นางโจรซ่อนใจ-เราสองคน

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

เราสองคน

คนสองคน...ต่างก้าวผ่านกาลเวลา ทิ้งขว้างเรื่องราวในวันวาน

และไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก

ใครกันที่ผิด

คนสองคน...ต่างก้าวผ่านกาลเวลา ทิ้งขว้างเรื่องราวในวันวาน

และไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก

ใครกันที่ผิด

***********************************************

“พริกช่วยน้าทีสิ...”

ฉันไม่เข้าใจในคำขอ และมาเข้าใจก็ต่อเมื่อน้าโชคพาฉันมาที่ครัว ให้เห็นสภาพค่อนข้างเละเทะจากเปลือกมะนาว ที่ถูกบีบน้ำไปหมด ใกล้ ๆ กันมีโถน้ำผึ้งวางอยู่ มีเกล็ดน้ำแข็งบรรจุน้ำสีอำพันอ่อนแก่ไล่กันไป

“นี่อะไรคะ” ที่ฉันอึ้งเพราะห้องครัวมันเคยเรียบร้อยสะอาดดี แต่วันนี้ทุกอย่างราวกับพายุลง บนพื้นเต็มไปด้วยน้ำเลอะ ๆ สีเหลือง มีแก้วแตกด้วย

ไม่คิดว่าผู้ชายที่เคยชินแต่กับการขับรถ จะมีความสามารถในการพังครัวได้มากขนาดนี้เชียว

“น้าจะทำน้ำผึ้งมะนาวไปให้คุณนนท์ดื่มแก้เมา แต่ว่ารสชาติมันไม่ได้เรื่องสักแก้ว” เสียงน้าโชคบอกเก้อ ๆ ท่าทางก็เขินเหมือนกัน

“อ้อ...ค่ะ”ส่วนฉันเองก็พูดไม่ออก

“พริกช่วยน้าได้ไหม” คำของ่าย ๆ นั้นทำให้ฉันยิ้มอย่างนึกปลง สุดท้ายฉันจึงต้องช่วยอนุเคราะห์คนทุกข์ร้อนด้วยการปรุงน้ำผึ้งมะนาวสูตรพิเศษเพิ่มเกลือเข้าไปนิดหน่อย และส่งให้น้าโชคชิมดู

ความจริงฉันอยากใส่น้ำส้มสายชูแทนน้ำผึ้งด้วยซ้ำ แต่ถึงจะไม่มีวันลืมสิ่งที่นนท์ทำไว้กับฉัน แม้ใจอยากจะทำแค่ไหน แต่ก็ต้องสะกดความคิดชั่วร้ายของตัวเองไว้...เพราะไอ้บทลงโทษที่เขาขู่เอาไว้นั่นเอง

ชิมนิดเดียวน้าโชคก็ยกนิ้วโป้งให้เพื่อยืนยันว่าใช้ได้ ฉันจึงยื่นแก้วใบนั้นให้เขาแต่คนที่ควรรับกลับส่ายหน้า พรางชี้ไปที่กองเปลือกมะนาว

“ถ้ายัยบวบมาเห็น มันเล่นน้าหูหลุดแน่”

ฉันยิ้มแล้วบอก”เดี๋ยวพริกเก็บเช็ดให้เองค่ะ รับรองสะอาดจนน้าบวบร้องว้าวแน่”

“น้าเป็นคนทำเลอะ จะให้พริกเก็บได้ยังไง ให้น้าเช็ดเองเถอะ พริกเอาน้ำไปให้คุณนนท์ดีกว่า เสร็จจากตรงนี้น้าก็จะไปอาบน้ำนอนเหมือนกัน เหนียวตัวแย่”

“แต่ว่าพริก” การไปใกล้นนท์คือเรื่องยากสำหรับฉัน แต่น้าโชคไม่เข้าใจ เพราะน้าโชคจับยัดแก้วอำพันใส่มือฉันส่ายหน้าดุ

“เป็นเด็กต้องทำตามผู้ใหญ่บอก” เจอไม้นี้เข้าไปฉันถึงกับเถียงไม่ออก

ฉันยังไม่อยากเจอหน้านนท์ และนับแต่โทรหาให้เขาแก้ปัญหาให้ฉันก็เลี่ยงที่จะเจอเขามาตลอด ราวกับรู้ว่าฉันกลัวอะไรน้าโชครีบบอก

“เอาไปวางไว้ในห้องทำงานแล้วออกมาก็พอ น้าบอกคุณนนท์ไว้แล้วว่าจะวางไว้นั่น ตอนนี้เธอยังคุยโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน โทรหาใครไม่รู้หน้านิ่วเชียว”

ถ้าอย่างนั้นฉันจะรีบวาง แล้วรีบออกมาให้เร็วที่สุด ฉันคิดว่าอย่างนั้น...แต่

ทำไม่ต้องมีคำนี้ทุกทีด้วย

เขาเดินเข้ามาเจอกับฉันตรงหน้าบันได ใบหน้าขาว ปากแดงจัด ท่าทีไม่เหมือนคนเมาอย่างที่น้าโชคบอกเลย

มันเป็นครั้งแรกที่เราเผชิญหน้ากันสองคนในสถานการณ์ที่ไม่รู้จะพูดคำไหนออกมานับแต่แนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่างใดใดอีก

‘ทำไมต้องหน้าแดง’ ฉันต่อว่าตัวเองในใจ

ต้องหน้าบึ้งใส่เขาสิ แล้วจะทำไงต่อ...ถอยหลังวิ่งหนีดีไหม

หากเขากลับพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ฉันเดินตาม ฉันมองเห็นว่าเขาอยู่ในชุดทำงาน มือหนึ่งถือกระเป๋าอีกมือพาดสูทสีดำไว้ที่แขน เขาเดินตรงไม่ได้เซแต่หน้าแดงและมีซองบุหรี่ในมือ

นนท์สูบบุหรี่ด้วยเหรอ ฉันเพิ่งรู้

ท่าทีไม่หยี่ระต่อสิ่งใดของเขาทำให้คนอื่นกลัวแต่ไม่ใช่ฉันแน่นอน นนท์เดินขึ้นไปจนถึงบันไดขั้นสุดท้ายแล้วหยุด หมุนกายกลับมามองฉันซึ่งอยู่ที่เดิม ฉันไม่ได้ยินเสียงเขาถอนหายใจหรอกเพราะเราอยู่ไกลกันมาก แต่รู้ว่าเขาทำอย่างนั้นแน่ถ้าเขาหงุดหงิด

“ฬาริกา !”เขาเรียกฉันเสียงหนัก ๆ

แบบนี้ใช่แน่ เขาหงุดหงิด ! ส่วนฉันก็มองไม่เห็นทางที่จะถอยนอกก้าวเดินตามเขาไป จนถึงห้องห้องหนึ่งที่ไม่ใช่ห้องทำงาน

เขาเปิดประตูค้างไว้รอในตอนที่ฉันถือถาดแก้วเดินผ่านเขาไป ฉันก่นด่าตัวเองในใจอีกรอบโทษฐานที่จมูกดีเกินไปจนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ลอยจากลมหายใจของเขา

ฉันเชิดหน้า คิดแค่ว่าทำไมต้องกลัว เขาสิต้องกลัวต้องอายไม่ใช่ฉันเสียหน่อย

***********************************************

“พริกช่วยน้าทีสิ...”

ฉันไม่เข้าใจในคำขอ และมาเข้าใจก็ต่อเมื่อน้าโชคพาฉันมาที่ครัว ให้เห็นสภาพค่อนข้างเละเทะจากเปลือกมะนาว ที่ถูกบีบน้ำไปหมด ใกล้ ๆ กันมีโถน้ำผึ้งวางอยู่ มีเกล็ดน้ำแข็งบรรจุน้ำสีอำพันอ่อนแก่ไล่กันไป

“นี่อะไรคะ” ที่ฉันอึ้งเพราะห้องครัวมันเคยเรียบร้อยสะอาดดี แต่วันนี้ทุกอย่างราวกับพายุลง บนพื้นเต็มไปด้วยน้ำเลอะ ๆ สีเหลือง มีแก้วแตกด้วย

ไม่คิดว่าผู้ชายที่เคยชินแต่กับการขับรถ จะมีความสามารถในการพังครัวได้มากขนาดนี้เชียว

“น้าจะทำน้ำผึ้งมะนาวไปให้คุณนนท์ดื่มแก้เมา แต่ว่ารสชาติมันไม่ได้เรื่องสักแก้ว” เสียงน้าโชคบอกเก้อ ๆ ท่าทางก็เขินเหมือนกัน

“อ้อ...ค่ะ”ส่วนฉันเองก็พูดไม่ออก

“พริกช่วยน้าได้ไหม” คำของ่าย ๆ นั้นทำให้ฉันยิ้มอย่างนึกปลง สุดท้ายฉันจึงต้องช่วยอนุเคราะห์คนทุกข์ร้อนด้วยการปรุงน้ำผึ้งมะนาวสูตรพิเศษเพิ่มเกลือเข้าไปนิดหน่อย และส่งให้น้าโชคชิมดู

ความจริงฉันอยากใส่น้ำส้มสายชูแทนน้ำผึ้งด้วยซ้ำ แต่ถึงจะไม่มีวันลืมสิ่งที่นนท์ทำไว้กับฉัน แม้ใจอยากจะทำแค่ไหน แต่ก็ต้องสะกดความคิดชั่วร้ายของตัวเองไว้...เพราะไอ้บทลงโทษที่เขาขู่เอาไว้นั่นเอง

ชิมนิดเดียวน้าโชคก็ยกนิ้วโป้งให้เพื่อยืนยันว่าใช้ได้ ฉันจึงยื่นแก้วใบนั้นให้เขาแต่คนที่ควรรับกลับส่ายหน้า พรางชี้ไปที่กองเปลือกมะนาว

“ถ้ายัยบวบมาเห็น มันเล่นน้าหูหลุดแน่”

ฉันยิ้มแล้วบอก”เดี๋ยวพริกเก็บเช็ดให้เองค่ะ รับรองสะอาดจนน้าบวบร้องว้าวแน่”

“น้าเป็นคนทำเลอะ จะให้พริกเก็บได้ยังไง ให้น้าเช็ดเองเถอะ พริกเอาน้ำไปให้คุณนนท์ดีกว่า เสร็จจากตรงนี้น้าก็จะไปอาบน้ำนอนเหมือนกัน เหนียวตัวแย่”

“แต่ว่าพริก” การไปใกล้นนท์คือเรื่องยากสำหรับฉัน แต่น้าโชคไม่เข้าใจ เพราะน้าโชคจับยัดแก้วอำพันใส่มือฉันส่ายหน้าดุ

“เป็นเด็กต้องทำตามผู้ใหญ่บอก”เจอไม้นี้เข้าไปฉันถึงกับเถียงไม่ออก

ฉันยังไม่อยากเจอหน้านนท์ และนับแต่โทรหาให้เขาแก้ปัญหาให้ฉันก็เลี่ยงที่จะเจอเขามาตลอด ราวกับรู้ว่าฉันกลัวอะไรน้าโชครีบบอก

“เอาไปวางไว้ในห้องทำงานแล้วออกมาก็พอ น้าบอกคุณนนท์ไว้แล้วว่าจะวางไว้นั่น ตอนนี้เธอยังคุยโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน โทรหาใครไม่รู้หน้านิ่วเชียว”

ถ้าอย่างนั้นฉันจะรีบวาง แล้วรีบออกมาให้เร็วที่สุด ฉันคิดว่าอย่างนั้น...แต่

ทำไม่ต้องมีคำนี้ทุกทีด้วย

เขาเดินเข้ามาเจอกับฉันตรงหน้าบันได ใบหน้าขาว ปากแดงจัด ท่าทีไม่เหมือนคนเมาอย่างที่น้าโชคบอกเลย

มันเป็นครั้งแรกที่เราเผชิญหน้ากันสองคนในสถานการณ์ที่ไม่รู้จะพูดคำไหนออกมานับแต่แนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่างใดใดอีก

‘ทำไมต้องหน้าแดง’ฉันต่อว่าตัวเองในใจ

ต้องหน้าบึ้งใส่เขาสิ แล้วจะทำไงต่อ...ถอยหลังวิ่งหนีดีไหม

หากเขากลับพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ฉันเดินตาม ฉันมองเห็นว่าเขาอยู่ในชุดทำงาน มือหนึ่งถือกระเป๋าอีกมือพาดสูทสีดำไว้ที่แขน เขาเดินตรงไม่ได้เซแต่หน้าแดงและมีซองบุหรี่ในมือ

นนท์สูบบุหรี่ด้วยเหรอ ฉันเพิ่งรู้

ท่าทีไม่หยี่ระต่อสิ่งใดของเขาทำให้คนอื่นกลัวแต่ไม่ใช่ฉันแน่นอน นนท์เดินขึ้นไปจนถึงบันไดขั้นสุดท้ายแล้วหยุด หมุนกายกลับมามองฉันซึ่งอยู่ที่เดิม ฉันไม่ได้ยินเสียงเขาถอนหายใจหรอกเพราะเราอยู่ไกลกันมาก แต่รู้ว่าเขาทำอย่างนั้นแน่ถ้าเขาหงุดหงิด

“ฬาริกา !”เขาเรียกฉันเสียงหนัก ๆ

แบบนี้ใช่แน่ เขาหงุดหงิด ! ส่วนฉันก็มองไม่เห็นทางที่จะถอยนอกก้าวเดินตามเขาไป จนถึงห้องห้องหนึ่งที่ไม่ใช่ห้องทำงาน

เขาเปิดประตูค้างไว้รอในตอนที่ฉันถือถาดแก้วเดินผ่านเขาไป ฉันก่นด่าตัวเองในใจอีกรอบโทษฐานที่จมูกดีเกินไปจนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ลอยจากลมหายใจของเขา

ฉันเชิดหน้า คิดแค่ว่าทำไมต้องกลัว เขาสิต้องกลัวต้องอายไม่ใช่ฉันเสียหน่อย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว