วาเนสซ่า

บทที่ 1

คฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ตรงขอบที่ราบลุ่มให้ความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว ราวกับทุกสิ่งในนั้นหยุดนิ่งและจะคงอยู่เช่นนั้นตลอดไป รั้วไม้ที่เพิ่งทาสีขาวล้อมรอบคฤหาสน์จากด้านหน้าไปจนเกือบถึงด้านหลัง บรรจบกับประตูที่เปิดไปสู่คอกม้า ข้างในนั้นม้าตัวหนึ่งกำลังเล็มหญ้าอยู่

สาธุคุณเพอร์ซีวาล จุ๊บสโตนรั้งม้าแกลบให้หยุดลง ถามตัวเองในใจว่า สมาชิกใหม่สองคนที่เพิ่งย้ายมายังเอดจ์มัวร์แห่งนี้ คนไหนกันที่อยู่ที่บ้าน เขาค่อนข้างแน่ใจว่าจะเป็นวาเนสซ่า มาร์คแฮม เพราะพี่ชายของเธอน่าจะกำลังสอนหนังสืออยู่ในตอนนี้ เสียงซุบซิบที่มักจะเล็ดลอดเข้าหูเขาผ่านทางแม่บ้าน ทำให้เขารู้ว่าเธอเป็นหญิงสาวที่น่าดึงดูดใจคนหนึ่ง และเขาก็หวังอย่างยิ่งให้เป็นเช่นนั้น ผูกม้าเสร็จ เขาก็เดินไปที่ประตูหน้าแล้วดึงสายกระดิ่ง เสียงกริ๊ง ๆ ดังจากในบ้าน

เพียงชั่วขณะ สาวใช้วัยกำดัดก็เปิดประตู มือเธอยังถือผ้าขี้ริ้วอยู่

“นายหญิงของเจ้าอยู่หรือไม่” สาธุคุณเพอร์ซีวาลถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ในขณะเดียวกัน สายตาก็กวาดสำรวจเด็กสาวซึ่งน่าจะอายุราว ๆ สิบเจ็ดปีผู้มีเรือนร่างเพรียวพร้อมสองปทุมที่ดันชุดเดรสสีดำออกมาจนนูนเด่นสะดุดตา

“โอ ท่านสาธุคุณ” แมรี่อุทานตะกุกตะกักด้วยความตระหนกที่จู่ ๆ ได้พบบุคคลที่สูงศักดิ์เช่นนี้

“ไม่เป็นไร แมรี่” เสียงดังมาจากห้องข้าง ๆ และแล้ววาเนสซ่าก็เดินตามมา จากการประเมินของเพอร์ซีวาล เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาดี อายุประมาณยี่สิบแปดเห็นจะได้

“ค่ะ นายหญิง” แมรี่โล่งอก เธอมาทำงานที่นี่เป็นวันแรก ยังไม่รู้วิธีต้อนรับแขก หลัก ๆ ก็เพราะนายหญิงของเธอไม่ได้คาดคิดว่าจะมีใครมาเยือนเร็วเช่นนี้ แมรี่ค่อย ๆ ฉากหลบ กลับไปที่ห้องครัว

“พ่อเพียงแค่อยากมาทำความรู้จักเท่านั้น ต้องขอโทษด้วยถ้ามารบกวนเจ้า” ท่านสาธุคุณเอ่ยเสียงก้อง

“ไม่เป็นการรบกวนหรอกค่ะ เชิญท่านข้างในค่ะ ดิฉันต้องขอโทษแทนแมรี่ด้วยนะคะ เธอยังเด็กแล้วก็...”

“ยังไม่ผ่านการอบรมงั้นรึ?” เขาพูดแทรกขณะทั้งสองเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่เป็นระเบียบสบายตา “ต้องขอโทษด้วยที่พ่อพูดสอด บังเอิญพ่อสนใจเรื่องทำนองนี้เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จึงเผลอตัวเสียมารยาทไป”

“เหรอคะ” วาเนสซ่าตอบด้วยน้ำเสียงเกร็ง ๆ

หลังจากผายมือไปยังเก้าอี้นุ่มสบายและเชื้อเชิญให้แขกผู้มีเกียรตินั่ง ตัวเธอเองก็หย่อนตัวลงบนโซฟาที่บุอย่างดีไม่แพ้กัน ท่านบาทหลวงมองโซฟาตัวนั้นด้วยความสนใจเป็นส่วนตัว ด้วยที่พักแขนของโซฟานั้นโค้งมนและยื่นออกเป็นมุมที่เหมาะเจาะจนทำให้ท่านสาธุคุณอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเอาสาวรุ่นอย่างแมรี่วางพาดบนนั้น สะโพกเธอคงลอยเด่นขึ้นมามิไม่น้อย

“เอ่อ ที่พ่อพูดก่อนหน้านี้เรื่องการอบรมเด็กสาวน่ะ พ่อกำลังจะพูดอยู่เลยว่า สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง เจ้าเห็นด้วยหรือไม่”

“ดิฉันยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยค่ะ คุณพ่อ” วาเนสซ่าตอบด้วยแก้มที่เริ่มแดงระเรื่อ เธอสั่นกระดิ่งมือเรียกแมรี่แล้วสั่งชามารับแขก

“ฉันเตรียมไว้ก่อนแล้วค่ะ คุณผู้หญิง” เด็กสาวตอบด้วยความภูมิใจที่รู้เท่าทันความต้องการของนายหญิง

“เห็นไหมคะท่าน” วาเนสซ่าหลังจากแมรี่เสริฟชาเสร็จ “เธอเป็นเด็กดี”

“ขนาดไม่มีอะไรให้ตำหนิได้เลยเชียวรึ" นักบวชถามกลับพร้อมประกายในดวงตา ยิ่งพิศมองหญิงสาวเจ้าของบ้าน เขาก็ยิ่งถูกใจมากขึ้นเท่านั้น วาเนสซ่าจัดว่าเป็นหญิงสาวที่รูปร่างใหญ่ สูงน้อยกว่าท่านสาธุคุณเพียงประมาณนิ้วหนึ่งเท่านั้น แต่หากเปลื้องเธอจนเปลือยเปล่า ความงดงามที่ซ่อนอยู่ภายในคงจะอลังการมิใช่น้อย โดยเฉพาะ สองเต้าอวบเต่งขาวผ่องราวกับเนินหิมะลาดลงไปถึงหน้าท้อง ต่อไปถึงเนินพงสามเหลี่ยม และขาอ่อนเป็นลำยาว ตลอดจนสะเอวที่คอดกิ่วและสะโพกงามงอนที่สามารถปลุกเร้าลำลึงค์ของรูปปั้นกระดุกกระดิกได้เลยทีเดียวเชียว

“การได้พบท่าน คงทำให้เธอเหนียมอายกระมังคะ ขนาดดิฉันเองยังรู้สึกเช่นนั้น” เธอพูดพึมพำ ลดสายตาลงไปจ้องมองถ้วยเคลือบในมือ

“พ่อคิดเสมอว่า ความเหนียมอายนั้นก็อาจถูกใช้เป็นเครื่องปิดบังความผิดบาปที่อยู่ภายในได้เหมือนกัน”

“ถ้าเช่นนั้น คุณพ่อจะให้ดิฉันตำหนิแมรี่ทุกครั้งเลยหรือคะ” วาเนสซ่าแย้ง พร้อมกับความรู้สึกร้อนรุ่มในอกซึ่งมิได้เกิดจากชาร้อน หากแต่มาจากสายตาวาววามของชายกลางคนร่างสูงผู้นี้ที่กำลังเพ่งพิศเรือนร่างเธอ

“พ่อขอไปนั่งข้าง ๆ ได้ไหม จะได้ไม่ต้องตะเบ็งเสียงคุยกัน”

โดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของบ้าน สาธุคุณเพอร์ซีวาลเดินไปนั่งข้าง ๆ จนแนบชิดกับสะโพกอุ่น สายตาเขาจับจ้องไปที่ลักยิ้มเจ้าเสน่ห์บนแก้มตลอดจนมุมปากอวบอิ่มของเธอ ในใจนึกถามว่า ริมฝีปากเย้ายวนงดงามนี้เคยโดนจูบมากี่ครั้งแล้วหนอ แล้วเคยมีมือของใครสักคนหนึ่งได้ล่วงล้ำเข้าไปในอกเสื้อแล้วฟอนเฟ้นสองเต้าคู่งามที่ดันชุดขึ้นมาเป็นก้อนนี้หรือไม่

“แค่ตำหนิน่ะรึ” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ใช่อย่างนั้นเลย คุณมาร์คแฮม แค่นั้นไม่เข้มงวดพอสำหรับการอบรมสั่งสอนหญิงสาวหรอกนะ คนที่พ่อรู้จัก เขาถึงกับใช้ไม้เรียวตีก้นเปลือย ๆ ด้วยซ้ำ แต่แบบนั้นเสียงร้องมันจะดังไปทั่วคฤหาสถ์จนรู้ไปถึงคนอื่น ซึ่งดูไม่เหมาะไม่ควร ส่วนตัวพ่อเอง ชอบแส้หนังสองแฉกมากกว่า เจ้ารู้จักไหม”

คำพูดของเขาทำเอาเธอหน้าแดงก่ำ วาเนสซ่าจับถ้วยไว้แน่น สายตาจ้องเขม็งไปข้างหน้าจนเขาเห็นเพียงใบหน้าด้านข้างที่งดงาม เนื่องด้วยไม่เคยมีใครพูดกับเธอเช่นนี้มาก่อน เธอจึงไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี แต่เธอก็พึมพำตอบส่ง ๆ ไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท

“ม..ไม่เคยได้ยินค่ะ” เธอกลั้นใจตอบ

“อ้า งั้นพ่อจะได้อธิบายให้ฟังนะ แส้หนังสองแฉกมีที่มาจากสก็อตแลนด์ ทำจากแถบหนังกว้างและหนา แบบเดียวกับที่ใช้มัดกล่องสินค้า หากแต่กรีดแยกตรงส่วนปลายออกเป็นสองส่วน เมื่อฟาดลงบนแก้มก้น มันก็จะ......”

“โอ คุณพ่อคะ ดิฉันคิดว่าเราไม่สมควรพูดเรื่องเช่นนี้นะคะ” วาเนสซ่าพูดละล่ำละลัก

“อา ยกโทษให้พ่อด้วย พ่อไม่รู้ว่าเจ้ายังไม่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ว่าแต่ชาวบ้านแถวนี้ต้อนรับดีอยู่มั้ย ที่พักแห่งนี้กว้างขวางเพียงพอหรือเปล่า”

“ค่ะ ท่านอยากเดินดูมั้ยคะ” วาเนสซ่ารีบเอ่ยถามเพื่อตัดการสนทนา

“ก็ดีเหมือนกันนะ คุณมาร์คแฮม เพราะตอนที่พ่อสวดภาวนา พ่อจะระลึกถึงสาวกของพ่ออยู่เสมอ พ่อจะนึกถึงภาพพวกเขาเหล่านั้นขณะอยู่ในห้องพักส่วนตัวทีละคน นึกถึงเปลวไฟที่จุดในฤดูหนาว แสงอันอบอุ่นที่สะท้อนขึ้นไปยังเพดานห้อง เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นและชื่นใจที่สุดใช่ไหม” เขาเอ่ยถามขณะช่วยเธอลุกขึ้นยืน แล้วรูดมือข้างนั้นลงไปตามสะโพกเนียนนุ่มเหมือนไม่ได้ตั้งใจ

“ดิฉัน...เอ่อ...เห็นด้วยค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงตะกุกตะกัก เธอไม่ได้คิดจะพาเขาไปยังที่ส่วนตัวแบบห้องนอนเลยแม้แต่น้อย แต่แบบนี้ดูจะเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว การเดินเยี่ยมชมสถานที่จึงเริ่มต้นจากห้องรับประทานอาหาร ต่อไปที่ห้องรับแขกที่รับแสงจากดวงตะวันยามเช้า จากนั้นก็ห้องเรือนกระจกเล็ก ๆ ที่มีดอกไม้เบ่งบานงดงามจนท่านสาธุคุณเอ่ยปากชม หลังจากลังเลเล็กน้อย วาเนสซ่าก็นำทางขึ้นบันไดไป

ขณะเดินขึ้นบันไดนั่นเอง เธอพลันรู้สึกถึงอุ้งมือของท่านบาทหลวงที่ลูบไล้แก้มก้นเต่งตึงของเธอไปมา เธอไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นความจริง เนื่องด้วยเธอเป็นหญิงสาวที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี จึงไม่เคยพบเจอเหตุการณ์น่าละอายเช่นนี้มาก่อน ยิ่งโดนคนที่ไม่คุ้นเคยกระทำด้วยแล้ว ยิ่งหนักขึ้นไปอีก แต่ด้วยความเป็นกุลสตรี เธอไม่อาจเอ่ยปากถึงเรื่องฝ่ามือที่ฉวยโอกาสอย่างเลวร้ายบีบขยำเคล้าคลึงแก้มก้นจากนอกชุดคลุม เพตติโค้ทและกางเกงในของเธอได้

ขณะเดินไปตามทางชั้นบน ท่านสาธุคุณสอดนิ้วเข้าไปใต้แก้มก้นของเธอ ทำเอาวาเนสซ่ากลั้นเสียงร้องแทบไม่ทัน แต่ก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ เธอไม่กล้าเอ่ยปากห้าม เหตุผลหลัก ๆ ก็เพราะเธอไม่รู้ว่าจะเรียบเรียงคำพูดอย่างไรให้เหมาะสม จากประสบการณ์หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา บาทหลวงเจ้าเล่ห์รู้ดีว่าเหตุการณ์มันจะต้องลงเอยแบบนี้ เขารุนก้นเธอเข้าไปยังห้องนอนแรกสุด ซึ่งเธอกระซิบเสียงแผ่วว่า เป็นห้องนอนของเรจินาลด์พี่ชายของเธอ

“ห้องนี้อยู่ติดกับห้องของเจ้ารึ” มีคำถามตามมา

“ค่ะ แต่ดิฉันไม่คิดว่า....” วาเนสซ่าเริ่มเอ่ยปากหลังจากนึกหาคำพูดที่จะใช้ประท้วงการกระทำหยาบช้าได้ ในขณะนั้น ฝ่ามือของเขากำลังบีบขยำแก้มก้นหยุ่นตึงของเธอผ่านเนื้อผ้าอย่างย่ามใจราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

“ดีแล้วที่ห้องอยู่ติดกัน ลูกเอ๋ย เพราะถ้าเจ้าเกิดป่วยไข้ไม่สบายหรือมีความจำเป็นอื่น ๆ ก็จะได้เรียกหาเขาได้ในยามค่ำคืนโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ จริงหรือไม่”

“ตะ...แต่ห้องของดิฉัน...” เสียงวาเนสซ่าขาดเป็นห้วง ๆ แก้มเธอแดงก่ำ ส่วนแก้มก้นด้านล่างก็รู้สึกถึงแรงขยำที่ทำให้ใจเธอปั่นป่วนอย่างหนัก

“ไม่หรูหราเท่าห้องนี้งั้นรึ โอ แต่พ่อเชื่อว่ามันคงสวยงามน่าอยู่กว่าห้องนี้อย่างแน่นอน พาพ่อไปดูเถิด ไม่ต้องเขินอายไป เพราะพ่อต้องไปเยี่ยมเหล่าสานุศิษย์สาวเป็นประจำขณะที่พวกเธออยู่บนเตียงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลที่พ่อเท่านั้นสามารถให้พวกเธอได้ ประตูบานนี้รึ อา จริงอย่างที่พ่อคิดไว้ ห้องนอนของเจ้าน่าอยู่จริง ๆ มีที่นั่งติดหน้าต่างด้วย ตัวพ่อเองชอบที่นั่งแบบนี้เป็นที่สุด เตียงคู่ด้วย พ่อว่านอนสบายกว่าเตียงเดี่ยวมากมายนัก พ่อขอปิดประตูก่อนนะ เจ้าอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าแส้หนังสองแฉกใช้งานอย่างไรและส่งผลอย่างไร”

“ปะ..เปล่าค่ะดิฉันไม่ได้...” วาเนสซ่าพยายามเค้นเสียงปฏิเสธขณะที่ท่านสาธุคุณโอบเอวเพียงหยิบมือของเธอแล้วพาเธอเดินด้วยขาที่สั่นระริกไปนั่งข้างเขาบนเตียงที่แฝงแรงดีดสะท้อน

“ถ้าคนอื่นได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย มันคงไม่ดีใช่ไหม คุณมาร์คแฮม พ่อทราบดีถึงความอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาวกับเรื่องพรรค์นี้ แม้ว่าพวกเธอเหล่านั้นจะพยายามซุกซ่อนมันไว้ใต้เปลือกของความเป็นกุลสตรีก็เถอะ”

“ค่ะ ดิฉันเป็นกุลสตรี” วาเนสซ่าเอ่ยแบบใจชื้นที่นึกถึงคำนี้ขึ้นมาได้

“แต่ถึงกระนั้น พ่อเชื่อว่า เจ้าคงไม่ถึงกับปฏิเสธที่จะสนทนาในเรื่องนี้แบบจริง ๆ จัง ๆ หรอกนะ นี่เจ้ารู้สึกเวียนหัวจะเป็นลมหรือเปล่า ลูกเอ๋ย งั้นพ่อว่า เอนตัวลงนอนสักหน่อยดีกว่านะ” ท่านสาธุคุณพูดชี้นำ ยังไม่ทันที่เสียงพึมพำคัดค้านจะหลุดจากปากของวาเนสซ่า แขนของเขาก็ดันร่างเธออย่างอ่อนโยนจนแผ่นหลังสัมผัสกับผ้าปูที่นอน ท่อนขาที่สวมรองเท้าห้อยต่องแต่งจากขอบเตียง

ขณะที่ริมฝีปากเธอเผยอด้วยความพิศวงสงสัยว่ามันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน วาเนสซ่ารู้สึกว่ามืออีกข้างของท่านสาธุคุณสอดเข้าไปใต้กระโปรงอย่างคล่องแคล่วว่องไว และก่อนที่เธอจะส่งเสียงร้องอุทานออกมา ฝ่ามือนั้นก็ลูบไล้อยู่ตรงขอบบนของถุงเท้ายาวและผิวกายขาวผ่องราวน้ำนมที่อยู่เหนือขึ้นไป

“อ๊า ไม่” วาเนสซ่าร้องอุทาน เธอเกร็งไหล่เตรียมจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องทิ้งตัวกลับลงไปอีกครั้ง สาธุคุณเพอร์ซีวาลใช้ข้อมือที่แข็งแรงง้างท่อนขาอ่อนให้แยกออกจากกันจนพบสิ่งที่เขาปรารถนา นั่นคือ เนินสวาทอวบอิ่มรกไปด้วยโลมาชาติ โดยไม่รอช้า เขาใช้มือเกาะกุมเนินนั้นแล้วถูไถอย่างเบามือผ่านเนื้อผ้ากางเกงใน

“ท่านคะ...ดิฉัน..ไม่...” เธอส่งเสียงประท้วงพร้อมสะบัดหน้าไปซ้ายทีขวาทีขณะที่การนวดคลึงปุ่มกระสันอย่างนุ่มนวลด้วยสันมือทำเอาเธอต้องขบฟันแน่น ใบหน้าแดงซ่านลงไปจนถึงลำคอ

“นอนนิ่ง ๆ คุณมาร์คแฮม ไม่งั้นพ่อคงจะต้องสาธิตการใช้งานแส้หนังสองแฉกกับเจ้าเร็วกว่าที่คิดไว้นะ” เพอร์ซีวาลกล่าวด้วยสำเนียงที่ทรงอำนาจจนวาเนสซ่าย้อนนึกถึงอดีตวัยเยาว์ที่คำสั่งของบิดาเปรียบได้กับเสาวณีย์ของพระผู้เป็นเจ้า เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองขณะที่เขาทรุดตัวลงต่ำราวกับตอนที่ทำของตกแล้วย่อตัวลงเก็บ พอคิดว่าสบโอกาสที่จะหลุดจากภาวการณ์นี้ เธอจึงพยายามลุกขึ้นอีกครั้งขณะที่ท่อนขาที่ไร้การปกปิดถูกมืออันทรงพลังของท่านสาธุคุณยกขึ้นมาพาดบนไหล่เขาที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

“อาววว์” วาเนสซ่าร้องครวญครางพร้อมกับกัดข้อนิ้วของตัวเองเพื่อไม่ให้เสียงหลุดรอดไปเข้าหูแมรี่

ซึ่งก็เป็นไปตามที่สาธุคุณผู้เจนเชิงโลกีย์คาดไว้ เขายื่นปากเข้าหาเป้าหมายที่ง่ามกางเกงใน สัมผัสถึงกลีบแคมบวมเป่งที่แนบชิดกับเนื้อผ้า วาเนสซ่าเกร็งตัวจนหลังแอ่น ดวงตาเบิกกว้าง มือขยุ้มผ้าปูที่นอนขณะที่เขาดูดเลียตรงนั้นจนเปียกชุ่ม ท่อนขากลมกลึงแข็งแรงของเธอดีดดิ้นอยู่บนบ่าของเขา เธอรู้สึกว่ามีน้ำอะไรสักอย่างค่อย ๆ ซึมออกจากเนินสวาทผสมกับน้ำลายของเขาจนกางเกงในเปียกชุ่มไปหมด

“ม่าย...ม่าย...ไม่นะ” เธอเริ่มครวญครางกระเส่าเร้าใจสาธุคุณโฉดยิ่งนัก ปลายเรียวลิ้นของเขาดุนดันจนกระทั่งเนื้อผ้ากางเกงในผลุบเข้าไปในรอยแยกของเนินสวาท เขาสัมผัสถึงติ่งสวาทของเธอที่เครียดเขม็งราวกับดอกไม้ตูมขนาดจิ๋ว

เสียงคราง “โอยย อูยยยย ไม่...” ดังไม่ขาดหูยิ่งทำให้เขาย่ามใจหนักขึ้นด้วยรู้ว่าเสียงห้ามเช่นนั้นมักตรงกันข้ามกับความต้องการแท้จริงของผู้ร้องคราง

เขาสอดมือเข้าไปใต้สะโพกเธอ เร่งหาปมเชือกผูกกางเกงในและเมื่อกระตุกขอบ กางเกงในตัวนั้นก็หลุดลงมาคาที่หัวเข่าของวาเนสซ่า การกระทำของเขาต่อจากนั้นก็รวดเร็วเช่นกันจนสติเธอตามไม่ทันเช่นเดียวกับหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่เคยโดนเขาเคยใช้กลเม็ดนี้ พอปล่อยท่อนขาเธอลง เพอร์ซีวาลก็ลุกขึ้นพลิกตัวหญิงสาวผู้กำลังงุนงงให้คว่ำหน้า เผยแก้มก้นกลมกลึงงดงามทั้งสองลูกแก่สายตาของเขา

นับเป็นแก้มก้นที่งดงามที่สุดเท่าที่เพอร์ซีวาลเคยเห็นมา แต่ละลูกเต่งตึงอวบอัดโค้งมนลงไปพบกันที่ร่องก้นอันเป็นสีเรื่อ ๆ ตัดกับความขาวนวลราวกับลูกพีช เขาลูบไล้ผิวที่นุ่นเนียนและเด้งสะท้อนราวกับกำมะหยี่ แล้วแบะก้อนเนื้อทั้งสองข้างออกจากกันพร้อมกับไล้นิ้วขึ้นลงตามรอยแยกนั้น

“อูยยยย” วาเนสซ่าครางสะอึกสะอื้น มือขยุ้มเป็นกรงเล็บราวกับพยายามจะลากตัวเองให้พ้นจากอุ้งมือเขา

แต่เขาหยุดยั้งการกระทำนั้นด้วยการกดมือข้างหนึ่งลงบนแผ่นหลัง ส่วนมืออีกข้างฟาดเพียะลงบนสะโพกที่เปลือยเปล่า

"อาวว์" เธอสะอื้นเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บแสบจากฝ่ามือและนิ้วของเขาที่ตีจนเกิดรอยมือสีชมพูบนผิวที่ขาวผ่อง หากแต่ในเวลาเดียวกันกับที่สะโพกเธอกระตุกเยือก ปุ่มกระสันที่ตื่นตัวของวาเนสซ่าก็ถูไถกับผ้าปูที่นอนอย่างแผ่วเบา ทำให้เธอรับรู้สัมผัสที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงสองแบบที่ผสานรวมกันอย่างพิสดาร ขณะที่แก้มก้นเธอปวดแสบปวดร้อน เนินสวาทของเธอกลับร้อนรุ่มราวกับจะละลาย เธอกำมือแน่นจนข้อนิ้วเกร็งแล้วซุกซ่อนใบหน้าที่แดงซ่านจนมิดชิด

ทุกอย่างเป็นไปตามที่เพอร์ซีวาลคิดไว้ เขาจ้องมองแก้มก้นที่สั่นระริกของเธอ แล้วก็ลูบไล้ผิวร้อนผ่าวนั้นอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็ฟาดมือลงไปอีกครั้ง จนวาเนสซ่าร้องครวญคราง คราวนี้เสียงแผ่วกว่าครั้งก่อน ๆ สะโพกงามบิดส่ายอย่างร้อนเร่าพร้อมกับเสียงหอบหายใจแรง

ท่านสาธุคุณคิดในใจว่า อีกสักครั้งน่าจะดี เสียงสะอึกสะอื้นของเธอหลอกเขาไม่ได้หรอกเพราะท่อนขาของเธอที่สะบัดดิ้นรนในตอนแรก ขณะนี้กลับอ่อนระทวยไม่ขยับเขยื้อนขัดขืนแม้แต่น้อย

เพียะ! มือเขาฟาดลงมาอีกครั้ง พบกับแรงดีดสะท้อนของก้อนเนื้อกลมกลึงที่เป็นสีชมพูเข้มขึ้น

"โอย อูยยย์" วาเนสซ่ากรีดร้องอีกครั้ง และแล้วลาวาร้อนแรงที่คุอยู่ภายในร่างเธอก็ถึงจุดหลอมละลาย เธอบดขยี้เนินหัวหน่าวกับผ้าปูที่นอนอย่างร้อนร่านขณะน้ำขาวขุ่นถะถั่งออกเป็นระลอกจนตัวเธอสั่นสะท้านราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ

"พรุ่งนี้ พ่อจะมาอีกครั้ง ลูกเอ๋ย และคราวนี้" เธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงดังมาจากที่ห่างไกลและรู้สึกเหมือนมีบางอย่างถูกโยนขึ้นมาบนเตียง แต่ตอนนั้นเธออายจนไม่กล้าเปิดเผยใบหน้าที่ซุกกับที่นอนให้เขาได้เห็น

"เจ้าจะต้องเอาเจ้าสิ่งนั้นซุกไว้ใต้หมอนจนกว่าพ่อจะกลับมานะ" เป็นคำพูดสุดท้ายก่อนเขาจากไป

วาเนสซ่าแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขณะนี้เธออยู่ที่ไหน ความเปียกชื้นอันแสนหฤหรรษ์ยังคงอยู่ใต้ร่างขณะที่เธอนอนนิ่งงันจนประตูปิดลง แม้กระนั้น เธอก็ยังไม่ลุกขึ้นในทันทีแต่ยังจมจ่อมอยู่ในเมฆหมอกแห่งความเสียวซ่านกระสันหัวใจอย่างที่เพอร์ซีวาลตั้งใจเอาไว้

ขณะเดินลงบันไดช้า ๆ อย่างสง่างาม เขาเห็นแมรี่ปราดเข้ามาที่ห้องโถง

"ท่านจะกลับแล้วหรือเจ้าคะ"

"ถูกแล้ว สาวน้อย ส่วนนายหญิงของเจ้าไม่อยากให้ใครไปรบกวนในขณะนี้ เธอกำลังดื่มด่ำกับปิติสุขที่จากความรักของพระเจ้า" ท่านสาธุคุณแจ้งกับสาวใช้ที่ปากอ้าตาค้าง นึกภาพนายหญิงในชุดนางฟ้ากำลังล่องลอยไปมาในห้องนอน

พอปิดประตูส่งแขกเสร็จ แมรี่ก็ย่องไปที่ตีนบันไดแล้วเงี่ยหูฟัง แต่เธอก็ไม่ได้ยินเสียงจากชั้นบนแม้แต่นิดเดียว หลังจากคิดพิศวงสงสัยอยู่พักนึง เธอก็กลับไปทำงานบ้านต่อ

เอ่ยถึงวาเนสซ่า เธอค่อย ๆ ขดตัวกลม ดึงท่อนขาขึ้นมาบนเตียงและกัดมุมหมอน สะโพกเธอยังแสบร้อน เนินสวาทยังคงเสียวยุบยิบ เธอรู้สึกถึงอะไรบางอย่างข้าง ๆ สะโพกจึงยื่นมือไปควานหา แล้วก็เจอว่าเป็นแส้หนังสองแฉกที่ม้วนจนกลมซึ่งเขาได้ทิ้งไว้ข้างตัวเธอ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว