เมียรักพ่อเลี้ยงดนย์

บทที่ 1 หนุ่มขี้งก VS สาวขี้เหนียว 100 เปอร์เซ็นต์

รถฟอร์จูนเนอร์สีดำแล่นไปตามพื้นถนน ที่โรยด้วยกรวดหินก้อนเล็กก้อนน้อยอย่างรวดเร็ว ระยะทางจากบ้านไปสำนักงานกึ่ง ๆ โรงงานนั้น ราวสิบกว่ากิโลเมตร มือเล็กเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะของดนตรีเพลงสากลที่กำลังฮิตฮอตไปทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างอารมณ์ดี

เธอต้องบิ๊วด์อารมณ์ก่อนที่จะเผชิญหน้ากับเจ้านายจอมเฮี้ยบ

แต่จู่ ๆ รถคันใหม่ที่เธอเพิ่งจะถอยมาได้ปีกว่าก็เกิดอาการกระตุกไปสอง-สามครั้ง และสุดท้ายเครื่องดับนิ่งสนิทลงเสียอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“เฮ้ย เป็นอะไรเนี่ย ฉันยังผ่อนแกไม่หมดเลยนะ เสียแล้วเหรอ”

ญานินใช้เงินเดือนเกือบสามส่วนสี่เพื่อที่จะผ่อนรถคันนี้ มันให้ความสะดวกสบายเวลาขึ้นเขาลงดอยในเขตภาคเหนือเช่นนี้

ร่างบางก้าวลงจากรถกวาดตามองบริเวณสองฝั่งข้างทาง ถึงจะอยู่ในอาณาเขตสองพันไร่โชติพัทร แต่เส้นทางนี้ก็มีพวกชาวบ้านและคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ใช้เป็นที่สัญจรไปมาบ้าง

“เหลืออีกตั้งครึ่งทางกว่าจะถึงสำนักงาน”

แต่เมื่อมายืนอยู่ท่ามกลางหุบเขาแบบนี้ ความปอดแหกก็เข้ามาเยือน เธอตัดสินใจเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งรอคนเดินทางผ่านไปมาในรถดีกว่า

จากที่นั่งอยู่ในความเงียบเสียงโทรศัพท์ได้ดังขึ้น

เมื่อเธอดูชื่อที่โชว์หราก็รู้ว่าเป็นของเจ้านายของเธอเอง

“สะ...”

‘คุณเดินมาหรือไง ผมรอนานเป็นชาติแล้วนะ’

ญานินรีบยกโทรศัพท์ให้ออกห่างใบหูทันใดเมื่อได้ยินเสียงดังลั่น

ดูภายนอกทุกคนต่างเข้าใจว่าพ่อเลี้ยงดนย์เป็นคนเก่งมีฝีมือทั้งทางด้านบริหารโรงงานดอกไม้เมืองเหนือครบวงจรสมกับวัยสามสิบหกปีของเขา แต่คนที่อยู่รอบข้างจะรู้ว่า นอกจากนิสัยพวกนั้นแล้ว เขายังเป็นคนเลือดร้อน มุทะลุดุดันแถมยังเป็นคนเอาแต่ใจมากถึงมากที่สุด

“เออ รถฉันเสียค่ะ ตอนนี้อยู่ที่....”

‘แล้วทำไมไม่โทรมาบอกผมล่ะ จะได้ให้คนไปรับ’

น้ำเสียงฉุนเฉียว ก่อนที่เขาจะวางหูไปโดยไม่รอฟังคำพูดใด ๆ จากเธออีกครั้ง

คนบ้า! เป็นวัยทองหรือไง อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ จนตามไม่ทันแล้วนะเนี่ย หรือว่าโกรธที่วันนี้เธอไม่ได้ชงกาแฟขึ้นไปให้

หน้าที่ของเลขาแบบเธอมีอีกข้อหนึ่งคือ... ก่อนหกโมงเช้า เธอต้องชงกาแฟไปให้เขาถึงห้องนอน และต้องเตรียมชุดทำงาน ซึ่งมันก็มีแต่เสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์นั่นแหละ พอตกตอนเย็น เธอก็ต้องไปเตรียมชุดนอนให้เขาอีกครั้งหนึ่ง

นี่มันหน้าที่ของเลขาหรือว่าหน้าที่ของภรรยากันแน่

ช่วงแรกไม่มีปัญหา แต่พอเดือนต่อ ๆ มาเธอคิดที่จะบริหารจัดการงานเสียใหม่ เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาทำงาน

เธอจึงจัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขาครั้งละเจ็ดชุด สำหรับเจ็ดวัน

เป็นเรื่อง เขาเรียกเธอไปตักเตือน

‘ผมคิดว่าคุยกับคุณรู้เรื่องแล้วเสียอีก’

‘แล้วมันไม่ดีเหรอคะ ฉันเตรียมไว้ให้ทีละสัปดาห์อย่างนี้น่ะ’ เธอถามออกไปพร้อมกับยอมสบประสานตาคมกริบที่นานนานครั้งถึงจะกล้าหาญเยี่ยงนี้

‘ไม่ดี เพราะมันไม่ใช่คำสั่ง...ของผม

ตอนนั้นหน้าเธอเริ่มแดงก่ำขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธ ซึ่งมันกำลังปะทุขึ้นมาเกือบเต็มที่ เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นใครที่ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากแบบนี้เลย

‘งานพวกนี้มันรวมอยู่กับค่าตอบแทนเดือนละห้าหมื่นบาทด้วย แต่ถ้า...คุณไม่เต็มใจทำก็ได้นะ ผมจะได้หักมันออกสักหมื่น...’

‘ก็... ก็ได้ค่ะ ต่อไปฉันจะเข้ามาจัดเสื้อผ้าให้คุณทุกวัน ทุกอย่างจะเหมือนเดิมตามคำสั่งของคุณเป๊ะ ๆ’

รีบโพล่งตามใจเขาไปก่อนเพราะตอนนั้นเธอเพิ่งดาวน์รถคันนี้ออกมาใช้ เธอมีภาระที่จะต้องรับผิดชอบมัน ด้วยเงินเดือนที่ได้รับจากเขา

‘ดีมาก... หวังว่าต่อไปคงจะไม่มีปัญหาแบบนี้อีก”

คำพูดทิ้งท้ายนั่นทำให้เธอโกรธจนต้องแอบค้อนไปให้เขาทีหนึ่ง แล้วก้มหน้าจำยอมรับปากออกไป

‘แน่นอน... ไม่มีปัญหาอีกแน่นอนค่ะ’

และก่อนที่เธอจะออกจากห้องเขาวันนั้น เธอได้เห็นประกายตาของเขาที่มองมายังเธอดังผู้ชนะ ดูมันวับวาวช่างยั่วเย้าอารมณ์ จนเธออยากจะควักลูกตานั่นทิ้งซะเหลือเกิน

ปริ๊น ปริ๊น...

“โอ๊ย! จะกดแตรเสียงดังทำไมเนี่ย”

ญานินที่ตอนนี้ถอดเสื้อแจ๊กเก็ตยีนส์เหลือแต่เสื้อกล้ามสีขาว เหงื่อแตกเต็มตัวไล่ตั้งแต่หน้าผากมนลามลงมาทั่วลำตัว เพราะความอบอ้าวที่นั่งรออยู่ในรถเกือบยี่สิบนาที

ยังไม่ทันปลดล็อกและลงจากรถ ก็ได้ยินเสียงเคาะกระจกแรง ๆ หลาย ๆ ครั้งติด ๆ กัน

เอ้า! จะส่งคนมารับไง ไหงกลายเป็นคนหน้าดุโผล่มาวะ

“เอ๊ะ! คุณจะเคาะรัวจนกระจกฉันร้าวหรือไง แค่เคาะครั้งเดียวฉันก็รับรู้แล้ว” อาการหวงของรักที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงทำให้เผลอตัวตวาดพ่อเลี้ยงที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างรถเธอไปดอกหนึ่ง

“ผมมายืนหน้ารถคุณตั้งนานแล้วไม่เห็นรึไง นี่จะนั่งทำหน้าเอ๋ออีกนานมั้ย ขยับไปหน่อย... ผมจะลองสตาร์ทเครื่อง”

ฮึ่ม ปากหนอปาก ทำไมถึงปากเสียแบบนี้ ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ

ไม่พูดพร่ำทำเพลงร่างใหญ่ยักษ์ขึ้นมานั่งเบียด จนเธอตาลีตาเหลือกขยับขาข้ามเกียร์ออโต้ไปนั่งที่ด้านข้างด้วยความทุลักทุเล

“คนบ้า ขยับขาคุณหน่อยสิ ขาฉันติดคอนโซลยกไม่ขึ้นแล้วเห็นมั้ย” ตอนนี้กลายเป็นว่า เธอนั่งคร่อมเกียร์รถไปโดยปริยาย

ดนย์ยังทำหน้าเฉย ปราศจากอารมณ์ใด ๆ เหมือนเดิม แต่กลับไม่ยอมขยับขาให้คนที่ตอนนี้นั่งหน้างออยู่ติดสีข้าง

“ในรถนี้ร้อนชะมัด คุณอยู่ได้ไงเนี่ย” พูดแล้วหันมากวาดตามองร่างเย้ายวนข้าง ๆ ที่เหงื่อเกาะอยู่ตามใบหน้า ลำคอ และเขาคิดว่ามันต้องเกาะตามเนินเนื้อที่หลบอยู่ในร่มผ้าของเธอด้วย

ให้ตายสิโว้ย สองปีแล้วที่เขาไม่ได้ชิมรสชาติของมัน และมันทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านทุกครั้งที่คิดถึง...มัน

ญานินเห็นสายตาเขาอ้อยอิ่งอยู่บนเนื้อตัวของเธอ มือเรียวจะเอื้อมไปหยิบเสื้อแจ๊คเก็ตที่เธอโยนไปไว้ที่เบาะหลังก็ไม่สามารถทำได้

“ชะ...ใช่ร้อน งั้นฉันจะลงไปรอคุณนอกรถนะ”

ลองขยับตัวอีกครั้ง แต่ก็ติดที่ขาแข็งแกร่งหนีบเรียวขาเธอไว้แน่น

แชะ แชะ แซะ เสียงสตาร์ทรถสอง-สามครั้ง

“แบตหมดหรือเปล่า แต่ไม่น่าใช่ รถยังใหม่อยู่นี่นา” เสียงพึมพำเล็ดลอดออกมาจากคนตัวยักษ์

“ใหม่สิคะ ฉันเพิ่งซื้อมาหนึ่งปีสิบเดือนเอง” ญานินรีบตอบสวนออกไปทันที เลยได้เห็นปากหยักลึกของเขายกขึ้นเล็กน้อย

ดนย์ล้วงมือไปยังใต้คอลโซลหาที่เปิดกระโปรงรถ คลำอยู่สักครู่หนึ่ง ก็มีมือเรียวขาวนวลเนียนข้ามมาดึงให้เขา แต่ก็เป็นจังหวะที่เขาคลำหาเจอพอดี

กึก

มือของทั้งคู่ที่ออกแรงดึงพร้อมกัน

ความเงียบเข้าครอบคลุมไปทั่วทั้งรถ ดวงตาคมกริบที่จ้องดวงหน้าหวานไม่วางตาด้วยสายตาวาววับแวบหนึ่งทำให้ญานินต้องหลบวูบ แต่พวงแก้มทั้งสองกลับแดงปลั่ง

“ปล่อยมือฉันสิคะ”

กระตุกมือหนีอีกฝ่ายแรง ๆ จนพ่อเลี้ยงหนุ่มจำใจต้องคลายมือใหญ่โตออกอย่างช้า ๆ ร่างสูงเริ่มสูญเสียการควบคุมเมื่อร่างกายของเขาได้กลับมาอยู่ใกล้ชิดกับกายสาวที่โหยหา กลิ่นหอมผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อมันช่างปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนที่อยู่ในตัวเขาออกมาได้เป็นอย่างดีเสียด้วย

มือหนาล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต และส่งให้หญิงสาว

“เช็ดเหงื่อซะ”

“ไม่เป็นไร ฉันมีทิชชู่”

มือสั่นง้างเก๊ะใส่ของในรถถูก ๆ ผิด ๆ จนอีกฝ่ายที่มีความอดทนต่ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยื่นมือหนาเทอะทะจัดการล็อกคางมนให้หันหน้ามาทางเขา และบรรจงเช็ดหน้าให้หญิงสาวเป็นครั้งแรกในชีวิต

“ฉะ...ฉันเช็ดเองได้”

ใบหน้านวลเบี่ยงออก... แต่ไม่สำเร็จ

“อยู่เฉย ๆ”

เสียงดุดันที่ออกมา ทำให้เธอเกร็งใบหน้าเพื่อรับแรงกระแทกจากมือใหญ่โตที่คิดว่าต้องกระทั้นลงมา ทว่ากลับตรงกันข้าม...

เธอรับสัมผัสแผ่วเบาในยามที่เขาไล้ผ้าเช็ดหน้าให้เธออย่างนุ่มนวล จนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบ ยิ่งเธอสบกับดวงตาคมกริบของเขานานเท่าไหร่ มันทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวเร็วมากเท่านั้น

เมื่อสู้สายตาเขาไม่ไหว เธอจึงเป็นฝ่ายหลับตาลง ยินยอมให้เขาเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าและลำคอให้แต่โดยดี

เครื่องหน้ากระจุ่มกระจิ๋ม ผิวขาวอมชมพู แพขนตางอนยาวที่กำลังทาบทับบนแก้มนวลเนียน ริมฝีปากรูปกระจับที่เม้มแน่น ทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มชักจะหมดความอดทนลงทุกที

ให้ตายเหอะ เขากำลัง... กำลังจะ...ตบะแตกแล้วโว้ย!

ในที่สุดดนย์จึงพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกส่วนลึกของตัวเอง ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาหาช้า ๆ ค่อย ๆ กดริมฝีปากหยักลึกลงไปแนบกับกลีบปากอิ่มเต็มที่น่าชิมอย่างนุ่มนวล รสชาติหอมหวานที่สัมผัสผ่านปลายลิ้นของเขา ทำให้เขาอยากจะกลืนกินเธอ...

ญานินเบิกตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะพยายามเบือนหน้าหนีเป็นลำดับต่อมา

ทว่า... ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาก็ยังตามติดไปอย่างไม่ลดละเช่นกัน สุดท้ายร่างกายของเธอกลับยอมโอนอ่อนผ่อนตามรสจุมพิตที่แสนจะคุ้นชินจากเขา ปากร้อนจัดบดเคล้าขบเม้มริมฝีปากเธออย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะค่อย ๆ รุกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงปากเล็กอย่างหิวโหย

หญิงสาวถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อเขายกร่างเธอลอยหวือขึ้นมานั่งคร่อมบนตักกว้าง อกอวบแนบชิดกับแผงอกหนาหนั่นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา ฝ่ามือใหญ่โตล้วงเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียนจนรับรู้ถึงไอร้อนผ่าวที่มันเหมือนจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้

“ม่ะ...ไม่นะ ไม่เอา...”

ญานินพยายามผลักกายหนาที่หนักเหมือนหินออกไปให้พ้นตัว

“ทำไมล่ะ”

ดนย์กระซิบด้วยเสียงสั่นพร่า เขากำลังจะคลั่งตายเพราะร่างนุ่มนิ่มที่พยายามดิ้นรนอยู่บนตักกว้าง

“กะ...ก็คุณเป็นคู่หมั้นของนะมน คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้” มือบางเริ่มรัวกำปั้นทุบไปบนไหล่หนาอย่างสะเปะสะปะ

“เฮ้อ...”

เสียงถอนหายใจและยินยอมถอนริมฝีปากออกจากกลีบปากบวมเจ่อของคนตรงหน้าอย่างสุดแสนเสียดาย แต่ยังคงโอบกระซับเอวเล็กไว้แน่น

“แล้วไง...ผมเป็นคู่หมั้นยัยนะมน แล้วไงล่ะ”

คำถามที่ส่งมาให้เธอ ทำให้หญิงสาวนิ่งอึ้ง

คนบ้า พูดออกมาได้ ‘แล้วไง

“กะ...ก็ฉันไม่ใช่นะมนคู่หมั้นของคุณนะสิ นี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคุณดนย์”

ถึงเธอจะรู้ว่าทั้งคู่ถูกผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนหมั้นหมายกันไว้เมื่อสี่ปีก่อน แต่เขามาทำกับเธอแบบนี้ มันทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่

เธอพยายามท่องจำไว้ว่า เขาเป็นคู่หมั้นของน้องสาว... เขาเป็นคู่หมั้นของน้องสาว...

“งั้น ถ้าผมเป็นคู่หมั้นของคุณ ก็สามารถทำแบบนี้ได้ใช่มั้ย” พูดจบเขาก็ยื่นปากมาจุ๊บกับปากอิ่มอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยักคิ้วแผล็บด้วยท่าทางยียวนกวนสหบาทาที่สุด

ใครกันนะที่บอกว่าเขาเป็นผู้ชายที่ทำตัวเอื่อยเฉื่อยกับคู่หมั้นที่สุดในโลก แต่ทำไมเวลาเขาอยู่ใกล้เธอทีไร เขากลับกลายเป็นผู้ชายที่กวนโมโหที่สุดในจักรวาลไปได้ล่ะ

“หึหึ”

ดนย์หัวเราะเบา ๆ พร้อมกับเปิดประตูรถ ยกร่างนุ่มนิ่มให้ลงไปก่อน แล้วตัวเขาจึงลงตามไปเปิดฝากระโปรงรถดูอาการของเครื่องยนต์ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เอ้า! สตาร์ทรถ...”

ญานินทำหน้างงงวย ปรับโหมดอารมณ์ตามเขาไม่ทัน แต่ก็ยอมทำตามคำสั่ง

บรื้น

สตาร์ทครั้งเดียวติด สร้างความแปลกประหลาดใจให้เจ้าของ ดนย์เดินมาเกาะประตูดูหญิงสาวที่รีบเปิดแอร์ไล่ความร้อนภายในรถ

“สายแบตหลวม ถามจริงคุณเอารถไปเช็คที่ศูนย์บ้างรึเปล่าเนี่ย แล้วพวกหม้อน้ำ น้ำกลั่นพวกนี้ดูบ้างมั้ย”

ญานินเมินหลบสายตาคมกริบไปเสียดื้อ ๆ จะให้เธอบอกได้ไงล่ะ เข้าศูนย์ทีหมดเงินไปครั้งละเกือบหนึ่งหมื่นบาท เธอผ่อนรถเดือนละสามหมื่นกว่าบาท เหลือเงินไม่ถึงสองหมื่นไหนจะค่าน้ำมันไปกลับจังหวัดเชียงใหม่-ตากทุกอาทิตย์ ค่าเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว และต้องเก็บเงินไว้เป็นค่าประกัน ภาษี อะไรจิปาถะเยอะแยะไปหมด

ส่วนเงินเก็บของคุณลุงคุณป้าเธอก็เก็บรักษาไว้ให้ญาติผู้น้องของเธอ เผื่อวันหน้ามนทกานต์อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกเมืองนา พวกเธอจะได้ไม่ลำบาก

“ขี้เหนียวไม่เข้าเรื่อง ถ้าคุณมัวแต่ประหยัดเงิน ไม่ดูแลรักษามันให้ดี สักวันมันชำรุด หรือเครื่องน๊อคขึ้นมา คุณจะหมดเป็นแสน คราวนั้นแหละจะพูดไม่ออก”

อี๋ ไอ้ยักษ์ลามก มาหาว่าฉันขี้เหนียวเหรอ แต่ปากกลับพูดออกไป

“อาทิตย์หน้าฉันจะเอามันไปเข้าศูนย์...ก็ได้” แต่ในใจกับคิดคำนวณเงินค่าประกันเกือบสองหมื่นบาทที่จะต้องจ่ายสิ้นเดือนนี้

“พรุ่งนี้ผมให้เด็กเอาไปเลยดีกว่า เกิดคุณขับไปไหนมาไหนกลางค่ำกลางคืนคนเดียว แล้วมันเกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้อีก... เอาตามนี้แหละ กันไว้ดีกว่าแก้” ดนย์สรุปให้อย่างเสร็จสรรพ พร้อมกับออกแรงจะปิดประตูรถให้เธอ แต่มือบางรีบดันไว้และละล่ำละลักบอกออกไป

“ฉันมีงบแค่ห้าพันบาทนะ”

มือหนาชะงักพร้อมกับหรี่ตามองใบหน้าหวานที่เงยหน้าบอกเขาด้วยคิ้วขมวดนิด ๆ

“ถ้ามันเกินกว่านั้นผมจะหักจากเงินเดือนคุณก็ได้ คุณก็ยังไม่ต้องจ่ายให้ผมก่อนหรอก”

“แต่สิ้นเดือนนี้ฉันต้องจ่ายค่าประกันอีกสองหมื่นบาท” พูดแล้วแทบจะกัดลิ้นตัวเอง ทำไมเธอต้องมาแบไต๋บอกค่าใช้จ่ายส่วนตัวเหมือนภรรยาบอกสามีกับเขาเยี่ยงนี้...

“งั้นผมจะหักมันในเดือนต่อไป”

“แต่...”

“โอเค คุณญานิน” นาน ๆ ดนย์ถึงจะเรียกชื่อเธอเต็มยศสักที “ผมจะให้คุณผ่อนเดือนละสองพันบาทก็แล้วกัน ตกลงตามนี้นะ ป่ะไปทำงานได้แล้ว เสียเวลากับเรื่องงี่เง่าเกือบครึ่งค่อนวัน ถ้าขืนยังโอ้เอ้อยู่แบบนี้ทุกวัน ผมคงจะลดเงินเดือนลงซักหมื่นสองหมื่นแล้วล่ะ”

พูดจบดนย์กระแทกประตูปิดดังปังเพื่อปิดการสนทนาทันที

“อี๋คนบ้า มาว่าฉันขี้เหนียว ตัวเองนั่นแหละทะเลเรียกพี่ งกซะไม่มี

อุตส่าห์ข่มความอายต่อรองตั้งนาน คิดว่าจะให้เป็นสวัสดิการพนักงาน ดันมาหักจากเงินเดือนไปเดือนละสองพันบาท ทีนี้เงินเดือนเธอคงเหลือเพียงสี่หมื่นแปดพันบาทเองน่ะสิ แล้วเกิดวันดีคืนดีมาลดเงินเดือนตามที่ข่มขู่เกือบทุกวันนั้น... เธอไม่ต้องขวนขวายหารายได้รับงานเพิ่มยิ่งกว่าทุกวันนี้ที่แทบไม่มีเวลานอนพักผ่อนแล้วหรือไง...

“เมียรักพ่อเลี้ยงดนย์” ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า

“เร้นรักเพลิงแค้น” นิยายเรื่องใหม่จ้า เรื่องนี้จะปั่นพร้อมอัปให้นักอ่านลองอ่านดูนะจ๊ะ ชอบไม่ชอบบอกกันได้จ้า

“เสน่ห์ร้อนเทพบุตรเถื่อน” ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

“เสน่หาเมียชั่วคืน” ราคาอีบุ๊ค 69 บาท....

“ใต้เงาเมียซาตาน” นามปากกา รีณาวดี ออกโดย สนพ ไอริส ราคา 129 บาท วางแผงร้านเซเว่นทุกสาขา

“เจ้าสาวบำเรอรักซาตาน” โหลดอีบุ๊ค ราคา 99 บาท

“นางบำเรอจำนนรัก” นามปากกา รังรอง โดย สนพ เฮเลน ราคา 129 บาท วางแผงร้านเซเว่นทุกสาขาแล้ว...

โปรโมชั่น โหลดที่เวปเมพได้เลยน๊า...

ขอฝากผลงานอีบุ๊คทุกๆ เรื่องราวไว้ในอ้อมกอดทุกๆ ท่าน ด้วยนะจ๊ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย rosarin
thanks you ka
เมื่อ 1 ปี 2 เดือนที่แล้ว

รีวิว