นางโจรซ่อนใจ-กล่องความทรงจำ

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

กล่องความทรงจำ

นางโจรซ่อนใจวางจำหน่ายในร้านหนังสือแล้วนะคะ

ตอนเช้าหลังจากที่นนท์ออกไปทำงานแล้ว ฉันจึงถือโอกาสนี้ขออนุญาตคุณหญิงแขไขออกไปข้างนอกบ้าง จากนั้นจึงเดินออกไปหน้าปากซอยเพื่อนั่งรถเมล์ต่อถึงสองสายไปยังหอพักเก่าที่ฉันเคยอยู่สมัยเรียนมหาลัย ฉันคุ้นเคยกับผู้จัดการหอที่ชื่อพี่แหววเป็นอย่างดี เมื่อไปถึงฉันก็พบเธอนั่งดูทีวีอยู่ห้องติดต่อสอบถามด้านล่าง พอเห็นฉันพี่แหววร้องทักอย่างดีใจ

“หายหน้าไปเลย พี่นึกว่าจะลืมกันแล้วเสียอีก”พี่แหววเป็นคนพูดเก่ง มนุษย์สัมพันธ์ดีมาก เธอชวนฉันคุยอย่างคุ้นเคย

“นี่มาหาพี่จะกลับมาพักที่นี่เหรอจ๊ะ”

“ไม่หรอกค่ะ พอดีพริกจำได้ว่าเคยให้ที่อยู่นี้ไปกับคนรู้จัก มีใครติดต่อถึงพริกหรือถามถึงพริกบ้างไหมคะ”

พอฉันพูดพี่แหววก็ร้องอ้อแล้วบอกว่าเดี๋ยวนะ ก่อนจะก้มลงใต้โต๊ะหยิบกล่องพัสดุขึ้นมาวางไว้

“มีคนส่งพัสดุให้พริก ไม่นานนี่เอง พี่ไม่รู้ว่าจะส่งให้พริกที่ไหน เบอร์เก่าที่พริกให้ก็โทรไม่ติด” ฉันหลุบตามองชื่อที่จ่าหน้าซองก่อนตอบพี่แหวว

“โทรศัพท์พริกหายค่ะ เอางี้นะคะถ้ามีพัสดุถึงพริกอีกรบกวนพี่แหววส่งมาที่ตามที่อยู่นี้ให้พริกทีนะคะ” ฉันจดเลขที่บ้านคุณหญิงแขไขให้พี่แหวว ดูเหมือนพี่แหววจะนึกอะไรได้อีก

“จริงสิก่อนหน้านั้นก็มีคนมาถามหาพริกนะ พอมีพัสดุมาพี่ก็ลืมเสียสนิท”

“ใครคะ”

ฉันภาวนาว่าอย่าเป็นมันก็พอ

“เขาชื่อ...เอพี่จำไม่ได้...ขอหาแป๊บพี่จดชื่อกับเบอร์เขาไว้ในสมุด...นี่ไง” พี่แหววหมุนสมุดให้ฉันดู

พี่ธงชัยนั่นเอง เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าของฉันเอง เราเรียนที่เดียวกัน แน่นอนเขารู้จักกับนนท์ และเป็นอีกคนที่รู้เรื่องอดีตของฉันดีพอ ๆ กับแก้วกุดั่นเพียงแต่ไม่รู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนก็เท่านั้น และฉันไม่มีเหตุผลที่จะไม่ติดต่อกลับไปหาเขาในก่อนหน้านี้

“ครับ สวัสดีครับ”

ปลายสายรับเร็วจน ฉันคิดหาคำพูดไม่ทัน

“พี่ธง”

เขางันไปทีเดียว คิดว่าคงจำเสียงฉันได้ เพราะเขาเรียกชื่อฉันอย่างตื่นเต้น

“พริก พริกใช่ไหม”

“ค่ะ” พอฉันตอบ เขาก็ถามเร็วรัว

“พริกหายไปอยู่ไหนมา อยู่กับใคร แล้วตอนนี้อยู่กรุงเทพใช่ไหม โธ่พี่ตามหาแทบแย่ ถามใครก็ไม่มีใครรู้ จะถามนนท์พี่ก็ไม่กล้า”เขาชะงักตอนพูดถึงนนท์

“พริกไปทำงานกับเพื่อนที่ต่างจังหวัดค่ะ”

“งานอะไร เงินดีไหม พริกลำบากหรือเปล่า ต้องลำบากแน่ใช่ไหมพริกต้องใช้หนี้ด้วยไม่ใช่เหรอ”

พี่ธงรู้ว่าเคยเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่รู้ว่าผลมันเป็นอย่างไร ตอนนั้นเสียงเตือนดังจากตู้พอดี ฉันหยอดเหรียญเพิ่มเท่าที่มี

“พี่ธง...แค่นี้ก่อนนะคะ เงินพริกหมด ไว้พริกจะโทรหาวันหลัง

“เดี๋ยวสิพริกพี่มีธุระสำคัญจะคุยกับพริกจริง ๆ เอางี้ได้ไหม วันพุธตอนเที่ยงพี่พอมีเวลา เราออกมาพบกันที่ห้างเดอะเวิลล์ใกล้ที่ทำงานพี่ได้ไหม”

“ก็ได้ค่ะ แต่พริกคงอยู่ไม่นานนะคะ”

ฉันรีบจนไม่ทันได้มองว่า ห่างออกไปจากตู้โทรศัพท์ ชายคนหนึ่งลากขาเดินเข้าไปในหอพักสวนทางกับฉันนิดเดียว

หลังจากกลับจากหอพัก ฉันก็ไม่ได้พบนนท์กับแม่ของเขาอีก ได้ยินน้าบวบบอกว่าพวกเขาออกไปทำงานแล้วก็เลยไปงานแต่ง น้าโชคเองก็ไปด้วย

ฉันจึงกลับมาที่ห้องสี่เหลี่ยมน้อย ๆ ของตน ใจจดจ่ออยู่กับพัสดุในกล่องสี่เหลี่ยม ก่อนจะพยายามเปิดกล่องอย่างเบามือ ค่อย ๆ ดึงลังกระดาษออกจากกันจนได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน

โปสเตอร์การ์ดแบบรูปถ่ายที่ระบุวันเวลาชัดเจน และมีข้อความด้านหลังมากมาย ในรูปคือภาพเด็กขวบครึ่งยิ้มกว้างอวดฟันจอบสองซี่ รอยยิ้มสว่างสดใสนั้นทำให้ฉันตาพร่ามือสั่นแม้ในขณะหยิบภาพออกมาเรียงทีละใบ เด็กคนเดิมในอิริยาบถแตกต่าง และภาพสุดท้ายที่ทำให้ฉันกลั้นน้ำตาไม่ได้ ภาพนั้นถ่ายช่วงที่พระอาทิตย์ตกดิน เป็นภาพย้อนแสงของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอุ้มลูกน้อยชูขึ้นบนฟ้า

ฉันหัวเราะแล้วร้องไห้ราวกับคนบ้า เก็บภาพพวกนั้นไว้หีบไม้ใบเล็กที่สะสมของมีค่าทุกชิ้น

ฉันเปิดฝาออกอย่างระมัดระวัง แต่สร้อยเล็ก ๆ เส้นหนึ่งก็เกี่ยวเหล็กด้านนอกหลุดออกมา ทั้ง ๆ ที่ฉันระวังแล้วแท้ ๆ มันเป็นสร้อยเงินของรุ่นน้องฉันเคยติวหนังสือให้ ตอนนั้นเรานัดกันแถวสยามฯ แต่เธอถูกคู่อริที่หมั่นไส้กันหาเรื่อง ความจริงคือ ยัยเด็กมัธยมที่ริทำตัวเรียนแบบการ์ตูนญี่ปุ่นพวกนั้นทำให้ฉันเสียเวลา ฉันหงุดหงิดเลยช่วยเธอตอกหน้าพวกนั้นกลับไป แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือแววตาชื่มชมกับสร้อยเส้นนี้

“ตาดำ !” ฉันพึมพำกับความทรงจำส่วนลึกที่ซุกซ่อนในกล่องนี้ ล็อกเก็ตเปิดออกจากกัน เผยรอยยิ้มจริงใจที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ชั่วแต่รอยยิ้มนั้นกรีดหัวใจฉันช้า ๆ

“บ้าจริง !”

ฉันตำหนิตัวเอง ก่อนจะหยิบสร้อยใส่ลงไปในกล่องเล็กที่วางซ้อนในมุมหนึ่งอีกที แล้ววางลงไปโดยไม่กล้าเปิดออก ความทรงจำบางอย่างฉันก็ยังไม่มีความกล้าพอจะเปิดออก

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว