เก็บใจไว้รอรัก

ยากจะลืม

ชลทิศขับรถมาจอดหน้าสถานบันเทิงมีชื่อแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เมื่อก้าวเข้าไปในสถานที่หย่อนใจนั้นก็เห็นเพื่อนรักนั่งอยู่เพียงลำพัง ในมือมีเครื่องดื่มถืออยู่

“ไงวันนี้ทำไมถึงโทรตามฉันได้เนี่ย”

“เหงาว่ะ” คำตอบเรียบเรื่อยดวงตาไม่แจ่มใสนัก

“เป็นอะไรวะ คนอย่างแกพูดคำว่าเหงาก็เป็น”

ระหว่างนั้นมีหญิงสาวสวยนางหนึ่งเดินเข้ามาส่งยิ้มทักทาย และเชิญชวนให้เขาดื่มเป็นเพื่อน

“นั่งด้วยคนได้ไหมคะ”

“ผมมีเพื่อนนั่งแล้ว” อนินทร์ตอบอย่างไม่มีเยื่อใย

“ไหนล่ะคะ อย่าบอกนะว่าคุณชอบ...” หญิงสาวปรายตามองชลทิศด้วยสายตาแปลก ๆ

“ไม่ใช่นะครับคุณ” ชลทิศรีบปฏิเสธ

“ดีดี้เหง๊าเหงาค่ะ เลยอยากหาเพื่อนนั่งคุย”

“ไปหาที่อื่นเถอะ” อนินทร์ตอบโดยไม่มองหน้า

“แหม! ทำไมรีบตัดไมตรีจังล่ะคะ จะไม่ลองคุยด้วยหน่อยเหรอ”

“เพื่อนผมมีแฟนแล้วครับ” ชลทิศพูดกันให้เพื่อน แต่สาวเจ้ายังไม่ยอมถอยห่าง

“แหม จะบอกว่ารักเดียวใจเดียวเหรอคะ ผู้ชายแบบนี้สิสเปคดีดี้เลย แลกไลน์กันไหมคะ”

คราวนี้อนินทร์หันไปสบตาอย่างรำคาญ “ผมไม่มีอารมณ์ ถ้าคุณว้อนท์มากก็ไปหาคนอื่นก่อนเถอะ” น้ำเสียงและคำพูดตัดไมตรีทำให้หญิงสาวมองเขาอย่างเคือง ๆ แต่ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดออกไปอย่างกระฟัดกระเฟียดนั้น เจ้าหล่อนยังหันมาส่งยิ้มหวานให้ชลทิศ แต่เขากลับมองเมินอย่างไม่สนใจ เจ้าหล่อนจึงกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง ชลทิศมองอาการของเพื่อนแล้วอดถามไม่ได้

“ผู้หญิงคนนั้นสวย เซ็กซี่ ดูดี สเปคแกเลยนะนั่น ทำไมปฏิเสธไม่มีเยื่อใยเลยวะ”

“งั้นแกก็เอาไปสิ”

“เฮ่ย! ไอ้บ้า แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบแบบนี้” ชลทิศตอบยิ้ม ๆ “แกคิดถึงคุณฉัตรหรือไง” เขาแกล้งหยอกเย้าเพื่อนเล่นทั้งที่รู้ว่าคงไม่ใช่สาเหตุนั้นแน่นอน

“นิดหน่อย” เขาตอบพลางหันไปมองหญิงสาวคนเมื่อครู่ ที่ยังมองตรงมายังเขาอย่างมีความหวัง มุมปากสวยกระตุกยิ้มอย่างเหยียดหมิ่น “ผู้หญิงน่าเบื่อชะมัด”

“แน่ใจเหรอวะที่พูด เมื่อก่อนฉันก็เห็นแกควงไม่ซ้ำหน้าแต่ละวัน จนมาพบคุณฉัตร”

“ก็เพราะว่าแต่ละคนน่าเบื่อไง ถึงต้องคอยเปลี่ยนบ่อย ๆ” เขาให้เหตุผลกับเพื่อนอย่างไม่ยี่หระว่าคนฟังจะคิดจะมองเขาอย่างไร

“ระวังคุณฉัตรมาได้ยินเข้า แกจะหมดอนาคต” ชลทิศหัวเราะ

“ฉัตรไม่อยู่ไง ฉันถึงกล้าพูด” อนินทร์เองก็ยิ้ม

“แกเป็นแบบนี้เพราะนึกถึงคุณชนิศาอีกแล้วใช่ไหม” ชลทิศพอจะเดาอาการเพื่อนออก

“วันนี้เป็นวันที่ฉันกับนิศาตกลงคบกัน แล้วก็เป็นวันที่เขา...บอกเลิกกับฉัน” นัยน์ตานั้นยังเต็มไปด้วยความเจ็บปวดยามเมื่อนึกถึงอดีต

“ไอ้อาร์ม ฉันไม่อยากเห็นแกเป็นแบบนี้เลยนะ แกควรจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนได้แล้ว กับคุณฉัตรไง”

“ฉันก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ฉันยังเริ่มไม่ได้” ชายหนุ่มยกเครื่องดื่มในมือกรอกเข้าปากจนหมดแก้ว “ฉันไม่อยากเจ็บปวดเพราะผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว แกเข้าใจไหม”

“แกคิดว่าเรื่องที่ผ่านมาระหว่างแกกับชนิศามันคือความรักเหรอวะ แกไม่คิดเหรอว่า มันอาจจะเป็นแค่ความหลง”

“ฉันไม่สนทั้งนั้นว่ามันจะเรียกว่าอะไร แต่สำหรับฉันมันจะไม่มีความรู้สึกแบบนั้นให้กับใครอีก”

“แล้วกับคุณฉัตรล่ะ แกคิดว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดได้เหรอวะ แกจะอยู่กับผู้หญิงที่แกไม่รักไปตลอดชีวิตได้เหรอวะ” คำพูดของชลทิศทำให้อนินทร์เงียบไปครู่หนึ่ง สะดุดใจกับประโยคของเพื่อนไม่น้อย

“ต้องได้สิวะ ความรักสำหรับฉันมันไม่จำเป็นอีกแล้ว” เพราะอย่างน้อย แปดปีที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยมีความรักของผู้หญิงคนไหนมาหล่อเลี้ยงหัวใจเขาแม้แต่คนเดียว “ฉัตรเข้าใจฉัน ยอมรับฉันได้ เราเหมาะสมกัน”

“แกจะฝังใจอะไรนักหนาวะไอ้อาร์ม เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว”

“ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ฉันก็ลืมความเจ็บปวดครั้งนั้นไม่ได้หรอกว่ะ” คราวนี้ดวงตาหรี่ปรือนั้นเต็มไปด้วยรอยหม่นหมอง “นั่นมันรักครั้งแรกของฉัน แล้วก็เป็นรักครั้งแรกที่โคตรเจ็บปวดเลยว่ะ”

“นี่สินะที่เขาถึงพูดกันว่า คนเราไม่มีทางลืมรักครั้งแรกได้หรอก แต่ในเมื่อผู้หญิงเขาไม่มีค่าพอจะให้แกรัก ทำไมแกถึงไม่มอบความรักที่มั่นคง จริงจังแบบนี้ ให้กับคนที่มีค่าคู่ควรล่ะวะ แกจะมานั่งเก็บกดความรู้สึกไว้แบบนี้เพื่ออะไร”

“ก็เพื่อให้ฉันจดจำไงล่ะว่า ฉันจะไม่ยอมเจ็บแบบวันนั้นอีกแล้ว ฉันจะไม่ทุ่มเทความรักให้กับผู้หญิงคนไหนอีก”

“แต่แกก็จะเป็นฝ่ายทำให้คนอื่นเจ็บแทน”

“ก็ดีน่ะสิ ฉันอยากเห็นคนที่เจ็บปวดเพราะฉันบ้าง” นัยน์ตานั้นเปล่งประกายอาฆาต

“ฉันว่าคงมีคนหนึ่งแหละที่ต้องเจ็บเพราะแก”

“ครายวะ” น้ำเสียงนั้นเริ่มยืดยานด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

“ก็คุณฉัตรไง คุณฉัตรท่าทางรักแกมากนะไอ้อาร์ม แกควรจะมอบความรักของแกให้เธอบ้าง พูดก็พูดฉันได้ยินคำพูดแกแบบนี้ ฉันก็อดสงสารคุณฉัตรไม่ได้”

“ฉันจะมอบความซื่อสัตย์ให้กับเขาแทน ถึงไม่รักแต่ฉันก็จะไม่ยกย่องใครให้เสมอเขา...แกว่าดีไหม”

ชลทิศมองอาการอ่อนปวกเปียกของเพื่อนแล้วถอนใจ

“คิดอย่างนั้นก็ตามใจแก แต่ฉันว่าวันนี้แกเมาแล้ว กลับเถอะ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งแกที่คอนโด”

ชลทิศเรียกพนักงานเก็บเงินแล้วพยุงเพื่อนรักออกไปอย่างทุลักทุเล

เช้านี้มินราแต่งตัวเรียบร้อยเตรียมไปทำงาน เธอตั้งใจเดินไปเรียกแท็กซี่ที่ปากซอย เพราะไม่อยากรบกวนคนในบ้านทั้งที่คุณสุรางค์ได้บอกไว้แล้วว่าจะให้คนไปส่ง หญิงสาวสะพายกระเป๋าใบโปรดพร้อมอุปกรณ์ในการสอนเดินอย่างสำรวมลงมาทักทายทุกคนด้วยการไหว้ ชลทิศที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จเดินตามลงมาทีหลัง วันนี้เขาตื่นสายเล็กน้อยเพราะเมื่อคืนกว่าจะพาอนินทร์ไปส่งถึงห้องได้ก็เกือบตีสอง เหตุที่ช้าก็เพราะเจ้าเพื่อนรักของเขาโวยวายชวนแวะกินลมชมวิวตลอดข้างทางและเพ้อรำพันถึงแต่เรื่องราวในอดีต

“กลับดึกล่ะสิเมื่อคืน ปกติแกไม่ใช่คนตื่นสาย” บิดามองหน้าบุตรชายไร้แววตำหนิ

“ครับพ่อ ไอ้อาร์มมันอาละวาดหนัก กว่าจะถึงคอนโดผมก็แทบหมดแรง” ปากพูดกับบิดาแต่สายตากลับจับอยู่ที่

หญิงสาวสมาชิกใหม่ของบ้าน เขามองเธออย่างชื่นชมโดยไม่ปิดบัง ชุดกระโปรงพองสั้นสีฟ้าอ่อนเข้ากันทั้งชุดกับทรงผมที่มัดเป็นหางม้าไว้กลางศีรษะใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางพอประมาณ ทำให้ดวงหน้านั้นดูสดใสไม่ต่างอะไรกับเด็กสาวแรกรุ่น ดวงตากลมใสไม่มีรอยหม่นเหมือนวันวาน ทำให้บรรยากาศเช้านี้ของบ้านดูแปลกไป

“จะไปทำงานหรือเรา” ชายหนุ่มพูดช้า ๆ ชัด ๆ ให้อีกฝ่ายคอยจับคำ ซึ่งเธอก็จับได้แค่คำว่า ‘ทำงาน’

หญิงสาวยิ้มพร้อมกับพยักหน้า

“ป้าจะให้คนขับรถไปส่งก็ไม่ยอม จะขึ้นแท็กซี่ไปเอง”

“ทำงานที่ไหนล่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่งก็ได้” ชลทิศพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์แล้วยื่นให้เธออ่าน หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ

“ฉันไปเองได้ค่ะ”

ชายหนุ่มยิ้ม แล้วพิมพ์ตอบว่า “เรียกตัวเองว่าฉันได้ไงล่ะ เรียกว่านราสิ”

หญิงสาวจึงทำสัญลักษณ์ชื่อตัวเองเหมือนที่เคยทำให้ใครหลาย ๆ คนดู

“นั่นคือสัญลักษณ์ชื่อของนราเหรอ”

หญิงสาวพยักหน้า

“พี่จะจำไว้ แบบนี้ใช่ไหมชื่อของนรา” ชายหนุ่มจึงทำสัญลักษณ์ชื่อของเธอ

“ถ้างั้นตอนเย็นพี่จะไปรับที่โรงเรียนนะ ห้ามหนีออกมาก่อนล่ะ”

หญิงสาวส่ายหน้าอีกเมื่ออ่านข้อความจบ

“ไม่อยากรบกวนค่ะ”

“ไม่เป็นไร วันนี้พี่เลิกงานเร็ว”

“ให้พี่เขาไปรับนะป้าจะได้ไม่ต้องห่วง” สุรางค์ย้ำอีกคน หลังให้ชลทิศพิมพ์ข้อความให้หลานสาวอ่าน ทำให้มินราพยักหน้ารับ และเช่นเคยอาณพดูไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับความคิดของสุรางค์ เขาไม่อยากให้บุตรชายสนิทสนมกับมินรามากนัก เพราะหนุ่มสาวลงได้ใกล้ชิดกันความสัมพันธ์ก็ย่อมก่อเกิด เขาไม่ปฏิเสธว่ามินราเป็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตา น่ารัก น่าเอ็นดู แต่การที่เธอบกพร่องทางการได้ยินแบบนี้ถึงอย่างไรก็ไม่เหมาะสมกับชลทิศ เขาอยากเห็นบุตรชายมีผู้หญิงที่คู่ควรเหมาะสมกว่านี้

มินราเดินออกไปท่ามกลางสายตาของคนในบ้านที่มองตาม

“หลานสาวคุณนี่เก่งไม่เบานะ ถึงหูจะไม่ได้ยินแต่ก็ดูไม่เป็นอุปสรรคเลย” แม้อาณพจะพูดเช่นนั้นแต่สุรางค์ก็พอจะจับสังเกตสามีได้ว่า แอบซ่อนความคิดบางอย่างไว้ นางจึงต้องหาจังหวะทำความเข้าใจ

“ต้องชื่นชมมนต์ชัยค่ะที่สามารถเลี้ยงดูมาได้เป็นอย่างดี จะว่าไปตามนต์ชัยนี่ก็รักลูกสาวมากเหมือนกัน”

“แต่ถึงยังไงผมก็ว่าเธอยังดูบอบบางไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนสมัยนี้หรอกครับ การปล่อยให้ไปไหนมาไหนเพียงลำพังก็ยังน่าเป็นห่วง” ชลทิศรู้สึกอย่างที่พูด เขายังไม่ได้คิดไปไกลอย่างที่บิดากำลังเป็นกังวล

“แต่ตามนต์ชัยเขากลับไม่คิดอย่างนั้นนะ เขาคิดว่าการที่ได้ปล่อยให้หนูนราไปไหนมาไหนเพียงลำพัง ก็เท่ากับเป็นการให้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง และสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ หนูนราอ่านออกเขียนหนังสือเป็นซะอย่าง คงไม่ลำบากกับการใช้ชีวิตนักหรอก”

“สังคมทุกวันนี้คนปกติอย่างเรายังอยู่ยาก นับประสาอะไรกับคนอย่างนรา”

“นราเป็นเด็กจิตใจดี มักมองโลกในแง่ดี ถึงสังคมแวดล้อมจะเลวร้ายแค่ไหน ก็เปลี่ยนนิสัยนราไม่ได้หรอกจ้ะ”

“แบบนี้ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงใหญ่”

“ดูเหมือนแกจะใส่ใจหนูนราเป็นพิเศษเชียวนะเจ้าต้น” อาณพนึกเป็นห่วงความคิดบุตรชาย

“ก็นราเป็นน้องผมเหมือนกันนี่ครับพ่อ ผมเป็นห่วงก็ไม่เห็นจะแปลก”

“คิดแค่นั้นก็ดีแล้ว”

“วันนี้คิดแค่นี้ วันหน้าอาจจะคิดมากกว่านี้ก็ไม่แน่” ชายหนุ่มยักคิ้วให้บิดาก่อนฉวยเสื้อสูทที่พาดไว้ตรงเก้าอี้ขึ้นมาสวมแล้วเดินออกจากบ้านไปทำงาน ทำให้อาณพปิดกลั้นความอึดอัดใจแทบไม่มิด

“ไอ้ลูกคนนี้ มันคบกับเจ้าอาร์มมากไปหรือเปล่า ท่าทางยังกับพวกเสือผู้หญิง”

สุรางค์หัวเราะ “อาร์มกับต้นไม่เหมือนกันสักหน่อยค่ะคุณ ลูกชายคุณน่ะพวกบ้างาน ไม่เห็นสนใจผู้หญิงที่ไหน ส่วนนายอาร์มเพื่อนเขาถึงจะเอาการเอางานแต่ก็ชอบเที่ยวเตร่เฮฮา ควงสาว ๆ แทบไม่ซ้ำหน้า เพิ่งจะมีพักนี้แหละมั้งคะที่เห็นเงียบ ๆ ไป เพราะเห็นนายต้นเล่าให้ฟังว่าคบกับหนูฉัตรดาว ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่เลยต้องทำตัวดีหน่อย”

“คุณคิดเหรอว่าคนอย่างเจ้าอาร์มมันจะยอมให้ผู้หญิงคนไหน รู้จักมันมาตั้งหลายปี ลื่นยังกับปลาไหล”

“ก็ไม่แน่นะคะ ผู้ชายแบบนั้นน่ะ อาจจะหยุดสนิทก็ได้ ถ้าได้เจอผู้หญิงที่ถูกใจขึ้นมาจริง ๆ” สุรางค์รอทีหาจังหวะคุยกับสามีจนได้

“แล้วกับต้นล่ะคะ คุณวางแผนเขาไว้ยังไง” คำถามที่แฝงนัยของภรรยาทำให้ผู้เป็นสามีอ้ำอึ้ง

“ผมไม่เคยกะเกณฑ์อะไรกับชีวิตของเจ้าต้น มันจะมีลูกมีเมียเมื่อไรก็เรื่องของมัน”

“แล้วคุณไม่กลัวเหรอคะว่านายต้นจะไปคว้าผู้หญิงที่ไหนมา”

“ผมเชื่อว่าไอ้ต้นมันมีความคิดมากพอที่จะหาผู้หญิงมาเป็นแม่ของลูกมัน”

สุรางค์ถอนใจที่สามียังเลี่ยง นางจึงต้องถามตรง ๆ

“คุณไม่สบายใจเรื่องนายต้นกับนราใช่ไหมคะ”

“คุณดูผมออกด้วยเหรอ”

สุรางค์ยิ้ม เวลาที่อยู่ด้วยกันมานับสิบปี มีหรือที่นางจะเดาความคิดสามีไม่ออก

“คุณคะ” สุรางค์แตะหลังมือสามี “นราถึงจะมีความบกพร่องไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตอะไรมากมาย นราพิการแค่เพียงร่างกายภายนอก แต่ความคิดและจิตใจก็เหมือนคนปกติ เพียงแต่โลกการรับรู้ของแกอาจจะแคบกว่าคนปกติอย่างเรา ๆ ไปบ้าง เราควรให้โอกาสคนสองคนไม่ใช่เหรอคะ” สำหรับนางแล้วรู้จักชลทิศมาหลายปี ถือได้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบและนิสัยดีมากคนหนึ่ง จึงไม่คิดจะขัดขวางหากหลานสาวจะถูกตาต้องใจชายหนุ่ม เพราะนางก็อยากเห็นมินรามีผู้ชายที่ดีพร้อมมาคอยปกป้องดูแลเช่นกัน

“แต่ผม...” อาณพมองหน้าภรรยาและยอมเอ่ยปากอย่างไม่ปิดบัง “ถึงหนูมินราจะช่วยเหลือตัวเองได้ดีหลายเรื่อง แต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นคนพิการ การอยู่ร่วมกับคนปกติที่เป็นญาติพี่น้องอาจไม่ใช่ปัญหานัก แต่การใช้ชีวิตคู่มันจะเป็นไปได้อย่างไร คนเราทุกวันนี้ขนาดปกติดี ๆ ยังไม่ค่อยเข้าใจกันเลย”

“ฉันเข้าใจค่ะ คุณเองก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่เพียบพร้อม แต่เรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้พวกเขาสองคนยังเป็นแค่พี่น้อง คุณเองก็อย่าเพิ่งกังวลใจล่วงหน้าสิคะ”

“เอาเถอะค่ะ เรื่องแบบนี้ถ้าได้ทำบุญร่วมกันมาก็คงหนีกันไม่พ้น เราสองคนจะไปฝืนอะไรได้ล่ะคะ”

“ผมก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี ผมขอโทษนะที่รู้สึกกับหลานคุณแบบนั้น”

“ฉันเข้าใจคุณค่ะ ถ้าฉันเป็นคุณก็คงห่วงเรื่องพวกนี้เหมือนกัน ใครจะอยากได้ลูกสะใภ้เป็นใบ้ล่ะคะ”

“อีกอย่าง...หนูนราเพิ่งหนีจากผู้ชายบ้านโน้นมา กลับต้องมาเจอกับเจ้าต้นอีก ผมก็กลัวว่าคุณมนต์ชัยเขาจะตำหนิเอาได้”

“นายต้น ไม่ใช่ผู้ชายประเภทไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนั้นซะหน่อยนี่คะ”

“ผมก็รู้ว่ามันไม่ใช่คนแบบนั้น”

“แต่ก็หวงลูกชาย” สุรางค์ยิ้มแบบขำ ๆ “ไปทำงานเถอะค่ะเดี๋ยวจะสาย”

“งั้นผมไปทำงานก่อน ตอนเย็นผมอยากกินน้ำพริกอ่องนะ คุณช่วยเตรียมไว้ให้ด้วยล่ะ”

“ได้ค่ะ” ผู้เป็นภรรยารับคำ เมื่อสามีและลูกเลี้ยงออกไปทำงานกันหมดแล้ว ก็ถึงงานในหน้าที่ของตัวนางบ้าง จัดการเรียกสาวใช้ให้มาเก็บโต๊ะอาหารและเตรียมทำความสะอาดบ้าน

***************************

ฝากอีบุ้คพี่อาร์มด้วยนะค๊า

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว