ปมรักซาตาน

บทที่ 5.1

บทที่ 5

วันรุ่งขึ้นลูซิเฟอร์อาสาพาเด็กชายพีรวิทย์ไปส่งที่โรงเรียนและแวะส่งภรรยาที่ร้านดอกไม้ แม้ว่าพราวฟ้าจะไม่เต็มใจนักหากก็ไม่กล้าจะขัดใจคุณยายนวลจันทร์ที่เอ่ยปากสนับสนุนเต็มที่ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการดีที่ทั้งสองจะได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ซึ่งคนที่ดูจะดีใจจนออกนอกหน้าเห็นจะไม่พ้นเด็กชายตัวน้อยที่ขอจับมือแด็ดดี้กับคุณแม่คนสวยไว้คนละข้าง ก่อนจับจูงเดินเข้าไปในโรงเรียนเพื่ออวดเพื่อนๆ ว่ามีคุณพ่อที่หล่อเลิศกว่าใครๆ

กว่าจะแยกตัวจากลูกมาได้ก็เล่นเอาพราวฟ้าต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่อ เพราะทั้งเหนื่อยกับการปั้นหน้ายิ้มกับคุณครูและเพื่อนของลูก แล้วยังต้องมานั่งลุ้นจนตัวโก่งเนื่องจากกลัวว่าลูซิเฟอร์จะโพล่งขึ้นมากลางอากาศว่าไม่ใช่พ่อ ดีแค่ไหนที่สองหนุ่มหล่อต่างวัยทั้งสองหน้าตาออกไปโทนเดียวกัน

‘โทนเดียวกัน’

คิ้วเรียวกระตุกเข้าหากแน่นแล้วเหลียวไปมองคนขับรถรูปหล่ออย่างพิจารณาให้ถ่องแท้ เธอเคยคิดเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็สลัดมันทิ้งไปจนมานั่งไตร่ตรองอีกครั้ง

“มีอะไร” คนถูกจ้องถามขึ้นเสียงเรียบ

“เปล่าค่ะ”

เธอตอบแล้วเบือนหน้าไปมองทางกระจกด้านข้างเหมือนเดิม พยายามจะไม่คิดไปในทางที่เป็นไปไม่ได้ โลกคงไม่กลมขนาดให้พ่อลูกมาเจอกันแล้วไม่รู้ว่ามีความสัมพันธ์กันหรอก ชีวิตจริงไม่ใช่นิยายน้ำเน่าที่เหนือความจริง เธอคิดพลางส่ายหน้าไปมาก่อนจะเบิกตาโตกับป้ายตัวหนังสือสีเงินขนาดใหญ่ ‘โรงพยาบาล’

“คุณมาทำอะไรที่นี่” พราวฟ้าหันไปถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นเขาเลี้ยวรถเข้าไปใช่ขับผ่าน

“พามาตรวจครรภ์แล้วก็ตรวจร่างกายว่าพร้อมสำหรับการมีบุตรหรือเปล่า”

พราวฟ้าถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่คิดว่าเขาจะใช้ไม้นี้ หญิงสาวพยายามจะบอกว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ลูกของใครทั้งนั้น หากแต่เขาไม่ฟังเพราะต้องการให้หมอตรวจเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะลากร่างบางเข้าไปในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีรายชื่อของผู้ร่วมหุ้นรายใหญ่เป็นเพื่อนสนิทของเขาเอง

ทันทีที่ประตูถูกผลักเข้าไปยังห้องผู้บริหารของโรงพยาบาล เจ้าของห้องสุดหล่อก็หันกลับมายิ้มให้หลังจากยืนทอดอารมณ์คอยจนตาจะปิดอยู่แล้ว ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาอ่อนจ้องมองร่างบอบบางที่เพื่อนรักโอบประคองไว้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะยิ้มกว้างอย่างถูกใจ

“ว่าไงลูซ แหม...ภรรยาสวยมากเลยนะ โทษทีที่ไม่ได้ไปร่วมงานแต่ง บังเอิญเพิ่งกลับมาจากการไปสัมมนาที่เยอรมัน”

ณภัทร เดินเข้ามาตบไหล่ของเพื่อนรักอย่างหยอกเอินแล้วจึงโค้งตัวลงเพื่อเป็นการทักทายสาวสวยที่ยืนนิ่งข้างกายคนตัวโต

“สวัสดีครับคุณพราวฟ้า”

“สวัสดีค่ะ”

พราวฟ้ายิ้มรับอย่างเป็นมิตร เธอไม่สงสัยเลยสักนิดว่าทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงได้รู้จักชื่อเธอ เมื่อคนข้างกายตั้งใจกับการพาเธอมาตรวจร่างกายอยู่แล้วคงนัดแนะกับหมอไว้เรียบร้อย แถมหมอที่ว่าดันเป็นถึงระดับผู้บริหารอีกต่างหาก

“เรื่องที่โทร. มาบอกน่ะเตรียมพร้อมหรือยัง”

ลูซิเฟอร์ไม่คิดเสียเวลา เมื่อเห็นเพื่อนตัวดีกำลังมองสำรวจภรรยาของเขาชนิดจะให้ทะลุไปถึงเนื้อใน กำปั้นหนักๆ จึงสวนเข้าที่หน้าท้องของณภัทรอย่างจัง

“เออๆ แหมบอกว่าไม่สนใจแต่หวงใช้ได้เลยนะ” ณภัทรยืดตัวขึ้นจากอาการตัวงอเพราะจุกเสียด แล้วเอียงคอกระซิบกระซาบแซวเพื่อนรักเสียงแผ่วให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“ก็ในเมื่อเขาเป็นเมียฉัน ต่อให้ไม่รักก็ถือว่าเป็นสมบัติของฉัน ใครหน้าไหนก็ห้ามยุ่งไม่เว้นแม้กระทั่งแก”

“งั้นเชิญทางนี้เลยครับคุณเพื่อนบังเกิดเกล้า” ณภัทรผายมือไปยังอีกห้องหนึ่งซึ่งดูจากภายนอกก็มั่นใจเลยว่าต้องพร้อมสรรพไปด้วยเครื่องมือสารพัดเกี่ยวกับทางการแพทย์ที่ทันสมัย

“ไปเถอะ”

“คุณลูซ”

พราวฟ้าพยายามขืนตัวไว้ เพราะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ลูซิเฟอร์จะทำอะไรกับเธอบ้าง เขาจะให้ตรวจเพียงแค่การตั้งครรภ์เท่านั้นหรือ หญิงสาวคิดแล้วส่ายหน้าไปมากับแผงอกกว้างที่ถูกเจ้าของอกใช้มือกดจนใบหน้าของเธอแนบชิด มันให้ความอบอุ่นอย่างประหลาด ยิ่งกับน้ำคำอ่อนโยนที่ปลุกปลอบให้คลายความกังวลนั้นด้วย ทว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ช่วยอะไรพราวฟ้าได้มากเท่าที่ควร

สุดท้ายเธอก็ต้องทำตามที่คนน่ากลัวราวกับซาตานต้องการอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยมีเพื่อนของเขากับแพทย์หญิงและพยาบาลอีกหนึ่งคนคอยสั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาไปถึงครึ่งวันและพราวฟ้าไม่มีสิทธิ์ได้แวะไปที่ร้านดอกไม้ของเธอเลย ประจวบเหมาะกับที่เป็นช่วงพักกลางวันพอดีทำให้ลูซิเฟอร์ชักชวนให้คุณหมอณภัทรไปทานอาหารด้วยกัน แล้วยังกลับมาคุยงานเกี่ยวกับธุรกิจกันต่อโดยมีพราวฟ้านั่งฟังอยู่เงียบๆ

กระทั่งถึงเวลาที่บุตรชายเลิกเรียน ทำให้ลูซิเฟอร์ต้องขอตัวกลับไปพร้อมกับร่างบอบบางที่ปั้นหน้ายากยิ่งเมื่อถูกคนเป็นสามีแสดงความรักด้วยการจูบแก้มต่อหน้าเพื่อนรัก

ลูซิเฟอร์ค่อนข้างจะพอใจเป็นอย่างมากกับผลการตรวจที่คาดหวังไว้แต่แรก ส่งผลให้เขาอารมณ์ดีกว่าปกติ ถึงขั้นพาเจ้าตัวแสบไปทานขนมและซื้อของเล่นให้จนขนกลับบ้านแทบไม่หมด ซึ่งนับวันเขาจะผูกพันและเอ็นดูลูกของภรรยามากขึ้นจนอยากจะเอามาเป็นลูกของตัวเสียเอง ติดอยู่ที่กลัวพ่อเด็กตัวจริงจะมาทวงคืน

ชายหนุ่มเอ็นดูและหลงรักเด็กน้อย ถึงขนาดรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปนั่งเล่นของเล่นด้วยกัน กระทั่งถึงเวลารับประทานอาหารเย็นก็ยังเป็นคนอุ้มลงไปด้านล่างอีกด้วย

สร้างความแปลกใจให้กับพราวฟ้าเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่ที่ชายหนุ่มเผยธาตุแท้ออกมาก็น่าจะผลักไสไล่ส่งพีรวิทย์ ไม่ใช่เอาอกเอาใจเหมือนอย่างปกติ แต่แล้วเธอก็คิดได้ว่าลูซิเฟอร์คงคิดสร้างภาพกับเด็กอีกตามเคย เหมือนอย่างที่ขยันสร้างภาพให้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านได้เห็นนั่นแหละ

ส่วนทางด้านคุณนวลจันทร์นั้นถึงกับยิ้มไม่หุบกับความน่ารักของพ่อลูกคู่วุ่น ดูไปดูมาหลานกับเหลนก็หน้าตาคล้ายกันจนอาจจะเรียกว่าถอดแบบกันมาราวกับพิมพ์เดียว มันคงเป็นเรื่องบังเอิญบวกกับความกลมกลืน ท่านคิดแล้วเลิกใส่ใจก่อนก้มหน้าถามไถ่เด็กชายตัวน้อย

“อร่อยไหมน้องพอร์ช อยากทานอะไรอีก เดี๋ยวทวดตักให้”

คุณนวลจันทร์เอ่ยถามด้วยความเอ็นดู วันนี้เด็กชายพีรวิทย์นั่งคั้นกลางระหว่างท่านกับลูซิเฟอร์ ขณะที่พราวฟ้านั่งอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งปกติแม่กับลูกจะนั่งฝั่งเดียวกัน แต่เพราะลูซิเฟอร์เป็นคนจัดแจงให้เด็กชายนั่งข้างตนทำให้ใครต่อใครไม่กล้าจะขยับปากท้วง โดยเฉพาะกับคนเป็นแม่ที่ได้แต่นั่งมองจนมือแทบไม่ได้ตักอาหารเข้าปาก

“เอาไก่ทอดครับ คุณลุงหยิบให้พอร์ชได้ไหมครับ”

พีรวิทย์อ้อมแอ้มบอกเสียงอ่อย เมื่อเงยหน้าไปมองมารดาแล้วนึกได้ถึงคำสั่งที่ถูกกำชับไว้ แม้จะเผลอเรียกหลายครั้งแต่ก็โดนดุทุกครั้งร่ำไป

“ได้สิครับ แต่เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อครู่เรียกว่าอะไรนะ” มือที่ยื่นไปจะตักชิ้นไก่ทอดให้เจ้าตัวเล็กชะงักอยู่ท่านั้น หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นแล้วหันขวับมามองคนที่เรียกว่าลุงด้วยความงุนงง

“คุณลุง น้องพอร์ชเรียกลูซว่าลุง” คุณยายนวลจันทร์บอกแล้วหัวเราะคิก เพราะดูจากสีหน้าของหลานชายเหมือนจะไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

“ใครบอกให้เรียกแบบนี้” ชายหนุ่มหันไปมองเจ้าของคำสั่งแล้วตวัดดวงตาคมดุใส่

“พราวคิดว่ามันไม่เหมาะ” เจ้าของคำสั่งบอกเสียงราบเรียบ ใบหน้างดงามเงยขึ้นเพื่อจะมองหน้าคนตรงข้ามอย่างเต็มตา

“คุณเป็นคนที่ถูกเรียกหรือไงพราวฟ้า ถึงมาตัดสินว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ จำไว้ว่าผมเป็นคนที่มีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้”

“แต่น้องพอร์ชเป็นลูกของพราว”

หญิงสาวเปิดปากเถียงอย่างไม่ยอมความ มือบางทั้งสองข้างกำช้อนกับส้อมไว้จนเกร็ง ริมฝีปากสวยเม้มแน่นด้วยความขัดใจที่ถูกจ้องมาด้วยสายตาที่เหมือนจะตำหนิทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด

“ตอนนี้ผมเป็นสามีคุณ เท่ากับน้องพอร์ชเป็นลูกของผมด้วย ดังนั้นผมมีสิทธิ์ในตัวแก”

“คุณลูซ!”

“พอลูกพอ หยุดทั้งคู่เลย สงสารน้องพอร์ชบ้าง จะมาทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ทำไม นี่ต่อหน้าคนที่เรียกว่าลูกเลยนะ”

คุณนวลจันทร์ซึ่งเห็นท่าไม่ดีรีบเอ่ยห้ามทันควันก่อนจะมีการลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้น เมื่อเห็นว่าพราวฟ้าทำท่าจะลุกขึ้นเพื่อเอาเรื่อง ลูซิเฟอร์

ขณะที่เด็กชายพีรวิทย์เงยหน้ามองผู้ใหญ่ทั้งสามสลับกันไปมาอย่างไม่เข้าใจ สองมือน้อยจับที่เบาะของเก้าอี้แล้วทำท่าจะกระโดดลงไปหามารดา หากแต่ลูซิเฟอร์รีบจับร่างเล็กขึ้นมานั่งบนตักเสียก่อนพลางมองไปยังหญิงสาวด้วยสายตาตำหนิอีกครั้ง

พราวฟ้าเมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวระคนไม่เข้าใจของบุตรชายก็เริ่มอ่อนลง ขยับตัวนั่งในท่าหลังตรงอย่างเสียไม่ได้ แต่ยังไม่วายจะส่งค้อนขวับให้คนที่อยากทำหน้าที่พ่อ

“พราวขอโทษค่ะ”

คุณนวลจันทร์ถอนใจเบาๆ อย่างโล่งอก ผิดกับลูซิเฟอร์ที่ยิ้มเยาะใส่ภรรยาประหนึ่งว่าเขาเป็นฝ่ายชนะ

“แล้วนี่ลูซจะกลับฝรั่งเศสเมื่อไรล่ะลูก” เมื่อทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ คุณนวลจันทร์จึงเปลี่ยนไปถามถึงเรื่องงานของหลานชายแทน

“ผมลาพักร้อนสองเดือนครับ” คนที่กำลังตักอาหารเข้าปากเจ้าตัวเล็กเอ่ยบอกเสียงราบเรียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปตักอาหารใส่จานตัวเอง

“แล้วใครดูงานทางโน้นแทนล่ะลูก อเล็กซ์ก็มากับหลาน”

“ผู้ช่วยผมครับ แต่ผมก็ไม่ได้ปล่อยงานทิ้งหรอกครับ ผู้ช่วยของผมจะรายงานความเคลื่อนไหวมาให้รู้ตลอด หากมีปัญญาที่แก้กันไม่ได้ผมก็จะบินกลับไปจัดการเองครับ”

คุณนวลจันทร์พยักหน้าเข้าใจขณะใช้สายตามองสองพ่อลูกจำเป็นที่ต่างเอาอกเอาใจกันอย่างน่ารัก แต่พอหันไปชำเลืองมองคนเป็นแม่ก็เห็นทำหน้าบึ้งตึงจนแทบไม่อยากเชื่อว่านั่นคือพราวฟ้า สาวน้อยแสนอ่อนหวานที่บัดนี้สวมบทโหดเสียอย่างนั้น

‘เรื่องนี้จะจบสวยไหมนี่’ คุณนวลจันทร์อดไม่ได้ที่จะถามตัวเองในใจและปรายตามองสองฝั่งของโต๊ะอาหารด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะหาทางให้สองหนุ่มสาวปรองดองกันได้บ้าง

“ก็ดีลูก เพราะลูซจะได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ลูซจะได้มีเวลาพาหนูพราวไปฮันนีมูนด้วยไงจ๊ะ หรือถ้าเวลาไม่พอก็พาไปฮันนีมูนที่ฝรั่งเศสก็ได้นะลูก”

“เพื่อสิ่งที่ยายต้องการจะได้สำเร็จโดยไวใช่ไหมครับ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ” ลูซิเฟอร์สวนขึ้นทันควันด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย

คุณนวลจันทร์ถึงกับไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว นึกแปลกใจกับพฤติกรรมที่พลิกไปพลิกมาของลูซิเฟอร์ เพราะเมื่อตอนงานแต่ง พ่อหลานชายดูไม่พอใจพราวฟ้าจนหุนหันหนีหน้าไป แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้ทำราวกับรักกันปานจะกลืนกิน แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลายมาเป็นคู่แค้นกันอีกจนได้

“ขอให้ได้เถอะ”

คุณนวลจันทร์อดไม่ได้ที่จะส่งค้อนควักให้ด้วยความหมั่นไส้ เมื่อออกหน้าช่วยแล้วไม่เห็นถึงความสำคัญจึงต้องไปตามน้ำเสียเลย แต่ปากก็อยากจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างหนุ่มสาวทั้งสอง หากก็รู้ว่าถามไปก็ไม่มีทางได้คำตอบ จึงต้องใช้ความสามารถสังเกตเอาเอง

ทางด้านลูซิเฟอร์เมื่อโดนแขวะเข้าให้ก็หัวเราะหึๆ แล้วเหลือบตาไปมองภรรยาคนสวยที่นั่งหน้านิ่งเขี่ยข้าวในจานราวกับคนที่เบื่อหน่ายเต็มทน ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาเพื่อทดสอบประสาทสัมผัสของอีกฝ่ายว่าจะรับรู้แล้วแสดงอาการเช่นไร

“ได้ลูกแน่ครับถ้าไม่มีใครเล่นตัว รับรองว่าสองเดือนนี้สำเร็จครับ”

“ว่าไปนั่น เราไม่มีน้ำยามากกว่า” คนเป็นยายส่ายหน้าระอากับความมั่นใจเสียเต็มประดาของหลานชายพร้อมกับถลึงตาใส่คล้ายกับจะปรามไปในตัว

“ไปสั่งสอนหลานสะใภ้ของยายเถอะครับ ผมมีน้ำยาหรือไม่มี ผลที่ออกมาอยู่ที่ตัวเขานั่น”

ลูซิเฟอร์ไม่คิดอ้อมค้อม โยนภาระหนักอึ้งให้ภรรยาเสียอย่างนั้น ขณะที่ตัวเองก้มหน้าหยอกกับเด็กชายพีรวิทย์พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก

“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณลูซ” พราวฟ้าบอกออกมาในที่สุดเมื่อนั่งนิ่งอยู่นาน ทำให้คนที่ทิ้งภาระให้เงยหน้าขึ้นมากระตุกยิ้มเย็นใส่

“ดี” น้ำเสียงนั้นคล้ายเย้ยหยันให้คนฟังเจ็บช้ำและมันก็ได้ผลเสียด้วย เมื่อพราวฟ้าถึงกับก้มหน้างุดเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเอง

********************

ฝากนิยายอีกเรื่องไว้ในอ้อมอ้อมใจนักอ่านที่น่ารักด้วยค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกยอดโหลดคร่า

***เร่เข้ามาคร่าาา

อีก 1 วันกับโปร 89 บาทคร่าา


รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว