ลวงเล่ห์ ชะตารัก

ตอนที่ 12 งานเลี้ยงต้อนรับ#1

เวลานี้ร้านค้ามากมายทั่วทั้งเมืองคึกคักยิ่งนัก เพราะจะมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับชินอ๋องภายในวังหลวง บรรดาเหล่าคุณหนูในห้องหอต่างออกมาจับจ่ายใช้สอยกันเป็นจำนวนมากเพราะต้องการให้ตนเองดูงดงามเผื่อมีโอกาสได้เชื่อมวาสนากับเหล่าเชื้อพระวงศ์หรืออย่างน้อยได้แต่งเป็นฮูหยินเอกของขุนนางหนุ่มอนาคตไกลหรือบรรดาคุณชายที่มีชาติตระกูลดีก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายออกไป

"คนเยอะจังเลย งั้นเราเดินไปดูผ้าที่ร้านทางด้านโน้นกันก่อน ข้าอยากออกแบบชุดใส่ในวันงานของข้ากับท่านแม่ "

"ได้เจ้าค่ะคุณหนู เดินระวังด้วยนะเจ้าคะ คนเยอะจึงไม่ค่อยจะปลอดภัยนักเจ้าค่ะ"

"เจ้าค่ะพี่ชุนเฟิง ข้าจะค่อยๆเดินนะเจ้าคะ"

"โถ่ คุณหนู ชอบล้อบ่าวเล่นอีกแล้ว"

"คิคิ...อย่างอนข้าเลยน๊า ดีกันๆ" บ่าวน้อยมีสีหน้าจะยิ้มก็ไม่ได้ หัวเราะก็ไม่ออก คุณหนูของนางช่างแกล้ง ทั้งยังชอบพูดภาษาแปลกๆ ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจแต่นางก็เริ่มคุ้นชินกับพฤติกรรมของคุณหนูบ้างแล้ว

บริเวณร้านผ้าคนยังไม่ค่อยเยอะมากเท่าร้านผ้าสำเร็จรูป เพราะผู้คนส่วนใหญ่มักจะซื้อเป็นชุดที่ตัดไว้แล้วเสียมากกว่าทำให้การแต่งกายจะดูคล้ายๆกันหมด สิ่งนี้ทำให้หวงฮุ่ยเจินคิดคำนวนอยู่ในใจนางจึงค่อยๆเลือกดูผ้าอย่างตั้งใจ

"เถ้าแก่ ข้าต้องการผ้าสีชมพูอ่อนนี้หนึ่งพับ ผ้าสีม่วงเข้มและม่วงอ่อนอย่างละพับเจ้าค่ะ"

"ขอรับคุณหนู ทั้งหมดสามตำลึงเงินขอรับ" นางหยิบเงินให้แล้วเดินออกไปเดินดูสินค้าร้านอื่นต่อ ในระหว่างนั้นเององค์ชายสามซึ่งนัดพบกับบรรดาเหล่าองค์ชายที่หอหย่งอี้ได้เจอกับอดีตชายาเอกหวงฮุ่ยเจินโดยบังเอิญ ในใจของเขาพลันเต้นรัวความรู้สึกคิดถึงตีตื้นขึ้นมาในอก ตั้งแต่หย่าขาดจากกันคราวนั้นเขาก็ไม่ได้พบนางอีกเลย

"น้องหญิง" ร่างบางนิ่งชะงัก ความรู้สึกเหมือนมีคนเรียกตนเองจึงหันไปมอง

"ถวายพระพรเพคะองค์ชายสาม"

"ไม่ต้องมากพิธี เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่"

"หม่อมชั้นแข็งแรงดีเพคะ ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวล" ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันผู้คนที่ผู้บริเวณนั้นต่างมองด้วยความสนอกสนใจในเหตุการณ์นี้

"เรา..."

"อ้าว น้องสามเหตุใดเจ้ายังอยู่ตรงนี้ ป่านนี้น้องสี่กับน้องหกน่าจะรอเราอยู่ในห้องรับรองแล้ว" องค์ชายใหญ่กำลังจะเดินเข้าไปในหอหย่งอี้เห็นเข้าจึงเดินตรงมาหา

"ถวายพระพรเพคะองค์ชายใหญ่"

"เจินเอ๋อร์เองหรอกหรือ เสด็จย่าทรงถามถึง หากเจ้ามีเวลาก็เข้าวังไปพูดคุยกับพระองค์บ้างนะ"

"เพคะองค์ชายใหญ่ ถ้าอย่างนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ" สาวน้อยผู้มีใบหน้างดงามยิ้มเจื่อนแล้วขอตัวออกมา สายตาขององค์ชายสามมองตามร่างบางไปด้วยความอาลัยอาวรณ์จนคนข้างๆสังเกตได้ จึงเข้าไปตบไหล่เบาๆด้วยความเห็นใจ

ในที่สุดก็ถึงวันงานเลี้ยงต้อนรับชินอ๋อง ณ จวนแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ท่านแม่ทัพ รองแม่ทัพหวงฮุ่ยเจี๋ยและคุณชายรองหวงฮุ่ยถิงกำลังยืนรอหวงฮูหยินและบุตรสาวเพียงคนเดียวอยู่หน้าจวน เพื่อเดินทางเข้าวังพร้อมกันทั้งครอบครัว เมื่อร่างบางระหงทั้งสองก้าวออกมาจากจวนผู้คนต่างพากันตกตะลึง

"แค่กๆๆ ฮูหยิน เจินเอ๋อร์ วันนี้เจ้าแกล้งป่วยกันดีหรือไม่ ข้าคิดว่าพวกเจ้าไม่ต้องเข้าไปร่วมงานเลี้ยงนั่นหรอก" ท่านแม่ทัพมีอาการทันทีที่เห็นบุตรสาวและภรรยาของตนก้าวออกมา หนังตากระตุกด้วยความหวงแหน

"ท่านแม่กับน้องสามไปเปลี่ยนชุดดีหรือไม่ขอรับ ข้าว่าชุดนี้ดูไม่ค่อยงามสักเท่าใด" พี่ใหญ่ผู้เงียบขรึมอดไม่ได้ที่จะออกความคิดเห็น

"หรือหาหมวกมาสวมคลุมศีรษะไว้ดีกว่าขอรับ" บรรดาบุรุษในตระกูลต่างเห็นพ้องต้องกันว่ามิสมควรให้พวกนางปรากฏกายให้ผู้ใดพบเห็นจะเป็นการดีที่สุด

"ไม่ได้/ไม่ได้เจ้าค่ะ"

"ท่านพ่อ นี่ก็ใกล้จะได้เวลางานแล้วนะเจ้าคะ หากไปสายพวกข้าจะยิ่งเป็นจุดสนใจนะเจ้าคะ"

"แต่ลูกพ่อ ใยเจ้าไม่แต่งกายให้งามน้อยลงหน่อยเล่า แบบนี้พ่อกับพี่ๆเจ้าไม่แย่หรอกหรือ"

"ท่านพี่ เราควรออกเดินทางได้แล้วนะเจ้าคะ พวกข้าเป็นหญิงหากมิงดงามผู้อื่นจะนินทาจวนแม่ทัพเอาได้ ท่านอย่าได้ชักช้า รีบเดินทางได้แล้ว" เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นใหญ่ที่สุดในจวนได้เอ่ยขึ้น คำพูดอื่นใดล้วนไม่มีผล ท่านแม่ทัพประคองสองแม่ลูกขึ้นไปนั่งบนรถม้า ก่อนที่ตนเองและบุตรชายทั้งสองจะขี่ม้าประกบทั้งซ้ายและขวา บรรดาข้ารับใช้ที่อยู่หน้าจวนต่างส่ายหน้ากับความขี้หวงของบุรุษในตระกูลนี้ที่เห็นกันจนเคยชินเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว

ณ พระราชวังอันใหญ่โต งดงามสมกับเป็นสถานที่พำนักของผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พื้นที่โดยรอบประดับประดาตกแต่งงดงามตระการตา บรรดารถม้าจากจวนขุนนางต่างทยอยเข้ามาไม่ได้ขาดสาย ภายในสถานที่จัดงานเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายตระกูล เหล่าบรรดาคุณหนูในห้องหอต่างประชันโฉมกันโดยไม่มีผู้ใดด้อยไปกว่ากัน ในขณะที่ผู้คนพูดคุยกันอยู่นั้น สาวงามทั้งสองรุ่นค่อยๆเยื้องกายเข้ามาในงานด้วยกิริยางดงาม จังหวะการก้าวเดินดูเป็นกุลสตรีผู้เพียบพร้อมจนผู้คนต่างอิจฉา บรรดาฮูหยินต่างมองหวงฮูหยินด้วยความริษยา เพราะนอกจากจะมีสามีที่รักและหวงแหนนางจนไม่เห็นหญิงใดในสายตาแล้ว ความงดงามของนางไม่ได้ลดน้อยลงทั้งที่นางมีบุตรถึงสามคนแล้ว พอปรายตามองร่างบางที่อยู่เคียงข้างกัน ต่างสูดหายใจเข้าลึกๆ เพราะถึงแม้เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นได้เพียงไม่นาน แต่ก็ฉายแววความงดงามล่มเมืองออกมา ผู้คนต่างเสียดาย ที่องค์ชายสามไม่สามารถรักษาเพชรน้ำงามเม็ดนี้ไว้ได้ แต่ก็ทำให้บรรดาลูกหลานตระกูลใหญ่ต่างรู้สึกยินดีและคาดหวังที่จะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันกับตระกูลนี้ บุรุษหนุ่มผู้องอาจทั้งสามคนที่ก้าวตามเข้ามาสีหน้าเคร่งขรึม แผ่ไอสังหารออกมาบริเวณรอบๆงาน ทำให้ผู้คนรู้สึกหวั่นเกรงจนต้องหลบเลี่ยงออกไป คุณชายทั้งหลายต่างไม่กล้าเข้ามาพูดคุยทำความรู้จักเพราะเกรงว่าตนเองอาจต้องเป็นผู้รับเคราะห์จากบุรุษตระกูลนาง ส่วนบรรดาคุณหนูในห้องหอต่างหน้าแดงยืนบิดผ้าเช็ดหน้าด้วยความขวยเขินเมื่อเห็นบุตรชายทั้งสองของท่านแม่ทัพ คนหนึ่งดูองอาจห้าวหาญ คนหนึ่งดูเข้าถึงง่ายไม่ว่าจะได้แต่งกับผู้ใดในสองคนนี้ก็ทำให้เป็นที่อิจฉาริษยาของผู้คนได้ทั้งนั้น

"คารวะท่านอา ท่านอาเขยขอรับ/เจ้าค่ะ" ชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งก้าวเข้ามาทักทายท่านแม่ทัพและฮูหยิน

"จื่อหลิงกับซินเอ๋อร์เองหรอกหรือ แล้วท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าล่ะ" หวงฮูหยินหันมากล่าวกับหลานของตนที่เข้ามาทักทาย

"ท่านพ่ออยู่ทางด้านโน้นขอรับกำลังพุดคุยกับใต้เท้าทั้งหลายอยู่ ส่วนท่านแม่คุยกับเหล่าฮูหยินอยู่อีกด้านขอรับ"

"ท่านพี่ เดี๋ยวข้าขอตัวไปทักทายพี่สะใภ้ก่อนนะเจ้าคะ อาฝากดูแลน้องไว้ด้วยนะจื่อหลิง ฟางซิน"

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย chitnapongn@gmail.com
อี้ชินอ่องจะจำเมียได้มั้ย
เมื่อ 9 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย ชนิดาภา พยัพพานนท์
นางเอกเราจะได้ลงจากคานป่าวนะ
เมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว

รีวิว