ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 10 รู้เช่นเห็นชาติ re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 10 รู้เช่นเห็นชาติ re

"โง่เง่า" ถึงจะว่าหยาบๆแต่คงด้วยความเอ็นดูกระมังเพราะปีศาจหนุ่มมองตามแผ่นหลังของเด็กสาวไปด้วยรอยยิ้ม ก้าวช้าๆเดินเรื่อยๆไม่วิ่งตาม ด้วยสุดท้ายคนหนีย่อมต้องกลับมาตายรังที่ห้องเดิมอยู่ดี ก็ถ้าไม่ปอดแหกขนข้าวขนของหนีไปก่อน ยังไงคืนนี้เราย่อมเจอกัน

ฝ่ายคนวิ่งกั้นหายใจเรียกความกล้าอยู่หนึ่งอึก ก่อนเอี้ยวคอหันไปมองทางด้านหลังทำให้พบว่าทางโล่งโปร่งสบาย ไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต สาวเจ้าจึงถอนใจด้วยความ

โล่งอก รอดแล้วเรา

"เจ้าตัวร้าย นายทำอะไรกับไก่" เพราะท่าทางของเพื่อนต่างห้องดูหวาดกลัวทั้งสายตายังหวาดระแวง ซึ่งเห็นได้ชัดจากท่าทางที่ค่อยๆถอยเท้าหนีลงไปทางบึงเรื่อยๆ

"ปีศาจสาวสวย เป็นใคร" ยิ่งคิดยิ่งพาลเคืองใจ ด้วยระยะการแอบดูไกลอยู่พอสมควรจึงเห็นเพียงภาพไม่มีเสียงพากย์ภาษาไทย อีกทั้งท่าทางคลอเคลียของปีศาจทั้งสองตน แสดงชัดถึงความสัมพันธ์แสนลึกซึ้ง ก็แหม มีทั้งลูบแก้ม เกาะแขนซบอกออดอ้อน

"เชอะ เจ้าปีศาจตัณหาจัด มักมาก มั่วไปทั่ว" เด็กสาวไม่สบอารมณ์ไปตลอดวันเพราะภาพบาดตาบาดใจแท้ๆเชียว

ภายในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างประมาณสามสิบสองตารางเมตร สงครามย่อยๆกำลังค่อยๆก่อตัวขึ้น ยังไม่ทันอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนผ้า กลับโดดแรงดึงจากไหนก็ไม่รู้พามาหล่นตุบอยู่บนเตียง แถมมีออฟชั่นเสริมเป็นสายโซ่เส้นเดิมล่ามสองขาติดกับเสาเตียง อย่าว่าจะเดินเหินเลยแค่พลิกตัวยังยากลำบาก

"ปล่อยฉัน เจ้าตัวโรคจิต ล่ามฉันทำไม ช่วยด้วย ใครก็ได้ ช่วยด้วยค่า" แหกปากตะโกนก้องหาคนช่วยเหลือแต่เด็กสาวคงลืมไปเสียสนิทว่า นี่มันห้องเก็บเสียง แม้จะตะโกนกี่เดซิเบลก็ไม่มีใครได้ยินหรอก

"ทำตัวลับๆล่อ แอบฟังเรื่องของผู้อื่น เจ้ามันนิสัยเสีย" อสูรหนุ่มลากเก้าอี้มานั่งคุม เพื่อซักฟอกจำเลยด้วยน้ำเสียงเข้มเอาเรื่อง

"หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง ถ้าอยากเก็บเป็นความลับมาก ไม่ทราบจะมาฉะกันในที่สาธารณะทำไมคะ" ไม่มีลดละเลยแหละแม้รู้ว่าตนกำลังเสียเปรียบอยู่ก็ตามที เรื่องรั้นเอาชนะจนหัวชนฝา เด็กสาวถนัดนัก

"เจ้าเห็นอะไรบ้าง" ผู้พิพากษาสะกดอารมณ์ก่อนถามต่อในคำถามที่สอง แววตาเขียวมรกตกดลึกบังคับขู่ไปในตัว หากตอบไม่ดีมีเรื่องเป็นแน่

"นากิมขา นากิมจ๋า นากิมของไก่ขา พี่นากิม" จำเลยยังคงเล่นลิ้นแถมล้อเลียนดัดเสียงหวานยั่วเย้า เล่นหูเล่นตาจนทำให้มือขวายกขึ้นสูงโดยอัตโนมัติ แต่ยังดีที่อสูรหนุ่มยังควบคุมสติได้ทัน ทำให้เหยื่อสาวรอดพ้นจากการถูกตบเลือดกลบปาก

"กรกช!!!" ก่อนจะหลุดโทสะฆ่ามันตายเองกับมือ ทำให้ปีศาจหนุ่มเลิกซักฟอกจำเลย เสียงสูดหายใจดังเฮือกหนึ่งด้วยความอดกลั้น

แปะ!!! แค่ดีดนิ้วดังแปะโซ่เส้นหนึ่งจึงหลุดออกจากขาซ้ายส่วนขาขวายังคงถูกล่ามติดกับเสาเตียงเช่นเดิม สายโซ่สีเงินยาวพอให้เดินรอบห้องได้แต่กลับยาวไม่ถึงประตูหรือหน้าต่างสักบาน ทว่ายังพอมีความปรานีอยู่บ้างที่ยังส่งความยาวไปจนถึงห้องน้ำไว้ให้

"เจ้าตัวดื้อ โซ่จะหายไปเมื่อหกโมงเย็นของวันพรุ่ง เล่นลิ้นนักจงนอนมันทั้งโซ่เถอะ" บัญชาจบคำสั่งครบความ ร่างอสูรร้ายหายตามดังฟุ่บ

ความทรมานของการถูกล่ามยาวนานจนถึงวันรุ่งขึ้นตามคำสั่ง ไม่ว่ากิจกรรมใดๆ เด็กสาวล้วนต้องทำมันบนเตียงหรือไม่ก็บนพื้น และที่น่าเจ็บใจที่สุด นั้นคือ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ปล่อยเบาหรือหนัก ทุกๆครั้งที่ใช้ห้องน้ำล้วนมีแต่ความหวาดระแวง ระแวงว่าเจ้าตัวร้ายจะกลับมาตอนไหนแล้วเราจะหลบมันทันหรือเปล่า หากโป๊อยู่จะหนีอายยังไง ไม่ว่าจะระแวงมากเพียงใดแต่เด็กสาวก็จำต้องเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้อยู่ดี ด้วยมันปิดสนิทไม่ได้เพราะมันติดสายโซ่อยู่

ยิ่งพยายามคิดยิ่งไม่เข้าใจ ทำไมต้องจับเราล่ามด้วยหรือมันจะเป็นโรคจิต ชอบโซ่ ชอบแส้!!! ยังดีหน่อยที่ตอนแปดโมงเช้ากับเวลาเที่ยงวัน ผู้คุมยังใจดีส่งข้าวส่งปลามาให้กิน เปล่าไม่ได้มาบริการด้วยตนเอง แต่ใช้อาคมวางเอาไว้เพื่อให้อาหารปรากฏขึ้นตามเวลาที่กำหนด ทำให้เด็กสาวรอดตายจากเมนูโจ๊กหมูสับและผัดซีอิ๊วไปสองมื้อ

ก๊อก!!! ก๊อก!!! "มาส่งพัสดุครับผม" ภายในหอพักแสนเก่าแก่จะมีบริการจัดส่งของฟรีถึงห้อง ซึ่งเป็นอภิสิทธิ์อีกข้อของโรงเรียน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน

"อีเอ็มเอสมาส่งครับ" เพราะไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้าของห้องทำให้เจ้าหน้าที่ของหอ ส่งเสียงเรียกไปอีกครั้ง

"ค่ะ วางไว้หน้าห้องก่อนนะคะ" จะเดินออกไปรับได้ยังไงเล่า อายเขาตายเลย ก็โซ่เส้นใหญ่ล่ามติดเด่นชัดอยู่ตรงข้อเท้า แถมพอลองเดินไปใกล้ๆประตูกลับโดนดีดกลับมาจุมปุ๊กอยู่บนพื้น

"ครับผม พี่เซ็นรับให้แล้ว เดี๋ยวน้องมาลงชื่ออีกทีในสมุดรับของที่ใต้หอนะครับ"

"ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ" สาวเจ้าส่งเสียงตะโกนโต้ตอบกลับคืนไป

"คนบ้าอำนาจ มารการศึกษา" เปรยว่ากระทบไปหาตัวต้นเหตุที่ไม่ได้อยู่รับรู้ด้วยสักคำ ด้วยถูกล่ามขาอยู่ข้ามคืนทำให้เด็กสาวรู้สีกอยากลองดีดักตีกบาลเจ้าอสูรร้ายสักทีสองที

หากถามว่าเมื่อยหรือไม่ คงไม่ แต่มันอึดอัดเพราะถูกจำกัดบริเวณอยู่เพียงพื้นที่แคบๆ และอีกอย่างมันน่าโมโห เหตุผลอะไรก็ไม่บอกแล้วมาล่ามกันทำเพื่อ เสียงฝีเท้าพนักงานส่งของค่อยๆเงียบหายเหลือไว้เพียงกล่องกระดาษลังวางเด่นตรงหน้าประตูห้องซึ่งมีเชือกป่านสีขาวผูกรัดเป็นเงื่อนตายเอาไว้

ตะวันเริ่มอ่อนแสงราแรง อากาศเย็นสบายหกโมงตรงกำลังดี โซ่เส้นใหญ่บนข้อเท้าจึงคลายตัวปลดล็อกทิ้งรอยแดงช้ำไว้เป็นที่ระลึกให้ดูต่างหน้า ยามหลุดพ้นจากการถูกล่ามทำให้เด็กสาวลองขยับขาขวาเบาๆเพื่อผ่อนคลายความตรึงเครียดของกล้ามเนื้อที่ถูกรัดอยู่ทั้งวัน ก่อนจะเดินก้าวเท้ายาวๆไปทางด้านประตูหน้าห้อง

มือขวาหมุนลูกบิดประตูเปิดรับอิสรภาพที่รอมาทั้งวัน สูดหายใจเข้าเต็มปอดสองสามครั้งก่อนยกกล่องพัสดุขนาดปานกลางลากเข้าห้อง ปมเชือกถูกกรรไกรตัดดังฉับ ยามแกะเชือกลอกเทปใสจนหมดครบทุกจุด ด่านแรกที่เห็นเป็นแผ่นกระดาษสีขาวและลายมือคุ้นตาของคุณปู่ ‘สามหลานรัก’

"คุณปู่"

“เอ๊ะ มันคืออะไร" ภายในกล่องมีกล่องเล็กซ้อนอีกกล่อง แววตาจดจ้องมองแท่งทับกระดาษใสแจ๋วแวววาววางนิ่งข้างเคียงกับซองจดหมายสีเทาเข้มจ่าหน้าผู้ส่งเป็นสถานที่ ที่เพิ่งจากมา มัชฌิมา

"ระวังอะไร หรือว่า นากิม" ข้อความบนจดหมายสื่อชัดให้ระวังภัย ซึ่งไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆเด็กสาวกลับนึกถึงเจ้าตัวอันตราย

"มันคืออะไรหวา ใช้ทำอะไรหนอ" แท่งผลึกใสหน้าตัดกว้างประมาณหนึ่งนิ้ว ความยาวสองนิ้วครึ่ง ถูกยกขึ้นมองจ้องด้วยความสงสัย เพราะคุณปู่ไม่เคยให้ของขวัญแปลกประหลาดไร้คำอธิบายมาก่อน ดังนั้นของขวัญชิ้นนี้ย่อมต้องไม่ธรรมดา

"ว่าแต่นากิมหายไปไหน บ้านช่องไม่ยอมกลับ สงสัยคงหนีไปกกเด็ก"

พลัน!!! ยามว่ากระทบไปถึงอสูรหนุ่มกลับรู้สึกถึงไอหนาวพัดกระทบผิวเนื้อผสมผสานไปกับกลิ่นไอของความแห้งแล้ง กลิ่นไหม้ของเศษเนื้อเหม็นคละคลุ้ง กลิ่นไอของความคาวจากกองเลือดและซากศพวิ่งเข้าปะทะจมูกอย่างไม่มีที่มา

"กากยิ่ง" เสียงอะไร เด็กสาวพยายามจับทิศทางของเสียงจนพบกับใบหน้าของอสูรร้าย รูมเมทของตัวเองกับกองซากศพนับคร่าวๆเกินยี่สิบคน

"แกเป็นใคร" ร่างโชกเลือดดันแขนขึ้นจากพื้นเตรียมป้องกันการจู่โจมระลอกใหม่ แม้จะเสียแนวหน้าไปทั้งกอง แต่กำลังใจของนักเวทย์หนุ่มยังเต็มเปี่ยม รู้เต็มอกว่าคงไม่อาจสู้มันได้ แต่ที่ยังทนอยู่นั่นเพื่อบ้าน เพื่อพี่น้อง เพื่อคนข้างหลัง

"รู้ไปทำไม ทะลวง กระชาก!!!" ยิ้มเย้ยเหยียดปาเข้าใส่ก่อนใช่สายฟ้านับล้านโวลต์ซัดทะลวงอกของคู่ต่อเป็นรูโบ๋ จนกระอักเลือดแดงออกมาคำโต

"ตะวันสาดแสงปัดเป่า!!!" แสงสว่างรวมเป็นจุดเดียวพุ่งเป็นลูกเพลิงขนาดใหญ่เข้าปะทะร่างในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม

"อาคารากี" ลูกไฟขนาดใหญ่ลูกเดิมแต่ขยายขนาดมากกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัว เปลี่ยนทิศพุ่งเข้าหาคนร่ายเวทย์แทนเสียแล้ว

"ไม่!!!อย่านากิม อย่าทำเขา"

"หรือว่า บ้านคุ้มกัน นาย!!!" เสียงแขกไม่ได้รับเชิญตะโกนก้องทำให้ใบหน้าอสูรหนุ่มเคร่งเครียด สายตาขัดอกขัดใจฉายชัดแถมลูกไฟที่ตีโต้ไปกลับค่อยๆอ่อนกำลังลงและหายลับไปในที่สุด ด้วยเจ้าของเวทย์กำลังไม่สบอารมณ์ทำให้พลังเวทย์ที่ส่งออกไปไม่ค่อยเสถียรดีนัก

"แก ยืมพลังใคร" ร่างในชุดนักเรียนโชกเลือดพลิ้วตัวหลบลำแสงได้อย่างหวุดหวิดเลือดแดงแห้งกรังติดเต็มเสื้อผ้า เพียงมองดูแค่คร่าวๆย่อมรู้เลยว่า เด็กหนุ่มใกล้หมดสภาพเข้าทุกทีทั้งสภาพยังย่ำแย่จนถึงขีดสุด

"ฉลาดขึ้นแต่ยังไม่พอ" รอยยิ้มยังไม่คลาย ความเมตตายิ่งไม่มี เพราะความผิดที่พวกมันกระทำถือได้ว่าล้ำเส้น บังอาจต่อต้านเอาคืนตลบหลังเข้าโจมตีพื้นที่ชายแดน โทษของมันย่อมมีเพียงสูญ

"จม!!!" จบคำ แรงดูดมหาศาลกวาดกระชากร่างคู่ต่อสู้ จมลงสู่หลุมดำแสนมืดมิด แรงอัดจากรอบด้านบีบขยี้หลุมใหญ่จนแตกสลายหลงเหลือเพียงเศษฝุ่น เหยื่อไม่มีโอกาสลองขอชีวิตแม้สักแอะ ที่ต้องลงมือด้วยความฉับไวเพราะปีศาจหนุ่มกำลังเล่นกับเวลา เวลาอะไรนะหรือ นั่นไงเล่า

"นากิม เจ้าต่อต้านกฏแห่งพันธมิตร ข้าไคนาสขอตัดเจ้าออกจากสภา" หมดกัน แผนการณ์ของข้าพังเพราะมันโดยแท้ เจ้าตัวดื้อ หมดกันยามนี้ทุกผู้ย่อมรู้แล้วว่าข้าคือผู้ต่อต้าน ฝ่าฝืนกฏแห่งพันธมิตร

ก่อนจะถูกหลุมดำขยี้ทิ้ง เดชะบุญโดยแท้เพราะร่างเนื้อของบุตรชายคนหนึ่งในสำนักอุดรถูกช่วยชีวิตไว้ได้ทันที และตอนนี้กำลังถูกรักษาด้วยฝีมือของผู้อาวุโสสูงสุดที่ลงมาเคลียร์ปัญหาเองกับมือ

"สาม!!! เจ้าต้องชดใช้" ภาพสดเกาะติดทุกเรื่องราวฉายชัดอยู่บนแท่งผลึกสีใสก่อความตระหนกกับผู้ชม ทุกฉากโลดแล่น ภาพเสียง ชัดเจน ใบหน้าคนสังหารยังติดตา

"นากิม นายมันชั่ว" ความรู้สึกโหมกระหน่ำทำให้สองเท้ายืนไม่ติดพื้นจนทรุดลงนั่งนิ่งๆอยู่ในท่าพับเพียบ ใจสาวสั่นระทึก ความคั่งแค้นโพยพุ่งยากระงับ ความเชื่อใจถูกตัดขาดสะบันลงนับตั้งแต่เห็นดวงตาสีมรกตสะท้อนผ่านมาจากผลึกใส ทุกคำตอบเด่นชัด ตัวตนที่แท้จริงเป็นเช่นไรเห็นแล้วในวันนี้ วินาทีนี้และเดี๋ยวนี้

"ฮึ" สายตาท่าทางไร้วี่แววความสลด กวาดตามองผลึกใสบนพื้นพรมสะท้อนชัดถึงสมรภูมิเลือดทีเพิ่งสร้างขึ้นเองกับมือ ประกอบกับสายตาคลั่งแค้นของเหยื่อสาวในอาณัติยิ่งเป็นคำตอบได้ดี

"แกมันเลว" ยามเห็นหน้ามันจนชัด ทำให้เด็กสาวด่ากราดเข้าใส่

"หายโง่เร็วดี" สายตาฉายไออาฆาตไม่มีปิดบัง ริมฝีปากเปิดยิ้มหวานแต่ตาเขียวเข้มเจิดจรัสราวสุขสันต์เสียเต็มประดา

"อย่าทำอะไร สำนักอุดร" คำขอร้องเป็นเพียงสิ่งเดียวที่พอจะทำได้ แม้จะเกลียดขี้หน้ามันแค่ไหน แต่ต้องยอมลงก่อนในครั้งนี้เพื่อคนข้างหลัง เพื่อพี่น้อง เพื่อเผ่าพันธุ์

"เสียใจ มันไหม้เป็นตอตะโกนจนเหลือแต่ซากแล้วครับ" ยิ้มเหี้ยมเกรียมฉายขึ้นชัด แววตาวาวโรจน์สมใจ คนฟังทรุดลงแน่นิ่งบนพื้นอีกครั้ง เกลียดและกลัวอมนุษย์ตรงหน้าตนนี้จับใจ

"สำนักอุดรทำผิดอะไร"

"ไม่ใช่เรื่องที่เจ้า ต้องสู่รู้" เปรี๊ยะ!! กองไฟดำทะมึนไล่แผดเผ่าคลืบคลานราวราชสีล่าเหยื่อ เผาทำลายทุกชีวิตให้มอดไหม้อย่างไร้ความปรานี นรกบนดินอุบัติขึ้นภายใต้แสงตะวันยามเย็นประสานเสียงกรีดร้องดังระงมราวกับอยู่ในดินแดนอเวจี เหตุใดเล่าผู้คนบริสุทธิ์จำต้องมาจบชีวิตอย่างไร้ความยุติธรรม เหตุใดเล่าถึงต้องรับกรรมที่ผู้อื่นก่อ เหตุใดเล่า

ผู้วางเพลิงยืนมองภาพบนแท่งผลึกราวกับเป็นหนังสักเรื่อง รอยยิ้มอำมหิตฉาบทาบทับ สนุก สุขและสม ต่างสิ้นเชิงกับความรู้สึกของหญิงสาว ทุกๆภาพสะท้อนความเจ็บปวดทรมานของพรรคพวกพี่น้องรวมมิตร ซึ่งแม้ไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักมักคุ้นแต่เหยื่อในกองเพลิงนั่นคือคน คนที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิตและจิตใจ

"สลาย" เปลวเพลิงมัจจุราชมอดดับเพียงแค่ร่างหนึ่งปรากฏกายขึ้น

"ขอบคุณ ท่านไคนาส ขอบคุณๆๆๆ" เสียงโห่ร้องเซ่งแซ่แสดงความขอบคุณสะท้านก้องจากหัวใจ เพราะชนชาวเวทย์รอดพ้นภัยในครานี้ด้วยน้ำใจของผู้อาวุโสต่างพันธุ์โดยแท้

"เพราะเจ้า เจ้า เจ้า!!!" เสียงขัดอกขัดใจตวาดก้อง ร่างสาวโดนเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน เป็นเพราะเจ้าตัวดื้อที่ร้องเรียกหาตนจนทำให้ผลึกสมใจนึกช่วยค้นหาที่อยู่ให้ถึงทำให้สถานที่เชือดสำนักอุดรทิ้งเปิดเผยขึ้นมา จนทุกผู้รับรู้กันทั่ว

"..." เด็กสาวมองหน้ามาตกรใจโหดนิ่ง หยาดน้ำตาไหลรินจนเปียกชุ่มอาบสองแก้ม ทั้งเสียใจ ทั้งผิดหวังกับกระกระทำของเขา เจ็บไปทั้งใจด้วยเผลอพลั้งแอบมอบใจไปให้เขาเข้าแล้วทั้งดวง เขาเคยช่วยชีวิตในตรอกมืด คอยดูแลปกป้องยามมีคนแกล้งรักแก ในสถานที่ห่างไกลบ้าน มีเขาคนเดียวคอยอยู่ใกล้ แม้จะดุจะว่าแต่ก็ชอบคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ เพียงเท่านี้ ใจสาวย่อมหวั่นไหวเผลอใจให้เขาไปทั้งดวง แต่นั่นมันเป็นเรื่องราวครั้งเก่าก่อนที่จะได้รู้ตัวตน รู้เช่นเห็นชาติเขา

สองมือปาดเช็ดน้ำตาทั้งยังพยายามสะบัดไหล่ออกจากการเกาะกุมของมัน ใช่มัน ตัวแบบนี้ไม่ควรยกย่อง ต้องเรียกมันถึงจะสะใจ

ปริศนาครั้งก่อนของไฟบรรลัยกัณฐ์ถูกถอดจนหมดเปลือก ว่ามาได้อย่างไร มาจากไหน และใครเป็นคนทำ มันนั่นเอง มือขวากำแน่นจิกเล็บตอกย้ำบนฝ่ามือเพื่อเรียกสติ เราโง่เอง หลงเชื่อมันเขาไปได้ยังไง ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเรากับมันคือศัตรู ศัตรูที่พร้อมจะฆ่าฟันให้ตาบดับกันไปข้าง

"นายทำลายบ้านคุ้มกัน" คำถามราบเรียบหากภายในนั่นเล่า สุดแสนจะร้อนเร้าด้วยเพลิงโทสะ

"ครับผม" หัวเราะร่วน ตอบรับด้วยน้ำคำสุภาพ ไม่แสดงถึงอาการทุกข์ร้อนในการกระทำของตนแม้เพียงสักครั้ง ยิ่งเรียกโทสะให้กับเด็กสาวเท่าทบทวี

"นายทำ ทำไม"

"สนุก" คำตอบเรียกความเกลียดชังบนสองเบ้าตา สายตาสาวมองจ้องชายตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น

"นายหลอกฉัน" ดวงตากลมโตค่อยๆก้าวแกร่งขึ้นอย่างช้าๆยามเอ่ยถามคำออกไป

"เธอโง่เอง" ธาตุแท้เผยปรากฏ ทั้งยังทำนิสัยเสียด้วยการผลักอกสาวจนเสียหลักล้มโครมลงบนพื้น

"ไป ออกไป ไปให้พ้น ฉันอยู่ร่วมห้องกับแกไม่ลง" โทสะระเบิดขึ้นเพราะสุดจะทนกับพฤติกรรมของมัน ช่างหน้าด้านหน้าทน เลวเหลือคณา

"ห้องของคุณคนเดียวหรือครับ" แม้จะถูกไล่ แต่อมนุษย์ยังคงเปิดยิ้มอยู่แถมกว้างขึ้นกว่าเดิมเสียด้วย

"ได้ ฉันไปเอง" นายไม่ไป ฉันไปเอง สองขาก้าวเร็วๆไปหน้าประตูห้อง อีกทั้งข้าวของยังไม่เก็บ หยิบเพียงกระเป๋าเงินกับโทรศัพท์มือถือไปเท่านั้น เด็กสาวยอมไปตายดาบหน้าดีกว่าทนหายใจร่วมกับมัน

แรงเหวี่ยงกระแทกร่างบางกระเด็นติดผนังทำให้จุกจนแทบพูดไม่ออก ผู้ล่าย่างสามขุมเข้าหาเหยื่ออย่างใจเย็น ปลายขาสอดแทรกกระแทกส่วนอ่อนไหวพร้อมขยี้ลงเบาๆ

"ปล่อย!!! อะ อือๆ" แรงขยับจากหัวเข่าทำให้เด็กสาวร้องครางเบาๆด้วยไม่คุ้นชินในเพศรสที่ปีศาจหนุ่มกำลังป้อนให้

"เด็กดี แยกขาออก" ปลายขาพยายามหุบหนีแต่ไม่อาจสู้แรงเขา สายตาสาวมองกลับด้วยความชอกช้ำ ทำให้ได้รอยยิ้มหวานหยดโต้กลับมาแทน

สายบราถูกสะกิดปลดลงเผยเนินอกขาวสล้างหลุดเร้นออกมาจากเนื้อผ้า ลิ้นร้อนค่อยๆฉกชิมไล้เลียบนเม็ดบัวสลับไปมาทั้งสองข้าง ความเสียวสะท้านแล่นลงบนใจกลางเนื้อสาวจนทั้งร่างแทบกองลงกับพื้น วูบหนึ่งยังคิดหนีแต่ทว่าริมฝีปากร้อนประกบป้อนลงมาจูบทำให้ลืมสิ้นแล้วทุกอย่าง หมดสิ้นทุกทางออก หมดสิ้นทุกรอยยิ้มและหมดสิ้นหนทาง...รอด!!!

…………………………………………………

นนท์ : 18 + ก็มา ฉบับ Re ฮอตมากครับ ผมยังเขินเลย

นา : ฝีมือ ^___________^

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว