นางโจรซ่อนใจ-ใส่ใจหรือไม่แยแส

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

ใส่ใจหรือไม่แยแส

ดึกคืนนั้นเมื่อนนท์ไปส่งบุษราคัมตามปกติ ฉันก็อยู่คุยเป็นเพื่อนคุณแขไขดังที่เขาบอกไว้ เรานั่งตรงห้องดูทีวีชั้นล่าง เปิดหรี่เสียงไว้เบา ๆ ขณะที่ฉันนั่งมองเธอถักโครเชต์บนพื้นใกล้ ๆกับเก้าอี้ที่เธอนั่ง

“เมื่อคืนฉันฝันถึงยัยหนู เห็นบอกว่าอยากได้ตุ๊กตา” อยู่ ๆ แม่ของนนท์ก็พูดถึงลูกสาวอีกคนด้วยเสียงแผ่วเบา เธอยิ้มอ่อนโยนแต่ทำไมฉันมองเหมือนเธอร้องไห้ ฉันก้มหน้ามองมือตัวเองเพื่อซ่อนบางอย่างในแววตา

“ฉันจะทำสักห้าสิบตัวไปบริจาคเด็กที่มูลนิธิ”คุณหญิงแขไขหยิบไหมพรมเส้นใหญ่หลายม้วนออกมาวางตรงหน้าเพื่อทำตุ๊กตาหมี ฉันมองแพทเทิร์นที่กางไว้เห็นภาพตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวเล็ก ๆ หลายตัว ต้องถักแยกส่วน แล้วค่อยนำมาประกอบกัน

ตอนแรกฉันก็นั่งมองเป็นเพื่อนอยู่ดี ๆ มีหยิบจับอะไรบ้าง ไป ๆ มา ๆ คุณแขไขก็บังคับให้ฉันถักส่วนแขนของตุ๊กตาช่วยเธอ แต่ว่าฉันถักไหมพรมไม่เป็นจนเธอต้องลงมานั่งขัดสมาธิสอนฉันที่พื้นเสียเอง

“กว่าจะเสร็จก็คงอีกนาน แต่ว่านะ มีคนเคยบอกฉันว่าถ้าเราทำเองจะได้บุญมากกว่าซื้อ ไหนได้ไหม” เธอทำไปบ่นไปแล้วก็ก้มดูผลงานฉัน ฉันยิ้มแหย ๆ ส่งให้ดูแล้วก็ถูกดุกลับมา

“ข้ามไปสองโซ่ รื้อใหม่”

ฉันถอนใจเมื่อเริ่มทำใหม่อีกครั้ง แรก ๆ มือไม้ก็แข็งชอบกลจับควักไม่ถนัดมือเอาเสียเลย พอโดนดุหลายครั้งฉันก็เริ่มจับเข็มคล่องมือ และเริ่มสนุกกับมัน

“ใช้ได้ไหมค่ะ” ฉันยื่นให้แม่ของนนท์ดูผลงานหลังจากเริ่มไปได้อีกสองแถว เธอขยับแว่นเพื่อดูผลงานในมือฉัน

“อืม ลงน้ำหนักมือพอดี ถ้าเบาไปจะหลวมแต่ถ้าเกร็งมืองานจะแน่นไปไม่สวย” ฉันลองทำตามที่เธอบอก พยายามต่อไป

“ทำคนเดียวคงไม่เสร็จง่าย ๆ เดี๋ยวจะเกณฑ์ยัยบวบยัยตุ้งกับยัยเหมียวมาช่วยด้วย” ฉันแอบยิ้มในใจ คืออย่างน้อยฉันก็ได้เพื่อนร่วมชะตากรรมเพิ่มมา จนชิ้นงานในมือเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

“ได้แล้วค่ะ” ฉันร้องอย่างลืมตัว เหมือนแม่ของนนท์เองก็ตื่นเต้นไปกับฉันด้วย

“ดูเหมือนมือนิดแล้วค่ะ”

“ไหนดูซิ” เธอเลื่อนตัวลงมานั่งบนพื้นใกล้ๆฉัน รับชิ้นไหมพรมจากมือฉันไปพิจารณาใกล้แล้วอมยิ้มน้อย ๆ

“ใช้ได้”

ฉันมองใบหน้าอวบอูมที่เริ่มร่วงโรยตามวัยด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันตื้อในอกเมื่อคิดถึงเรื่องราวบางอย่างที่ปิดบังเธอไว้

นนท์เข้ามาในตอนที่แม่ของเขาส่งโครเชต์คืนให้ฉัน เขาเข้ามาแล้วก็ออกไปนั่งมองเราบนระเบียงนอกประตูที่เปิดทิ้งไว้ ปล่อยให้ฉันกับแม่ของเขาทำงานกันไปเงียบ ๆ

พอเห็นว่าเริ่มดึกมากแล้วคุณแขไขก็บ่นว่าง่วง

“ฉันจะไปนอนแล้วนะพริก เก็บของเถอะพอแค่นี้ก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยมาทำใหม่” เธอพูดจบก็ค้ำโซฟายันกายลุกขึ้น แต่ยืดกายนิดเดียวก็ร้อง ‘อูย’ แล้วแหมะลงที่เดิม

“เป็นอะไรคะ !” ฉันตกใจแตะแขนเธออย่างลืมตัว คุณหญิงโบกมือนิ่วหน้าชี้ไปที่เท้า

“นั่งนาน ตะคริวกินขา อู๊ย อูย”สีหน้าเธอดูเจ็บเอาการ ฉันไวกว่านนท์ ไม่รอให้เขาเข้ามา ฉันจับขาข้างที่เป็นตะคริวของเธอพาดตักอย่างเบามือ

“ค่อย ๆ เหยียดนะคะ พริกจะนวดให้”ค่อย ๆ บีบมือลงลงกับข้อเท้า แล้วคลึงปลายนิ้ว ผิวท่านนุ่มเหมือนผิวเด็ก

“มียานวดไหมคะ” ถ้าได้ยาช่วยก็น่าจะหายเร็วขึ้น คุณแขไขมองมือฉันยิ้มก่อนชี้ไปที่ชั้น

“น่าจะอยู่ในตู้ยา”

“คุณนนท์คะช่วยหยิบยาให้ที” ฉันบอกนนท์ที่เข้ามานั่งบนโซฟาใกล้ ๆ กับแม่เขาตั้งแต่แรก ฉันคิดว่าใช้น้ำเสียงนอบน้อมที่สุดแล้ว แต่ทำไมแม่นนท์เหมือนชะงักก็ไม่รู้

“พักนี้คุณแม่เป็นบ่อยนะครับ ไปหาหมอนะครับเดี๋ยวผมพาไป”นนท์เอ่ยในตอนที่ยื่นหลอดยาให้ฉัน เขาช่วยถือและบีบเนื้อยาให้อยู่ข้าง ๆ

“อย่าเลย งานของนนท์ก็เยอะอยู่แล้วนี่ แม่ไปกับพริกก็ได้” จนกระทั่งแม่ของเขาสามารถขยับขาได้ นนท์ลุกขึ้นช่วยพยุง

“มาครับ ผมพาแม่ขึ้นไปนอน”

คุณหญิงแขไขนิ่วหน้าทันที เธอดึงมือลูกชายออกเบา ๆ บอกอย่างเคืองนิด ๆ

“แม่ไม่ใช่คนป่วยนะนนท์ นั่งนานตะคริวจับก็เป็นธรรมดา เราอยู่เป็นเพื่อนพริกเก็บของ รอปิดประตูเถอะ”

ฉันมองแม่ลูกเถียงกัน ก่อนจะบอกตัวเองว่าฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยแล้วจะยิ้มทำไม ฉันเก็บของใส่ตะกร้าวางไว้บนชั้นเรียบร้อย กำลังจะเดินกลับไปนอนที่ห้องด้านหลัง นนท์ยืนขวางทางตรงหน้าประตู ฉันเงยมองหน้าเขา นนท์มองฉัน ดูเหมือนคิดอะไรจนฉันไม่เข้าใจ

“มีอะไรคะ” ฉันถาม ตามองตา คือตอนนี้ฉันง่วง ไม่มีอารมณ์จะเถียงกับเขาหรอกนะ แต่ยังไม่ได้ว่าอะไรก็ร้องอุทาน เมื่อนนท์ดึงฉันเข้าจูบเอาดื้อ ๆ

หลังฉันกระแทกบานประตูกระจกดังปึก ฉันเบิกตากว้าง เพราะรับสัมผัสจากริมฝีปากผ่าวแบบจู่โจมไม่ให้ตั้งตัว นนท์รุกลงมา ขณะที่ฉันยังงุนงงกับริมฝีปากผะผ่าวที่เคล้าเคลียนาบริมฝีปากตัวเอง จนมีสติทุบอกเขาแรง ๆ กลัวว่าจะมีใครมาเห็น เขาเลยจูบเอาแต่ใจมากขึ้น

เราอยู่ด้านนอกหลังบานประตูที่ปิดสนิท มือฉันถูกกดแนบกระจกเย็นทั้งสองข้าง

เขานึกอยากจูบตรงไหนก็จูบ...งั้นสิ

เหมือนจูบจะยาวนาน และร้อนมากขึ้น

ฉันถูกดึงให้หลงวนไปกับสัมผัสของเขา จนกระทั่งได้ยืนเสียงคนคุยกันใกล้เข้ามา นนท์ดึงฉันล้มลงกับพื้นหลังโซฟาในห้อง ทั้ง ๆ ที่เสียงคนเดินผ่านหน้าเราไป ทั้ง ๆ ที่ได้ยินเสียงน้าโชคกับน้าบวบคุยกันเข้ามา แต่นนท์กลับไม่ถอนจูบ เป็นฉันที่หยุดมือจากการทุบเขาไว้มาขยุ้มอกเสื้อเขาแทน

“คุณนนท์คงขึ้นไปนอนแล้วปิดไฟล็อกประตูเลยตาโชค” ฉันเบิกตากว้างในความมืดส่ายหน้าหลบปากร้อน ๆ ที่ไล่ตามพรมจูบไม่ลดละ

**********************************

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว