32. เจ้าสาววิวาห์ลวง ซีรี่ส์ เจ้าสาวจอมมาร II-ตอนที่ 1

โดย  ภรปภัช

32. เจ้าสาววิวาห์ลวง ซีรี่ส์ เจ้าสาวจอมมาร II

ตอนที่ 1

ห้างสรรพสินค้าลาโดเน่

“คุณเอม บ่ายนี้ผมมีนัดคงไม่ได้เข้ามาอีก ถ้ามีเอกสารอะไรให้เซ็นก็รอผมเข้ามาพรุ่งนี้นะ” อาเธอร์ ลาโดเน่ ชายหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทย วัย 35 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรจากยุคกรีกโบราณ เงยหน้าขึ้นมาสั่งงานเลขา ภายหลังจากเซ็นเอกสารแฟ้มสุดท้ายแล้ว

“ได้ค่ะท่านประธาน” เอมอรเลขาสาวร่างท้วมวัยยี่สิบตอนปลายรับเอกสารทั้งหมดก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก่อนจะโทรหามารดาผู้เป็นต้นเหตุแห่งนัดกระทันหันในวันนี้

(“ครับแม่ บอกหลานสาวคุณป้าวิรัญให้ไปเจอผมที่ร้านอาหารชื่นฤดี ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบ่ายสองโมง ผมกำลังจะออกจากห้างฯ แล้วครับ”) เขาบอกน้ำเสียงเรียบเฉย

(“ได้เลยจ้ะ ขอบใจมากนะลูกที่ยอมไปทานข้าวกับน้องน่ะ”)

คุณหญิงจิตรา ลาโดเน่ มารดาของเขากดวางสายอย่างอารมณ์ดี เมื่อสามารถหาผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปให้บุตรชายดูตัวได้สำเร็จ(อีกครั้ง) แม้เขาจะยอมไปทานข้าวกับผู้หญิงที่ท่านหาให้ แต่ก็ไม่เคยคิดจะคบหากับใครอย่างจริงจังแม้แต่คนเดียว ยิ่งทำให้คนอยากมีหลานกลัดกลุ้มมากขึ้นไปอีก ไอ้เรื่องจะคิดว่าบุตรชายกล้ามโตเป็นพวกอนุรักษ์ไม้ป่าเดียวกันก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะกิตติศัพท์การหิ้วสาวขึ้นคอนโดของชายหนุ่มก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่วเมือง แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่เจอคนที่อยากแต่งงานด้วยเท่านั้น

อาเธอร์หันไปคว้าเสื้อสูทราคาแพงก่อนจะก้าวออกไปจากห้องทำงานซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้าชื่อดังระดับประเทศซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วโลก แล้วมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถสำหรับผู้บริหารระดับสูง

เขามักจะชอบขับรถด้วยตัวเองเสมอ แม้มารดาจะบอกว่าให้ใช้บริการคนขับรถที่บ้านจะเหมาะกว่า แต่เพราะเขาชอบไปไหนมาไหนตามลำพัง การขับรถด้วยตัวเองจึงสะดวกกว่ามาก

ร่างสูงเดินมาจนถึงรถพอร์ชสีแดงสดรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งทั่วโลกมีเพียงแค่ 10 คันเท่านั้น ก่อนจะเข้าไปนั่งด้านคนขับแล้วจึงได้เดินทางออกจากอาณาจักรของครอบครัว ด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะสดชื่นนัก

นี่คงเป็นผู้หญิงคนที่สิบในรอบหนึ่งเดือน ที่เขาต้องไปนั่งปั้นหน้าเป็นสุภาพบุรุษแล้วตักอาหารให้พวกเธอที่ดูก็รู้ว่าอยากเขมือบเขาแทนอาหารเหล่านั้นมากมายขนาดไหน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มารดาจะหยุดหาคู่ที่เขาไม่อยากได้ให้เสียที

‘ถ้านายรำคาญแม่นายมากนัก ก็หาเมียกำมะลอมาหลอกแม่นายซักคนสิ ไม่เห็นจะยาก’

แล้วคำพูดของเพื่อนรักอย่างโจนาธาน อาบีเชส ที่แวะมาหาเขาเมื่อสามวันก่อน ก็ผุดขึ้นมาในสมอง

“เมียกำมะลองั้นเหรอ แล้วจะไปหาใครที่ไหนล่ะ” เขาหักรถไปตามทางลงจากลานจอดรถเมื่อมาถึงชั้นสุดท้าย แต่แล้วก็มีใครบางคนวิ่งตัดหน้ารถของเขาอย่างจัง

เอี๊ยด!!! โครม!!!

“บ้าชิบ!” อาเธอร์เหยียบเบรกจนสุดตัว แต่ก็เหมือนว่าชนใครคนนั้นไปเรียบร้อยแล้ว เขารีบก้าวลงมาจากรถทันที และก็พบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิงและเธอเองก็มีเลือดออกตรงศีรษะค่อนข้างมากอีกด้วย

“คุณ! อย่าเพิ่งตายนะ!” เขารีบอุ้มร่างที่ไร้สติของเธอขึ้นมาแล้วพาขึ้นรถหรูทันที ไม่รู้ว่า รปภ.ที่ควรจะอยู่แถวนี้หายไปไหนหมด แต่ตอนนี้เขาคงรอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้น...ผู้หญิงคนนี้อาจจะเสียเลือดจนตายก็ได้ และเขาก็จะกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนตายในทันที

หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้

“เหมียว พักเที่ยงแล้วไปกินข้าวกันเถอะ” เกศกนกพนักงานฝ่ายจัดซื้อของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เดินมาหาเพื่อนรักที่ทำตำแหน่งพนักงานรับโทรศัพท์หรือโอเปอร์เรเตอร์อย่างอารมณ์ดี

“ไปสิ กำลังหิวเลย วันนี้ลุงที่ขายส้มตำไก่ย่างมาแล้วนะ วันนี้แหละแม่จะโซ้ยตำปูปลาร้าให้อิ่มหนำเลย” เมยาวี อินทุสร วัย 25 ปี พนักงานสาวหน้าใส รูปหน้าสวยกว่าพนักงานประชาสัมพันธ์ที่เคาท์ เตอร์หลายเท่า แต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้เธอเลือกสมัครงานเป็นคนรับโทรศัพท์ซึ่งต้องอยู่กับเพื่อนอีกสองคนในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้เท่านั้น

“ฝากซื้อส้มตำแบบเผ็ดๆ ให้ถุงนึงนะเหมียว เดี๋ยวแก้วจะได้เอาไว้ทานกับยัยส้มตอนที่เหมียวหมดเวลาพัก” เพื่อนร่วมสายงานบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ได้เลยจ้ะ ไปกันเถอะเกศ เดี๋ยวไม่ทันพวกแคชเชียร์ พวกนั้นยิ่งพักเวลาเดียวกับเราอยู่ด้วย” เมยาวีจูงมือเพื่อนรักก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ด้านหลังซึ่งเป็นทางเข้าออกของพนักงานห้างฯ เพื่อไปไขล้อกเกอร์ที่ใส่กระเป๋าของตัวเอง

“เวรกรรม ดันลืมเอากุญแจมา เกศแกไปสั่งส้มตำรอไว้เลยนะ เดี๋ยวเหมียวตามไป” เมยาวีอยากจะเขกกะโหลกตัวเองที่ดันลืมของสำคัญไว้ในลิ้นชักโต๊ะเสียได้

“ได้ๆ รีบตามไปล่ะ เดี๋ยวจะไปเลือกน่องไก่ไม้โตๆ รอนะจ๊ะ” เกศกนกรีบเดินจ้ำอ้าวหลังจากได้กระเป๋าเงินของตัวเองแล้ว ส่วนเมยาวีก็วกกลับเข้าไปในห้างฯ อีกครั้งเพื่อหากุญแจไขล้อกเกอร์

แต่ทว่าเมื่อเธอเดินพ้นประตูทางเข้าออกของพนักงานมาแล้ว ยังไม่ทันไปถึงห้องทำงานของตัวเองซึ่งอยู่คนละฝั่งกับประตู หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น เมื่อมองเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยืนจ้องมาทางเธอเช่นกัน

“ลูกพี่! มันอยู่นั่นครับ” ชายคนหนึ่งบอกคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า พร้อมทั้งชี้มาทางเธอ

“ไปลากตัวมันมาเร็วเข้า!” ชายคนนั้นสั่ง เมยาวีจึงต้องรีบวิ่งกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว

เธอวิ่งทะลุประตูเข้าออกของพนักงานไปด้านหลังซึ่งเป็นที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ของพนักงาน ตั้งใจว่าจะต้องรีบเผ่นไปจากที่นี่ให้ได้ แล้วค่อยย้อนกลับมาเอากระเป๋าทีหลัง แต่พวกคนร้ายก็เร็วไม่แพ้กัน พวกมันวิ่งออกทางประตูหลังห้างซึ่งเป็นทางคู่ขนานกับทางเข้าพนักงาน แล้วตามเธอไปติดๆ

ตึก! ตึก! ตึก!

“นั่นไง มันอยู่นั่นลูกพี่!”

“รีบไปจับตัวมันเร็วเข้า! อย่าให้มันหนีไปไหนได้อีก!”

“ซวยล่ะ! คุณพระคุณเจ้า ช่วยลูกด้วยเถิด...เอาวะ ตายเป็นตาย” เมื่อจุดหมายปลายทางซึ่งเป็นที่จอดรถของพนักงานยังอยู่อีกไกลนั่นคือชั้นใต้ดิน เธอจึงตัดสินใจวิ่งผ่านทางลงรถยนต์เพราะมีบันไดลงไปที่ลานจอดรถใต้ดิน แต่ด้วยความรีบเกินไป ทำให้เธอไม่ได้มองว่ามีรถคันหนึ่งแล่นลงมาด้วยความเร็ว

“กรี๊ด!!!”

แล้วทุกอย่างก็มืดสนิท เธอไม่อาจรับรู้อะไรได้อีกแล้ว ชายกลุ่มนั้นจำต้องหยุดรอตรงหลังเสาต้นใหญ่ เมื่อเห็นคนที่ก้าวลงมาจากรถหรูแล้วอุ้มร่างของเมยาวีไปต่อหน้าต่อตา

“เอายังไงต่อลูกพี่” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถาม

“รีบไปเอารถแล้วตามไอ้เวรนั่นไป วันนี้ฉันจะต้องได้ตัวนังนั่น ไม่ว่าเป็นหรือตาย!!” ชายผิวคล้ำรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าดุดันและมีรอยบากที่หางคิ้วจ้องไปที่รถคันนั้นอย่างอาฆาต

“ได้ครับลูกพี่” ลูกน้องของมันกลับไปนำรถที่จอดอยู่ไม่ไกลออกมารับพรรคพวก และเพราะรถของอาเธอร์มีสีที่โดดเด่น แถมยังรูปร่างไม่เหมือนรถคันใด ทำให้กลายเป็นจุดเด่นบนท้องถนน และพวกมันก็ขับตามได้อย่างง่ายดาย

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Sirisupa
thank you naaaaaaaa
เมื่อ 8 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Malee Saelee Chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 8 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว