ลวงเล่ห์ ชะตารัก

ตอนที่ 6 กรรมตามสนอง(แก้ไข)

หลังจากที่ฮ่องเต้ได้ฟังสิ่งที่ท่านแม่ทัพทูลขอถึงกับปวดเศียรเวียนเกล้า เนื่องด้วยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ยังไม่เคยมีผู้ใดขอหย่าจากราชวงศ์เอง เห็นทีเรื่องนี้คงมิสามารถดูเบาได้ คงต้องมีเหตุอันใดถึงทำให้ท่านแม่ทัพกระทำเช่นนี้ โดยที่ไม่ได้กังวลถึงชื่อเสียงของบุตรสาว

"ฉินกงกง วันนี้องค์ชายสามได้มาขอเข้ามาในวังหรือไม่"

"กระหม่อมยังไม่เห็นพระองค์เสด็จมาที่นี่พะย่ะค่ะ แต่ได้รับแจ้งมาว่าพระองค์เสด็จไปเยี่ยมโจวซูเฟยพะย่ะค่ะ"

"หืม แล้วลูกสะใภ้เรามาด้วยหรือไม่"

"ไม่ได้เข้าวังมาพร้อมกันพะย่ะค่ะ เอ่อ คือว่า..."

"เกิดเหตุอันใดขึ้นอีก เจ้าอย่ามัวอ้ำอึ้งฉินกงกง"

"พระอาญามิพ้นเกล้า กระหม่อมได้รับแจ้งข่าวมาจากจวนชางจงพะย่ะค่ะ" ฉินกงกงรายงานเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในหลายวันมานี้ให้ฝ่าบาททรงทราบจนทำให้พระองค์มีสีพระพักตร์ไม่สู้ดี ไม่รู้ว่าเหตุใดบุตรชายของตนจึงกระทำการเช่นนี้ ทั้งยังไม่สนใจชายาเอกที่พระมารดาของเขาเป็นผู้ออกหน้าทูลขอพระราชทานสมรสด้วยตนเอง จึงไม่แปลกใจว่าเหตุอันใดท่านแม่ทัพจึงมีโทสะเช่นนั้น เห็นทีเรื่องนี้คงจะไม่ใช่เรื่องเล็กเสียแล้ว

"ส่งคนไปแจ้งที่จวนชางจงว่าให้องค์ชายสามพาชายาเอกมาพบเราในวันพรุ่งนี้"

ภายในเรือนหลิ่งฟาง ณ จวนชางจง

"ท่านแม่ทัพทูลขอราชโองการหย่าขาดเพื่อให้นังฮุ่ยเจินเป็นอิสระ เป็นความจริงหรือมี่อิง"

"จริงเพคะ ได้ยินว่าแลกกับความดีความชอบทั้งหมดเลยนะเพคะ"

"แล้วทางองค์ชายสามว่าอย่างไรบ้าง พระองค์จะทรงยินยอมหรือ"

"ฝ่าบาทมีรับสั่งเรียกทั้งสองพระองค์เข้าเฝ้าในวันพรุ่งนี้ ได้ยินว่าทรงต้องการตรัสถามบางสิ่งจากชายาเอกเพคะ" บ่าว

รับใช้คนสนิทรีบรายงานให้นายของตนทราบทันทีที่ได้ยินข่าวมาจากเรือนรับรอง

"ดี..ดี ในเมื่อสวรรค์เข้าข้างข้า ข้าก็จะช่วยให้พวกเจ้าสมปรารถนา เจ้าให้คนของเราที่ลอบนำสิ่งนี้ไปไว้ในเรือนของนางแล้ว

หลบออกไปจากวังทันที อย่าให้ผู้ใดพบเห็นเป็นอันขาด"

ทางด้านเรือนกุ้ยอิงซึ่งเป็นที่ประทับของชายาเอก

"คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู"

"มีอะไรหรอพี่ชุนเฟิง" สาวใช้รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเรือนจนเผลอลืมตัวเรียกขานคุณหนูของตนดั่งเช่นตอนอยู่ที่จวนแม่ทัพ นางชะงักกายยืนนิ่งเมื่อได้ยินเสียงคุณหนูเอ่ยถาม รู้สึกแปลกใจที่พระองค์เหมือนไม่ใช่หวงฮุ่ยเจินคนเดิมมีบางสิ่งที่ดูเปลี่ยนไปแต่บอกไม่ถูกว่าคุณหนูของนางแตกต่างจากเดิมตรงไหนบ้าง

'อ่า...หรือว่าเราพูดอะไรผิดไปกันเนี่ย!'

"พรุ่งนี้ฮ่องเต้มีรับสั่งให้พระชายากับองค์ชายสามเข้าเฝ้าเพคะ" หลังจากที่นางสงบสติอารมณ์ได้แล้ว จึงปรับท่าทางให้ดูเรียบร้อยขึ้นทันที

"เกิดอะไรขึ้น ฝ่าบาทถึงเรียกข้าเข้าเฝ้า"

"คือว่า...วันนี้ท่านแม่ทัพเข้าวังทูลขอพระราชโองการให้พระชายาหย่าขาดจากองค์ชายสามเพคะ ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งให้พระชายาเข้าวังพร้อมกับองค์ชายเพคะ"

'โอ๊ะ โอ ชั้นชักอยากจะเห็นบิดาของร่างนี้ซะแล้วสิ นิสัยจะเหมือนป๊าเรารึเปล่านะ'

ยามเซิน (15.00-16.59) หลังจากหญิงสาวรับมื้อเย็นที่ตำหนักจนแล้วเสร็จ จึงได้ออกมาเดินเล่นในอุทยาน เพราะคิดไว้ว่าอย่างไรก็หลงเข้ามาในยุคนี้แล้ว ขอชื่นชมความงามเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวดีกว่า เพราะในชีวิตเดิมของเธอทำงานเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ทำให้เธอคลายเครียดคือรับงานแสดงกับเดินแบบจึงทำให้เธอได้ปลดปล่อยตัวเองลงไปบ้าง ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาหมดไปกับสิ่งเหล่านี้และนี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คู่หมั้นของเธอแอบมีคนอื่นจนถูกเธอจับได้

ในช่วงเวลาที่เธอปล่อยใจปล่อยกาย คิดถึงเรื่องราวในโลกที่เธอจากมา ความรู้สึกความเหงาที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวในสถานที่ ที่ไม่คุ้นเคย การพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักทำให้ทั่วทั้งบริเวณปกคลุมไปด้วยความเศร้าสร้อย จนชายหนุ่มที่ก้าวเท้าเข้ามารับรู้ถึงความรู้สึกนี้ได้ "น้องหญิง เหตุใดเจ้าจึงไม่สวมชุดหนากว่านี้อีกหน่อย ร่างกายเจ้าเพิ่งจะฟื้นตัวดี หากต้องลมเย็นเจ้าอาจจะกลับมาป่วยไข้ได้อีกนะ"

"หม่อมฉันอาการดีขึ้นบ้างแล้ว ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงเพคะ"

"เจ้าคงรู้มาบ้างแล้ว ว่าวันพรุ่งนี้เสด็จพ่อรับสั่งให้เราสองคนเข้าเฝ้า เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง โกรธพี่หรือไม่ที่พี่ดูแลเจ้าไม่ดีพอและยังเกิดเรื่องต่างๆจนทำให้เจ้าได้รับอันตรายอีก "

"สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นหม่อมฉันเข้าใจดี ใครผิดใครถูกย่อมรู้อยู่แก่ใจเพคะ หม่อมฉันจึงมิได้โกรธเคืองอันใดพระองค์ ข้ออ้างเรื่องหึงหวงหรืออิจฉาริษยาคงทำอะไรหม่อมฉันไม่ได้หรอกเพคะ เพราะหม่อมฉันเองก็คิดอยู่เสมอว่า สิ่งใดที่เป็นของเรามันจะเป็นของเรา สิ่งใดที่มันมิใช่ของเรา ต่อให้ฉุดรั้งอย่างไร ก็ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งไว้ได้เพคะ อย่าได้ทรงวิตกกังวลไปเลย" องค์ชายสามรับฟังสิ่งที่นางพูดด้วยความแปลกใจ นางไม่ได้ยึดติดกับสิ่งที่เป็นอยู่ ตั้งแต่แต่งนางเข้ามาเขายังไม่เคยได้

มองนางอย่างจริงจังเลยสักครา

"อะ องค์ชาย องค์ชาย แย่แล้วเพคะ ชายารองตกเลือดเพคะ" นางกำนัลคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามารายงาน หลังจากเห็นพระองค์ยืนอยู่ในอุทยาน

"แล้วมีใครตามหมอหลวงรึยัง" ร่างบางข้างกายองค์ชายสามเอ่ยถามขึ้นมา

"ยังเพคะพระชายา ชายารองให้บ่าวรีบมาแจ้งองค์ชายให้ทรงทราบก่อนเพคะ"

"องค์ชายมิใช่หมอ คนแรกที่เจ้าควรจะแจ้งคือหมอหลวง จงรีบไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการนางโดยเร็วที่สุด เร็วเข้า "

"เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิดน้องหญิง เรื่องนี้เดี๋ยวพี่ดูแลเอง" องค์ชายสามเดินประคองนางมาจนถึงเรือนกุ้ยอิงแล้วจึงรีบจากไป ร่างบางมองตามหลังสามีด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะเข้าไปพักผ่อนยังเรือนของตน

ยามชวี (19.00-20.59) ณ เรือนหลิ่งฟาง ภายในเรือนต่างไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังรบกวน เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ข้ารับใช้ต้องวิ่งวุ่นไปทั่วทั้งจวน รวมทั้งมี่อิงบ่าวรับใช้ข้างกายซึ่งเป็นคนสนิท ตามแผนการที่วางไว้คุณหนูของตนต้องพิษ แต่ไม่น่าถึงขั้นมีอาการตกเลือด แล้วเหตุใด.. แย่แล้ว!!! หรือว่า...

"ท่านหมอหลวง ชายารองเป็นอย่างไรบ้าง"

"พระอาญามิพ้นเกล้า คือว่า..พระนางต้องพิษพะย่ะค่ะ แล้ว เอ่อ..เพราะว่าทรงตั้งครรภ์อยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้ตกพระโลหิต เอ่อ..ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกแล้วพะย่ะค่ะ"

เปรี้ยง!!!! เหมือนสายฟ้าฟาดลงในเรือนแห่งนี้ ทำให้ข้ารับใช้ทุกคนตัวสั่นเพราะคาดว่าคงต้องอาญาเป็นแน่ ส่วนชายารองที่วางแผนไว้เป็นอย่างดีถึงกับกระอักเลือดออกมาด้วยความคับแค้นใจเป็นอย่างมาก เพราะแผนที่ตนเองเป็นผู้วางไว้กลับพรากเลือดเนื้อเชื้อไขของตนไปแล้วนางจะเรียกร้องกับใครได้ ในเมื่อเรื่องมาถึงอย่างนี้นางคงต้องเดินหน้าต่อ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่นางตั้งใจไว้ ยามนี้ไม่มีทางถอยสำหรับนางอีกต่อไป

"เรียกองครักษ์ทั้งหมดตรวจค้นให้ทั่วจวนว่ามีสิ่งใดแปลกปลอมอยู่ในวังแห่งนี้" โอรสมังกรถึงกับกราดเกรี้ยวเพราะต้องสูญเสียบุตรไปโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งชายารองไม่สามารถให้กำเนิดเลือดเนื้อเชื้อไขของตนได้อีกทำให้เขารู้สึกสงสารนางยิ่งนัก 'นี่มันเป็นเวรกรรมอันใดของข้า ถึงทำให้ข้าต้องสูญเสียเช่นนี้ วันนี้สูญเสียบุตร พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะต้องสูญเสียหญิงสาวที่ตนร้องขอจากบิดาไปอีกหรือไม่'

"บ่าวให้คนของเราลอบสืบข่าวที่เรือนนั้นมาชายารองแท้งบุตรเพคะ หมอหลวงบอกว่าสาเหตุเกิดจากนางมารต้องพิษเพคะพระชายา"

'จุ๊ๆๆ บ่าวคนสนิทตนเองนี่ปากร้ายมิใช่ย่อย หึหึ'

"พี่ชุนเฟิงระวังวาจาด้วย หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง"

"ขอประทานอภัยเพคะพระชายา ก็บ่าวอดไม่ได้นี่เพคะ นางร้ายกาจเหลือเกินวางแผนทำร้ายท่านแล้วยังกล้าโยนความผิดให้ท่านอีก" นางเคืองแค้นจนต้องกรอกตา ค้อนลมอยู่เป็นนาน

พรึ่บ!!!

"ขออภัยขอรับ พระชายา" องครักษ์ลับเผยตัวออกมาพบคุณหนูของตน

"มีอะไรรึเปล่า"

"ข้าเจอบ่าวผู้หนึ่งอยู่ด้านหลังตำหนักนี้ดูท่าทางมีพิรุธขอรับ พอตรวจค้นดูเจอห่อนี้เลยจับกุมตัวไว้ขอรับ"

"ดีมาก ไม่ต้องส่งตัวคนผู้นี้ให้องค์ชายสาม แต่นำมันไปให้ท่านพ่อที่จวนแม่ทัพ บอกว่าเป็นของขวัญจากข้า จะได้คลายโทสะของท่านพ่อลงไปได้บ้าง ส่วนห่อยาห่อนี้ ข้าไม่อาจรับมันไว้ได้ เจ้าจงรีบส่งคืนให้เจ้าของอย่างเงียบๆ ข้าอยากรู้นักว่านางจะมีสีหน้าเช่นไร หึหึ" ชุนเฟิงมองคุณหนูของตนด้วยความสงสัย หลังจากฟื้นคืนสติขึ้นมานอกจากวาจาของคุณหนูจะเปลี่ยนไปแล้ว นิสัยคุณหนูก็เหมือนจะเป็นคนละคน แต่ก็ช่างเถอะ นางชอบคุณหนูที่เป็นแบบนี้มากกว่า

ในยามนี้เองขันทีจากเรือนกุ้ยหรงได้มาเชิญชายาเอกเสด็จไปยังเรือนรับรองเพื่อให้เหล่าองครักษ์ทำการตรวจค้นโดยละเอียด เวลาเพียงไม่นานองค์ชายสามก็ประคองร่างบางที่มีท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง สีหน้าซีดขาว ไร้สีเลือดเดินเข้ามาเช่นเดียวกัน ดึกดื่นค่ำคืนไม่มีผู้ใดกล้าหลับตาลงแม้เพียงผู้เดียว มีคำสั่งตรวจค้นทุกเรือนมิเว้นแม้กระทั่งซอกหลืบ ไม่รู้ว่าโทษตายจะหล่นใส่ศีรษะผู้ใด ทุกคนต่างหวั่นเกรงโทสะจากนายใหญ่ของจวนนี้เป็นอย่างมาก

'หึหึ ชิงลี่หนอ ชิงลี่ ต้องการให้ชั้นตายมากขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย แค่อดทนอีกเพียงแค่วันสองวันก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งความรักจากสามีไปอีก คนสมัยนี้จิตใจโหดร้ายจริงเชียวเพียงเพื่อต้องการตำแหน่งชายาเอกถึงกลับกล้าวางแผนทำร้ายตนเอง โดยใช้ชีวิตเด็กน้อยที่ยังไม่ลืมตาดูโลกเพื่อแลกกับความรักจอมปลอมเช่นนี้ มันคุ้มกันแล้วรึไง'

ฮุ่ยเจินมองไปยังใบหน้าที่ไร้สีเลือดด้วยความสมเพช เวทนา จากนั้นจึงละสายตาไปยังบุรุษหนุ่มที่ประคองนางอยู่ข้างๆ สายตาที่ทอดมองไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆให้ผู้คนสามารถคาดเดาได้

"กราบทูลองค์ชาย ข้าน้อยตรวจค้นเรือนกุ้ยอิงจนทั่วแล้ว ไม่พบสิ่งใดเลยพะย่ะค่ะ"

"เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่ บริเวณรอบๆเรือนล่ะ ได้ทำการค้นหาดีรึยัง ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่พบเจอสิ่งใดเลย" ใบหน้าซีดขาวเริ่มมีสีเลือดขึ้นมาทันที หันกลับไปถามองครักษ์ที่เข้ามารายงาน แล้วเหลือบสายตามองไปยังบ่าวของตนด้วยความสงสัย

"ชายารอง เหตุใดเจ้าถึงพูดเช่นนี้ เจ้าไม่เชื่อใจฝีมือขององครักษ์หรอกหรือ รึว่าเจ้ามั่นใจว่าต้องเจอสิ่งใดในเรือนของข้ากัน

หืม..ไหนเจ้าลองบอกมาซิ เหตุใดเจ้าจึงมั่นใจเช่นนั้นนัก"

"ถ้าไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใคร ตั้งแต่เจ้าเข้ามาอยู่ที่จวนแห่งนี้ก็พบเจอแต่ปัญหา เจ้าคงโกรธแค้นที่องค์ชายรักข้า ใส่ใจข้า แต่กลับไม่สนใจใยดีเจ้า เจ้าจึงทำร้ายข้าเช่นนี้"

"ชายา...รอง เจ้าไม่คิดบ้างหรอกหรือว่า บางทีอาจเป็นเพราะตัวเจ้าเองเป็นผู้สร้างเรื่อง แต่เพื่ออะไรนั้นข้าว่าเจ้าน่าจะรู้ดีแก่ใจ มันก็จริงอยู่ที่ตั้งแต่ข้าเข้ามาอยู่ที่นี่ก็มักจะมีแต่ปัญหา แต่ข้าอยากรู้อีกเช่นกันว่าปัญหาเหล่านี้ผู้ใดเป็นผู้ก่อ ไหนเจ้าลองตอบข้ามาซิ อีกอย่างเจ้าลืมอะไรไปหรือไม่ ว่าข้าไม่ได้เป็นผู้เรียกร้องที่จะสมรสกับองค์ชาย แต่เป็นพระองค์เองที่ต้องการสมรสกับข้า แล้วข้าจะอิจฉาเจ้าเพื่ออะไรในเมื่อเดิมทีชีวิตของข้าก็สุขสบายยิ่งนัก อีกอย่างเรื่องรักๆใคร่ๆเหล่านี้ข้าไม่เคยใส่ใจซักนิดเดียว" เหล่าข้ารับใช้สูดหายใจเข้าลึกๆ เกร็งตัวทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

"พระอาญามิพ้นเกล้า ข้าน้อยค้นเจอห่อยานี้ที่เรือนนอนภายในเรือนหลิ่งฟาง ซึ่งตรงกับเศษยาที่ตกหล่นอยู่ในห้องครัวพะย่ะค่ะ" องครักษ์อีกคนก้าวเข้ามารายงานทีนที

"ไม่จริง ไม่จริงนะเพคะ หม่อมฉันถูกใส่ร้าย หม่อมฉันจะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร พระองค์ทรงให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยนะเพคะ"

"หากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว หม่อมฉันขอตัวไปพักก่อนนะเพคะ รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวยิ่งนัก กลิ่นริษยาบริเวณนี้มันแรง อ้อ แล้วอีกอย่าง..." โฉมงามเดินเข้าไปหาร่างบางตรงหน้า โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูนางเบาๆ "สิ่งที่เจ้าอยากได้ หากขาดแคลนนักก็เอาไปเถอะ ข้ายกให้ ชิ" จากนั้นนางจึงสะบัดหน้าและก้าวเท้าออกมาจากเรือนรับรองพร้อมทั้งมีเสียงกรีดร้องดังไปทั่วทั้งจวน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย chitnapongn@gmail.com
กรรมตามสนองจริงๆ
เมื่อ 9 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Kate Patthamaphunsakul
เหมือนยิ่งหนี ยิ่งเจอเลย
เมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว

รีวิว