นางโจรซ่อนใจ-เรื่องที่ขอ

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

เรื่องที่ขอ

เราต่างจูงมือกันในความฝัน แต่เดินสวนทางกันในความจริง

วันนั้นฉันรู้สึกปวดหัวตั้งแต่เช้า ตกบ่ายมาจึงขออนุญาตน้าบวบกลับไปนอนพักที่ห้อง และเมื่อปิดประตูลงกลอนก็เท่ากับฉันขังตัวเองไว้กับอีกโลกหนึ่ง ฉันยืนคว้างกลางห้องด้วยความรู้สึกเหมือนตัวคนเดียว พอคิดถึงญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ฉันก็ไม่สามารถติดต่อเธอได้อย่างใจคิด เพราะโทรศัพท์เครื่องเก่าที่มีกลับใช้การไม่ได้ในตอนนี้ จะให้ซื้อเครื่องใหม่ก็ยังมีเงินเก็บไม่พอ รอให้ได้เงินเก็บกว่านี้ฉันคงจะหาโทรศัพท์ดีๆที่ราคาไม่สูงนักมาใช้

คิดดังนั้นก็ตัดใจคลานขึ้นไปนอนบนเตียง เลือกตัดขาดกับภายนอกด้วยการปิดตาหลับ โดยไม่รู้ว่านั่นจะเป็นปัญหาสำหรับฉันภายหลัง

ฉันเผลอหลับลึกจนถึงห้าโมงเย็น ตื่นมาตาสว่างก็ตอนที่ได้ยินเสียงตุ้งกับเหมียวเถียงกันมา แสดงว่าเพิ่งกลับจากบ้านนั้นหรือว่าจะไปอีกก็ไม่แน่ใจ

บ้านนั้นคือ บ้านญาติสนิทที่มีศักดิ์เป็นคุณอาผู้ชายของนนท์ ได้ยินว่าลูกสาวคนหนึ่งของเขาจะแต่งงานในวันพรุ่งนี้ จึงขอคนในบ้านคุณแขไขไปช่วยเตรียมของ

แม่ของนนท์ส่งเหมียวกับตุ้งไปช่วยงานตั้งแต่บ่าย ฉันละอายใจอยู่บ้างที่ทำเหมือนเอาเปรียบสองคนนั้น แต่ก็บอกตัวเองในใจว่าจะใช้คืนให้วันหลัง เหตุผลเพราะว่าฉันเองยังไม่อยากเจอใครตอนนี้

ฉันลุกขึ้นล้างหน้าทาแป้งแล้วเข้าไปหาอะไรกินในครัว แต่ก็เจอคุณหญิงแขไขใส่ชุดนอนกลุยกรายลงมาเสียก่อน

“พริก นั่นพริกใช่ไหม” เสียงคุณหญิงเรียกอ่อนหวาน เธอเป็นคนไม่ดุ และฉันก็เบาใจว่าเธอไม่ได้ใจร้าย ปกติบ้านนี้เขานอนดึกกันทั้งบ้าน แต่วันนี้บ้านเงียบแต่หัววัน มันเป็นความเงียบงันที่เงียบเหงาจนน่าใจหาย

ฉันมองแผ่นหลังที่เริ่มงองุ้มตามวัยด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก บางทีความทุกข์ในส่วนลึกของคนก็พรากความงามและพลังชีวิตไปอย่างน่ากลัว

“วันนี้ไปเตรียมงานทางนู้นกันหมดบ้านละสิ เฮ้อ...เบาใจได้เปราะหนึ่งล่ะว่าจัดของไว้หมดแล้วจะได้ไม่ต้องขนอะไรให้วุ่นวาย ฉันเองก็จะกินยาแล้วเข้านอนเลย พริกเอากุญแจพวงใหญ่ให้นายโชคที บอกให้รอเปิดประตูให้ตานนท์ด้วย”

คุณแขไขเอ่ยถึงงานเลี้ยงแต่งงานของญาติฝั่งสามีที่เสียชีวิตไป ก่อนจะหันไปค้นลิ้นชักกุกกักพรางบ่นงึมงำ

“ตาคนนี้ก็เหลือเกิน พรุ่งนี้ออกงานสำคัญแท้ ๆ ยังทำตัวเหลวไหล”

จากนั้นเธอก็ขอตัวขึ้นไปนอน ฉันได้แต่มองตามคนที่เดินเบา ๆ ขึ้นบันไดจนสุดตา อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะมองเหนือบันไดขั้นสุดท้าย ตรงนั้นเคยมีรูปครอบครัวขนาดใหญ่แขวนไว้เด่นหรา แต่ต้องมีอันต้องปลดลงมาเหลือแต่ความว่างเปล่า ก่อนที่นนท์จะนำรูปเทพอีรอสมาติดไว้แทน

ด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ ฉันได้แต่ภาวนาขอให้คุณหญิงแขไขหลับสนิท ไม่ต้องมีฝันร้ายใดใด

“บ้าจริง”

ฉันตำหนิตัวเองที่อ่อนไหวและคิดอะไรเพ้อเจ้ออีกแล้ว จึงรีบเอากุญแจไปให้น้าโชคและบอกตามที่คุณหญิงบอกทุกประการ

งานของฉันเรียบร้อยด้วยดี ฉันกลับมาอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนตามปกติ แต่ไม่รู้เพราะอะไรคืนนี้จึงเป็นอีกคืนที่ฉันนอนไม่หลับ จึงออกไปนั่งรับลมเย็น ๆ กลางสวน

ถึงสวนจะมืดแต่มีแสงสว่างตรงทางเดินมันก็ไม่น่ากลัวอะไร ลมเย็นพัดสบายดีด้วยซ้ำ ฉันมองฟ้าเพื่อหาดาวแต่ฟ้ามืดสนิทไม่มีดาวสักดวง มีแต่กลิ่นดอกมหาหงส์หอมลอยลมมา มหาหงส์ดอกสีขาวริมน้ำ ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์เหมือนกับรอยยิ้มของใครบางคนในความทรงจำ

ฉันคิดอะไรเรื่อยเปื่อยนั่งอยู่นานทีเดียวจนรู้สึกว่าเปียกที่แก้ม พอแตะดูถึงรู้ว่าเป็นน้ำตาตัวเอง

นี่กระมังที่เขาบอกว่าความเศร้าฆ่าคนได้...ไม่มีประโยชน์ที่จะนั่งต่อไป ฉันจึงกลับห้อง

เมื่อไปถึงที่หน้าห้องฉันมีเงาร่างหนึ่งทำท่าจะเคาะประตู น้าโชคนั่นเอง ดูท่าทางกระวนกระวายไม่น้อยเลย

“น้าโชค มีอะไรเหรอคะ”

“คือ..” น้าโชคมีสีหน้าลำบากใจ

"พริกช่วยน้าทีสิ...”

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว