ลวงเล่ห์ ชะตารัก

ตอนที่ 13 งานเลี้ยงต้อนรับ#2

"อี้ชินอ๋อง เสด็จ" ทุกสายตาต่างมองมายังผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่ บุรุษผู้นี้มีรูปร่างองอาจผึ่งผาย ดูแข็งกร้าว สายตาของอ๋องหนุ่มเหลือบมองมายังสาวงามผู้ที่ดูโดดเด่น ชุดที่นางสวมใส่ขับผิวให้ดูขาวกระจ่างใส มีเสน่ห์ ชั่วขณะหนึ่งแววตาพระองค์อ่อนแสงลงจนผู้คนมิทันสังเกตเห็นได้ แต่คงมิใช่กับพี่ใหญ่ของนางที่สายตาคอยจับจ้องบุรุษทุกคนเพื่อคอยสังเกตทีท่าพวกเขาเหล่านั้น ริมฝีปากของรองแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลเม้มแน่นขึ้น นัยน์ตาลุ่มลึกจ้องมองผู้มาใหม่ที่เข้ามาในงานอยู่ตลอด จนอี้ชินอ๋องเองก็สัมผัสได้เช่นกัน สายตาทั้งคู่ประสานกันมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เหล่าเชื้อพระวงศ์ต่างทยอยกันเข้ามาในงานไม่ขาดสายจนในที่สุด

"ฮ่องเต้เสด็จ ฮองเฮาเสด็จ ไทเฮาเสด็จ" ตามด้วย หม่าหวงกุ้ยเฟยและบรรดาเหล่าพระสนมขั้นเฟยเสด็จตามพระองค์ บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความรื่นเริง ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน บรรดาคุณหนูต่างเริ่มออกมาแสดงความสามารถ

"เจินเอ๋อร์ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปเตรียมการแสดงก่อนนะ คอยให้กำลังใจพี่สาวคนนี้ด้วยนะ" คุณหนูจางหันมาแลบลิ้นให้แก่น้องน้อย แววตาซุกซน ก่อนที่จะจากไปเตรียมการแสดงหลังการบรรเลงพิณของคุณหนูผู้นี้จบลง เมื่อถึงรอบการแสดงของคุณหนูจาง เสียงดนตรีขับขานตามมาด้วยการแสดงของนาง ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ปากนิด จมูกหน่อย ดูมีความสุขในขณะที่นางร่ายรำ ท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามจนสะกดให้ผู้คนหลงใหล จนการแสดงของนางจบลงจึงได้รับเสียงปรบมือเป็นอย่างมาก

'คุณหนูคนนี้ชาติตะกูลดี เหมาะสมกับจงกุ้ยยิ่งนัก' โจวซูเฟยลอบสังเกตเหล่าคุณหนูที่ตนหมายมั่นจะให้แต่งกับบุตรชายของตนอย่างเงียบๆ

"คุณหนูจางช่างแสดงการร่ายรำได้อ่อนช้อยงดงามมาก ไหนเจ้าเดินเข้ามาใกล้ๆให้เราเห็นเจ้าชัดๆทีสิ" ฮองเฮารู้สึกถูกใจนางยิ่งนัก ไม่ว่ากิริยาท่าทางหรือชาติตระกูลเหล่านั้น ต่างเหมาะสมกับตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้นางยิ่งนัก จางฟางซินค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ ด้วยกิริยาที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี โจวซูเฟยเหลือบตามองไปทางฮองเฮาด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะเกรงว่าจะถูกนางแย่งว่าที่ลูกสะใภ้ไป

"อืม นางกิริยางดงาม ชาติตระกูลสูงส่ง ใบหน้าน่ารักดูซุกซนยิ่งนักนะเพคะฮองเฮา" หม่าหวงกุ้ยเฟยเอ่ยชม

"ดี ดีมาก คุณหนูจางน่ารักสมวัย การแสดงนี้ถูกใจเราและฮองเฮายิ่งนัก ประทานผ้าทอให้คุณหนูจางสี่พับ พร้อมปิ่นทองประดับมุกอีกหนึ่งชิ้น"

"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท" ร่างบางยอบตัวถวายความเคารพก่อนกลับไปนั่งลงด้านข้างหวงฮุ่ยเจินเช่นเดิม

"ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันรู้สึกเอ็นดูคุณหนูจางยิ่งนักจึงอยากจะเชื่อมวาสนาให้แก่พระโอรสของหม่อมฉันนักเพคะ เพื่อเป็นการปลอบขวัญที่เขาเพิ่งสูญเสียบุตรและชายารองเองก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกแล้วเพคะ" โจวซูเฟยรีบเอ่ย เพราะเกรงว่าตนอาจพลาดโอกาสอันดี ส่วนทางด้านองค์ชายสามที่ได้ยินมารดาของตนเอ่ยเช่นนี้รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

"โจวซูเฟย เจ้ายังอยากให้ฝ่าบาทมอบสมรสให้แก่องค์ชายสามอีกหรือ ไม่กลัวว่าจวนชางจงจะลุกเป็นไฟอีกหรือไร หึหึ" จิ่งเสียนเฟยเอ่ยจี้ใจดำโจวซูเฟยถึงข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดอยู่ในเมืองหลวง ทำให้พระนางยิ่งไม่พอใจในตัวชายารองเป็นอย่างมาก

ทางด้านฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นจึงปรายตามามองมายังโจวซูเฟยด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดา จากนั้นจึงเริ่มการแสดงของคุณหนูตระกูลต่างๆ จนกระทั่งถึงการแสดงของคุณหนูหวงฮุ่ยเจิน โฉมงามเยื้องย่างกายออกมาด้านหน้า ผู้คนจ้องมองจนตาแทบไม่กระพริบ วันนี้นางดูบอบบางน่าทะนุถนอม ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ใบหน้างดงามถูกแต่งแต้มสีสันยิ่งทำให้ดูงดงามยิ่งขึ้นไปอีก ท่วงท่าดูอ่อนโอนแฝงไปด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหา นางเลือกใส่ชุดสีชมพูอ่อนช่วงบนเป็นเกาะอกเผยผิวขาวเนียน ช่วงเอวคาดด้วยผ้าสีม่วงเข้มตัดกับสีชุด เสื้อคลุมสีม่วงอ่อนตัดขอบด้วยสีม่วงเข้มปักลายดอกเหมยฮวาด้วยดิ้นทอง เกล้าผมเป็นมวยสูงแค่ครึ่งศีรษะเอียงไปด้านข้าง ประดับปิ่นลวดลายแปลกตา การแต่งกายดูสวยงามแตกต่างจากบุตรสาวตระกูลอื่นที่อยู่ในงานนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากผ่านไปอีกสักสองปี นางจะงดงามล่มแคว้นมากเพียงใด ทางด้านเหล่าบุรุษตระกูลหวงเกิดอาการกระสับกระส่าย แผ่รังสีกดดันออกมาจนหวงฮูหยินอดที่จะหันไปส่งสายตาห้ามปรามมิได้ ตรงหน้าของนางมีกู่เจิงวางอยู่ นางค่อยๆนั่งลงเพื่อเตรียมบรรเลงเพลง โชคดีที่ในโลกที่นางจากมา นางมีอาชีพเป็นนักแสดงด้วยเช่นกันจึงมีโอกาสได้ร่ำเรียนสิ่งเหล่านี้เพื่อให้สมบทบาทการแสดงยิ่งขึ้น เสียงดนตรีขับขานดังขึ้นพร้อมเสียงหวานดังกังวานประทับเข้าไปในจิตใจของผู้คน ดวงตาหลายคู่จับจ้องไปยังลานแสดง หลายคนชื่นชม อีกหลายคนก็อิจฉาริษยา แต่คนที่แสดงอาการจนเด่นชัดคงไม่พ้นชายารองเพราะจิตใจที่มืดมนทำให้ความงามของนางดูด้อยค่าลงเป็นอย่างมาก ผู้คนต่างปรายตามองไปยังชายารองเพื่อเปรียบเทียบกับสาวงามที่กำลังบรรเลงเพลงอยู่ในใจ บ้างทอดถอนใจ บ้างส่ายหัวเพราะเสียดายสาวงามนางนี้อย่างสุดซึ้ง แต่ยังมีผู้คนบางส่วนที่ยินดีเพราะคาดหวังว่าวาสนาอาจตกมาอยู่ที่บุตรหลานของตน จนกระทั่งจบการแสดงผู้คนที่ตกอยู่ในภวังค์ต่างได้สติปรบมือดังกึกก้องไปทั้งงาน

"เยี่ยม เยี่ยมมากเลย เจินเอ๋อร์ มา มาให้ย่ามองเจ้าใกล้ๆหน่อย ไม่ได้เห็นเจ้ามาหลายปี บัดนี้เจินเอ๋อร์ของย่ากลายเป็นสาวงามล่มแคว้นแล้วหรอกหรือเนี่ย" ไทเฮาทรงพระสรวล วันนี้นางมีความสุขยิ่งนักที่เห็นคนในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า แต่มันคงจะดีกว่านี้หากอดีตแม่ทัพพี่ชายของพระองค์จะเข้าวังมาด้วย พระนางคงจะมีความสุขมากกว่านี้เป็นแน่

"ถวายพระพรเพคะไทเฮา ขอจงทรงพระเจริญพันปี พันๆปีเพคะ"

"ไม่ต้องมากพิธีหลานรัก" ไทเฮาทอดพระเนตรใบหน้าหลานสาวตรงหน้า ในใจพลันปวดแปลบขึ้นมาเมื่อนึกถึงข่าวการหย่าของนางพลันทอดถอนหายใจด้วยความสงสาร จนอดที่จะปรายตามองไปยังโจวซูเฟยและชายารองติงชิงลี่มิได้ จากนั้นไทเฮาจึงปักปิ่นหงส์คาบมุกให้แก่หวงฮุ่ยเจิน

"ย่ายังมิได้มอบของขวัญให้เจ้าในวันปักปิ่น สิ่งนี้ถือเป็นตัวแทนจากย่านะหลานรัก" ทุกคนเห็นเครื่องประดับชิ้นนี้ต่างตกตะลึงเพราะไม่คาดว่านางจะได้รับของที่มีค่ามากมายเพียงนี้

"ขอบพระทัยเพคะไทเฮา"

บรรยากาศภายในงานเลี้ยงสนุกสนานสร้างความเพลิดเพลินใจให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน ทำให้โอรสสวรรค์เบิกบานพระทัยเป็นอย่างมาก

"หงหมิง ปีนี้เจ้าเองก็อายุไม่น้อยแล้ว รู้สึกถูกใจบุตรสาวตระกูลใดบ้างพ่อจะได้ประทานสมรสให้ ในจวนของเจ้าจะได้มีคนช่วยดูแลเสียที"

"ทูลเสด็จพ่อ ลูกยังไม่ได้คิดเลยพะย่ะค่ะ คงต้องแล้วแต่เสด็จพ่อ เสด็จแม่ พะย่ะค่ะ"

"ฮองเฮา แล้วเจ้าถูกใจบุตรสาวตระกูลใด อยากได้ผู้ใดเป็นลูกสะใภ้กัน" หญิงงามทั้งหลายที่ได้ยินฮ่องเต้ตรัสเช่นนี้ ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมขยับท่าทางให้ดูสง่างามเผื่อว่าตนเองอาจจะได้รับเลือกให้แต่งเข้าจวนขององค์ชายใหญ่

"ฝ่าบาท หม่อมฉันถูกใจคุณหนูตระกูลจางยิ่งนักเพคะ" สิ้นเสียงฮองเฮาสีหน้าโจวซูเฟยเครียดขึง ในมือกำผ้าเช็ดหน้าแน่น นัยน์ตาแดงกล่ำด้วยความโกรธ นางเพิ่งสูญเสียตระกูลหวงไปไม่นาน พอนางเจอตระกูลที่เหมาะสมกับบุตรชายของนางกลับถูกคว้าไปง่ายดายเช่นนี้ 'ช่างน่าตายนัก' บรรดาสาวงามต่างเหลือบมองไปยังคุณหนูจางฟางซิน ที่จนตอนนี้ยังไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นที่ต้องตาต้องใจของหงส์เคียงมังกรคู่นี้

"ดี...ดี งั้นเราขอแต่งตั้งให้องค์ชายใหญ่เฉินหงหมิง เป็นรัชทายาท เริ่มออกว่าราชการพร้อมกับเราตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป"

"ท่านอัครมหาเสนาบดีจาง เวลานี้บุตรสาวท่านอายุเท่าใดแล้ว" โอรสวรรค์ตรัสถามต่อ ไม่ปล่อยให้ผู้คนได้ทันหายใจหายคอ

"ทูลฝ่าบาท ตอนนี้นางอายุ 16 ปี แล้วพะย่ะค่ะ"

"ดี อายุเหมาะที่จะออกเรือนพอดี งั้นเราขอหมั้นหมายบุตรสาวเจ้าให้กับหงหมิงไว้ก่อน เพื่อให้พวกเขาได้ทำความคุ้นเคยกัน แล้วค่อยแต่งเป็นพระชายาเอกเช่นนี้ดีหรือไม่"

"ขะ...ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี" อัครมหาเสนาบดีจางชงหยวนหน้าซีด เพราะไม่คิดว่าบุตรสาวตนจะได้แต่งเป็นพระชายาเอก ถ้าฝ่าบาทพระราชทานสมรส เขาอาจยกข้ออ้างการหย่าของหลานสาวมาปฏิเสธได้ แต่นี่พระองค์ให้เวลาทำความรู้จักกันก่อน แล้วจะให้ตนปฏิเสธอย่างไรได้ หึ! ช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก

"แย่แล้ว เจินเอ๋อร์ สมรสพระราชทานร่วงใส่หัวข้าแล้ว" คุณหนูจางมีสีหน้าไม่ต่างกับบิดาเท่าใดนัก

"ไม่เป็นไรหรองพี่ฟางซิน ยังมีเวลาหลีกเลี่ยงได้อยู่ อย่าเพิ่งรีบเป็นกังวลไป"

ทางด้านโจวซูเฟยนั่งนิ่ง ขบกรามแน่นด้วยความโมโห ทุกสิ่งทุกอย่างผิดพลาดไปหมด นางปรายตาไปทางชายารองที่เป็นตัวปัญหาสร้างเรื่องจนทำให้นางต้องสูญเสียกำลังสำคัญไป น่าแค้นใจยิ่งนัก

"ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเห็นว่าชิงลี่ไม่สามารถให้กำเนิดโอรสมังกรได้อีกต่อไปแล้ว หม่อมฉันจึงอยากให้ฝ่าบาทเมตตาประทานสมรสให้แก่จงกุ้ยด้วยเพคะ"

"หืมม...เจ้าอยากให้เราประทานสมรสให้จงกุ้ยอีกหรือ"

"เพคะฝ่าบาท"

"เสด็จแม่!!!"

"งั้นเราให้น้องสาวนางแต่งเข้าไปเป็นชายาเอกแล้วกัน ถึงแม้ว่าน้องสาวนางจะเป็นบุตรฮูหยินใหญ่แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องร่วมบิดา นางคงไม่น่าจะมีปัญหาใดอีกกระมัง"

"ฝะ ฝ่าบาท/เสด็จพ่อ" โจวซูเฟยไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่ฝ่าบาทพระราชทานให้จะเป็นน้องสาวของชายารอง ทางด้านองค์ชายสามรู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก เพราะตนเองตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปสร้างสายสัมพันธ์กับหวงฮุ่ยเจินอีกครา เมื่อได้รับพระราชทานสมรสเช่นนี้ทำให้เขาไม่สามารถแต่งนางเข้ามาเป็นชายาเอกได้แน่นอน อีกด้านหนึ่งที่เดือดร้อนไม่แพ้กันคือชายารองที่ตอนนี้นั่งหน้าซีดขาวสลับแดงอยู่ด้วยความโกรธ ในใจคิดแค้นเคืองหวงฮุ่ยเจินยิ่งนัก หากตนไม่ตกเลือดคงมิต้องกล้ำกลืนฝืนทนใช้สามีร่วมกันกับน้องสาว อีกทั้งตอนอยู่ที่ตระกูลเดิมตัวนางเองก็เป็นบุตรฮูหยินรอง แต่งออกมาตนเองยังต้องตกเป็นรองให้แก่น้องสาวต่างมารดาซึ่งถือกำเนิดจากฮูหยินใหญ่อีก

"คุณหนูสามสกุลติง นาม ติงชิงเซียน รับราชโองการ เนื่องด้วยคุณหนูสามสกุลติง กิริยามารยาทเรียบร้อย หน้าตางดงาม มีความเป็นกุลสตรีที่ดีพร้อม เราขอพระราชทานสมรสให้นางแต่งเข้าจวนชางจงในตำแหน่งชายาเอก เพื่อครองคู่กับองค์ชายสามสืบไป กำหนดจัดงานในอีกสามเดือนข้างหน้า"

"หม่อมฉันติงชิงเซียน น้อมรับราชโองการเพคะ ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี" สิ้นเสียงราชโองการประกาศ คนที่เสียใจไม่แพ้ผู้ใดก็คือ คุณหนูสามติงชิงเซียนเพราะตัวนางเองมีบุรุษที่ตนแอบชอบอยู่แล้ว ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่รักเขาข้างเดียว แต่นางก็มีความหวังว่านางจะสามารถได้ครองคู่กับเขาผู้นั้น วันนี้มีโอกาสได้พบเขาอีกครั้ง แต่กลับเป็นการพบเพื่อจาก นางไม่มีโอกาสที่จะได้เคียงคู่กับเขาอีกต่อไป บรรดาคุณหนู คุณชายที่ได้ฟังราชโองการ บ้างเสียใจ บ้างเห็นเป็นเรื่องขำขัน แต่คนที่จะมีความสุขที่สุดคงไม่พ้นเหล่าบุรุษตระกูลหวงที่ตอนนี้สามารถวางใจได้ส่วนหนึ่ง เพราะเจินเอ๋อร์ของพวกเขาไม่มีทางกลับเข้าไปอยู่กับคนเหล่านั้นอีกแล้ว

"ไหนๆวันนี้ก็จัดงานเลี้ยงขึ้นมาแล้ว เราขอถือโอกาสนี้แจ้งเรื่องที่น่ายินดีให้ทุกท่านได้ทราบไปพร้อมกันเลยแล้วกัน ฉินกงกงประกาศราชโองการ"

"พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"

"อี้ชินอ๋อง เฉินเทียนอี้ รับราชโองการ เนื่องด้วยพระองค์มีพระปรีชาสามารถ เชี่ยวชาญการศึกและตำราพิชัยสงคราม อีกทั้งได้รับการถ่ายทอดการรบจากอดีตแม่ทัพใหญ่หวงเซิ่งหงจึงขอแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน คุมกำลังสามสิบหมื่นนาย" สิ้นเสียงประกาศ เสียงฮือฮาดังไปทั่วงานด้วยความแตกตื่น

"รองแม่ทัพพิทักษ์แดนบูรพา หวงฮุ่ยเจี๋ย รับราชโองการ เนื่องด้วยรองแม่ทัพหวงมีความซื่อสัตย์ ภักดี คอยปกป้องบ้านเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย ขอแต่งตั้งให้เป็นรองแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน"

"องค์ชายสี่ เฉินจิ่งเสียน รับราชโองการ เนื่องด้วยองค์ชายสี่มีความเฉลียวฉลาด มากด้วยปํญญา รวมทั้งมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ขอแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจราชการ คอยสอดส่องดูความเป็นอยู่ของราษฎรรวมทั้งการทำงานของข้าราชบริพารตามเมืองต่างๆขึ้นตรงต่อฝ่าบาทเพียงผู้เดียว" เสียงประกาศราชโองการดังกึกก้อง กระทบจิตใจใครหลายๆคนในที่นี้ การประกาศแต่งตั้งโดยที่ไม่มีผู้ใดระแคะระคายมาก่อน เหมือนดั่งโยนก้อนหินลงในน้ำทำให้กระทบเป็นวงกว้าง ใบหน้าเปื้อนยิ้มของผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรทอดสายตามองลงมายังเบื้องล่างเห็นเหล่าขุนนางมีสีหน้าท่าทางแตกต่างกันออกไปจนอดที่จะยิ้มเยาะในใจไม่ได้

"ขอบพระทัยฝ่าบาท กระหม่อมน้อมรับราชโองการ ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี"

การแต่งตั้งครานี้ ทำร้ายจิตใจไปยังใครอีกหลายๆคน เพราะถือว่าเป็นการวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่องค์รัชทายาท การที่ให้อี้ชินอ๋องเข้ามาคุมอำนาจทางทหาร ส่งผลให้ขั้วอำนาจเก่ายิ่งสั่นคลอน เพราะเดิมทีก็มีผู้คนคอยจับจ้องตำแหน่งนี้เอาไว้ หากแต่ฝ่าบาทยังไม่ทรงแต่งตั้งผู้ใดเข้ามาแทนอดีตแม่ทัพใหญ่ที่ผันตัวไปช่วยบุตรชายคนโตดูแลสำนักคุ้มภัย ส่วนตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์แดนก็เป็นของฮองเฮาและหม่ากุ้ยเฟย ซึ่งไม่น่ากังวลเท่าใดนักเนื่องจากหม่ากุ้ยเฟยให้กำเนิดเพียงแค่องค์หญิง ทางด้านอำนาจของทางแม่ทัพพิทักษ์แดนบูรพาที่เดิมสามารถช่วยเป็นฐานอำนาจที่มั่นคงให้แก่องค์ชายสามได้ แต่เป็นเพราะพระองค์ไม่สามารถจัดการปัญหาหลังบ้านของตนเองได้เป็นเหตุให้ต้องสูญเสียกำลังสำคัญไป แล้วยิ่งรองแม่ทัพได้เลื่อนไปเป็นรองแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ยิ่งทำให้อำนาจของตระกูลยิ่งเพิ่มมากขึ้น หากเป็นฮ่องเต้ในแคว้นอื่นๆการที่ตระกูลแม่ทัพมีอำนาจมากจนเกินไปอาจไม่ส่งผลดีต่อบัลลังก์มังกรสักเท่าใด แต่ด้วยความที่ตระกูลหวงปกป้องแผ่นดินมาหลายยุคหลายสมัยเคียงคู่กับอดีตฮ่องเต้จนเป็นที่เลื่องลือถึงความจงรักภักดีทำให้เป็นที่ไว้ใจของฝ่าบาทเป็นอย่างมาก หากท่านแม่ทัพมีใจเอนเอียงไปทางฝ่ายใด นั่นหมายความว่าองค์ชายพระองค์นั้นอาจได้นั่งบัลลังก์มังกรเป็นองค์ต่อไป

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย ชนิดาภา พยัพพานนท์
วาวๆๆลุ้นๆ
เมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว

รีวิว