ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 11 ด้ายแดง re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 11 ด้ายแดง re

ผ้าปูที่นอนขาวสะอาดฉีกขาดเป็นริ้วๆ เล็บดำยาวขูดลากเพิ่มความย่อยยับเป็นทบทวี ข้อมือสองข้างรวมถึงขาซ้ายแลขวาถูกเชือกไร้รูปร่างรัดแน่นราวกับมีมือล่องหนยึดฉีกกางไว้ แววตาเด็กสาวสงบนิ่งยามมองจ้องสบตาของอสูรกายตัวร้าย

"ปล่อย เข้ามาแม่จะข่วนให้หน้าแหก" สองสายตาฟาดฟัน คู่หนึ่งสุดแค้นทั้งฉายแววเจ็บช้ำ

"นิ้วไหนสัมผัสหน้าข้า ข้าจะหักมันทิ้ง" อีกคู่แสนหฤหรรษ์ทั้งยังข่มเหงด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจนสาวเจ้าสะดุ้ง

ผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มถูกปลดออกจากบ่ากว้างล่วงหล่นลงพื้น สายตาอสูรหนุ่มร้อนแรงดุจถ่านร้อนมองจ้องเหยื่อนิ่งๆ พร้อมเปิดรอยยิ้มเชือดเฉือน นิ้วมือค่อยๆแกะกระดุมบนเสื้อเชิ้ตทีละแถว ทีละแถว จนเสื้อแขนยาวสีดำเข้มถูกปลดกระดุมครบทุกเม็ดและหล่นมานอนเคียงอยู่กับผ้าคลุมบ่าบนพื้นห้องแสนเย็นเฉียบ

"ไม่ แกไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้ แกมันเลว ปล่อยฉัน" สายตาสาวมองตามรอยยิ้มของเจ้าอสูรร้ายด้วยความหวั่นใจ ชักเริ่มรู้ตัวถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

"พี่หนึ่ง ช่วยด้วย ช่วยสามด้วย อย่านะ ไปให้พ้น คนชั่ว ออกไป" ร้องลั่นหาพี่ชายด้วยความขวัญเสีย เพราะจากท่าทางของเขาทำให้พอเดาได้ว่าเขาคิดจะทำอะไร

"หุบปาก!!!" เสียงรูปซิบกางเกงขายาวพร้อมภาพบัดสีของมังกรตัวอวบทำให้สาวเจ้ากรีดร้องแบบไม่มีเสียงดังเงียบอยู่ในลำคอ ด้วยไม่ว่าตะโกนมากแค่ไหน เสียงที่ออกมากลับเป็นเพียงเสียงกระซิบ แถมไม่ว่าจะดิ้นรนเพียงใดกลับไม่อาจหลุดพ้นจากแรงรัดของเชือกไร้รูปร่างไปได้ ยิ่งดิ้นหนีเท่าใด แรงรัดยิ่งรัดรุนแรงขึ้นเท่านั้น

"อย่าทำฉัน ไม่อย่า" เสียงฉีกกระชากของเสื้อยืดลายการ์ตูนที่สาวเจ้าชอบใส่ยามอยู่ในห้องเป็นคำตอบได้ดี ว่าเวลานี้หมดสิ้นแล้วความปรานี หมดสิ้นแล้วชายใจดี เหลือเพียงอสูรกายใจทรามเพียงเท่านั้น

เสื้อผ้าถูกฉีกขาดทั้งบนและล่างทำให้ใจสาวแสนหวาดหวั่นทั้งยังหวาดกลัว หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความแค้น แค้นที่ทำอะไรไม่ได้ แค้นที่พลาดไปไว้ใจหลงเชื่อมัน

"คนใจสัตว์"

"ผิดแล้วสาม ข้าไม่ใช่คน เด็กดี อ้าขาให้กว้าง" ลิ้นร้อนค่อยๆสัมผัสไล่เลียบนซอกคอเรื่อยๆอย่างช้าๆ

"หากเจ้าอ้าไม่กว้างแล้วจรวดของข้าหลุดกระแทกเจ้าขึ้นมา เจ้าจะท้องหาพ่อไม่ได้"

จากถ้อยคำเป็นการประกาศชัดว่าหากพลาดท้องขึ้นมา ปีศาจหนุ่มย่อมไม่รับเป็นพ่อ

"ฮือๆ พี่หนึ่ง ช่วยสามด้วย ช่วยด้วย ฮือๆ สามกลัว" มันเป็นภาพที่น่าช้ำใจอย่างยิ่งในความคิดของเด็กสาว การกระทำของมันราวกับสัตว์เดรัจฉานก็ไม่ปาน เพราะมังกรร้อนที่ถูไถอยู่นอกเนื้อผ้า ทำให้สาวเจ้ารู้สึกขยะแขยงทั้งอยากจะหุบขาหนี

"อือๆ อือๆ เบาๆ โอ๊ยๆ" สัมผัสขยับเขยื้อนจากกลางหว่างขาทำให้เด็กสาวกัดริมฝีปากแน่น แต่ทว่าด้วยประสบการณ์แสนมากล้นของอสูรหนุ่มทำให้เหยื่อสาวไม่อาจหลุดพ้นจากวังวนของคาวโลกีย์

"เหตุใดข้าต้องเบา เหตุใจข้าต้องฟังเจ้า หือ" เสียงกลั้วหัวเราะดูนุ่มนวลทว่าการกระทำกลับไม่ใช่

ร่างเปลือยหนาวสะท้าน เจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจ แต่ก็ยังดีที่ความบริสุทธิ์ยังไม่ถูกพร่าไป อสูรร้ายทำเพียงล่วงเกินแค่ภายนอกเท่านั้น หยาดน้ำใสไหลรินอาบแก้มยามความคิดนึกย้อนถึงฉากเก่าๆ ฉากของคำพูดจากปากเขา ยามแรกเริ่มสัมพันธ์

"เพื่อน ข้าอยากเป็นเพื่อนกับเจ้า" โกหก

"แหม คุณครับ ผมอยู่คนเดียวมานานมันเหง๊าเหงา โลกของผมไม่มีคำว่าเพื่อน”หลอกลวง

"ผมเลยลงมาที่นี่ อยากลองเรียนรู้มิตรภาพและรักดูบ้าง" ฉันเกลียดนาย ขยะแขยงนาย น้ำใสไหลรินบูชาความโง่งมของตนเอง

"ด่าข้า เกลียดข้า" รอยยิ้มแสยะพร้อมประกายตาลุกวาบทำให้สาวเจ้าสั่นสรรพางค์ทั่วร่าง

"ต้องทำบ่อยๆ เจ้าจะได้จำ จำใส่หัวว่าข้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร ชาวเวทย์ชั้นต่ำเช่นเจ้ากล้าชี้หน้าด่าข้า วอนตาย" เสียงกร้าวตวาดห้วนยามจับความคิดของสาวเจ้าได้ครบทุกคำ

"อย่า ไม่ ไม่!!!" สัมผัสหนักหน่วงกระแทกบนริมฝีปากเรียกเลือดสีสดไหลรินตามรอยแผลปริแตก เป็นการเปิดฉากโหมโรงก่อนพายุแสนสวาทจะพัดกระแทกจนเด็กสาวแทบกระอัก

ในวินาทีหนึ่งสายตาสองคู่มองสบกัน คู่หนึ่งอ้อนวอนขอร้องบอกให้พอแต่อีกคู่กลับหมดสิ้นแล้วซึ่งความปรานีในทุกกรณี ความเอาแต่ใจถูกสอนป้อนเทให้มือใหม่จนร้องลั่นอย่างไร้ยางอาย เส้นทางถูกแบ่งแยกเป็นสองสายไร้สิ้นการบรรจบ ไร้สิ้นความผูกพัน

"หนี ต้องหนี" เพราะการกระทำของเขามาจากความเอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว ทั้งใจร้ายไม่เห็นหัวกัน ทำให้เด็กสาวเริ่มคิดหนีอีกรอบแต่อนิจจาเพียงแค่คิดกลับถูกกระแทกย้ำๆจนความคิดเริ่มพร่าเลือนไม่ปะติดปะต่อ ทั้งค่อยๆเลือนหายไปในที่สุด

"ชั่ว ใจร้าย ละ…เลว" อสูรหนุ่มยังคงเล่นสนุกกับของเล่นชิ้นงามอย่างไม่รู้เบื่อ ได้เพียงแค่หวังว่าทางรอดคงมีสักวัน

"อ่า อือ อือ เบาๆ พอแล้ว อ่า อือๆ" เสียงที่ถูกคืนกลับมาให้ทำให้เด็กสาวร้องลั่นอย่างลืมอาย วูบหนึ่งของความคิด ความรู้สึกผิดหวังเข้าปะทะครอบคลุมทั้งดวงใจ ผิดหวังที่เคยเชื่อใจ ผิดหวังที่เคยแอบไปรัก ผิดหวังกับอมนุษย์ตรงหน้าเหลือเกิน

"กล้าด่าข้า ต้องโดนดี" แรกขยับด้านล่างรุนแรงขึ้นตามคำปากดีของเด็กสาว ยามนี้อสูรหนุ่มไม่สนแล้วว่านางเป็นมนุษย์หาใช่ปีศาจสาวจากแดนมรณะ จำพวกร่างกายแข็งแรงที่อดทนกับบทรักแสนเร่าร้อนของตนไหว

"อย่า พอ โด้โปรด มันเจ็บ โอ๊ย ฮือๆ พี่หนึ่งจ๋าช่วยสามที ฮือๆ" เพลิงสวาทที่มากเกินกำลังทำให้เด็กสาวสลบพับหมดแรงกองกับอก

เชือกไร้รูปร่างคลายปมด้วยตัวเองเมื่อตอนย่ำรุ่ง สัมผัสบนกลีบดอกไม้ทั้งเจ็บแสบและปวดหน่วงๆ เด็กสาวขยับกายลากสังขารไปทางห้องน้ำ สองมือพยายามขัดถูร่องรอยคราบคาวโลกีย์ออกจากเรือนกายพร้อมกับหยาดน้ำตาไหลปริ่มอาบแก้ม

ขาสองข้างสั่นไหว ส่วนมือน้อยพยายาม ฟอก ขัด ถูจนผิวขาวๆขึ้นรอยแดง ด้วยต้องการลบสัมผัสแสนรังเกียจให้หายสิ้นทำให้แรงมือยิ่งขัดฟอกผิวตนแรงขึ้นๆ

"รังเกียจผัวข้ามคืนหรือ" ร่างอสูรร้ายปรากฎขึ้นราวภูติผีตรงข้างฝักบัวที่สาวเจ้ากำลังจะสอดเก็บ

"แกไม่ใช่ผัวฉัน ออกไป ไป!!!" เสียงเด็กสาวไล่ส่งพร้อมมองกลับด้วยสายตาเจ็บช้ำ

"นี่ผัว จำใส่หัวให้แม่น" สายตานิ่งๆพร้อมถ้อยคำเอาแต่ใจของเขาทำให้เด็กสาวกระเถิบตัวชิดกำแพง

"อย่า!!! อย่าทำฉัน ออกไป ไม่เอาแล้ว มันเจ็บ" เนินเนื้อยังเจ็บอยู่จากการกระทำรุนแรงของเขาและยังไม่พร้อมที่รองรับศึกหนักอีกยก

"พี่หนึ่งจ๋า สามเจ็บ ฮือๆ พี่หนึ่ง" เพราะยังเจ็บไม่หายจากการกระของเขาทำให้เด็กสาวร้องลั่นด้วยความขวัญเสีย ทั้งยังส่งเสียงร้องหาที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวด้วยความหวัง

"ผัวยืนหัวโด่ ยังเรียกหาชู้ หากไอ้หนึ่งออกมา ข้าจะฆ่ามันทิ้ง" สายตามรกตวาบวับยามได้ยินสาวเจ้าเรียกหาชู้เพราะตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ยามลงโทษให้หลาบจำ เมียหมาดๆกลับเรียกหาแต่ไอ้หนึ่ง

"..." คำขู่ฆ่าพี่ชายทำให้คนเป็นน้องสาวถดตัวเข้าหากำแพงมากยิ่งขึ้น

"ปากดีสักอีกรอบจะได้เจอดี หันก้นมา" คำสั่งมาพร้อมกับแรงกดบังคับบนข้างเอว

"..." แม้ไม่พูดจาแต่สาวเจ้าพยายามสั่นหน้าหนี ไม่เอาแล้ว รับไม่ไหว ได้โปรดอย่าทำอีกเลย ฉันเจ็บ

"อยู่นิ่งๆ อ้าขาออก" แรงที่มากกว่าทำให้ปีศาจหนุ่มเอาแต่ใจจนได้ สัมผัสบนเนื้อสาวเย็นวาบด้วยปลายนิ้ว การกระทำเรทเกินจะรับทำให้เด็กสาวหลับตาปี๋ ยกสองมือแนบกำแพง หันก้นเข้าหาร่างเขาด้วยความอดสู หยาดน้ำตาไหลรินปริ่มขอบตารอรับชะตากรรมด้วยใจสุดบอบช้ำไม่มีชิ้นดี

สัมผัสเย็นๆบนเนินน้องค่อยๆไล่ความเจ็บปวดหน่วงๆมลายหาย กระแสพลังแห่งชีวิตกำลังรินไหลรักษาความบอบช้ำทีละจุด ซึ่งครั้งนี้อสูรหนุ่มใส่เปอร์เซ็นต์การรักษาให้เต็มร้อย

ดวงตากลมโตแอบเหลือบมองใบหน้าคุณหมอพร้อมรอยริ้วแก้มขึ้นสี เขาช่วยเราทำไม ทั้งที่เมื่อคืนยังกระทำราวกับเราไม่ใช่คน เหตุใดทำร้ายกันแล้วเอามารักษาหรือคิดเลี้ยงเราให้ตายใจ หลอกใช้ตลบหลังเราเหมือนเคย

"แม่คนช่างคิด" ช่างหนุ่มยิ้มเย้า หยุดมือเพียงครู่ก่อนส่งพลังชีวิตแห่งชีวิตรักษาให้เหมือนเคย

"หากเจ้าไม่ด่าข้า ไม่เพิ่มโทสะข้า เจ้าจะโดนเช่นนี้ไหมครับ" โยนความผิดให้กันซึ่งหน้า หากเป็นแต่ก่อนสาวเจ้าคงเถียงไม่ตกฟาก แต่จากการกระทำขืนใจของเขาเมื่อคืนวานทำให้เด็กปากดี สงบปากสงบคำมากขึ้น

"เจ้ารู้ตัวดี เจ้าสู้ข้าไม่ได้ เหตุใดไม่โอนอ่อน สักแต่มุทะลุแล้วเจ้าจะรอดหรือสาม" เหตุใดถึงกลับกลายเป็นการถูกสอนสั่ง เด็กสาวยังฉงน

"..."

"ฉันจะรอดหรือไม่รอด มันไม่เกี่ยวกับนาย ไม่ดีหรือไง ฉันจะได้ล่มจมสมใจนาย นายอยากให้พวกชาวเวทย์พินาศอยู่แล้ว เพิ่มฉันอีกสักคนจะเป็นไรไป" ชักเริ่มมีสติว่าเปิดเผยเนื้อตัวทุกสัดส่วนทำให้เด็กสาวรีบคว้าผ้าขนหนูมาห่มคลุมร่าง

"ข้าเคยพูดหรือ ข้าจะทำกับคนที่รอข้ากลับบ้านได้อย่างไร" น้ำคำของเขาพร้อมรอยยิ้มแสนหวานทำให้ใจสาวเต้นระทึก

"ใครรอนาย ไม่มีใครรอนาย มีแต่คนสาปแช่งนาย ขอให้นายไม่มีความสุขในชีวิต" เด็กสาวพยายามควบคุมหัวใจไม่ให้หลงเพลิดเพลินไปกับเขา เขาคือตัวอันตรายล่าชีวิตของผู้อื่นเป็นผักเป็นปลา คนใจร้าย

"ข้าจำได้ เจ้ารอข้า รอข้ากลับบ้าน" คำหลังทอดอ่อนทั้งสบตาเปิดเปือยความรู้สึกที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า ยามนี้ดวงตาของตนมองสาวชาวเวทย์ด้วยแววตาเช่นไร

"ฉันจะไม่หลงกลนายอีก" ใช่ ฉันจะไม่หลงกันมันเพราะมันไว้ใจไม่ได้ ทั้งชั่วร้าย อำมหิตเลวทรามหาความดีไม่เจอ เราต้องหาทางหนีให้พ้นจากมัน

"เชิญครับ หากเจ้าไม่กลับห้องก่อนตะวันตกดิน เจ้าจะหนาวตายอยู่สักที่ ดียิ่ง ข้าจะรอสาม" อสูรหนุ่มเปิดรอยยิ้มการค้าเชื้อเชิญชักชวนเข้าเป็นพวก

"ข้าจะคอยเตรียมจัดงานต้อนรับเจ้าเข้าสังกัดภูติผีวิญญาณของข้า" จบสิ้นคำขู่พร้อมร่างหนุ่มหายวับไปกับตาและกลุ่มขนลุกพรึบพรับบนร่างสาวในปมผ้าขนหนู

ทุกๆเช้ารถสปอร์ตคันงามจะคอยตามรับรอส่ง แต่ในเวลานี้กลับต้องใช้บริการจากรถประจำทางแทนที่ เปรียบเสมือนเป็นการเริ่มต้นจากสภาพความเป็นจริงหาใช่ละครสร้างภาพอย่างที่เคยเจออยู่ทุกวัน

"สามไปห้องพยาบาลเถอะ" เพื่อนข้างกายมองเป็นห่วง ก็จะไม่ให้ห่วงได้อย่างไร หน้าเพื่อนซีดจัด ทั้งยังดูไร้เรี่ยวแรงคาดว่าอีกไม่นานคงได้ล้มเป็นแน่

"ไม่" น้ำเสียงห้วนเข้มส่งเสียงปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าหากหลบอยู่ห้องพยาบาลย่อมไม่พ้นมือมัน ดีไม่ดีอาจถูกกระทำเพิ่มอีกเสียด้วย อีกทั้งความไร้เรี่ยวแรงในวันนี้ย่อมมาจากฝีมือของมัน

แม้จะไม่รุนแรงเหมือนคืนแรกแต่ความเอาแต่ใจของอสูรหนุ่มมักทำให้เด็กสาวนอนดึกอยู่ทุกวันจนสภาพร่างกายเริ่มรับไม่ไหว ทำให้ออกอาการในวันนี้

"แต่ สาม" คนนั่งเคียงยังคงเป็นห่วง พยายามโน้มน้าวเพื่อนด้วยสายตาวอนขอ

"ค่ะ แม่บัวขาว เดี๋ยวเรากลับไปนอนสักตื่นคงดีขึ้น" ตัดบทรีบรวบรัดจบความเพราะเริ่มปวดหัวจนแทบจะทนไม่ไหว

เด็กสาวเดินไปลาป่วยกับคุณครูตรงหน้าห้องเรียน ครั้นได้รับคำอนุญาตให้กลับบ้านได้ สองขาจึงก้าวอย่างว่องไวมุ่งหน้าไปทางป้ายรถเมย์ยริเวณหน้าโรงเรียน

"ต้องนั่งรถเมย์อีกแล้ว" บ่นรำพึงเบาๆกับตนเอง แรงก้าวขาค่อยๆผ่อนกำลังลงทุกที แค่อีกนิดจะก้าวขาไปถึงเก้าอี้นั่งพักคอยรอรถ แค่อีกนิด อีกนิด มึนหัวเหลือเกิน...ตุบ!!! ร่างสาวหมดสติล้มคลุกฝุ่นไปกับพื้นและปลายนิ้วก้อยข้างซ้ายปรากฏเส้นด้ายสีแดงขึ้นสายหนึ่ง เส้นทางลากโยงเกี่ยวเชื่อมกับนิ้วก้อยขวาของร่างหนึ่งที่กำลังเดินใกล้เข้ามา พันธสัญญาแห่งอดีตกาลผูกพันก่อร่างมาเนิ่นนาน ยามนี้เวียนมาบรรจบจนพบเจอกัน

ฝีเท้าหนักย้ำเข้าเขตมัธยมปลายของมัธยมศึกษาปีที่สี่ กวาดสายตามองหาเหยื่อพร้อมสมองคิดแล่นถึงแผนการกลั่นแกล้งเป็นสิบเป็นพัน รอยยิ้มสมใจสว่างวาบยามนึกถึงช่วงกลางคืนของคืนวาน เพราะยามเด็กสาวถึงฝั่งฝันเป็นใบหน้าที่อสูรหนุ่มจำติดตา ทั้งยังชอบมองอีกเสียด้วย แก้มแดง ริมฝีปากแดงระเรื่อพร้อมเสียงร้องยามรองรับข้าทำให้ไม่อาจห้ามใจหยุดรังแกร่างลงได้ ใจร่ำๆจะสอดมังกรร้อนเข้าพิชิตแต่ภารกิจใจอุ้งมือทำให้ต้องยอมหักใจ เพราะเด็กสาวจำต้องผุดผ่องสดสะอาดถึงจะใช้งานได้อย่างเต็มที่ หากถูกพร่าพรหมจรรย์ไปมันย่อมเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

อสูรหนุ่มจึงยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน พลางแอบคิดไปถึงอนาคตเชียวว่าหากงานเสร็จคราใด จะฉุดลากเหยื่อสาวไปบำรุงบำเรอยังมรนาการ พอเบื่อเมื่อใดค่อยไสหัวมันออกมา ไม่ก็เชือดมันทิ้งแล้วค่อยจับกินเข้าไปทั้งตัว

"ทำอะไรดี ลากไปลองเตียงในห้องพยาบาลสักยก ท่าจะมันส์" เสียงหัวเราะอันตรายดังเงียบเพียงในลำคอพร้อมความคิดแสนสัปดน

"พี่นากิมคะ" ดวงตาคมเหลียวมาจับจ้องมองหน้าคนเรียกชื่อ แววตาสีน้ำตาลเข้มอมดำหรี่ลงนิดๆเพราะกำลังใช้ความคิดอยู่ว่า นางผู้นี้เป็นใคร

"ครับ" ใช่ นางเป็นเพื่อนของเหยื่อ เพื่อนเพียงคนเดียวในสถานที่แห่งนี้เพราะข้าเป็นคนทำให้มนุษย์ทุกตนตัดขาดจากนางเองกับมือ

วิธีการย่อมแสนง่าย เพียงใช้ข่าวลวงไปว่ามีคนตามตอแยจนรู้สึกอึดอัดไม่ชอบใจ แค่เพียงเท่านั้น พวกมนุษย์หน้าโง่จึงจัดการตัดขาดเหยื่อของข้า ทั้งยังชักจูงเพื่อนๆในห้องให้เกลียดตามไปด้วย จะว่าชักจูงคงไม่ใช่น่าจะเป็นใช้อำนาจบังคับเสียมากกว่าแต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด แค่ผลงานออกเป็นที่น่าพอใจ ย่อมเพียงพอ

ทว่าอำนาจของกลุ่มสาวในสังกัดกลับใช้กับคนตรงหน้าไม่ได้ เพราะเธอเป็นถึงคนใหญ่ คนโต มีอำนาจควบคุมโรงเรียนทางเบื้องหลัง อำนาจกระจอกๆจึงทำอะไรเธอไม่ได้สักทาง

"สามกลับไปแล้วค่ะ"

"..." หลังฟังคำจบทำให้อสูรร้ายชะงักไปพักหนึ่ง แววตากดลึกคล้ายเด็กถูกขัดใจ

"ครับ" หมุนเท้ากลับออกจากอาคารพลางเริ่มเร่งฝีเท้าก้าวเร็วยิ่งขึ้นตามอารมณ์สุดร้อนระอุ ไปไหน เหยื่อของข้าหายไปไหน

"พี่นากิมคะ" เสียงหวานออเซาะพร้อมสัมผัสพุ่งเข้ามาเกาะเบียดนมเข้ากระแซะ แม่พีชลูกหวานเกาะแขนออดอ้อนทำให้ใบหน้าหวานๆดูน่ามองยิ่งขึ้นไปอีก

"ครับ" น้ำเสียงไร้อารมณ์ตอบกลับเพียงเท่านั้น ดูท่าใบหวานกับนมคัพซีคงคว้าใจอสูรโหดไม่อยู่เสียแล้ว

"จะไปไหนคะ" พีชลูกงามสวยอวบหวานน่าชิม ทว่าในสายตาของคนเคยชิมกลับมองน้องพีชลูกอวบเป็นเพียงแค่ของเก่าที่ต้องโละทิ้ง เพราะพีชรสหวานถูกกินซ้ำๆจนหมดกากน้ำตาล ดูไร้ราคาไม่น่าลงลิ้นลิ้มลอง

"ห้องน้ำครับ" ปลดแขนงามออกจากต้นแขน ทั้งก้าวยาวๆเดินแยกจากมา

"น่ารำคาญ" หากแม่พีชลูกหวานได้ยินคำหลังคงช้ำชอกน้ำตาแตกเป็นแน่

ความรู้สึกคราแรกคือสัมผัสของไอเย็นทาบทับบนหน้าผาก สายตากวาดมองไปรอบๆจนพบกับห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าและเพดานสีขาวสะอาด บนเพดานด้านบนมีปลาตะเพียนหลายตัวถูกร้อยเอาไว้ด้วยเชือกสีสนิม ตัวปลาค่อยๆแกว่งโอนเอนเคลื่อนไหวตามแรงลมที่พัดลอดเข้ามาทางบานหน้าต่าง ทำให้ไม่ต้องใช้แรงงานพัดลมตัวเล็กที่ถูกปิดสวิตช์นิ่งเงียบอยู่ข้างกาย

"ที่ไหน" ดังแผ่วๆทั้งยังไร้เรี่ยวแรง คอสาวแห้งผากเริ่มกระหายน้ำ

"คุณฟื้นแล้ว น้ำครับ" รอยยิ้มอบอุ่นจากคนข้างเคียง แว่นตากระชับรับกับใบหน้ารวมกับริมฝีปากอ่อนนุ่มประกอบกับรอยยิ้มแสนเป็นมิตรทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายเบาๆ

"ที่ไหนคะ" จิบน้ำอุ่นและเงยหน้าขึ้นมายิ้มตอบเพราะรู้สึกอบอุ่นใจยามมองหน้าเขา ทั้งยังรู้สึกผูกพันแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก

"ห้องผมเองครับ ขอโทษด้วยที่พามาโดยพลการ ผมเห็นคุณหมดสติอยู่บนถนนแถมตัวคุณยังร้อนมาก เลยถือวิสาสะพาคุณมาที่บ้านก่อน รอคุณฟื้นแล้วเราค่อยไปหาหมอกันนะครับ"

“ดีเลย ไปคลีนิคกันเถอะครับ เวลานี้คงยังไม่ปิด" เปิดรอยยิ้มอบอุ่นเชิญชวนทำให้หญิงสาวรู้สึกสบายใจ ทั้งยังอุ่นใจยามอยู่ใกล้ๆเขา

"อ๋อ ฟื้นแล้วดีเลยครับ นี่ครับยา คุณทานสองเม็ดก็พอ ดื่มน้ำเยอะๆด้วยครับ"

"แค่ทานยาก็พอค่ะอย่าให้ถึงหมอเลย" เด็กสาวชักรู้สึกเกรงใจและซึ้งใจในความมีน้ำใจของผู้มีคุณ

"แต่ว่า"

"..." แววตาแห้งพาดเบือนมาสบ บอกถึงความดื้อดึง

"ครับ ได้ครับ ผมขอตัวไปทำงานพิเศษก่อน แล้วจะเอาดอกไม้มาฝากนะครับ" ชายหนุ่มพูดยาวโดยไม่หยุดพักหายใจ

“ดอกไม้” ความสงสัยในแววตาของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มเปิดยิ้มเชิงอวดๆก่อนอธิบายต่อพร้อมรอยยิ้ม

“ครับ ผมทำงานอยู่ร้านขายดอกไม้ทางหัวมุมถนนนี่เองครับ แย่แล้ว สายแล้ว ไปก่อนนะครับ” ยังไม่ทันกล่าวคำขอบคุณ ชายหนุ่มน้ำใจงามกลับลับหายไปเสียแล้ว

.......................................

แก้คำผิดแล้ว ^^

สาม : อยู่ด้วยแล้วอุ่นใจเหลือเกิน น้องนนท์จ๊า

นนท์ : จ๊า เขินนะครับ อิอิ จีบได้เอา Line ไปเลยครับผม

นา : คิดกินเด็กรึไง ข้าป้อนให้ไม่อิ่มใช่ไหม ฮ่ะ!!!

สาม : ฉันเกลียดแก ชัดนะ

นา : มาลองดูสักทีว่าหยุดเกลียดข้าที่น้ำไหน จะเอาให้จำ

สาม : ไม่นะ พี่หนึ่งช่วยสามด้วยยยย (วิ่งหนีสุดชีวิต)

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว