เมียรักพ่อเลี้ยงดนย์

บทที่ 2 ดอกกุหลาบสีม่วงเป็นเหตุ (Purple Rose) 40 เปอร์เซ็นต์

ญานินเดินออกมายืนตรงระเบียงห้องนอน บิดเนื้อบิดตัวออกท่ากายบริหารเนื่องจากอาการเมื่อยขบ ที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์มานานหลายชั่วโมง เพื่อเร่งรายงานพิเศษให้เสร็จสิ้นในค่ำคืนนี้ ร่างบางระหงในชุดนอนกระโปรงสีม่วงอ่อนยาวกรอมเข่าแขนยาว สูดเอาความหอมจากดอกกุหลาบนานาพันธุ์จากสวนหย่อมขนาดย่อมเข้าไปเต็มปอด

สวนนี้เธอจัดเป็นกระถางกั้นกลางระหว่างระเบียงห้องของเธอและห้องของเจ้าของบ้าน ดอกกุหลาบพวกนี้เป็นสีพิเศษที่เจ้าของไร่เป็นคนผสมจนเกิดพันธุ์ใหม่ขึ้นมา

ดูงานที่เขาทำแล้วช่างละเอียดอ่อนขัดกับบุคลิกชะมัด

ก่อนหน้านั้น คุณอัมราได้จัดห้องนี้ไว้เพื่อเป็นห้องนอนของมนทกานต์ โดยให้เหตุผลว่า คู่หมั้นจะได้อยู่ใกล้ชิดและทำความรู้จักกันไว้

ทว่าพอคุณอัมราเสียชีวิตไปได้ไม่นาน มนทกานต์จึงขอเปลี่ยนห้องกับเธอ เพราะทนความอึดอัดที่ต้องอยู่ในสายตาของดนย์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ไหว

คิดแล้วเธอก็นึกเห็นใจในญาติผู้น้องเหมือนกัน อายุห่างกันแบบนั้น เป็นเธอก็คงจะอึดอัดน่าดู

“เอ้า! เจ้า เพอร์เพิล หายไปไหนล่ะ” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นกระถางกุหลาบสุดโปรดหายไป

เพอร์เพิลเป็นดอกกุหลาบสีม่วงดอกเล็ก ๆ หรือคนทั่วไปเรียกว่า กุหลาบหิน เป็นดอกกุหลาบที่เธอชื่นชอบมากที่สุด จึงลงมือเพาะเมล็ดเอง พอมันเติบโตเต็มที่เธอจึงคัดใส่กระถางและนำมาวางรวมกับดอกกุหลาบอื่น ๆ ที่นี่

ดอกมันดูเล็กน่ารัก กลีบดอกดูเหมือนจะบอบบาง แต่จริง ๆ แล้วมันกลับแข็งแรงทนต่อแดดต่อฝนยิ่งนัก

เพียงแค่เธอเห็นมันครั้งแรกก็เผลอตั้งชื่อให้มันทันสมัยขึ้นตามใจนึกของตนเอง

ตอนนี้สายตาเริ่มสอดส่ายข้ามกิ่งกุหลาบหนาทึบไปฝั่งตรงข้าม ชะเง้อคอยาวเหมือนยีราฟ เธอก็ไม่สามารถมองเห็นอีกฝั่งได้อย่างชัดเจนนัก

“ขออนุญาตเข้าไปหน่อยนะพ่อเลี้ยง”

เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมาจากเรียวปากอิ่ม เมื่อมองเห็นช่องว่างขนาดพอดีตัวของเธอเกิดขึ้นแทนกระถางกุหลาบที่หายไป

หญิงสาวเบี่ยงหลบหนามกุหลาบเข้ามาในเขตของคนอื่นได้สำเร็จ เท้าเล็กเปล่าเปลือยค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า ส่วนสายตาก็พยายามเพ่งดูพื้นที่สลัวอย่างตรวจตราหาของของเธอราวกับเครื่องเอ็กซเรย์

“อะแฮ่ม”

ญานินสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงห้าวทุ้มที่คุ้นหู

“บ้านผมมีนักย่องเบาด้วยเหรอนี่”

หญิงสาวรีบหันหลังกลับไปหาต้นเสียงแล้วถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาโตเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นเงาทะมึนนั่งเหยียดขาอยู่บนเก้าอี้ไม้สักตัวยาว โดยในมือถือขวดเล็กคล้ายขวดเบียร์ จ้องมองมาทางร่างเพรียวระหงตั้งแต่ศีรษะยันปลายเท้า แล้วก็มองย้อนกลับไปกลับมาสลับกับยกขวดเบียร์ขึ้นกระดกอีกอึกใหญ่ ก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะเล็กด้านข้าง

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เวลากลางคืนหลังจากเขาตรวจงานเสร็จสิ้น จึงมักมานั่งเล่นที่นี่ทุกคืนเพื่อรอเวลาห้องข้าง ๆ ดับไฟเข้านอน เขาก็จะลุกกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงของเขาบ้าง แต่ช่วงหลายวันมานี้เขาเห็นเธอนั่งทำงานดึกดื่นค่อนคืน และคิดว่าคืนนี้ก็คงเหมือนเดิม เลยคว้าขวดเบียร์สีเขียวมานั่งจิบฆ่าเวลารอสาวข้างห้องเข้านอนก่อน แล้วเขาถึงจะเข้านอนตามเหมือนทุกครั้ง

ใครจะคาดคิดว่า แม่คุณจะออกมาชมดอกกุหลาบในเวลาดึกสงัดเช่นนี้ แถมยังบ้าบิ่นเข้ามาตามหาต้นกุหลาบที่หายไปยังฝั่งระเบียงห้องนอนของเขาเสียอีก

อะไรจะรักดอกกุหลาบหินขนาดนั้นวะ

ความคิดเหมือนคนหึงหวงดังก้องอยู่ภายในหัวสมองของเขา

“คุ...คุณดนย์!”

เจ้าของชื่อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายใหญ่โตราวกับยักษ์ ลากเท้าเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ ด้วยท่าทางราวราชสีห์ต้องการตะครุบเจ้ากวางน้อย

ร่างกายที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าจะหยุดลงที่ใดที่หนึ่งนั้นทำให้ญานินก้าวหนีไปจนสุดระเบียงทางเดิน

ชายหนุ่มเท้าแขนทั้งสองข้างไว้บนราวระเบียง ก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้ยื่นมือน้อย ๆ ผลักแผงอกหนาหนั่นเปล่าเปลือย แล้วพยายามมุดตัวหนีคนที่อยู่ในกางเกงนอนขายาวเพียงตัวเดียว...

ถึงแม้เธอจะเลือกชุดนอนให้เขายามหัวค่ำ แต่เธอรู้ดีว่าชายหนุ่มสวมแต่กางเกงนอนเท่านั้น แต่มีบางคืนเหมือนกันที่เขาไม่สวมอะไรนอน เพราะหลายครั้งเธอสังเกตเห็นชุดนอนที่ยังพับเรียบร้อยถูกโยนไปในตะกร้าผ้าหน้าห้องน้ำส่วนตัวของเขา

แล้วนั่นทำให้เลือดขึ้นหน้าเธอทุกครั้ง ที่เขาทำให้เธอเสียเวลาเลือกชุดนอนเตรียมไว้ให้เขาทุกค่ำคืน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ใส่มัน!

“ว่าไง เข้ามาในเขตของผมนี่กะจะมาขโมยอะไรรึ?”

ร่างหนาที่เบียดเข้ามาทำให้ร่างกายญานินสั่นสะท้าน หัวใจเต้นสั่นระรัวแทบจะหลุดออกมานอกอก แถมเสียงเธอยังสั่น แต่ยังคงฝืนบีบบังคับเปล่งคำตอบออกไป

“ฉะ...ฉันเปล่ามาขโมยนะ”

“ปากแข็งจัง ขนาดจับได้คาหนังคาเขายังกล้าปฏิเสธอีก สงสัยต้องหาอะไรมาเปิดปากพูดความจริงแล้วมั้ง”

พูดจบกระตุกแขนเล็กทีเดียว ร่างบางก็เซถลามาปะทะอกกว้างทันที

“อุ้ย!”

หญิงสาวเผลอร้องแล้วผวามาตามแรงดึง เมื่อตอนนี้เธอแนบชิดกับตัวเขาชนิดมีเพียงชุดนอนผ้าบางเบาของเธอกั้นกลางเท่านั้น จนรับรู้ลมหายใจที่ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์เจือจางที่ลอยเหนือใบหน้า เมื่อคิดได้ว่าเขาจะเปิดปากเธอด้วยวิธีไหน ปากอิ่มจึงรีบละล่ำละลักบอกออกไป

“ฉะ...ฉันแค่มาหาของที่หาย แต่ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยหาใหม่ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

ขยับตัวหนีอีกครั้ง แต่คราวนี้คนตัวใหญ่กลับเอื้อมแขนโอบรัดรอบเรือนร่างนุ่มนิ่มไว้แน่นหนา

“ของ?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเครื่องหมายคำถาม “ของอะไรที่ว่าหายไป?”

“ช่างมันเถอะค่ะ ไม่สำคัญอะไรหรอก... ขอโทษที่เข้ามารบกวน เออ...ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ญานินพยายามขยับตัวหนี แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยตัว

“ถ้าเป็นเจ้าเพอร์เพิลของคุณล่ะก็ ผมให้เด็กยกไปวางไว้ข้างล่างแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาหาหรอก”

ทำไมเขาต้องคล้อยตามเรียกกุหลาบสีม่วงซะแหวกแนวไปกับเธอด้วยวะ

“นี่คุณมายุ่งกับกุหลาบของฉันทำไมเนี่ย”

ญานินจ้องเขม็ง แต่เขายังทำหน้าเฉยที่มาพร้อมกับคำพูดเย็นชา

“ทำไมรึ... ก็เพราะมันใกล้ตายแล้วนะสิ... คุณไม่รู้หรือไงว่าใบมันแห้งเหี่ยวร่วงมาสกปรกฝั่งระเบียงห้องของผม!”

“เป็นไปไม่ได้ ดอกไม้ของฉันแข็งแรงทุกต้นย่ะ ไม่มีทางที่มันจะเฉาตาย แล้วใบไม้ร่วงมาฝั่งนี้อย่างที่คุณว่า” ร่างบางแยกเขี้ยวการันตีของที่มีคุณภาพคับแน่น

“เอ๊ะ หรือว่า...คุณเผลอไปเทอะไรใส่ดอกไม้ของฉัน...” สายตาที่มองไปยังขวดเบียร์บนโต๊ะอย่างวาววับเอาเรื่องของญานินทำให้ดนย์เผลอยกริมฝีปากขึ้นนิดหนึ่ง

“ผมเปล่า...” สายตาคมประสานกับสายตาไม่น่าเชื่อถือของเธอ

ญานินเม้มริมฝีปากแน่น อารมณ์โกรธกำลังคุกรุ่นอยู่ภายใน อยากจะซัดใบหน้านิ่งเฉย ทว่าแววตาเขากลับเต้นระริกน่าควักออกมาโยนให้นกจิกกินเสียเหลือเกิน

“แล้วนี่ก็ปล่อยตัวฉันได้แล้ว บอกให้ปล่อยไง ไม่ได้ยินหรือไง ปล่อย” ตวัดเสียงออกไปดังขึ้นอีกนิด

“ชู่ว์ เบา ๆ หน่อย... ไม่อายเหรอถ้ามีคนตื่นมาดูเรากอดกันแบบนี้”

“ใครกันแน่ที่ทำตัวน่าอับอาย คุณนั่นแหละคนลามก คนทุเรศ” หรี่เสียงลงมาหน่อย แต่ยังพยายามดิ้นรนหนีเพื่อให้หลุดพ้นจากกายแกร่ง แต่เขากลับหาได้ขยับไม่

“เอ้า ทำเป็นลืม... คุณเป็นคนเข้ามาหาผมเองนะครับหวานใจ เพราะฉะนั้นคนนั่นแหละที่ต้องเป็นคนอับอายไม่ใช่ผม”

ดนย์ตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับแนบลำตัวชิดเข้ากับเรียวขาเล็ก

“เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยฉันเสียทีสิ”

“ไม่! ไม่อยากปล่อย”

“เมียรักพ่อเลี้ยงดนย์” ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า

“เร้นรักเพลิงแค้น” นิยายเรื่องใหม่จ้า เรื่องนี้จะปั่นพร้อมอัปให้นักอ่านลองอ่านดูนะจ๊ะ ชอบไม่ชอบบอกกันได้จ้า

“เสน่ห์ร้อนเทพบุตรเถื่อน” ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

“เสน่หาเมียชั่วคืน” ราคาอีบุ๊ค 69 บาท....

“ใต้เงาเมียซาตาน” นามปากกา รีณาวดี ออกโดย สนพ ไอริส ราคา 129 บาท วางแผงร้านเซเว่นทุกสาขา

“เจ้าสาวบำเรอรักซาตาน” โหลดอีบุ๊ค ราคา 99 บาท

“นางบำเรอจำนนรัก” นามปากกา รังรอง โดย สนพ เฮเลน ราคา 129 บาท วางแผงร้านเซเว่นทุกสาขาแล้ว...

โปรโมชั่น โหลดที่เวปเมพได้เลยน๊า...

ขอฝากผลงานอีบุ๊คทุกๆ เรื่องราวไว้ในอ้อมกอดทุกๆ ท่าน ด้วยนะจ๊ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว