นางโจรซ่อนใจ-สมรู้ร่วมคิด

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

สมรู้ร่วมคิด

เท้าของฉันชะงักเมื่อเห็นหลังคุ้นตาประคองร่างงองุ้มกุมหัวของไอ้เลวบ้ากามคนนั้นขึ้นรถ ฉันจำได้ดีเพราะมันคือหลังของแม็กกี้

แม็กกี้...

ทันทีที่ชื่อนี้เข้ามาในความคิดความทรงจำก็ผุดวาบ ภาพรอยยิ้มสาแก่ใจ และคำพูดของไอ้ชั่วที่เหมือนกับรู้เรื่องราวของฉันดี และท่าทีนอบน้อมที่มันมีต่อไอ้เสี่ยนั่น ฉันฟันธงในใจว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเก็บไวน์ สองเท้าฉันไปก่อนความคิด ดวงตาลุกโชน มันต้องเจอกับฉัน

“เลว”

เผียะ !

คืนนี้ฉันตบคนมาสองครั้ง หลังจากตีหัวคนแตกมาหนึ่ง ฉันกลายเป็นนางมารร้าย สัตว์ร้ายในตัวฉันมันหลุดออกจากที่คุมขังเมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหว

ฉันแทบไม่เคยทำร้ายใครก่อนแต่ครั้งนี้ฉันทำเพื่อความอยู่รอด เพื่อเรียกศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียดย่ำกลับคืนมา ใครจะด่าว่าฉันถ่อย ต่ำ ฉันไม่สนอีกแล้ว

แม็กกี้ดูจะงงไปชั่วขณะเพราะอยู่ ๆ ก็มีลมหอบหนึ่งถลามาตรงหน้าแล้วฟาดฝ่ามือใส่หน้าเขาโดยเร็ว พอแม็กกี้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร แน่นอนว่าผลสะท้อนกลับมาเร็วและแรงอย่างที่ฉันคิดไว้

“อีพริก !” เขาเรียกชื่อฉันครั้งเดียวก็พุ่งเข้ามาจะกระชากผมฉันตบคืน ฉันหลบข่วนหน้ามันเลือดซิบ แม็กกี้กรีดร้องราวเสียสติทุ่มมาหาฉันทั้งตัว

“อีบ้า !”

เผียะ !

มันตบฉันคืนได้ในที่สุด ในตอนนั้นเราสองคนเหมือนคนเสียสติที่คลุกฝุ่นไปด้วยกัน ฉันถอดรองเท้าออกมาได้ก็ฟาดปากแม็กกี้จนเลือดกลบปาก ฉันเห็นนท์เข้ามาขวาง ฉันก็ตีหลังเขาซ้ำ ๆ กันหลายทีอย่างสะใจ

“พริก ! .

ฉันสะดุ้งเพราะตุ้งเข้ามาเรียกฉันจากข้างหลัง ฉันจึงได้รู้ว่าเมื่อครู่ฉันแค่คิดมโนไปเอง ฉันไม่ได้ตบกับแม็กกี้จริง ๆ ฉันแค่คิด ! แค่ความคิดในหัวของฉันที่โลดแล่นรุนแรงไป

ความจริงฉันอยากทำอย่างที่คิดเหมือนกัน แต่พอคิดเทียบกำลังดูแล้วการเข้าไปปะทะกับแม็กกี้ตรง ๆ มีแต่ฉันจะเสียเปรียบ ฉันจึงข่มใจตนเองไว้ แม้ภาพเมื่อครู่ในตอนที่แม็กกี้คุยกับเสี่ยหัวแตกตัณหากลับมันเฉลยทุกคำถามของฉันจนหมดแล้ว

“เป็นไร...”

ตุ้งมองมาฉันจึงรู้ว่าตัวเองกำมือแน่น ดังนั้นจึงผ่อนอารมณ์

ช่างเถอะถึงใช้กำลังกับแม็กกี้ไม่ได้ ก็ใช่ว่าจะทำอะไรหมอนั่นไม่ได้เสียหน่อย

“แล้วนั่นเป็นไร เกิดไรขึ้น ทำไมเสื้อพริกถึงได้รุ่งริ่งแบบนั้น” ฉันใช้มือที่ยังสั่นไม่หายรวบคอเสื้อไว้เพื่อซ่อนรอยฉีกขาดจากสายตาสงสัยของตุ้ง

“ฉันวิ่งหกล้มแล้วโดนกิ่งไม้เกี่ยว ไม่มีอะไร”

ฉันไม่มีเหตุผลไหนจะโกหกได้แนบเนียนไปมากกว่านั้น แม้จะรู้ว่ามันดูไร้น้ำหนัก จนตุ้งไม่เชื่อที่ฉันบอกทั้งหมด ฉันจึงต้องใช้สายตาวิงวอน

“ตุ้ง เชื่อใจฉันไหม สำหรับตุ้งแล้วฉันยังเป็นเพื่อนตุ้งใช่ไหม”

ฉันถามเพราะรู้ซึ้งถึงความไม่แน่นอนในคำว่ามิตรภาพ และไม่อาจมั่นใจได้อีกแล้วว่าตัวเองยังสามารถเป็นเพื่อนใครได้อีกไหม

ตุ้งยังคงมองแต่ในสายตาที่เคยคลางแคลงอ่อนลง สุดท้ายเธอก็ถอนใจ เพราะเข้าใจในความหมายของฉัน

“ฉันไม่ถามอะไรก็ได้ แต่แค่ห่วง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น...พริกต้องบอกฉันนะ อย่าคิดว่าฉันเป็นคนอื่น พริกเป็นเพื่อนของฉันคนหนึ่ง”

“ขอบใจนะตุ้ง”

อย่างน้อยในคืนที่แย่ ๆ แบบนี้ฉันก็ยังรู้ว่ามีสิ่งดี ๆ บางอย่างซ่อนอยู่ ฉันมีกำลังใจที่จะยิ้ม ก่อนดวงตาจะวาบขึ้นเมื่อนึกอะไรได้ ในเวลาที่เรามีสติความคิดเราจะโลดแล่นอย่างคาดไม่ถึงจริง ๆ

อย่างตอนนี้ในหัวฉันคิดอะไรดี ๆ ได้แล้ว

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว