภัยขอรับนายท่าน มิทราบว่านายท่านกับฮูหยินจะตรวจสอบทรัพย์สินที่จะมอบเป็นสินเดิมให้แก่คุณหนูหรือไม่ขอรับ" พ่อบ้านจง คนเก่าแก่ผู้ดูแลจวนแม่ทัพเอ่ยถามผู้เป็นนายใหญ่ของตน

"เจ้าจัดเตรียมให้เรียบร้อยก็แล้วกัน อย่าลืมเขียนใบรายการทรัพย์สินต่างๆที่จะมอบแก่บุตรสาวข้าให้ครบถ้วน อีกสักครู่ข้าจะไปตรวจสอบดูอีกครั้ง" ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวในจวนแม่ทัพกล่าว

"ขอรับฮูหยิน ข้าน้อยขอตัวไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนนะขอรับ"

วันต่อมาช่วงเวลายามอู่ (11.00-12.59) บริเวณหน้าประตูจวนแม่ทัพพิทักษ์แดนบูรพาเต็มไปด้วยขบวนของหมั้นมีค่ามากมายนับไม่ถ้วนที่องค์ชายสามมีรับสั่งให้แม่สื่อและเหล่าข้ารับใช้ขนมามอบให้แก่ว่าที่ชายาเอกของพระองค์ ทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นต่างมายืนดูด้วยความสนใจ

"คารวะท่านพ่อบ้าน องค์ชายสามมีรับสั่งให้ข้าน้อยนำสิ่งของเหล่านี้มามอบให้ท่านแม่ทัพและหวงฮูหยินเจ้าค่ะ"

"โปรดรอซักครู่ ข้าขอตัวไปแจ้งให้นายท่านและฮูหยินทราบก่อน" พ่อบ้านจงรีบวิ่งเข้าไปรายงานให้นายท่านทราบทันที จากนั้นเพียงไม่นานจึงออกมาแจ้งให้แม่สื่อและเหล่าข้ารับใช้ขนสิ่งของมากมายเหล่านี้เข้าไปวางไว้ที่บริเวณห้องโถงใหญ่ "คารวะท่านแม่ทัพและฮูหยินเจ้าค่ะ ข้าน้อยนำเทียบชะตาของว่าที่พระชายาเอกกับองค์ชายสามมาให้เจ้าค่ะ ส่วนนี่เป็นใบรายการของหมั้นที่ได้นำมาให้ในวันนี้เจ้าค่ะ ท่านทั้งสองเชิญตรวจสอบดูก่อนได้ ของหมั้นทั้งหมดองค์ชายสามเป็นผู้จัด

เตรียมและคัดเลือกให้แก่ว่าที่ชายาเอกด้วยพระองค์เองเลยเจ้าค่ะ" ท่านแม่ทัพคิ้วกระตุกทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เมื่อถึงวันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย ทั่วทั้งเมืองหลวงเต็มไปด้วยสีสันสดใส ผู้คนต่างพากันออกมาด้านนอกเพื่อรอชมขบวนเจ้าสาวกันอย่างเนืองแน่น ร้านรวงต่างๆขายดิบขายดี มีผู้คนมากมายเข้าไปจับจองที่ว่างกันอย่างคึกคัก บรรยากาศรายรอบประดับประดาไปด้วยโคมสีแดงสวยสดงดงาม สมกับเป็นวันมงคลที่ผู้คนต่างรอชื่นชมยินดี

จวนแม่ทัพพิทักษ์แดนบูรพา ภายในเรือนหนิงอ้ายอันเป็นที่พำนักของคุณหนูสาม วุ่นวายตั้งแต่ยามอิ๋น (3.00-4.59) บรรดาสาวใช้ถูกเกณฑ์ให้มาช่วยดูแลคุณหนู ชุดมงคลสีแดงสวยสดขับผิวกายของนางให้ดูกระจ่างใส ผิวขาวเนียนราวน้ำนมไร้รอยตำหนิดูโดดเด่น ใบหน้าที่งดงามถูกแต่งเติมขึ้นดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล

"เดี๋ยวแม่จะเกล้าผมให้เจ้าเอง เมื่อเจ้าเข้าไปอยู่ที่นั่นจงดูแลตนเองให้ดี มีสติ รอบคอบและอย่าเชื่อใจผู้ใดนักนะลูก" หวงฮูหยินบรรจงหวีผมให้บุตรสาวอย่างเบามือ ปากคอยพร่ำสอนสิ่งต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อการครองเรือน

"เจ้าค่ะท่านแม่ ข้ารักพวกท่านนะเจ้าคะ" นางโผเข้ากอดมารดาแน่นด้วยความอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก อีกไม่กี่ชั่วยามนางต้องห่างจากครอบครัวอันเป็นที่รัก ออกจากปีกอันแข็งแกร่งที่คอยปกป้องคุ้มครองนางมาจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งคิดน้ำตายิ่งเอ่อล้นจวนเจียนจะไหลลงบนใบหน้า เสียงสะอื้นไห้พาให้คนปวดใจยิ่งนัก ท่านแม่ทัพและพี่ชายของนางต่างไม่กล้าก้าวเท้าเข้ามาในเรือน ได้แต่ยืนแอบมองนางด้วยความปวดใจภายใต้แขนเสื้อมีมือทั้งสองข้างกำแน่นด้วยความอดกลั้น

ทางด้านเจ้าบ่าวสวมชุดสีแดง บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มยินดี ขี่อาชาพ่วงพีทำให้ดูสง่างาม สาวน้อยสาวใหญ่ต่างหน้าแดงด้วยความเขินอาย ด้านหลังเป็นเกี้ยวแปดคนหามตามด้วยสินสอดที่พระองค์นำมามอบให้เพิ่มเติมเข้าไปในขบวนสินเดิมของว่าที่ชายาเอกจนยาวเหยียด ทำให้ขบวนเจ้าสาวดูยิ่งใหญ่ งดงาม บรรดาชาวเมืองต่างร่ำลือไปว่าเป็นเพราะพระองค์มีใจให้แก่คุณหนูหวงฮุ่ยเจินผู้เลอโฉม จนต้องรีบทูลขอพระราชทานสมรสหลังจากที่นางเข้าปักปิ่นได้เพียงไม่กี่วัน ช่วงเวลาเพียงไม่นานข่าวลือมากมายก็เลื่องลือไปถึงจวนที่ประทับองค์ชายสาม พร้อมด้วยขบวนเจ้าสาวที่ยิ่งใหญ่สมฐานะจนทำให้ใครบางคนแทบกระอักเลือดอยู่ในเรือนพัก ช่างน่าอิจฉาริษยายิ่งนัก

"เรื่องที่ข้ามอบให้เจ้าไปจัดการ เรียบร้อยดีรึยัง"

"บ่าวเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วเพคะ"

"ดีมาก เจ้าอย่าลืมกำชับคนของท่านพ่อให้ดี อย่าให้เกิดสิ่งใดผิดพลาดขึ้นเด็ดขาด"

ณ เรือนรับรอง บรรดาขุนนางน้อยใหญ่ต่างร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง เพราะแต่งกับคุณหนูหวงทั้งทีต้องมาเพื่อให้เกียรติแก่ตระกูลของนาง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความครื้นเครง ผู้คนจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"ฮ่องเต้เสด็จ!!! ฮองเฮาเสด็จ!!!" ทุกคนในงานคุกเข่าถวายความเคารพแด่มังกรคู่หงส์ที่เข้ามาเป็นประธานในพิธี เจ้าบ่าวประคองเจ้าสาวเดินเข้ามาในงาน

"หนึ่ง...คำนับฟ้าดิน"

"สอง...คำนับพ่อแม่"

"สาม...คำนับกันและกัน"

"ส่งตัวเข้าหอได้..." หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆ องค์ชายสามประคองชายาเอกไปยังเรือนใหม่ที่จัดเตรียมไว้ให้พร้อมประทานชื่อเรือนว่ากุ้ยอิงซึ่งมีความหมายว่าผู้มีคุณค่าและมีความสำคัญ ทำให้ทุกคนรับรู้ไดถึงน้ำหนักในใจขององค์ชายสามเป็นอย่างดี เรือนนี้ตั้งอยู่ห่างจากเรือนอื่น ด้านหลังติดกับป่าทำให้อากาศเย็นสบาย ถึงแม้เป็นช่วงเวลากลางวันก็จะไม่รู้สึกร้อนมากนักเพราะมีร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ช่วยบดบังแสงแดดได้เป็นอย่างดี รอบๆเรือนเขาให้ข้ารับใช้ปลูกต้นโม่ลี่ฮวาทำให้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆไปทั่วบริเวณ

"พี่ต้องออกไปต้อนรับแขกเหรื่อในงาน หากเจ้าหิวก็กินอะไรรองท้องก่อนนะน้องหญิง"

"มิต้องทรงเป็นกังวลหรอกเพคะ พระองค์เสด็จเข้าไปยังงานเถิด หม่อมฉันมีพี่ชุนเฟิงคอยดูแลอยู่ทางนี้แล้วเพคะ" น้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้งกล่าวออกมาทำให้คนฟังหัวใจสั่นไหวจนอยากเห็นโฉมหน้าของหญิงสาวที่มีน้ำเสียงใสกังวานเช่นนี้ หากไม่ติดว่าจะต้องออกไปสร้างสายสัมพันธ์กับเหล่าขุนนางในงานแล้วล่ะก็ พระองค์จะไม่ยอมเสียเวลาปล่อยร่างบางตรงหน้าอยู่คนเดียวโดยเด็ดขาด

อีกฟากฝั่งหนึ่งของจวนชางจง หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของเรือนหลิ่งฟางกำลังมีท่าทีตื่นเต้น รอคอย

"องค์ชายเข้าหอรึยังเจ้าลอบไปดูที่เรือนโน้นที หากทรงเข้าไปในเรือนแล้วแล้ว ให้คนของท่านพ่อดำเนินการตามแผนได้เลย" บ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์รีบออกไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายทันที

ยามค่ำคืนที่มืดมิด หมู่ดาวระยิบระยับอวดโฉมอยู่บนฟ้า ใครจะคาดคิดว่าความอิจฉาริษยาในจิตใจของผู้คนจะร้ายกาจถึงเพียงนี้

"เจ้ารอพี่นานหรือไม่น้องหญิง" องค์ชายสามเฉินจงกุ้ยจ้องมองใบหน้าอันลางเลือนของโฉมงามตรงหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงสด ขณะที่พระองค์กำลังประคองร่างบางไปที่โต๊ะอาหารเพื่อดื่มสุรามงคล

"องค์ชาย...องค์ชายเพคะ แย่แล้วเพคะ ชายารองแย่แล้วเพคะ" มี่อิงตะโกนสุดเสียงเพื่อเรียกความสนใจจากพระองค์

"เกิดเหตุใดขึ้นกับนาง" เสียงตวาดดังกึกก้องไปทั่วทั้งตำหนัก

"รีบเสด็จไปทอดพระเนตรเถิดเพคะ ชายารองมีอาการไม่ค่อยดีตั้งแต่ยาม (15.00-16.59) แล้ว แต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา เพราะเกรงว่าจะทำให้เสียฤกษ์เพคะ จนตอนนี้อาการยังไม่ทุเลาลงจึงรีบให้บ่าวมาแจ้งให้พระองค์ทรงทราบเพคะ"

"น้องหญิง...วันนี้เจ้าคงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนเสียก่อน พี่จะไปดูชิงลี่ซักครู่เดี๋ยวพี่กลับมา มู่กงกงตามหมอหลวงไปยังเรือนหลิ่งฟาง"

"พะย่ะค่ะองค์ชาย" จากนั้นองค์ชายสามจึงเดินตรงไปเรือนของชายารองติงชิงลี่ทันที

"พระชายาเพคะ"

"ไม่ต้องมากพิธีหรอกพี่ชุนเฟิง เรียกข้าเหมือนเดิมเถิด"

"หามิได้เพคะพระชายา เดี๋ยวบ่าวช่วยปลดเครื่องประดับออกนะเพคะ"

"ขอบใจมากนะ เจ้าดูแลข้าเสร็จแล้วก็ไปพักเถิดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"

หวงฮุ่ยเจินผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ด้วยความเหน็ดเหนื่อยในใจพลันคิดถึงคนในครอบครัว ความรู้สึกอ้างว้างเข้ามาในจิตใจ เพราะนางเป็นคนเงียบขรึม พูดน้อย จึงไม่ค่อยแสดงความสนิทสนมกับคนในครอบครัวมากนัก ยกเว้นพี่รองของนาง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Pla Vipanee
รอติดตามผลงานค่ั
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Pla Vipanee
รอติดตามผลงานค่ั
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว