นางโจรซ่อนใจ-แค่แก้ว...หรือใจฉันที่มันแตก

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

แค่แก้ว...หรือใจฉันที่มันแตก

5

แค่แก้ว หรือใจฉันที่มันแตก

“พริก...

น้าโชคเรียกฉันเมื่อเวลาผ่านไป งานใกล้เลิกแล้ว และแขกส่วนหนึ่งก็ทยอยกลับเกือบหมด เหลือบางตาแค่ไม่กี่คนกับกลุ่มเสี่ยที่ลวนลามฉันเมื่อครู่ ซึ่งน่าจะจัดอยู่ในกลุ่มคอทองแดงทั้งหมด

“โต๊ะน้าอยากได้ไวน์เพิ่ม” เขาเข้ามาบอกฉันที่อยู่ตรงบาร์เครื่องดื่มพอดี

“โต๊ะนั้นดื่มเหล้าไม่ใช่เหรอ ทำไมอยากได้ไวน์ล่ะคะ ตรงนี้หมดแล้วด้วย”ฉันมองไปยังถังไม้เปล่า ๆ อย่างเบื่อหน่าย

“คงต้องไปเอาในห้องเล็ก”

ห้องเล็กนี่คือห้องเก็บไวน์ด้านหลังบ้าน เพราะนนท์เป็นคนชอบดื่มไวน์ ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศเขาเป็นต้องซื้อติดมือกลับมาด้วยทุกครั้ง จนต้องทำห้องเล็กไว้เก็บเครื่องดื่มจำพวกนี้โดยเฉพาะฉันชั่งใจว่าจะทำอย่างไร จึงอาสาตัดบทเมื่อเห็นว่าตัวเองดูจะว่างที่สุด ฉันก็ไม่ได้กลัวเหมียวจะถากถางว่าเอาเปรียบ แค่ไม่ชอบและรำคาญหูจึงอาสาเสนอตัว

“งั้นพริกเข้าไปเอาให้ก็ได้ค่ะ แต่ว่าน้าโชคไม่บอกคุณนนท์ก่อนเหรอคะเขา...หวงน่าดู”เพราะฉันรู้นิสัยนนท์ดี เขาค่อนข้างเป็นคนหวงของ

“พริกไปเอาก่อนเถอะแล้วน้าจะบอกให้ทีหลัง เลือกที่ราคาเบา ๆ นะ”

ที่จริงฉันก็ไม่ได้กลัวหรอก ก็แค่แค่ไม่อยากมีปัญหาทีหลัง

ห้องเล็กอยู่อีกด้านหนึ่งของสถานที่จัดงานเลี้ยงริมสระน้ำ ฉันเลือกที่จะเดินอ้อมออกไปทางหน้าบ้านซึ่งใกล้กว่าอ้อมไปด้านหลัง และพบว่าตัดสินใจผิดพลาด เมื่อเจอกับกลุ่มของบุษราคัมที่กำลังจะกลับโดยมีนนท์ยืนส่งหน้าบ้าน ใกล้ ๆ กันคือรถสีดำคันใหญ่ของเขาที่คิดว่าน่าจะเตรียมออกไปส่งบุษราคัมด้วยตัวเอง ฉันมองเห็นแค่นั้นก็ไม่มองอีกและรีบเดินผ่านเพื่อจะได้ไม่เห็นไม่ได้ยิน

ฟากนั้นค่อนข้างมืดทีเดียว เพราะฉันลัดไปจากสวนหน้าบ้าน โชคดีที่หน้าห้องเปิดไฟดวงเล็กไว้สองดวง ฉันเดินลงสู่บันไดไปยังห้องเก็บไวน์ด้านล่าง ห้องนี้ล็อกไว้ตลอดเวลาและมีกุญแจอยู่ที่นนท์กับน้าโชคคนละดอก ฉันใช้กุญแจที่น้าโชคให้มาไขเข้าไป ภายในห้องเย็นจัดทีเดียว นี่เป็นแรกที่ฉันเข้ามาที่นี่ และอดตื่นตาไม่ได้ ห้องเล็กสีไม้สว่างด้วยไฟสีส้มนวลตา ผนังสองด้วนเรียงรายไปด้วยขวดไวน์มากกว่าร้อยขวด ข้างประตูสองด้านประดับแผ่นไม้แกะสลักเป็นรูปหญิงสาวเปลือยท่อนบนไม่ได้ลามกอุจาดตาแต่ออกแนวศิลปะมากกว่า ฉันไล่สายตาต่อไปอย่างลืมตัว สุดปลายห้องคือชั้นบาร์ไม้แขวนแก้วไวน์หันหลังชนหน้าต่างกระจกครึ่งวงกลมแกะลายด้วยภาพเถากุหลาบเล่นสีสีชมพูส้มเขียว มันคือความขัดกันที่ฉันมองว่าลงตัว ฉันหมุนตัวอยู่ชั่วครู่ก็พบปัญหา ความจริงคือฉันไม่รู้ว่าราคาเบา ๆ อยู่ตรงไหน ฉันสุ่มไล่นิ้วไปตามฉลากจนได้ไวน์ที่คิดว่าราคาน่าจะไม่สูงนักในมือ เพราะเสียเวลาเพลินไปกับการชมไวน์ ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าไม่ได้อยู่ลำพัง จนกระทั่งมีเสียงปิดประตูดัง คลิ้ก เบา ๆ

มันเป็นช่วงที่เราประมาทเกินไป ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก และตระหนกสุดขีดเมื่อรับรู้ถึงภัยคุกคาม

คนคนนั้นที่ฉันไม่รู้จักชื่อ เขาตามฉันมา !

เสี่ยคนที่ลวนลามฉันคนนั้น

“คุณเข้ามาทำไม !” ฉันรู้ว่ามันเป็นคำถามที่มันงี่เง่าสิ้นดี เพราะฉันรับรู้ถึงอันตรายและไม่ได้ต้องการคำตอบสักนิด ฉันแค่เว้นเวลาให้ตัวเองได้คิด สองเท้าถอยช้า ๆ ไม่ให้คนที่เข้ามาทันเอะใจ

“พี่มาเพราะหนู”

พี่งั้นเหรอ...ฉันข่มใจนับหนึ่งช้า ๆ เพื่อลดระดับอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วรัวให้ช้าลง เพราะรู้ดีว่ายิ่งใจฉันเต้นเร็วมากเท่าไรสมองก็จะยิ่งทำงานช้าลงเท่านั้น

ห้องนี้เก็บเสียง ทางลอดถูกตัดไปหนึ่ง ฉันไล่สายตาไปรอบ ๆ อย่างรอดเร็ว ก่อนจะมองสบตาที่วาววามและใบหน้าอวบอูมที่ส่งยิ้มมา ชายวัยห้าสิบต้น ๆ ตรงหน้าคงจะดูแลตัวเองดีพอควรจึงยังไม่ยอมแก่ตามวัย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ฉันจะสนใจ

“คุณไม่ควรเข้ามา ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวในบ้าน ถ้าคุณแขไขทราบเธอคงไม่พอใจ” ฉันพยายามพูดถึงคุณแขไขอย่างน้อยก็เพื่อให้เขานึกเกรงเธอบ้าง แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้สนใจคำพูดฉันสักนิด

“ยิ่งดูใกล้ ๆ ยิ่งสวย”

สายตาน่ากลัวเข้ามาพร้อมร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอลล์ ฉันจึงรีบถอยหลังกรูด

“คุณ !” ฉันลงเสียงสั่นเพื่อเตือนสติ พอเขาหยุดชะงักฉันก็ยกคุณหญิงแขไขมาอ้างหวังว่าเขาจะยังมีสติพอจะนึกได้ว่าฉันเป็นคนของบ้านนันทนาพิพัฒน์

“ฉันกำลังจะเอาไวน์ไปให้คุณหญิง คงไม่ดีแน่ ถ้าเธอเห็นหายไปนาน ช่วยกรุณาหลักทางให้ด้วยค่ะ” ฉันได้แต่ภาวนาให้เขานึกไม่อยากมีปัญหากับคุณแขไขและคิดวางมือจากฉันไป แต่เปล่าเลย...เสียงหัวเราะเบา ๆ กับการย่างสามขุมมาใกล้ทำให้ฉันรู้ว่าเปล่าประโยชน์

“กล้าหาญ เด็ดขาด ไม่ปวกเปียกแบบนี้พี่ชอบ หนูเองก็เคยทำงานแบบนี้มา เราคงตกลงกันง่าย ๆ พี่ไม่เอาเปรียบหรอกน่าไม่ต้องกลัว ได้หนูแล้วให้รับเลี้ยงดูตลอดชีวิตยังไหว ได้แต่งตัวสวย ๆ มีเงินใช้ไม่ขาดมือไม่เห็นต้องมาทำงานตากแดดให้มือด้านหน้าดำแบบนี้”

คนคนนี้คงพูดไม่รู้เรื่องฉันสูดลมหายใจเข้าลึกทั้ง ๆ ที่มือชื้นเหงื่อ ใจกลับมาเต้นรัว หน่วยตาของฉันเบิกกว้าง นาทีหนึ่งที่ในดวงตามันเต้นริกบอกแววปรารถนาจวนเจียนแทบระเบิด ไอความต้องการรุนแรงน่ากลัว เกิดขึ้นในตอนที่มันกระโดดเข้าปะทะขณะที่ฉันกระโจนหนีไปอีกด้านอย่างรุนแรง ตะครุบร่างฉันกดกับผนังว่าง ๆ ด้านหนึ่งจนขวดไวน์ในมือหล่นแตกเป็นเสี่ยง

“อุ๊บส์...”

ฉันถูกปิดปากแน่นขณะกำลังจะกรีดร้องและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งตามสัญชาตญาณ

“ตอนนี้พี่อยากได้หนู ให้นะ เป็นเมียพี่แล้วพี่จะดูแลอย่างดี” เสียงกระเส่าของมันกระซิบชิดใบหู ฝ่ามือมันปิดปากฉันจนเจ็บ ฉันได้แต่ส่ายหัวไปมา กลิ่นเหล้าเอียน ๆ ทำให้ฉันอยากอาเจียน ในหัวอื้ออึงด้วยเสียงร้องโหยหวน

“เถอะ...ตอนนี้ดื้อไม่เป็นไรแต่หลังจากเป็นเมียพี่คืนนี้แล้วจะดื้อไม่ได้นะ...จะจับปราบพยศที่เตียงให้ครางหงิง ๆ เลยคอยดู” มันพูดเองเออเองแล้วหัวเราะอย่างน่ากลัว ทั้งร่างฉันเย็นเยียบเพราะกลัวแล้วกลายเป็นร้อน...ด้วยความโกรธ เหตุการณ์บางอย่างซ้อนทับเข้ามาในหัว คลื่นความสะอิดสะเอียนตีตื้นเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำลายเปียก ๆ ที่หลังหู

ฉันกลัว...ร่างที่กดทับแทบหายจมกับผนัง ฉันขยะแขยงลมหายใจที่เป่ารดซอกคอกับมือที่พยายามแตะต้องร่างกายฉัน ทันทีที่มือมันแตะต้องกายฉันในหัวก็ขาวโพลน ดวงตาของฉันตาแข็งค้าง ร่างกายที่ขัดขืนเมื่อครู่ อ่อนปวกเปียกโดยพลัน

คนคนนั้นหยุดชะงักเมื่อรับรู้ถึงปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของฉัน ก่อนจะหัวเราะ

“ว่าง่าย ๆ อย่างนี้จะได้ไม่เจ็บตัว”

แควก !

ฉันสะดุ้งเมื่อกระดุมเสื้อช่วงบนถูกกระชากจนขาด วินาทีหนึ่งมันก็ผละมือจากปากฉันเพื่อก้มลงจูบฉัน พอฉันส่ายหน้าหนี มันก็ตรึงคางฉันไว้ ฉันเจ็บแปลบในหัวใจ

ฉันปล่อยให้มันสัมผัสกายกับปากไป ขณะที่ด้านมืดในกายกรีดร้องคำราม ฉันจงใจกระโจนมาตรงนี้เมื่อรู้ว่าประตูไม่ใช่ทางออกของฉันอีกแล้ว

ขณะที่คิดว่าฉันตัวอ่อนเพราะหมดหนทางมือของฉันค่อย ๆ สัมผัสผิวเย็นเยียบของขวดไวน์ขนาดเหมาะมือ เมื่อไร้ทางออกฉันก็ต้องหาอาวุธ ฉันจงใจกระโจนมาตรงนี้เพราะฉันสามารถทำมันโดยง่าย

ฉันกลัว...ใช่ แต่ฉันเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ฉันต้องบอกย้ำกับตัวเองว่า...สุดท้ายแล้วสิ่งที่มันทำก็เพื่อหมายมาดสิ่งเดียวกัน คือ...ได้ฉัน ! มันไม่ต่างกัน ไม่ได้เลวร้ายไปกว่ากัน และฉันต้องรอดเหมือนกัน ไม่มีใครปกป้องฉันอีกแล้ว ฉันต้องปกป้องตัวเอง...

ฉันต้องรอด !

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว