เมียรักพ่อเลี้ยงดนย์

บทที่ 1 หนุ่มขี้งก VS สาวขี้เหนียว 40 เปอร์เซ็นต์

สองปีต่อมา

ไร่กุหลาบโชติพัทร

ญานินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อส่งร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงดนย์ขึ้นรถไปเรียบร้อย จนกระทั่งรถโฟร์วีลสีบรอนซ์เงินตีโค้งออกนอกบริเวณบ้านไปจนลับตา เธอจึงหันหลังกลับเดินเข้าไปช่วยดูแลความเรียบร้อยบริเวณหลังบ้านเหมือนเดิม

“พ่อเลี้ยงไปแล้วเหรอคะ”

“ค่ะป้ารจ” เธอตอบสั้น ๆ

“ช่วงนี้พ่อเลี้ยงทำงานหนัก ดีนะที่ยังกลับมานอนบ้านบ้าง ถ้าเป็นเมื่อก่อนกินนอนอยู่ที่โรงงานหรือไม่ก็บ้านท้ายไร่เป็นเดือน ๆ โน่นแหละ”

รจนาแม่บ้านใหญ่วัยหกสิบห้าปีพูดถึงเจ้านายคนโตที่มีนิสัยแข็งกระด้างและมุทะลุดุดัน ก็เพราะนิสัยแบบนี้แหละที่สามารถปกครองคนงานที่เป็นทั้งคนไทยและคนต่างด้าวเกือบสองร้อยชีวิตให้เป็นระเบียบเรียบร้อยภายในไร่กุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในแถบภาคเหนือแห่งนี้ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

และก็เพราะนิสัยแบบนี้เหมือนกันที่ทำให้เขาปะทะกับญานินมาตลอดเกือบสองปีแล้ว...

เริ่มตั้งแต่คุณอัมรามารดาของพ่อเลี้ยงได้รับญาติผู้น้องของญานินเข้ามาอยู่ในความดูแลที่นี่ และแน่ทีเดียวที่เธอ ก็ต้องตามมาอยู่ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

“คุณรจนั่งก่อนเถอะค่ะ นินจะช่วยไหมจัดดอกกุหลาบพวกนี้เอง”

ญานินช่วยพยุงแม่บ้านใหญ่ที่ไม่ค่อยสบายเจ็บป่วยตามโรคไขข้ออักเสบ ให้มานั่งบนเก้าอี้คอยดูแลพวกสาว ๆ จัดดอกไม้ต้อนรับน้องชายของพ่อเลี้ยง แดน โชติพัทร ซึ่งเพิ่งจบการศึกษาปริญญาโทมาจากประเทศอังกฤษ และกำลังเดินทางมาถึงสนามบินเชียงใหม่เมื่อเช้านี้

“ขอบใจ ฉันยังเป็นกังวลว่านะมนไปรับคุณแดนคนเดียวแบบนั้น จะเป็นอย่างไรบ้าง”

“คงไม่เป็นไรมั้งคะ... สองคนสนิทกันและติดต่อกันเป็นประจำ คุณรจไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ”

“นั่นสินะ ดูท่านะมนจะสนิทกับคุณแดนมากกว่าพ่อเลี้ยงเสียอีก”

ญานินได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ก็แน่ล่ะ ใครจะไปสนิทกับคนหน้าดุแบบนั้นได้ลง

หญิงสาวจัดดอกไม้เป็นช่ออย่างสวยงามด้วยความชำนาญ พร้อมกับค่อย ๆ นึกย้อนไปถึงอดีตที่เธอและญาติผู้น้องต้องมาผูกพันกับบ้านหลังใหญ่นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บิดามารดาของญานินเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกตั้งแต่เธออายุได้สองขวบ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอจึงมาอยู่ในความดูแลของคุณลุงคุณป้าที่รับเธอเป็นบุตรบุญธรรม

จวบจนกระทั่งเธออายุได้ห้าขวบ คุณป้าได้คลอดลูกสาวที่น่ารักคนหนึ่ง และเธอกลายเป็นพี่สาวคนโตที่คอยดูแลน้องสาวไปโดยปริยาย ท่านทั้งสองรักและเอาใจใส่เธอดั่งเป็นลูกสาวคนหนึ่ง เธอก็ผูกพันเรียกท่านทั้งสองว่าคุณพ่อคุณแม่เช่นกัน

และแน่ทีเดียวที่ท่านทั้งสองเลี้ยงดูเธอกับมนทกานต์เสมือนเป็นพี่น้องกันจริง ๆ

“ถ้าเป็นไปตามที่แม่นายบอกไว้ก่อนตายก็อีกครึ่งปีสินะ ที่พ่อเลี้ยงจะต้องแต่งงานกับนะมน”

รจนาเอ่ยออกมาเบา ๆ ทำให้ญานินนึกถึงเรื่องที่สองคนนี้ถูกผู้ใหญ่หมั้นหมายกันไว้เมื่อสี่ปีก่อน

คุณอัมรามารดาของดนย์เป็นเพื่อนกับมารดาของมนทกานต์ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ทั้งคู่ต้องการเกี่ยวดองลูกชายกับลูกสาวไว้ด้วยกัน จึงเป็นเหตุให้หนุ่มสาวที่อายุห่างกันสิบสี่ปี ถูกผู้ใหญ่จับหมั้นหมายกันไว้ และทั้งสองตระกูลยังทำสัญญากันไว้ว่าเมื่อมนทกานต์เรียนจบปริญญาตรีเมื่อไหร่ จะต้องจัดงานแต่งงานทันที

ทว่า...เหตุการณ์วันนี้กลับพลิกผัน

เมื่อสองปีที่ผ่านมา บิดามารดาของมนทกานต์เกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ทั้งคู่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน

ดังนั้นญานินจึงกลับกลายเป็นที่พึ่งคนเดียวของน้องสาวไปทันที

ญานินซึ่งตอนนั้นทำงานเป็นเลขานุการของบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่งอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องรับภาระทุกอย่างภายในบ้าน เธอจึงออกหางานพิเศษทำควบคู่กับทำงานประจำไปด้วย เพราะเธอต้องการกันเงินเก็บของคุณลุงคุณป้าไว้สำหรับการศึกษาของญาติผู้น้องต่อไป

แต่แล้ววันหนึ่งคุณอัมราได้เดินทางมาพบพวกเธอที่บ้านกรุงเทพมหานคร และขอร้องให้มาอยู่กับท่านที่นี่ เพราะไม่อยากปล่อยให้ผู้หญิงสาว ๆ อยู่กันตามลำพังสองคน โดยให้เหตุผลว่าอีกไม่กี่ปีทั้งสองครอบครัวก็จะรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว

ต่อมาเมื่อมนทกานต์สอบเข้าเรียนสองปีหลังอนุปริญญา ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เธอจำต้องติดตามน้องสาวไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งของคุณอัมราที่อำเภอแม่ริม แต่ช่วงวันหยุดหรือปิดเทอม จะต้องกลับมาช่วยงานที่บ้านไร่กุหลาบของท่าน...

แต่น่าเสียดาย เมื่อปีที่แล้วคุณอัมราต้องมาป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเสียก่อน ถึงจะใช้เงินรักษาเพื่อยื้อชีวิตคนไข้ไว้มากมายเพียงไรก็ไม่สามารถฝืนโรคร้ายนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่นำความเสียใจมาสู่ทุกคนที่อยู่ภายในไร่กุหลาบแห่งนี้

กริ๊ง กริ๊ง

ญานินประหลาดใจ เมื่อเห็นชื่อคนโทรศัพท์มาหา เพราะเธอเพิ่งจะส่งเขาขึ้นรถไปเมื่อสิบห้านาทีเองนี่นา...

“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง...”

‘ฝากบอกคุณรจด้วยว่านายแดนยังไม่เข้ามาที่ไร่ เขาจะพักที่เชียงใหม่ก่อน ส่วนคุณก็รีบเข้ามาเคลียร์งานกับผมเร็ว ๆ ด้วย’

“ละ...”

ตุ๊ด ตุ๊ด...

คนบ้า จะรีบอะไรกันนักกันหนาเนี่ย ตั้งแต่เธอตกปากรับคำเป็นเลขานุการให้เขาแล้ว เขาก็ใช้งานเธอเยี่ยงทาสแบบนี้

ญานินเคยเจอดนย์ครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน ในค่ำคืนวันหนึ่ง ที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เป็นการเจอกันที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย... แถมเป็นการเจอกันที่เธอไม่มีวันลืมจนชั่วชีวิต

วันนั้นเธอเร่งทำรายงานทางวีดีทัศน์ให้กับบริษัทเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เธอรับเป็นงานฟรีแลนด์ จวบจนเวลาดึกดื่นที่เธอวิ่งลงมาชงโกโก้ดื่มก่อนนอน เธอกลับมาเจอร่างสูงใหญ่ราวยักษ์ปักหลั่นยืนนิ่งอยู่เชิงบันไดด้วยใบหน้าแข็งกระด้าง

ใบหน้าที่ดูโหดเหี้ยม จนเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นขโมย และยิ่งเหตุการณ์ได้พลิกผันเสียท่าให้เขาได้กอดจูบลูบคลำอย่างจาบจ้วงในร่างกายของเธอไปนั้น เธอยิ่งตัดสินให้เขาเป็นผู้ชายที่อันตรายที่สุดในโลก ไม่สมควรอยู่ใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่ง

ใครจะไปรู้ว่าเขาจะโผล่เข้ามาพร้อมกับที่เธอหิวโกโก้ในเวลานั้นพอดิบพอดี

แล้วพอเช้าวันต่อมาคุณอัมราได้แนะนำเธอให้รู้จักกับเขาอย่างเป็นทางการ ดนย์ผู้ไม่สนใจใครกลับตั้งหน้าตั้งตาสัมภาษณ์เธออย่างเอาเป็นเอาตาย ทันทีที่รู้ว่าเธอเรียบจบการบริหารด้านเลขานุการและเคยทำงานให้กับบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่งที่กรุงเทพมหานครมาแล้ว เขาจึงเสนองานให้เธอเป็นเลขาส่วนตัวของเขาทันใด

ได้ฟังตอนแรกเธอลนลานรีบปฏิเสธออกไป เพราะเธอไม่อยากใกล้ชิดผู้ชายลามกแบบเขา ยิ่งนึกถึงสิ่งที่เขาได้ทำกับเธอไปแล้วนั้น เธอยิ่งเกลียดและขยะแขยงที่สุด แต่เมื่อฟังถึงข้อเสนอของเขาที่ตามมาแล้ว เธอถึงกับเปลี่ยนใจยอมทำงานให้เขาทันใด ใครไม่รับงานนี้ก็บ้าแล้ว เพราะเงินเดือนห้าหมื่นบาทที่สูงลิบลิ่ว มันทำให้เธอต้องทำหน้าที่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้...

“คุณนินคะ หนูจะเอาดอกไม้ในตะกร้านี้ไปไว้ที่ห้องคุณแดนนะคะ” ญานินหลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเด็กไหมเรียกเบา ๆ

“เออ... อย่าเพิ่งจ๊ะ” พลางหันไปบอกคุณแม่บ้านใหญ่ “พ่อเลี้ยงเพิ่งโทรมาบอกนินว่าคุณแดนจะพักที่บ้านเชียงใหม่ก่อน ยังไม่เข้ามาที่บ้านไร่ค่ะ”

รจนาพยักหน้าช้า ๆ และหันไปบอกเด็กไหม

“งั้นก็เอาดอกไม้พวกนี้ขึ้นไปวางไว้ที่ห้องพ่อเลี้ยงก็แล้วกัน”

“ค่ะ”

เด็กไหมรับคำเบา ๆ พร้อมกับเดินเลี่ยงออกไปทำตามคำสั่ง

“ถ้าทางนี้ไม่มีอะไรแล้ว นินขอตัวเข้าไปสำนักงานที่ไร่ก่อนนะคะ” เธอหันไปบอกรจนาพร้อมกับขึ้นไปแต่งตัวทะมัดทะแมงเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปทำงานตามคำสั่งของเจ้านาย

“เมียรักพ่อเลี้ยงดนย์” ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า

“เร้นรักเพลิงแค้น” นิยายเรื่องใหม่จ้า เรื่องนี้จะปั่นพร้อมอัปให้นักอ่านลองอ่านดูนะจ๊ะ ชอบไม่ชอบบอกกันได้จ้า

“เสน่ห์ร้อนเทพบุตรเถื่อน” ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

“เสน่หาเมียชั่วคืน” ราคาอีบุ๊ค 69 บาท....

“ใต้เงาเมียซาตาน” นามปากกา รีณาวดี ออกโดย สนพ ไอริส ราคา 129 บาท วางแผงร้านเซเว่นทุกสาขา

“เจ้าสาวบำเรอรักซาตาน” โหลดอีบุ๊ค ราคา 99 บาท

“นางบำเรอจำนนรัก” นามปากกา รังรอง โดย สนพ เฮเลน ราคา 129 บาท วางแผงร้านเซเว่นทุกสาขาแล้ว...

โปรโมชั่น โหลดที่เวปเมพได้เลยน๊า...

ขอฝากผลงานอีบุ๊คทุกๆ เรื่องราวไว้ในอ้อมกอดทุกๆ ท่าน ด้วยนะจ๊ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย rosarin
น่าติดตามค่ะ
เมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย Rattanana.12.23@gmail.com
ำกปปออนสยขนระดเ
เมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว

รีวิว